บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [Yaoi, Boy's love]

  • 97% Rating

  • 9 Vote(s)

  • 244,191 Views

  • 3,172 Comments

  • 4,280 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    66

    Overall
    244,191

ตอนที่ 60 : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย]......27 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 ธ.ค. 58




บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 27

Author :   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

               

“ภาคิน กลับมาตั้งแต่ตอนไหนนะลูก” แม่ของภาคินทักขึ้นในช่วงสายๆ เมื่อเห็นภาคินเดินเข้ามาในบ้าน

 

 

“เมื่อคืนครับ” ภาคินตอบกลับสั้นๆ

 

 

“แล้วออกไปไหนมา” แม่ถามต่อ เพราะดูท่าทางของภาคินเหมือนพึ่งกลับมาจากข้างนอก

 

 

“พาป้าสาลี่ไปตลาดตอนเช้ามาครับ อ่อ ผมซื้อสาคูไส้หมูมาฝากแม่ด้วยนะครับ อยู่ที่ป้าสาลี่” ภาคินตอบกลับไป แม่ของชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ แต่ภาคินก็เห็นแววตาที่เคร่งเครียดของแม่ตนเอง ก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องอะไร

 

 

“เราจะกลับมาคุยเรื่องหนูจีใช่มั้ย” แม่ของชายหนุ่มถามออกมา

 

 

“ครับ..ผมว่าผมคงต้องมาพูดอะไรให้มันชัดเจนสักที แล้วผมก็มีธุระกับป๊าด้วยเหมือนกัน” ภาคินพูดบอกออกมา

 

 

“วันนี้ป๊าเค้ามีแขกมาจากกรุงเทพฯ มาคุยเรื่องงานกันนิดหน่อย เอาไว้เราค่อยคุยกันช่วงเย็นดีมั้ย” แม่ของภาคินเสนอขึ้น ภาคินนิ่งไปนิด แต่ก็พยักหน้ารับ

 

 

“ครับ งั้นผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ภาคินบอกกับแม่ตนเอง แล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอนทันที เมื่อเช้าภาคินตื่นขึ้นมาก็ออกจากบ้านพาแม่บ้านไปซื้อของในตลาดตอนเช้า และถือโอกาสไปช่วยพระพายขายขนมด้วย

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ภาคินก็ลงมาที่ห้องทานอาหารเพื่อทานอาหารเช้ากับครอบครัว แต่เห็นแม่ตนเองนั่งอยู่คนเดียว

 

 

“ป๊าล่ะครับ” ภาคินถามอย่างเสียไม่ได้

 

 

“ป๊ากับกร ออกไปทำธุระที่บริษัทน่ะ” แม่ของภาคินพูดขึ้น ภาคินพยักหน้ารับ แล้วนั่งกินข้าวพร้อมแม่ตนเอง เขาตั้งใจว่ากินเสร็จจะออกไปหาพระพายที่บ้าน

..

..

“จะไปไหนเหรอคิน” แม่ของภาคินถามขึ้นมา เมื่อเห็นลูกชายเดินออกจากบ้าน

 

 

“จะไปทำธุระน่ะครับ ม๊ามีอะไรรึเปล่า” ภาคินถามขึ้น เผื่อแม่ตนเองอยากให้พาไปไหน เขาจะได้พาไปก่อน

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่จะบอกว่าอย่าลืมกลับมาคุยกันตอนเย็นนะ” แม่บอกย้ำอีกครั้ง ภาคินนิ่งไปนิด พร้อมกับพยักหน้ารับ

 

 

“ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ” ภาคินบอกกลับ แล้วเดินออกจากบ้านทันที

..

..

..

“พี่พาย วันนี้พี่ภาคินจะมาหาพี่พายมั้ยอ่ะ” เพลินถามพี่ชายยิ้มๆ ตอนนี้ครอบครัวของเพลินรับรู้เรื่องที่พระพายคบกับภาคินแล้ว โดยเฉพาะเพลิน เมื่อรู้ก็กรี๊ดเสียลั่นบ้านด้วยความดีใจ ทำให้ถูกดุไปตามระเบียบ

 

 

“ก็คงมานะ พี่ภาคินบอกเมื่อเช้า ว่าจะเข้ามา” พระพายตอบกลับ เพลินมองหน้าพี่ชายตนเองยิ้มๆ

 

 

“พี่พายมีความสุขแล้วใช่มั้ย” เพลินถามขึ้นเสียงใส

 

 

“ก็...มีความสุขนะ” พระพายตอบไม่เต็มเสียงนัก ทำให้เพลินมองอย่างงงๆ เพราะดูเหมือนพระพายจะมีความกังวลอยู่ลึกๆ

 

 

“ทำไมทำเสียงแบบนั้นอ่ะ” เพลินถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

 

 

“ไม่รู้สิเพลิน บางทีพี่ก็คิดนะ ว่าพี่สมหวังง่ายไปมั้ย” พระพายตอบกลับ

 

 

“บ้าแล้วพี่พาย ง่ายตรงไหนไม่ทราบ กี่ปีแล้วที่แอบชอบมา ที่เรียกว่าง่ายเหรอ พี่พายอย่าคิดมากสิ ถ้าพี่ภาคินได้ยิน จะคิดว่าพี่พายไม่เชื่อใจเค้านะ” เพลินพูดต่อว่าพี่ชายไม่จริงจังนัก พระพายถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงแตรรถ

“อ๊ะ พี่ภาคินมาแล้วนี่ เดี๋ยวเพลินไปเปิดประตูรั้วให้นะ” เพลินพูดขึ้น ก่อนจะรีบวิ่งไปเปิดประตูรั้วให้ภาคินขับรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ส่วนพระพายก็เดินไปรอภาคินเช่นเดียวกัน ภาคินขับรถเข้ามาจอด แล้วลงจากรถมาหาพระพายพร้อมรอยยิ้ม

 

 

“แม่ล่ะพาย” ภาคินถามหาแม่ของคนรัก

 

 

“อยู่หลังบ้านครับ” พระพายตอบยิ้มๆ ก่อนที่เพลินจะเดินมายกมือไหว้ภาคิน และทักทายเล็กน้อย

 

 

“กินข้าวมารึยังภาคิน” แม่ของพระพายทักขึ้น เมื่อเห็นภาคินเดินเข้ามาในบ้าน

 

 

“เรียบร้อยแล้วครับ วันนี้แม่จะทำอะไรบ้างครับ” ภาคินตอบแม่ของคนรัก และถามกลับไปบ้าง

 

 

“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ภาคินจะมาช่วยแม่ใช่มั้ย” แม่ของพระพายถามยิ้มๆ

 

 

“ครับ” ภาคินตอบรับ ก่อนที่จะช่วยกันยกของไปเตรียมไว้หน้าบ้านเหมือนเช่นเคย

 

 

“ลุงสุขเค้ารับรู้เรื่องที่เราคบกันแล้วนะครับ” พระพายบอกภาคินให้รับรู้ ภาคินยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

 

“เดี๋ยวพี่คงต้องไปฝากตัวกับลุงสุขอีกหน่อยแล้วล่ะ” ภาคินบอกกลับ ก่อนจะช่วยเตรียมของทำขนมกันจนถึงช่วง 11 โมง ภาคินเดินไปพูดคุยและฝากตัวกับลุงสุขแล้วเรียบร้อย

 

 

“ภาคิน พาย ไปช่วยแม่ตัดเครือกล้วยในสวนหน่อยสิ แม่จะเอามาทำข้าวต้มมัด เมื่อวานเห็นมีอยู่เครือหนึ่ง กำลังสุกพอดีเลย แล้วจะได้ตัดใบตองมาด้วย” แม่ของพระพายพูดขึ้น ภาคินกับพระพายจึงถือมีด เดินตามแม่ของพระพายเข้าไปในดงกล้วย

 

 

“คุณตาไปไหนเหรอครับ ผมมายังไม่เจอท่านเลย” ภาคินถามขึ้น

 

 

“คงอยู่ในสวนมะม่วงล่ะมั้ง” แม่ของพระพายตอบกลับ

 

 

“พี่ภาคินระวังยางกล้วยเปื้อนเสื้อนะครับ” พระพายเตือนคนรักเอาไว้ก่อน ภาคินจึงถอดเสื้อออก แล้วส่งเสื้อให้พระพาย

 

 

“งั้นพายถือให้พี่หน่อยนะ” ภาคินบอกยิ้มๆ พระพายหน้าขึ้นสีระเรื่อ โดยมีแม่ยืนมองยิ้มๆ ก่อนที่จะเลิกคิ้วขึ้น เมื่อได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน

 

 

“ได้ยินเสียงรถ ใครมากันนะ” แม่ของพระพายพูดขึ้น แต่ทั้งสามคนไม่เห็นรถ เพราะอยู่ด้านในสุดของดงกล้วย แล้วมองไม่เห็นตรงลานหน้าบ้าน

..

..

..

“มากันอีกแล้ว ผมบอกแล้วไง ว่าพ่อผมไม่ขายหรอก” ลุงสุขพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นคนกลางที่มาติดต่อเรื่องซื้อที่ดินเมื่อวาน แถมยังเถียงกันไปอีกเล็กน้อยก่อนกลับ

 

 

“ผมพาคนที่จะซื้อมาด้วย ยังไงลองฟังเค้าหน่อย เค้าให้ราคาดีนะครับ” เสียงของชายหนุ่มร่างสูงพูดขึ้น ก่อนที่ชายอีกคนจะเดินเข้ามาหาลุงสุข

 

 

“สวัสดีครับ ผมชื่อสรวิชญ์ ผมอยากจะขอเวลาไม่นานหรอกครับ ขอผมคุยกับคุณประกอบหน่อยได้มั้ย” สรวิชญ์พูดขอออกมาอย่างสุภาพ ลุงสุขถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปอีกทาง เมื่อเห็นพ่อตนเองเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

 

“จะคุยอะไรพ่อคุณ บอกหลายรอบแล้ว ว่าไม่ขาย ชั้นจะเก็บไว้ให้หลาน” ตาประกอบของพระพายพูดบอกออกมาเสียงแข็ง  สรวิชญ์ยกมือไหว้ตาของพระพายอย่างนอบน้อม

 

 

“ผมชื่อสรวิชญ์ครับ ผมชอบที่ของคุณลุงมากจริงๆ คุณลุงอยากจะขายเท่าไร บอกมาได้เลยครับ ผมยอมจ่ายเต็มที่” สรวิชญ์แนะนำตัวอีกครั้ง

 

 

“ชั้นก็บอกแล้วว่าไม่ขาย พวกคุณก็น่าจะเข้าใจ ที่ติดแม่น้ำที่อื่นมีเยอะแยะ ทำไมไม่ไปหาซื้อติดต่อดูล่ะ” ตาของพระพายบอกกลับมา 

 

 

“คุณประกอบ ผมว่า..” ก่อนที่ชายวัยกลางคนอีกคนจะพูดขึ้น ชายหนุ่มที่ยืนข้างๆก็สะกิดเขาเสียก่อน

“อะไร เจ้ากร” พ่อของชายหนุ่มถามขึ้นมา

 

 

//ป๊า นั่นมันรถไอ้คินนี่ ทำไมรถมันมาอยู่ที่นี่ได้// ภากรกระซิบถามพ่อตนเองทันที เขากับพ่อ อาสาพาสรวิชญ์ มาคุยกับเจ้าของที่ด้วยตัวเอง พ่อของภาคินหันไปมองอย่างสงสัยเช่นเดียวกัน

 

 

“เดี๋ยวนะครับ เจ้าของรถคันนี้ อยู่ไหน” พ่อของภาคินถามลุงสุขที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ลุงสุขเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

 

 

“ใคร..ภาคินน่ะเหรอ” ลุงสุขถามกลับอย่างงงๆ ว่าสองคนที่ยืนอยู่ทำไมถึงถามหาเจ้าของรถอย่างภาคิน

 

 

“ใช่” พ่อของภาคินตอบรับ ซึ่งพอดีกับที่ภาคินแล้วก็พระพายเดินหอบใบตองและเครือกล้วย ออกมาจากดงกล้วยพอดิบพอดี ภาคินชะงักไปนิด เมื่อเห็นพ่อและพี่ชายตนเอง มากับคนที่ภาคินจำได้ว่าชื่อสรวิชญ์  และภาคินก็รู้ได้ทันที ว่าทั้งสามคนมาที่นี่เพราะอะไร พระพายมองคนแปลกหน้าอย่างงงๆ แล้วสายตาของพระพายก็หยุดอยู่ที่คนที่ยืนตรงหน้าตาตนเอง เค้าโครงใบหน้า ทำให้พระพายขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

 

 

“แกมาทำอะไรที่นี่ภาคิน” พ่อของภาคินถามออกมาเสียงแข็ง ภาคินเดินเอากล้วยไปวางที่แคร่ แล้วเดินกลับมาหาพ่อตนเอง

 

 

“รู้จักกันเรอะ ภาคิน” ตาของพระพายถามขึ้นมา พระพายเดินมาจับแขนตาตนเอง แล้วมองหน้าแต่ละคนสลับไปมา โดยเฉพาะคนที่ยืนตรงหน้าตาของเขา ซึ่งสรวิชญ์ก็มองพระพายพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันเช่นเดียวกัน

 

 

“ป๊ากับพี่ชายผมเองครับ” ภาคินตอบออกมาตรงๆ ทำให้พระพาย ตา และลุงสุข ชะงักนิ่งไปนิด

 

 

“แล้วแกมาทำอะไรที่นี่” ภากรถามน้องชายตนเองขึ้นมาอีก ภาคินมองไปที่พระพายเล็กน้อย ภากรมองตามสายตาน้องชายตนเองไป ก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะเขารู้ก่อนแล้วว่าคนรักของภาคินเป็นผู้ชาย เพราะจีบอกเขาแล้ว แต่พ่อกับแม่ยังไม่รู้

“แกอย่าบอกนะว่า..” ภากรกำลังจะพูดออกมา

 

 

“มีอะไรค่อยกลับไปคุยที่บ้าน ตอนนี้มาทำงานกันไม่ใช่เหรอ” ภาคินพูดดักออกมา พระพายมองแต่ละคนด้วยความมึนงง ก่อนจะหันไปหาแม่ตนเองที่กำลังเดินเข้ามา พร้อมกับหัวปลี เพราะมัวแต่ตัดหัวปลีอยู่ จึงเดินออกมาช้ากว่าคนอื่นๆ

 

 

“สร้อย...” เสียงเรียกชื่อแม่ของพระพายดังขึ้น

 

 

“พี่สร..” แม่ของพระพายชะงักกึก พลางเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 20 ปี แต่เค้าโครงใบหน้าของทั้งสองคนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามไปเท่าไรนัก พระพายกับภาคิน หันมามองหน้าสรวิชญ์ทันที

 

 

“สร...สร..ชื่อนี้” พระพายพึมพำกำลังจะถามแม่ตนเอง แต่สรวิชญ์ตรงเข้าไปหาแม่ของพระพายเสียก่อน พร้อมกับจับไหล่แม่พระพายเอาไว้ทั้งสองข้าง

 

 

“สร้อย สร้อยจริงๆด้วย พี่ตามหาสร้อยมาเป็นปีแล้ว พี่อยากรู้เรื่องลูก” สรวิชญ์ถามออกมาเสียงระรัว ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนที่อยู่ที่นั่น

 

 

“เฮ้ๆๆ คุณมาวุ่นวายอะไรกับน้องผม” ลุงสุขเดินเข้ามาผลักสรวิชญ์จนผงะถอย พระพายรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ตนเองทันที

 

 

“แม่ครับ นี่มันเรื่องอะไรกัน” พระพายถามออกมาเสียงละล่ำละลัก สรวิชญ์เมื่อได้ยินพระพายเรียกสร้อยว่าแม่ ก็มองหน้าพระพายทันที ดวงตาของเขาเอ่อคลอ ไปด้วยหยาดน้ำใสๆ เสียงเอะอะทำให้เพลินกับแม่วิ่งออกมาดูด้วยเหมือนกัน แต่ยืนกันอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้ามา เพราะลุงสุขไล่ให้เข้าบ้าน

 

 

“นี่ลูกพี่ใช่มั้ยสร้อย...ใช่มั้ย..สร้อยบอกพี่มาสิสร้อย” สรวิชญ์พยายามจะเดินตรงเข้าหาแม่ของพระพายอีก แต่ลุงสุขก็ขวางเอาไว้ ตาของพระพายเดินหายเข้าไปในบ้าน ในช่วงที่ชุลมุน แล้วเดินออกมาพร้อมกับปืนลูกซองคู่กาย

 

 

“ออกไปจากบ้านนี้ให้หมด!” เสียงตวาดดังลั่น ทำให้ทุกคนหันไปมองตาของพระพายทันที

 

 

“ผมขอคุยกับสร้อยได้มั้ยครับ ได้โปรด ให้ผมได้คุยกับเขาหน่อย” สรวิชญ์พูดขอร้องออกมา

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++

 

ปัง!

ตาของพระพายยิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้ทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือก

 

 

“ยังไม่มีใครได้คุยกับใครทั้งนั้น ออกไป ก่อนที่ชั้นจะหมดความอดทน!” ตาประกาศเสียงกร้าว โดยมีลุงสุขช่วยไล่อีกคน

 

 

“กลับบ้านกับชั้น ภาคิน!” พ่อของภาคินหันมาพูดกับลูกชายเช่นเดียวกัน ภาคินหันมามองพระพายด้วยสีหน้าเครียดๆเล็กน้อย พระพายพยักหน้าให้ภาคินกลับไปก่อน ส่วนแม่ของพระพายยืนเงียบอยู่ ไม่พูดอะไรออกมาเลย ภาคิน ภากร และพ่อของเขา รวมไปถึงสรวิชญ์ต่างต้องเดินกลับไปที่รถ

 

 

“แล้วผมจะมาอีก” สรวิชญ์พูดขึ้น ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป

..

..

..

ตอนนี้บรรยากาศภายในบ้านของพระพายเงียบสงัด ทั้งๆที่มีคนนั่งอยู่กันถึง 6 คน ทั้งตาของพระพาย ครอบครัวลุงสุข  แม่ และ พระพาย

 

 

“แม่ครับ...บอกพายที ว่ามันเรื่องอะไรกัน คนๆนั้นเค้าเป็นใคร ทำไมเค้าชื่อเหมือนกับพ่อของพาย ทำไมหน้าเค้าถึงเหมือนกับพ่อในรูปที่แม่ให้พายดู” พระพายตัดสินใจถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ตากับลุงสุขก็นั่งหน้าเครียดๆ เพลินจับแขนพี่ชายตนเองเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

 

“ไอ้หมอนั่นมันเป็นใครกันแน่สร้อย” ลุงสุขถามออกมา แม่ของพระพายนั่งเงียบหน้าเครียดเหมือนกัน

 

 

“สร้อยเอ๊ย มันถึงเวลาที่แกต้องพูดความจริงออกมาได้แล้ว” ตาของพระพายพูดออกมาบ้าง แม่ของพระพายมองหน้าลูกชายอย่างเศร้าๆ และรู้สึกผิด ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พ่อกับพี่ชายตนเอง

 

 

“ชั้นขอโทษพ่อกับพี่สุขด้วยนะ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชั้นไม่เคยเล่าความจริงให้ฟัง” แม่ของพระพายพูดขึ้น เพราะเธอมีบางอย่างที่ไม่ได้บอกให้พ่อกับพี่ชายรู้ พระพายใจเต้นระรัว

 

 

“ตกลงไอ้คนที่ชื่อสรวิชญ์อะไรนั่น มันเป็นพ่อของพระพายใช่มั้ย” ลุงสุขถามออกมาตรงๆ พระพายมองหน้าแม่ตนเองอย่างขอร้อง

 

 

“แม่ขอโทษนะพาย ที่โกหกพายมาตลอด” แม่พูดกับพระพายเสียงสั่น  แล้วหันมาหาพี่ชายตนเองอีกครั้ง

“ใช่ เค้าเป็นพ่อของพระพาย” แม่ของพระพายตอบกลับ ทำให้พระพายตัวชาวาบ ไม่คิดว่าพ่อของตนเองจะมีชีวิตอยู่ ก่อนที่แม่ของพระพายจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง

 

 

สมัยที่แม่ของพระพายเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ และได้แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง นั่นก็คือสรวิชญ์ แล้วสรวิชญ์ก็ชอบแม่ของพระพายด้วยเช่นกัน ทั้งสองคบหากันโดยที่สร้อยเองก็ไม่ได้บอกให้ทางบ้านรับรู้ สรวิชญ์เองก็ไม่ได้บอกที่บ้านเหมือนกัน แต่สร้อยรู้ดีว่า ครอบครัวของสรวิชญ์มีฐานะร่ำรวย และคอยบงการชีวิตลูกทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเรียน พอได้มาคบกับสร้อย ทำให้สรวิชญ์รู้สึกสบายใจและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด จนทั้งสองเกินเลยมีอะไรกัน วันหนึ่งสร้อยรู้ตัวว่าตนเองตั้งท้อง และตั้งใจจะบอกกับสรวิชญ์  แต่ก็เจอกับแม่ของสรวิชญ์เสียก่อน แม่ของสรวิชญ์รับรู้เรื่องที่ทั้งสองคนคบกัน และรู้เรื่องที่สร้อยตั้งท้อง จึงได้สั่งให้สร้อยเอาเด็กออก แล้วบอกว่าสรวิชญ์กำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอกพร้อมกับคู่หมั้น แต่สร้อยไม่เชื่อ แม่ของสรวิชญ์บอกมาอีกว่า สรวิชญ์ตกลงจะแต่งงานกับคนที่เขาหามาให้แล้ว และสร้อยไม่ควรขัดขวางเพื่อสรวิชญ์จะได้มีอนาคตที่ดี ตอนนั้นสร้อยสับสนเป็นอย่างมาก เมื่อแม่ของสรวิชญ์กลับไป สร้อยก็นัดเจอกับสรวิชญ์ที่หอพักตนเอง สร้อยสอบถามเรื่องการแต่งงานตรงๆ สรวิชญ์คุกเข่าขอโทษสร้อย พร้อมกับบอกว่าเขาไม่สามารถขัดใจแม่ของเขาได้ การแต่งงานที่จะเกิดขึ้น มันแค่เป็นการแต่งงานเพื่อธุรกิจเท่านั้น เขายังรักสร้อยคนเดียว เขาอยากให้สร้อยรอเขาก่อน เมื่อได้ยินสร้อยเสียใจมาก และตัดสินใจจะไม่บอกสรวิชญ์เรื่องที่ตนเองตั้งท้อง วันที่สรวิชญ์ต้องเดินทางไปเมืองนอก สร้อยจึงพักการเรียนทุกอย่างแล้วกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

 ตอนนั้นตากับพี่ชายของสร้อย โกรธมากที่ลูกสาว น้องสาว ท้องกลับมา พอถามถึงพ่อของเด็ก สร้อยก็บอกไปแค่ว่า คนรักเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้สร้อยไม่สามารถพามาขอขมาพ่อกับพี่ชายได้  และด้วยคำว่าครอบครัว พ่อของสร้อย จึงให้อภัยลูกสาวตัวเอง และให้กลับมาอยู่บ้าน จนสร้อยคลอดลูกชายออกมาก็คือพระพาย โดยที่ทุกคนรู้แค่ว่า พ่อของพระพายเสียไปแล้ว ตามคำบอกเล่าของสร้อย

 

 

“สรุปว่า พ่อของพระพายยังมีชีวิตอยู่ แต่แกไม่อยากให้ใครรู้ใช่มั้ย” ลุงสุขถามขึ้นมาเมื่อแม่ของพระพายเล่าจบ

 

 

“ใช่ ชั้นไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องนี้อีก พี่สร เค้าก็มีทางของเค้า ชั้นก็เลือกทางของชั้น” แม่ของพระพายพูดบอกออกมา พร้อมกับดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำใสๆ ส่วนพระพายสะอื้นออกมาเบาๆ

 

 

“แล้วทำไมหมอนั่น ถึงพูดเรื่องลูกขึ้นมา ไหนแกบอกว่ายังไม่ได้บอกมันไม่ใช่รึไง” ลุงสุขถามออกมาอีก แม่ของพระพายนิ่งเงียบ

 

 

“ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน” แม่ของพระพายตอบกลับ เพราะตอนที่หนีมาเธอไม่ได้บอกอะไรสรวิชญ์เลยสักนิด แล้วสรวิชญ์เองก็ไม่รู้จักบ้านของสร้อยที่ต่างจังหวัด

 

 

“แม่ครับ เค้าเป็นพ่อของพายจริงๆเหรอครับ” พระพายถามเสียงสั่น สร้อยมองหน้าลูกชายพร้อมกับพยักหน้ารับ

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน แกไปอยู่ที่นั่นได้ไงภาคิน” พ่อของภาคินถามขึ้นมาทันที เมื่อทั้งสามคนกลับมาถึงบ้าน ส่วนสรวิชญ์แยกไปที่โรงแรมที่พัก

 

 

“มีอะไรกันคะคุณ” แม่ของภาคินรีบเดินเข้ามาถามเมื่อได้ยินเสียงดังในห้องรับแขก

 

 

“ผมจะไปอยู่ที่ไหน มันผิดปกติตรงไหนครับป๊า” ภาคินถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ

 

 

“ชั้นถาม แกก็ตอบมาเหอะ” พ่อของภาคินพูดเสียงแข็ง เพราะเขากำลังหงุดหงิดเนื่องจากคาดการณ์ได้ว่า งานนี้อาจจะชวดเรื่องที่ดิน

 

 

“ผมจะไปเที่ยวบ้านคนรู้จักบ้าง มันผิดเหรอครับ” ภาคินถามขึ้นมาอีก

 

 

“มันไม่ผิดหรอกไอ้คิน ถ้าบ้านนั้น เป็นแค่บ้านเพื่อนธรรมดา” ภากรพูดขึ้น ทำให้พ่อและแม่หันมามองหน้าภากรทันที

 

 

“หมายความว่าไงกร” แม่ของภาคินถามขึ้น

 

 

“ชั้นว่า แกบอกออกมาตรงๆเลยดีกว่าไอ้คิน  ชั้นน่ะรู้เรื่องแกทุกอย่างแล้ว” ภากรพูดขึ้นเสียงแข็ง ในขณะที่พ่อแม่ของทั้งสองมองหน้าลูกชายสลับไปมา

 

 

“มันเรื่องอะไรกัน บอกชั้นมาเดี๋ยวนี้” พ่อของภาคินถามลูกชายทันที ภาคินมองหน้าทุกคน แล้วถอนหายใจเบาๆ

 

 

“ผมผิดตรงไหน ที่ผมไปเที่ยวบ้านคนรักของผม” ภาคินพูดออกมา ทำให้ทุกคนนิ่งเงียบ

 

 

“คนรัก...ใคร ผู้หญิงคนไหน” พ่อของภาคินถามระรัว พลางคิดว่าที่บ้านหลังนั้นมีผู้หญิงคนไหนบ้าง

 

 

“คนรักของผม ไม่ใช่ผู้หญิงครับ” ประโยคต่อมาของภาคิน ทำให้ทั้งบ้านเงียบไปชั่วครู่

 

 

“แกจะทำเรื่องเสื่อมเสียไปถึงไหนวะไอ้คิน” ภากรตะคอกน้องชายตนเอง ส่วนแม่ตอนนี้ทรุดตัวลงไปนั่งที่โซฟาอย่างอ่อนแรง

 

 

“เสื่อมเสียตรงไหน ผมไม่ได้ทำอะไรผิด” ภาคินเถียงออกมา

 

 

“ที่หนูจีมาบอกว่าแต่งงานกับแกไม่ได้ เพราะแกมีคนรักอยู่แล้ว คนนั้นเป็นผู้ชายงั้นเหรอ” พ่อของภาคินพูดเสียงนิ่ง

 

 

“ครับ...ผมคิดกับจีแค่เพื่อน ป๊ากับม๊าอย่ายัดเยียดจีมาให้ผมเลย” ภาคินบอกออกมาอีก

 

 

เพียะ!!

 

ภาคินหน้าหันไปนิด เมื่อโดนพ่อตนเองตบเข้าอย่างจัง แม่ของภาคินรีบเข้ามาขวางทันที

 

 

“คุณคะ อย่าทำลูก” แม่ของภาคินบอกออกมาเสียงสั่น

 

 

“แกคิดว่าความเป็นห่วงของชั้นกับม๊าของแก เป็นการยัดเยียดงั้นเหรอหะ การที่ชั้นหวังดีกับอนาคตของแก มันเป็นการยัดเยียดตรงไหน!!!” พ่อของภาคินตะคอกเสียงดังลั่น

 

 

“ผมเข้าใจในความหวังดีของป๊า แต่ป๊ามากกว่าที่ไม่เข้าใจ คำว่าหวังดีจริงๆมันเป็นยังไง” ภาคินพูดเสียงนิ่ง

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมทำตัวเลวเหรอครับ ผมฆ่าคนตาย ผมติดยา หรือว่าผมไปลักขโมยของๆใครงั้นเหรอครับ ป๊ากับม๊าถึงมองไม่เห็นความดีของผมเลย” ภาคินพูดออกมาอย่างอัดอั้น พ่อแม่ของภาคินมองหน้าลูกชายคนเล็กอยู่นิ่งๆ

“การที่ผมเลือกทางเดินตัวเอง มันผิดมากงั้นเหรอครับ ผมทำให้ป๊ากับม๊าเสื่อมเสียชื่อเสียงขนาดนั้นเลยเหรอครับ ป๊ากับม๊าเห็นว่าหน้าตาทางสังคม มันสำคัญกว่าความสุขของลูกอย่างผมงั้นเหรอ” ภาคินตั้งคำถามใส่พ่อแม่ตนเองมากมาย ภาคินหันไปมองภากร

“พี่กรเองก็เหมือนกัน ผมรู้ว่าพี่ไม่มีความสุขเลยกับการที่ต้องเดินตามทางที่ป๊าขีดเอาไว้ให้ ผมรู้ว่าพี่ยอมทำเพื่อคำว่าลูกที่ดี แต่การเป็นลูกที่ดีมันไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองขนาดนั้นไม่ใช่รึไง และการที่พี่มาเกลียดผม มาโกรธผม ก็เพราะผมเลือกทำในสิ่งที่พี่อยากทำแต่ทำไม่ได้ ใช่มั้ยล่ะ” ภาคินพูดแทงใจดำพี่ชายตนเอง ทำให้พ่อหันไปมองหน้าภากรทันที ภากรได้แต่ยืนกำหมัดแน่น

“ป๊ากับม๊าเป็นคนให้ชีวิต แต่ผมขอเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตเองได้มั้ยครับ แล้วผมจะทำให้ป๊ากับม๊าเห็น ว่าผมก็มีอนาคตที่ดี มีความสุขได้ไม่ต่างคนอื่นเลย” ภาคินพูดออกมาอีก เขาไม่รู้ว่าจะเปิดใจพ่อแม่และพี่ชายตนเองได้มากแค่ไหน ต่อให้พูดให้ตายยังไง ถ้าความคิดของคนในครอบครัวปิดรับความคิดเห็นของเขา มันก็เปล่าประโยชน์ที่จะพูด

 

 

“เรื่องเรียนของแก มันยังไม่เท่าไร แต่เรื่องที่แกคบกับผู้ชายด้วยกัน ชั้นรับไม่ได้!” พ่อของภาคินว่าออกมาอีก ภาคินถอนหายใจเบาๆ

 

 

“ความรัก มันห้ามกันไม่ได้หรอกครับป๊า ความรักมันอยู่ที่ใจ ไม่ใช่เพศ ถ้าอากงเค้าบังคับให้ป๊าแต่งงานกับคนอื่น ที่ไม่ใช่ม๊า ป๊าก็จะยอมงั้นเหรอ ป๊ายอมทิ้งม๊าเพื่อทำตามคำสั่งงั้นเหรอครับ ถ้าป๊าทำแบบนั้น ม๊าก็คงเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด” ภาคินพูดขึ้นมา แม่ของภาคินมองหน้าสามีตนเองทันที

 

 

“มันไม่เหมือนกัน ม๊าแกเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย” พ่อของภาคินเถียงออกมาอีก

 

 

“ต่อให้ผมพูดอธิบายดีแค่ไหน มากแค่ไหน  ถ้าป๊าไม่เปิดใจ ผมก็ผิดอยู่ดี ผมยืนยันกับป๊ากับม๊าเลยนะครับ ว่าผมจะไม่เลิกกับคนรักของผม ผมยังรักและเคารพป๊ากับม๊าอยู่เสมอ รวมถึงพี่กรด้วย แต่ถ้าทุกคนไม่อาจจะยอมรับตัวผมได้ ก็แล้วแต่ทุกคนจะตัดสินใจเลยครับ ว่าจะทำยังไงกับผม” ภาคินบอกออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ใครจะว่าเขาเป็นคนอกตัญญู เขาก็ไม่สนใจ เพราะเขารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เขารู้ดีว่าเขายังคงรักครอบครัวมากหรือน้อยแค่ไหน ไม่มีใครมาตัดสินเขาได้นอกจากตัวเขาเอง

 

 

“ถึงแม้ว่าชั้นจะตัดแกออกจากตระกูลอ่ะนะ” พ่อของภาคินพูดขู่ขึ้นมา ดวงตายังคงมีแววครุกรุ่นอยู่

 

 

“ครับ ต่อให้ป๊ากับม๊าตัดผมออกจากตระกูล แต่ความเป็นพ่อแม่ลูกของพวกเรา ก็จะอยู่กับผมตลอดไป ถ้ามีโอกาส วันข้างหน้า ผมก็จะกลับมาตอบแทนบุญคุณป๊ากับม๊าครับ” ภาคินพูดขึ้น

 

 

“หึ ปีกกล้าขาแข็งใช้ได้เลยนี่ เอาสิ ถ้าแกคิดว่าแกไปรอดก็เอาเลย จะไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรกที่ไหนก็เรื่องของแก!” พ่อของภาคินพูดออกมาด้วยความโกรธ ภาคินมองหน้าพ่อตนเองด้วยความผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไหว้พ่อแม่ รวมไปถึงภากร ที่ยืนหน้าเครียดอยู่ แล้วเดินขึ้นไปบนห้องตนเองทันที

 

 

“ไม่นะคะคุณ อย่าไล่ลูกแบบนี้ คิน...คิน” แม่ของภาคินรีบวิ่งตามลูกชายตนเองขึ้นไปบนห้อง ส่วนพ่อของภาคินก็ทรุดตัวลงนั่งกุมขมับอยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีภากรนั่งปลอบอยู่ ภาคินขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าบางส่วนของตนเองใส่กระเป๋า

“ฮึกก...คิน..อย่าทิ้งม๊าไปแบบนี้....ค่อยๆคุยกับป๊าไม่ได้เหรอ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย” แม่ของภาคินถามลูกชายตัวเองเสียงสะอื้น ภาคินหันมามองแม่ตนเองด้วยความรู้สึกผิดในใจลึกๆ

 

 

“ผมขอโทษครับม๊า ผมพยายามแล้ว ไม่ว่าผมจะอธิบายไปเท่าไร ก็ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครฟังผมเลย ผมทำดีที่สุดแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็น” ภาคินบอกออกมาเสียงจริงจัง เขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่ทำให้แม่ตนเองร้องไห้แบบนี้ แต่เขาก็อยากให้ครอบครัวเข้าใจ และเปิดใจให้มากกว่านี้ ภาคินเก็บของใส่กระเป๋าเรื่อยๆ เขาเอาแต่ของที่จำเป็นของเขาจริงๆ

 

 

“คิน แค่คินยอมแต่งงานกับหนูจี มันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะ” แม่ของภาคินบอกเสียงสั่น อาจจะเป็นเพราะเธอชอบจีมาก

 

 

“แต่ผมไม่ได้รักจี ม๊าครับ ถ้าม๊าอยากได้จีมาเป็นลูกสะใภ้ ทำไมม๊าไม่ให้จีแต่งงานกับพี่กร” ภาคินถามกลับไป

 

 

“ก็หนูจีเค้ารักคินนะ” แม่ของชายหนุ่มบอกกลับมา

 

 

“แต่ผมไม่ได้รักจี คนที่รักจี คือพี่กร แต่พี่กรเค้าพูดอะไรไม่ได้ เพราะป๊ากับม๊า ยืนยันจะให้ผมกับจีแต่งงานกันท่าเดียวเลย ม๊าคิดว่าพี่กรเค้าต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้มากแค่ไหนล่ะครับ” ภาคินบอกทิ้งท้ายเมื่อเก็บของใส่กระเป๋าตัวเองเรียบร้อยแล้ว

“ม๊าครับ ผมยังเป็นลูกของม๊ากับป๊าเสมอ ม๊ายังโทรหาผมได้ตลอด แต่ผมคงยังไม่กลับมาที่บ้านนี้สักพัก รอให้อะไรๆ มันดีกว่านี้ แล้วผมจะกลับมาหาม๊านะครับ” ภาคินพูดขึ้น แล้วเดินออกจากห้องทันที เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาของแม่ตนเองได้นานนัก แม่ของชายหนุ่มเดินตามหลังลูกชายลงมาเช่นเดียวกัน พ่อกับพี่ชายของภาคินเงยหน้ามามองภาคินที่ถือกระเป๋าลงมา

 

 

“คุณภาคินคะ” ป้าสาลี่เดินมาจับแขนภาคินเอาไว้ ภาคินหันมายิ้มอ่อนๆ

 

 

“ผมฝากม๊าด้วยนะครับป้าสาลี่ มีอะไรด่วน โทรหาผมได้ตลอดเวลา” ภาคินบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วหันไปหาพ่อตนเองอีกครั้ง

“ผมลานะครับ” ภาคินบอกเสียงนิ่ง แล้วเดินตรงออกจากบ้าน ท่ามกลางเสียงสะอื้นของแม่ตนเอง ภาคินเดินกัดฟันเพื่อข่มอารมณ์เศร้ามาที่รถ ก่อนจะขับรถออกจากบ้านตนเองในทันที ภาคินถอนหายใจออกมาหนักๆ ตอนนี้เขาอยากเจอหน้าคนรักมากที่สุด ภาคินจึงขับรถมาหาพระพายที่บ้าน ภาคินจอดรถอยู่นอกรั้วสักพัก อย่างลังเลใจ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น เมื่อคนที่มาเปิดประตูรั้ว คือตาของพระพาย

 

 

“เข้ามา เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ตาของพระพายพูดบอกตรงข้างรถเพราะภาคินลดกระจกลง ภาคินขับรถเข้าไปจอดในบริเวณบ้าน พระพายกับแม่เดินออกมาจากบ้านพอดี ดวงตาของพระพายแดงก่ำจากการร้องไห้ ภาคินลงจากรถได้ พระพายก็ตรงเข้ามากอดภาคินทันที

 

 

“ฮึกก...พี่ภาคิน...คนๆนั้นเค้าเป็นพ่อของพาย....พ่อของพายยังไม่ตาย” พระพายสะอื้นบอกภาคินออกมา ทำให้ภาคินถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าโลกมันจะกลมแบบนี้

 

 

“ใจเย็นนะพาย เดี๋ยวพี่ขอคุยกับตาสักพัก แล้วพี่จะมาหานะ” ภาคินพูดบอกกับคนรัก เพราะไม่อยากให้ตารอนาน พระพายผละออกมา แล้วมองตาตนเองกับภาคินสลับกัน

 

 

“คุยเรื่องอะไรกันครับ” พระพายถามเสียงสั่น

 

 

 

++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++

 

 

2  Be  Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

น้ำเน๊า น้ำเน่าเนอะ ฮ่าๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #2893 Felinonajang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 21:22
    เรื่องของยอนิมไม่เคยจบเศร้า

    มันต้องมีอะไรสักอย่างพลิกล็อคสิ ฮ่าๆ
    #2893
    0
  2. #2892 oomdao (@oomdao) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 20:12
    ไม่อัพต่อแล้วหรอหายไปเปนชาติเลย
    #2892
    0
  3. #2891 cerberus (@khontharos) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 19:47
    อยากให้ต่อเรื่องโก้กับบราว......
    #2891
    0
  4. #2889 Dee_KW (@dee-kw) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 08:21
    อ่านตอนนี้น้ำตาไหลเลยอ่า
    #2889
    0
  5. #2888 WIMIM (@miw2543) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 07:15
    ร้องเลยร้องไห้เลยเนี่ยมี๊
    #2888
    0
  6. #2886 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 06:14
    ตาจะคุยเรื่องอะไรอะ
    #2886
    0
  7. #2885 Ongarch Kitrungphaiboon (@childpig) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 06:05
    ขอม่ามา 3ซองเลยแล้วกัน
    #2885
    0
  8. #2884 Nocha (@nuttha-cha) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 23:34
    เข้าใจภาคินนะ เราก็เป็น..เป็นแบบพี่กร -
    #2884
    0
  9. #2881 sunsunsunny (@3031sunny) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 21:45
    ถ้าภาคินพระพายเป็นพี่น้องกันนี่คือแบบ เฮ้ออเลิกเลยนะ
    #2881
    0
  10. #2880 อนุบาลตัวแม่ (@ice-cream-kati) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 17:19
    พี่ภาคินใจเด็ดมากอ่ะ ถึงกับยอมออกมาเพื่อทำตามสิ่งที่ตัวเองอยากทำ รักคนที่ตัวเองอยากรัก พี่เท่ห์มาก

    แล้วนี่คุณตาจะคุยอะไรกับพี่ภาคินคะ? เรื่องพ่อน้องพายเหรอ?
    #2880
    0
  11. #2878 °7o๓ัว๑ื้o° (@fonkisslove) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 11:42
    โลกมันกลมมาก พ่อของพระภาพยังไม่ตาย
    ภาคิน จะทำให้ครอบครัวยอมเปิดใจได้รึป่าว
    สู้ ๆ นะ
    #2878
    0
  12. #2877 raoa (@puyfay-nalak) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 08:42
    ครอบครัวนี้เค้ารักลูกจริงมั้ย?
    #2877
    0
  13. #2871 meepung (@meepung) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 12:49
    สู้ๆนะภาคิน ทุกอย่างมันจะผ่านไป ขอให้พระพายเชื่อใจภาคินไว้นะ คนที่สำคัญของภาคินตอนนี้คือพระพาย
    #2871
    0
  14. #2869 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 10:05
    ถูกกีดกันแน่ๆ
    #2869
    0
  15. #2868 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 07:56
    พี่ภาคินอุตส่าห์หนีมาพักใจ ตาอย่าว่าอะไรพี่ภาคินนะ พระพายได้เจอพ่อแล้ว ต่อไปจะเป็นไงน้อ
    #2868
    0
  16. #2862 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 01:56
    ภาคินจะโดนอะไรมั้ยนะ สงสารภาคิน
    #2862
    0
  17. #2861 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 00:01
    พี่ภาคินสู้นะ งืออออ
    #2861
    0
  18. #2860 snow_box (@snowboxs) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 23:01
    น้ำเน่าหรือเปล่าไม่รู้
    แต่คนอ่านน่ะน้ำตาร่วง
    สงสารม๊าพี่ภาคินจังเลย
    #2860
    0
  19. #2858 CHOR2K (@chor2k) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 22:42
    เอาจริงเข้าใจพี่ภาคินนะ 5555555 ชีวิตในกรอบมันอึดอัดมากๆ อารมณ์แบบทำไมไม่่เข้าใจกูวะ เสียใจสุดตรงที่แม่พี่ภาคินบอกว่า ยอมแต่งงานกับจีก็จบ เห้ย ชีวิตทั้งชีวิตเลยนะ แต่งไปถ้าไม่รักทนไม่ไหวก็หย่ากันเลิกกันป้ะวะ เสียใจอ่าไมแม่พี่พูดงี้
    #2858
    0
  20. #2857 CHOR2K (@chor2k) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 22:31
    อยากอ่านต่อแบ้ว
    #2857
    0
  21. #2855 Janejira4567 (@Janejira4567) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 21:50
    รอประกาศออกไมค์อยู่นะพี่ภาคิน???
    #2855
    0
  22. #2847 นะ 'โม (@04-08-2542) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 13:42
    ค้างง่ะ
    #2847
    0
  23. #2846 Aom_19 (@aompakjira-123) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 12:56
    ค้างงงงงง
    #2846
    0
  24. #2845 achaneeaw375 (@achaneeaw375) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 05:15
    บ้านภาคินด้วย บ้านพระพายด้วยตายห่าละกู-_- ตาพระพายโหดมากกกกก #ก ไก่ล้านตัว
    #2845
    0
  25. #2844 Eventually Kiss (@viruscyber) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 04:10
    กรี๊ดดดดดด อย่าทิ้งคนอ่านไว้กลางทางแบบนี้ *เกาะขายอนิม* ได้โปรด กลับมาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #2844
    0