[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,323,689 Views

  • 14,658 Comments

  • 25,667 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12,526

    Overall
    1,323,689

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 หอมกลิ่นกุหลาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60




ตอนที่ 20 หอมกลิ่นกุหลาบ

 

 

 

            จ๋อม...จ๋อม...

 

            “เฮ้ออออออ”

 

            ผิวน้ำกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นน้อยๆ เมื่อภวิศก้าวขาลงสู่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำอุ่นกำลังพอเหมาะ แล้วก็หย่อนตัวตามลงไปด้วยการใช้สองแขนพยุงกับขอบอ่าง หากร่างเพรียวก็ต้องกัดปากตัวเองเมื่อรู้สึกสะเทือน ดังนั้น พอตั้งแต่หัวไหล่จมลงสู่ผิวน้ำ เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังขึ้น

 

            กว่าที่เขาจะก้าวจากเตียงมาถึงตรงนี้ได้ เจ้าตัวก็ทั้งย่นคิ้ว ทั้งกัดปาก ทั้งสบถอย่างไม่พอใจ ทั้งหมดนั่นก็เพราะความรู้สึกที่ยังตกค้างจากกิจกรรมเมื่อคืน

 

          แย่กว่าตอนเลือดออกซะอีก

 

            วินกระซิบบอกตัวเอง เพราะครั้งที่ทำกันที่โรงพยาบาล มันอาจจะรู้สึกเจ็บบ้าง แต่นั่นก็แค่เจ็บ หากแต่นี่ไม่เพียงแต่รู้สึกว่าระบมเท่านั้น มันยังวูบโหวง เหมือนกับยังมีอะไรอยู่ตรงนั้น พาลให้สมองนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

 

            เมื่อนึก ก็เห็นภาพ พอเห็นภาพ เขา...ก็ทนความอับอายไม่ไหว

 

            ซ่า!

 

            วินทิ้งตัวลงใต้ผิวน้ำทั้งตัว หลับตาลง ปล่อยให้สายน้ำอุ่นคลุมมิดทั้งหัว พยายามปัดไล่ความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นบนสองแก้ม

 

          เอามือออก แล้วอ้าขากว้างๆ ให้ผมดู

 

            “ฮ้า!!!!

 

            วินาทีที่เสียงทุ้มดังขึ้นในหัว เขาก็เห็นดวงตาน่าพรั่นพรึงที่จับจ้องมาที่เขา จนคนที่ไม่คิดว่ายังมียางอายประหม่าจนเสียงสั่น กลัวจนต้องทำตาม และนั่นก็ทำให้วินพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำ อ้าปากหุบอากาศหายใจ ลืมตาขึ้นมองฝ่าม่านน้ำ เพื่อลบภาพดวงตานั้นออกจากหัว

 

            “โว้ย!!! ลืมมันไปสิวะ!

 

            ชายหนุ่มตะโกนก้องลั่นห้องน้ำ ก่อนที่จะกวักน้ำขึ้นมาปะทะหน้า ไม่สนใจว่ามันจะเจ็บมั้ย แล้วก็ปิดหน้าอยู่แบบนั้น

 

            “ลืมไปสิ ลืมไป อย่าไปคิดสิ ถ้ายังคิดแบบนี้แล้วจะเอาอะไรไปสู้!

 

            ถ้าเขายังทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องแสดงท่าทีเหมือนที่ทำออกไปเมื่อครู่...ท่าทางที่บอกว่าหวั่นไหว

 

            ปากสั่ง สมองบอก แต่ใจไม่ยอมทำตาม ไหนจะร่างกายอีก

 

            แม้วินจะเหลือบมองกระจกก่อนที่จะก้าวลงมาในอ่าง แล้วไม่พบร่องรอยใดๆ ให้เอาไปต่อว่าผู้ชายใจร้ายบางคน แต่ภายในที่คนอื่นมองไม่เห็นยังตอกย้ำว่าเมื่อคืนใช้งานมันหนักหน่วงแค่ไหน แล้วเขาก็คิดว่าความรู้สึกแบบนี้ยังต้องทิ้งค้างไว้อีกหลายวัน!

 

          เดี๋ยวมันก็หาย เดี๋ยวร่างกายก็ลืม

 

            วินปลอบใจตัวเอง เลือกที่จะไม่ฟังเสียงของหัวใจที่ถามว่า...แล้วใจล่ะเคยลืมบ้างมั้ย

 

            ชายหนุ่มสะบัดหน้าไปมา ก่อนที่จะคว้าฟองน้ำอาบน้ำมากดสบู่เหลว ถูจนฟองฟูฟ่อง จากนั้นก็นำมาทำความสะอาดตัว พยายามไม่นึกถึงคำพูดของอีกคนที่ว่าทำความสะอาดให้ เพราะเขาไม่อยากนึกภาพตัวเองที่นอนหมดสติในสภาพไหนก็ตามจนต้องทำความสะอาดให้!

 

            แม้แต่ครั้งแรกกับพี่ซีนเขายังไม่เคยสลบ แล้วนี่อะไร!

 

            “โว้ย!” คนเจ็บใจร้องอย่างหวังระบายความรู้สึกแปลกๆ ที่วิ่งวนอยู่ในหัวใจ กระทั่งตอนที่อ้าขาออกกว้าง เพื่อที่จะล้วงมือเข้าไปทำความสะอาดส่วนเร้นลับนั่นแหละ...

 

            ซ่า!!!

 

            ทันใดนั้น ผิวน้ำก็เกิดระลอกคลื่นใหญ่ซัดกระทบขอบอ่าง เมื่อวินลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ยันตัวมานั่งบนขอบ อ้าขาออกกว้าง ก้มมองให้แน่ใจว่าเมื่อครู่ไม่ใช่เงาสะท้อนจากผิวน้ำ แล้วเขาก็เห็น...รอยจูบสีกุหลาบด้านในขาอ่อน

 

            ไม่ใช่แค่รอยเดียว...แต่เป็นจ้ำๆ รอบโคนขาด้านใน!

 

            ภาพที่ทำให้วินถึงกับพูดไม่ออก

 

            ใช่ เขาเคยสั่งว่าอย่าทิ้งร่องรอยเอาไว้เพราะต้องทำงาน แต่เขาก็ไม่มีหน้าไปต่อว่าปณชัยที่ทิ้งรอยเอาไว้ตรงนี้ เพราะแค่คิดก็รู้แล้ว่าคนคนนั้นจะตอบกลับมาว่ายังไง

 

            เขาใช้ส่วนนี้ทำงานด้วยงั้นหรือ

 

            วินไม่เคยรับงานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำหรือหรือชั้นใน ดังนั้น ไม่มีทางอยู่แล้วที่เขาจะแหกแข้งแหกขาตรงนี้ให้ใครถ่ายรูป

 

            “บ้าเอ๊ย!” เขารู้สึกเหมือนถูกเอาคืน เหมือนเสียรู้ เหมือนถูกผู้ชายคนนั้นโต้ตอบทุกคำพูดกลับมาด้วยการกระทำ

 

            การกระทำที่น่าเจ็บใจ แต่ทำไมหัวใจ...ถึงเต้นแรง

 

            อาจจะเพราะนี่ไม่ใช่คำสั่ง เขาไม่ได้สั่งให้ทำ ไม่ได้บอกให้ทิ้งรอยไว้ จนนี่อาจจะเป็นความตั้งใจของปณชัยเอง

 

            “อย่าเข้าข้างตัวเอง”

 

            วินเตือนสติ ไม่อยากเป็นคนที่เจ็บแล้วไม่จำ และดูเหมือนคำพูดนี้จะทำให้นายแบบหนุ่มคว้าฟองน้ำมาถูตัวต่อได้ รีบชำระร่างกาย แต่ไม่ว่าจะอาบน้ำยังไง ถูแรงจนผิวขึ้นสีระเรื่อแค่ไหน เขากลับยังรู้สึกถึงสัมผัสของฝ่ามือล่องหนที่ประทับรอยนิ้วมือไปทั่วทุกอณูผิว

 

            ครั้งหน้าต้องไม่เป็นแบบนี้

 

            “ใช่ อย่ายอมแพ้แค่นี้!

 

            นั่นคือสิ่งที่ภวิศย้ำแล้วย้ำอีกกับตัวเอง

 

            เขาจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ ไม่ยอมให้เรื่องจบลงที่ความพ่ายแพ้ของเขาเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เขาจะทำความปรารถนาของตัวเองให้เป็นจริง แต่วินหารู้ไม่...ความตั้งใจของผู้ชายอีกคนอาจจะเปลี่ยนไปจากเมื่อเจ็ดปีก่อนแล้วเช่นกัน

 

......................................

 

ต่อค่ะ

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            เฮือก

 

            แม้จะย้ำยังไง แต่เพียงก้าวขาออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมตัวเดียว แล้วได้ยินเสียงเคาะประตู วินก็ยังเผลอสะดุ้ง หันกลับไปมองอย่างตั้งตัวไม่ทัน เพราะอย่างว่า ตอนนี้เขายังไม่มีกำลังจะไปสู้ผู้ชายที่เพิ่งยอมศิโรราบให้

 

            “พี่วิน เข้าไปได้ป่ะ”

 

            วินแทบจะปล่อยลมหายใจออกมาพรูใหญ่อย่างโล่งใจเมื่อได้ยินเสียงกราฟ แต่เจ้าตัวก็แค่สูดหายใจลึกๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา สองมือก็เช็ดผมไปด้วย

 

            “เข้ามาได้เลย”

 

            แอ๊ดดด ด

 

            “เมื่อกี้เสียงพี่หรือวะ โคตรแหบ”

 

            กราฟก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดเงินใบใหญ่ที่มีมื้อเช้าแบบจัดเต็ม และน้ำผลไม้อีกหนึ่งเหยือก สายตาก็กวาดไปทั่วห้องเพราะนึกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย และนั่นก็ทำให้วินจับลำคอตัวเอง

 

            เขาว่าเสียงเขาดีกว่าตอนตื่นมากแล้ว อาจจะเพราะได้น้ำชาร้อนๆ ไปช่วย แต่เหมือนจะยังแหบมากสำหรับคนฟัง

 

            “แบบนี้ก็ยังไม่หายดีน่ะสิ”

 

            กราฟวางถาดลงบนโต๊ะหน้าโซฟา แล้วก็เบิกตาโพลง

 

            “เฮ้ย พี่ไม่สบายแล้วไปอาบน้ำสระผมทำไม เดี๋ยวก็ไข้กลับอีกหรอก” วินที่งุนงงกับคำว่าหายดีชะงักไปนิด มองเด็กหนุ่มรูปหล่อที่ทิ้งตัวนั่งข้างๆ แย่งผ้าขนหนูไป แต่กลับไม่กล้าขยี้แรง แค่ซับๆ เช็ดๆ ด้วยความเป็นห่วง จนต้องเอ่ยปากถาม

 

            “ทำไมคิดว่าพี่ไม่สบาย”

 

            “อ้าว ก็เมื่อวานพอผมกลับมา ไม่เห็นพี่ลงมากินข้าวเย็น พอถาม ก็มีคนบอกว่าพี่ไม่สบาย แล้วพี่ภาคินก็โทรมาสั่งว่า...ห้ามเข้าห้องวินเด็ดขาด เข้าใจมั้ย...แม่งโคตรเผด็จการ” กราฟดัดเสียงล้อเลียนเจ้าของบ้าน แต่นั่นทำให้ภวิศแทบจะยกมือปิดหน้า

 

            กราฟไม่รู้ แต่ญาติเขา...รู้แล้ว

 

            ไม่ใช่ปณชัยหรอกที่จะไปสั่งให้คนทั้งบ้านบอกว่าเขาไม่สบาย น่าจะเป็นคำสั่งของคนที่มีหูตารอบทิศอย่างภาคินมากกว่า เขาก็ลืมไปว่าลูกน้องของปณชัยก็เป็นลูกน้องของภาคินอยู่ดี และคนบ้านนี้...ก็คนของญาติเขาทั้งนั้น

 

            ไม่แน่ว่าอาจจะรู้ตั้งแต่เขาถูกอุ้มเข้าห้อง

 

            “ถ้ารู้ว่าไม่สบายแล้วเข้ามาทำไม เดี๋ยวก็ติดหวัด”

 

            “ก็พี่ชัยบอกว่าเข้ามาได้แล้ว”

 

            กึก

 

            คนถามชะงักเสียเอง เงยหน้ามองคนที่ไม่เคยพยาบาลคนป่วย แต่พยายามเช็ดผมให้เขาด้วยความเป็นห่วง

 

            “ผมว่าพี่ย้ายห้องเหอะ ห้องนี้อาจจะยังมีเชื้อหวัดตั้งแต่ป่วยหนก่อนก็ได้ ไม่ก็ให้คนขึ้นมาทำความสะอาดครั้งใหญ่ ฆ่าเชื้อแม่ง ดูดิ พี่วินหน้าอย่างซีด” คนพูดก็พูดไปเรื่อย แต่สำหรับคนฟังแล้ว นี่ไม่ได้ซีดเพราะป่วย แต่น่าจะหมดแรงมากกว่า

 

            “ช่างมันเถอะ เขาว่าร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันมาต้านเชื้อหวัดเดิมๆ นี่ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” วินว่าง่ายๆ แต่นั่นเขาบอกตัวเองว่าต้องมีภูมิคุ้มกันปณชัยหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

 

            “แล้วนี่จะเช็ดแบบนั้นไปถึงเมื่อไหร่ แล้วเมื่อไหร่จะแห้ง”

 

            วินเผลอหัวเราะออกมากับท่าทางเก้ๆ กังๆ ของกราฟ จนเด็กหนุ่มหน้าบึ้ง

 

            “ก็ไม่รู้จะทำไงนี่หว่า งั้นพี่วินก็เช็ดเองเหอะ” นั่น เจ้าเด็กดื้อมีงอน แต่ก็ยังจ้องมาไม่ละสายตา

 

            “พี่วิน”

 

            “หืม”

 

            “พี่อย่าป่วยบ่อยๆ สิ”

 

            “ทำไม? หรือว่ากลัวไม่มีเพื่อนกินข้าวเย็น” วินว่าขำๆ แต่ทำให้กราฟก้มหน้าลง

 

            “เปล่า ก็แค่...เป็นห่วง”

 

            ท่าทางที่ทำให้ภวิศอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปชิดเด็กหนุ่ม แล้วดึงหัวมากอด

 

            กราฟเคยเป็นเด็กที่ไม่สนหัวใคร ดังนั้น การแสดงออกแบบนี้แปลว่าเขา...สำคัญ

 

            “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง แต่พี่ไม่เป็นไรแล้ว” วินว่าอย่างนึกเอ็นดู ให้เจ้าเด็กดื้อมันเงยหน้าขึ้นมาสบตา ไม่ว่าอะไรที่ถูกลูบหัว

 

            “แล้วพี่มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย บอกมาได้เลยนะ”

 

            ดวงตาที่ฉายชัดถึงความจริงใจทำให้วินนิ่งไปนิด มีแวบหนึ่งที่ลังเลว่าควรจะเล่าเรื่องของเขาให้ฟังดีมั้ย แต่แวบต่อมาก็บอกว่า...อย่าเลย อย่าดึงกราฟเข้ามาในความสัมพันธ์แสนยุ่งเหยิงนี่เลย ยังไงกราฟก็เคารพชัยเป็นพี่ชาย เขาไม่อยากให้เด็กคนนี้ต้องมองคนที่เคยเคารพด้วยสายตาเป็นศัตรู ไม่อยากให้สูญเสียคนสำคัญอีกคนไป

 

            วินไม่ได้เข้าข้างตัวเอง แต่เขาคิดว่าถ้าให้กราฟเลือก ยังไงกราฟก็ต้องเลือกฝั่งเขา

 

            “ช่วยที่ว่านี่ช่วยทุกอย่าง?” วินจึงยกยิ้มมุมปาก ถามขำๆ แต่แววตา...เอาจริง

 

            “ก็ถ้าไม่ได้ไปยั่วโมโหพี่ภาคิน...อื้อ!!!

 

            วินาทีที่กราฟตอบคำถามแบบเดียวกับที่บอกปณชัย ริมฝีปากนุ่มก็ประทับลงบนกลีบปากอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จนได้แต่เบิกตากว้าง ร้องอื้ออึงในลำคอ ทำท่าจะดิ้นหนี แต่ติดที่ว่ามือของวินเลื่อนมาล็อกที่ปลายคาง อีกทั้งปลายลิ้นอุ่นก็ฉกวูบเข้าไปในโพรงปากอย่างรวดเร็ว แล้ว...ส่งไปเกาะเกี่ยวลิ้นนุ่ม

 

            กราฟจูบกับวินมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้...ยิ่งกว่า

 

            หนก่อนคือการสอน แต่หนนี้เหมือนพี่วินจะเอาจริง

 

            งานนี้จะบอกว่าเพราะด้อยประสบการณ์ก็ได้ เคยจูบก็แค่กับพี่ภาคินคนเดียวก็ได้ แถมรายนั้นยังมาแบบกระชากวิญญาณ พอพี่วินมาในรูปแบบนุ่มนวล อ่อนหวาน ทั้งเกาะ ทั้งเกี่ยว ทั้งฉกเข้ามา แล้วดูดเบาๆ แถมอีกมือก็ลูบไหล่อย่างปลอบโยน คนอึ้งก็ทำได้แค่ตัวแข็งทื่อ เป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำตามใจเสียอย่างนั้น

 

            กราฟก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกจูบนานแค่ไหน กว่าที่จะตั้งสติยันไหล่อีกฝ่ายออกไปได้

 

            “พี่ทำอะไรวะ!” แน่นอนว่าพอปากเป็นอิสระก็โวยวายหน้าแดงก่ำ

 

            แผล็บ

 

            หากหน้าก็ยิ่งร้อนกว่าเดิมเมื่ออีกฝ่าย...เลียปาก

 

            ยิ่งเวลานี้ภวิศอยู่ในท่วงท่าที่ชันเข่าขึ้นมาบนโซฟาข้างหนึ่ง มืออีกข้างยันพนักโซฟา ก้มหน้าลงมาชิดเด็กหนุ่มที่เผลอเอนตัวนอนราบลงไป เท่านั้นไม่พอ ชายเสื้อคลุมอาบน้ำที่ทบกันอย่างดีในตอนแรกก็เผยอกว้างออก แลเห็นยอดอกสีอ่อนที่ชูชัน กับผิวกายขาวเรียบเนียน ดังนั้น พอวกกลับมามองหน้าชื้นด้วยหยดน้ำใส กับริมฝีปากสีแดงสด...เซ็กซี่ฉิบหาย

 

            นี่ถ้าไม่มีใจรักพี่ภาคินคนเดียวมาตลอด กราฟยังคิดเลยว่าเขาคงพุ่งเข้าใส่

 

ต่อค่ะ

 

            “ก็ไหนว่าจะช่วยทุกเรื่อง ช่วยเอาเชื้อหวัดไปหน่อยได้มั้ยล่ะ”

 

            “ห้ะ” คนถูกจูบก็ร้องอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าคนที่นับถือเป็นพี่ชายมาไม้ไหน และนั่นก็ทำให้วินหัวเราะ

 

            “นี่พี่เล่นบ้าอะไรวะเนี่ย!!” การหัวเราะที่บอกว่าเรื่องแพร่เชื้ออะไรนั่นก็แค่เรื่องตลก จนใช้หลังมือเช็ดปาก ซึ่งภวิศก็จัดการ...เอนตัวลงนอนหนุนตักกราฟในทันที

 

            “เอาน่า ก็แค่เหงาปาก”

 

            “เหงาแล้วต้องจูบด้วยหรือไง!

 

            “อ้าว แล้วถ้าเหงาปากจะให้ทำอะไร” วินลืมตามองเจ้าของตัก แบบที่กราฟก็หน้านิ่วคิ้วขมวด ดูเหมือนจะหาคำตอบให้เขาไม่ได้ อีกทั้ง...

 

            “ใจเต้นแรงนะ ระวังคินจะโกรธเอาที่ใจเต้นกับพี่”

 

            “เพราะใครล่ะ!!!” กราฟก็โวยลั่น สองมือกุมแผ่นอกข้างซ้ายที่เต้นแรงจนใครอีกคนได้ยิน จนวินหัวเราะอย่างชอบใจ

 

            “แล้วนี่ไม่ได้หวั่นไหวโว้ย เรียกว่าตกใจจนช็อกมากกว่า” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่กราฟก็ยังให้นอนตักเหมือนทุกครั้ง ขณะที่วินก็หลับตาลง

 

          สงบลงแล้ว

 

            ภวิศกระซิบบอกตัวเอง เพราะความรู้สึกมากมายที่สาดซัดอยู่ในใจมันค่อยๆ ทุเลาลง ทั้งอาการมวนในท้อง หัวใจที่สั่นรัว หรือแม้แต่ความหวั่นกลัวที่เกิดขึ้นเพราะผู้ชายอีกคน มันถูกแทนที่ด้วยความสบายใจจากเด็กที่รักเหมือนน้องชาย

 

            พออยู่กับกราฟแล้วเขาสบายใจ

 

            นั่นอาจจะเพราะไม่จำเป็นต้องคอยแสดงออกว่าเก่งตลอดเวลา เพราะกราฟเองก็ไม่ต้องการพี่ชายคนเก่ง แต่เป็นพี่ชายที่เข้าใจความรู้สึก และคอยอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งวินเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเขาก็อยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้างยามที่สับสน

 

            น่าแปลกที่คนคนนั้นคือเด็กหนุ่มเจ้าของตัก

 

            อย่างน้อยจูบนี้ก็พอจะทำเป็นลืมจูบที่ร้อนแรงยิ่งกว่า หนักหน่วงกว่า เป็นผู้ใหญ่มากกว่าได้

 

            “เอาน่า เดี๋ยวยังไงคินก็จูบทับรอยพี่อยู่ดี ถือว่าช่วยพี่ไม่ให้เหงาปากก็แล้วกัน” วินว่าง่ายๆ จนคนฟังถอนหายใจเฮือก หยุดเช็ดปากแล้ว

 

            “เหงานักก็กินเข้าไปสิพี่วิน นี่พี่ชัยบอกให้ผมลงไปบอกป้าแก้วเลยนะว่าพี่จะกินอะไร แล้วก็ให้ยกขึ้นมา พี่ชัยว่าอะไรนะ...เหมือนจะบอกว่าถ้าเป็นผม พี่น่าจะยอมกิน”

 

            “...”

 

            ภวิศเงียบกริบไปทันที เบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

          เกลียดคนรู้ทัน

 

            เขาเพิ่งรู้เมื่อกี้เองว่าสบายใจที่สุดยามอยู่กับกราฟ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว

 

            “แล้วใครว่าพี่อยากกินไข่เบเนดิก” วินหันไปมองจานอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกที่เป็น Egg Benedict ซึ่งประกอบไปด้วยขนมปังโฮลวีท ซ้อนขึ้นมาเป็นชั้นด้วยสลัดอโวคาโด วางตัดด้วยเบคอนทอดกรอบ สุดท้ายคือไข่สวยๆ ที่ราดด้วยซอสฮอลแลนเดซสีเหลืองอร่าม แถมมันยังมาถึงสองชิ้น กลัวเขาไม่อิ่มอีกนั่น ด้านข้างก็มีน้ำผลไม้เหยือกใหญ่ที่วินชอบกินตอนเช้า

 

            ปากว่าอย่างนั้น แต่ใช่ ตอนนี้เขาต้องการอาหารที่ให้พลังงานมาทดแทนส่วนที่เสียไป

 

            “ก็พี่ชัยบอกว่าพี่น่าจะอยากกินไข่ แล้วก็บอกให้ผมบอกข้างล่างว่าทำไข่เบเนดิก พี่ไม่อยากกินหรือ ผมว่าป้าแก้วทำออกมาน่ากินกว่าโรงแรมที่ลอนดอนซะอีก” วินไม่ตอบคำถาม เพราะเขาอาจจะเป็นคนทานง่าย แต่ถ้าให้เลือกระหว่างไข่ดาวหน้าตาบ้านๆ กับอาหารหน้าตาแบบนี้ เขาก็คงเลือกแบบนี้ และไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าหน้าตาอาหารทำให้ช่วยเจริญอาหาร

 

            “กินสิ” แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ตอนนี้เขาหิวมากจริงๆ

 

            ในเมื่อเล่นไม่กินอะไรมาข้ามวันแล้ว แถมออกแรงหนักขนาดนั้น...

 

          นี่หรือการเอาใจใส่ของนาย ก็งั้นๆ แหละ

 

            วินเบ้ปาก ปัดไล่ความคิดนั้นออกไปจากหัว เด้งตัวขึ้นมาเริ่มต้นมื้อเช้าอย่างไม่เกี่ยงงอน โดยมีกราฟที่ดึงเบคอนไปกินนั่งเป็นเพื่อน

 

            “เออใช่ ลืมอีกอย่าง”

 

            เด็กหนุ่มพึมพำ แล้วก็เดินไปที่ประตู ซึ่งวินก็ไม่ได้สนใจ เพราะความหิวมันมีมากกว่า คิดว่ากราฟคงลืมทำธุระของตัวเอง กระทั่ง...

 

            “กลิ่นอะไร!

 

            วินหันขวับไปมองประตูห้องอีกครั้ง แล้วพบว่ากฤติธีกำลังถือขวดเล็กๆ ที่มีก้านไม้หอมแท่งยาวเลยจากปากขวดเข้ามา ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้วินเผลอขึ้นเสียง แต่เป็นกลิ่นของมันต่างหาก...กุหลาบ

 

            “อโรมาอะไรสักอย่าง ผมก็แยกกลิ่นไม่ออก แต่ข้างขวดบอกว่ากลิ่นกุหลาบ” กราฟยกขวดขึ้นมาดมใกล้ๆ แล้วเดินเอามันไปวางไว้ที่โต๊ะอีกตัว หากเครื่องปรับอากาศก็พาเอากลิ่นมาตกลงบนตัวคนที่นั่งอยู่บนโซฟา จนวินเผยอปากอย่างลืมตัว

 

            “แล้วเอามันเข้ามาทำไม”

 

            “พี่ชัยขอให้เอาเข้ามาให้”

 

            “อะไรนะ!

 

            “เห็นพี่ชัยว่าพี่ชอบกลิ่นนี้ ผมก็เพิ่งรู้ เห็นว่าช่วยให้ผ่อนคลายหรืออะไรสักอย่าง แต่ผมว่ากลิ่นมันหวานๆ ยังไงก็ไม่รู้ นี่ก็ลืมวางไว้หน้าห้อง” กราฟยังไม่ได้หันมามองเจ้าของห้อง แต่กำลังสนใจกลิ่นที่ออกมาจากก้านไม้หอม จากนั้นก็ส่ายหน้านิด

 

          มันก็หอมดี แต่กลิ่นน้ำหอมพี่ภาคินหอมกว่า

 

            “งั้นผมวางไว้นี่นะ” กราฟหันกลับมามองนายแบบหนุ่ม แต่ก็ต้องชะงัก

 

            “เฮ้ยพี่วิน ไข้กลับหรือวะ”

 

            เด็กหนุ่มพุ่งเข้ามานั่งบนโซฟาทันที หน้านิ่วคิ้วขมวด แต่วินแค่โบกมือไปมาทำนองว่าไม่มีอะไร

 

            “พี่หน้าแดงแจ๊เลย” กราฟว่าพลางยกมืออังหน้าผากด้วยสีหน้าเครียดจัด แต่ดูเหมือนภวิศจะเครียดกว่า เพราะกลิ่นที่กำลังฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง แล้วมันก็พาลให้นึกถึงเรื่องที่ทำกันก่อนหน้า จนได้แต่สบถลั่นในใจ

 

          อยากจะตอกย้ำกันสักกี่ครั้งถึงจะพอใจ เมื่อคืนก็รู้มากเกินพอแล้วว่านายไม่ใช่แค่ของเล่น!

 

            ความคิดของคนที่ทำได้แต่เบือนหน้าหลบ แต่ไม่ว่าจะหลบไปทางไหน เขาก็ยังได้กลิ่นหอมที่หวานขึ้นจมูกลอยอบอวลไปทั่ว และมัน...กำลังโอบรัดหัวใจภวิศช้าๆ

 

..............................................

 

ต่อค่ะ

 

            ภวิศไม่ใช่คนร่างกายอ่อนแอ แม้จะเจอศึกหนัก แต่พอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กินอาหารจนอิ่ม และเอาขวดน้ำมันหอมระเหยไปโยนทิ้ง เขาก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมโข ดังนั้น เมื่อถึงเวลามื้อเย็น แล้วกราฟมาเคาะถามว่าจะลงไปกินด้วยกัน หรือให้คนยกขึ้นมา คนที่ไม่ชอบนอนเฉยๆ ก็ลุกขึ้นจากหนังสือที่อ่านค้างไว้ทันที

 

            “พี่ไปด้วย”

 

            “อ้าว แล้วขวดอโรมาไปไหนแล้ว”

 

            วินเงียบไปอึดใจ แต่เมื่อคนข้างกายยังทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกับเจ้าโหดเหี้ยม เลยตอบส่งๆ

 

            “กลิ่นมันแรงไป ดมแล้วปวดหัว”

 

            “นั่นสิ ผมก็ว่างั้น เมื่อกี้เดินลงไปเล่นกับไอ้โหด มันเห่าผมระงมเลย สงสัยกลิ่นติดตัวไปด้วย” คนพูดยกมือขึ้นดม แต่ไม่ได้กลิ่นอะไรแล้ว จนยักไหล่นิด เหลียวกลับมามองคนที่เคารพเหมือนพี่ชาย

 

            “พี่ไหวมั้ยเนี่ย หน้าแดงๆ”

 

            หากกราฟได้เห็นภวิศหน้าแดงต่อหน้าปณชัยสักครั้งคงเข้าใจ แต่เพราะเข้าใจผิดว่าไข้ขึ้น เจ้าตัวก็เลยเหมือนจะเข้าใจผิดไปไกลโข จนวินส่ายหน้า

 

            “ไปเถอะ กินคนเดียวเหงาไม่ใช่หรือ”

 

            คราวนี้เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง

 

            “ใครว่าผมเหงา”

 

            “คินอยู่สินะ” คำตอบของคำถามคือรอยยิ้มที่กว้างขึ้น และนั่นก็ทำให้...

 

            “งั้นลงไปกินกันสองคนเถอะ” ภวิศก็หมุนตัวทำท่าจะหนีกลับเข้าห้อง เพราะเพียงแค่คิดว่าญาติผู้พี่จะมองมาด้วยแววตารู้ทันแค่ไหน เขาก็ขี้เกียจไปปะทะฝีปากแล้ว ทว่า...

 

            หมับ

 

            “ไหงงั้นล่ะ ไปเหอะ”

 

            “นี่อ้อน?

 

            “เปล่า!!!” กราฟว่าเสียงดัง แต่เพียงคนฟังสบตาที่ดูหงอยลงนิด เขาก็...ใจอ่อน

 

            “เฮ้อ ไปก็ไป” สุดท้าย คนที่อยากเลี่ยงพี่ชายก็ยอมเดินเคียงลงไปยังห้องอาหาร หูก็ฟังเรื่องเล่าที่โรงเรียนของกราฟไปด้วยเหมือนที่ทำทุกวัน แต่เพียงก้าวขาเข้ามาในห้องอาหาร วินก็ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่หันหลังกลับ

 

            ไม่ใช่แค่ภาคินที่อยู่...ปณชัยก็อยู่ด้วย

 

            ผู้ชายสองคนที่หันมามองเขาเป็นตาเดียว ซึ่งภวิศคงไม่สะทกสะท้าน ถ้าไม่ใช่เพราะคนเป็นลูกน้องกำลังยกมุมปากขึ้นทีละน้อย และนั่น เขาเห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน

 

            มันรุนแรงเสียยิ่งกว่าเจอปากร้ายๆ เอ่ยทำร้ายจิตใจ

 

            วินชินกับความเจ็บปวด แต่เขาไม่คุ้นชินเลยสักนิดกับอาการ...ใจสั่น

 

            “พี่ชัยกินด้วยกันมั้ย”

 

            “ไม่ล่ะครับ เชิญคุณกราฟเลย” ผู้ชายที่ขีดเส้นว่าตัวเองเป็นลูกน้องว่าอย่างนั้น แบบที่ภาคินก็เอ่ยเสริม

 

            “ฉันยังคุยงานค้างอยู่อีกหน่อย กินก่อนเลย” ภาคินว่าจบก็ก้มลงไปมองเอกสารหนาเป็นปึ้ก อย่างที่วินอยากจะกลอกตา แล้วพูดใส่หน้าว่าดูหน้าเด็กตัวเองก่อนดีมั้ย เพราะพอพี่ชายเขาว่าจบ กราฟก็...เบ้ปาก

 

            ทว่า นี่ไม่ใช่เวลามาช่วยคนอื่น

 

            “อาการคุณวินเป็นยังไงบ้างครับ”

 

          ให้ตาย เกลียดสายตาแบบนี้!

 

            นายแบบหนุ่มคิดว่าถูกมองด้วยแววตาเย็นชายังรับมือง่ายกว่านี้ แต่พออีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเอาใจใส่ เขาก็ทำได้เพียงแค่หันหน้าหนี คำพูดถากถางหายเข้าไปในลำคอ สองมือกำหมัดแน่น  พยายามตั้งสติ

 

            “สนใจด้วยหรือไง”

 

          ใช่วิน แบบนั้นแหละ

 

            สองมือยกขึ้นกอดอก หันกลับไปสบตา เลิกคิ้วขึ้นนิด

 

            “ครับ ตอนนี้ผมมีหน้าที่ดูแลคุณวิน ถ้าไม่สนใจคุณวิน ผมจะไปสนใจใคร”

 

          ไม่ไหว ไม่ไหวจริงๆ

 

            วินคำรามก้องในหัวใจ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ทั้งที่อีกฝ่ายก็พูดคำว่าหน้าที่ชัดก้องเต็มสองหูเหมือนเดิม แต่เพียงแค่เปลี่ยนจากใบหน้าเรียบนิ่ง กลายเป็นใบหน้าคมที่ประดับด้วยรอยยิ้มบาง ความรู้สึกยามที่ได้ฟังกลับต่างกันลิบโลก

 

            เขาไม่คุ้นกับความรู้สึกหวิวๆ ในท้องแบบนี้จริงๆ

 

            กึก

 

            หากการเบือนหน้าหนี ทำให้สายตาสบเข้ากับ...ภาคิน

 

            คนที่จ้องเขาอย่างจับสังเกต แล้ว...มุมปากก็กระตุก

 

            “ฮึ”

 

            มันมากพอให้วินตัดสินใจทำแบบนี้...

 

            “เฮ้ย พี่วิน อื้อออ!!

 

            นายแบบหนุ่มจัดการจับปลายคางของเด็กหนุ่มม.ปลายให้หันมา แล้วไม่ต้องให้ใครตั้งตัวทัน วินก็โน้มหน้าไปประกบริมฝีปากกับกราฟอย่างรวดเร็ว

 

            นี่ไม่ใช่แค่การสงบสติอารมณ์ของเขาเท่านั้น แต่เป็นการเอาคืนพี่ชายที่ไม่ช่วยอะไรกันเลยสักนิด!

 

          เหมือนกันทั้งนายบ่าว

 

          “ภวิศ!!!

 

            การกระทำที่ทำให้คนยิ้มมุมปากเปลี่ยนเป็นใบหน้าเหี้ยมเกรียม แล้วคนที่บอกว่าติดคุยงานก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที ตวาดเรียกชื่อจริงที่บอกว่าโกรธจัด จนเจ้าของชื่อถอนริมฝีปากออก หันไปสบตา แล้วพบว่าเขา...ปลุกปีศาจขึ้นมาเสียแล้ว

 

            หากก็...ช่างสิ

 

            หมับ

 

            “พี่วิน! จูบอะไรตรงนี้วะ!” กราฟก็คว้าแขน รู้ตัวแล้วว่าความซวยมาเยือน หากคำที่หลุดปากทำให้เจ้าของบ้านยิ่งตาลุก

 

            “ตรงนี้! อย่าบอกนะว่าตอนลับตาฉัน...วิน!

 

            “ก็แค่จูบทักทาย”

 

            “ใช่! พี่ภาคิน ใช่ ก็แค่จูบทักทาย” กราฟก็พยักหน้าทันที พยายามหลบหลังนายแบบหนุ่ม หากจูบทักทายที่ว่าทำให้ภาคินย่างสามขุมเข้ามาหาสองพี่น้องร่วมโลกแล้ว จากนั้น...

 

            หมับ

 

            “งั้นฉันขอจูบทักทายด้วยคน” ภาคินจับแขนกราฟ โน้มหน้าเข้าไปใกล้ ว่าเสียงลอดไรฟัน แล้วลากออกจากห้องอาหาร แบบที่กฤติธีก็โวยวายลั่น

 

            “พี่วิน! ช่วยด้วยยยยย ช่วยด้วยโว้ย มาช่วยกันเลยนะ!

 

            หากเจ้าของบ้านมีหรือจะฟัง เพราะร่างสูงลากเด็กหนุ่มออกไปแล้ว เหลือเพียงภวิศที่หมุนตัวตามทันที

 

            “เดี๋ยวครับคุณวิน” เพื่อหนีผู้ชายอีกคนที่มองด้วยท่าทางสุภาพเช่นเดิม

 

            “ทำไม อยากจูบทักทายด้วยหรือไง” วินกลั้นใจหันไปสบตา แล้วพบดวงตาเรียบนิ่งที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

 

            “สักครู่นะครับ” ขณะที่อีกฝ่ายก็แค่ค้อมหัวให้ แล้วหมุนตัวออกจากห้องอาหาร จนวินขมวดคิ้วฉับ ลังเลว่าควรจะกลับขึ้นห้องตอนนี้ หรือรออีกฝ่ายดี แต่เมื่อสมองสรุปว่ายังต้องเอาตัวผูกติดชัยอีกนาน เขาควรจะชินกับความรู้สึกหวิวๆ ในท้องนี่ได้แล้ว

 

            ดังนั้น ร่างเพรียวจึงเดินตาม แล้วก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้ดวงตาคมเบิกกว้าง

 

            “นี่ครับ”

 

            “อะ...อะไร”

 

            วินเห็นแล้วว่าสิ่งที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายคืออะไร แต่กลับเอ่ยปากถามเหมือนคนโง่งม

 

            “กุหลาบพันธุ์เรดอีเดนครับ”

 

            ดอกกุหลาบงามในมือของปณชัยมีสีแดงสดที่ทั้งสวยงามและลึกลับ กลีบดอกเรียงกันเป็นชั้นหนาที่แลดูงดงาม อีกทั้งกลิ่นหอมของมันยังโชยเข้ามาในจมูกทันทีที่อีกฝ่ายดึงขึ้นมาเสมอดวงตา กลิ่นที่ทั้งหวาน หอม เป็นเอกลักษณ์จนไม่น่าแปลกใจเลยที่ใครๆ บอกว่ากลิ่นกหลาบยั่วเย้าอารมณ์ ยิ่งบวกกับดวงตาคู่คมที่จ้องมองมา วินก็รู้สึกว่าเขาเป็นใบ้ชั่วขณะ

 

            “ผมนำมาให้ทดแทนดอกที่คุณศิรภพให้คุณ”

 

            “ฮึ ดอกที่นายขยี้ทิ้งน่ะหรือ” วินกลืนทุกความรู้สึก ว่าเสียงเยาะ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับเพียงว่า...

 

            “ผมว่าพันธุ์นี้เหมาะกับคุณวินมากกว่าครับ”

 

            กุหลาบดอกงามถูกส่งมาตรงหน้า แล้วอาจจะเพราะดวงตาเข้มจัดนั้นก็ได้ที่บังคับให้วินเอื้อมไปรับมาถือไว้ ก้มลงมองกุหลาบสีสดดุจโลหิต ยามฟังเสียงทุ้มที่เอ่ยต่อ

 

          “คุณก็เหมือนสวนต้องห้ามที่ไม่ควรแตะต้อง”

 

            วินควรจะนึกน้อยใจคำพูดนี้ แต่เขากลับตัวสั่นสะท้าน เมื่อมองตาคู่คม...คนที่โน้มมากระซิบข้างหู

 

          “แต่ผม...ก็ละเมิดข้อห้ามแตะต้องไปแล้ว”

 

            ไม่หรอก เขาไม่ได้เป็นสวนต้องห้ามนั้นหรอก เขาก็เป็นแค่มนุษย์แสนโง่เขลาที่กำลังถูกงูร้ายล่อหลอกให้กินผลไม้ต้องห้ามในสวนอีเดนต่างหาก

 

            ผู้ชายตรงหน้าเขาคนนี้แหละที่เป็น...อสรพิษตัวนั้น

 

............................................

 

            ครบค่ะ ก่อนอื่น เรื่องไข่เบเนดิกก่อนเลยดีกว่า นี่เมย์อุตสาห์ใส่เอาไว้ลึกๆ แล้วนะเออ แบบว่าถ้ามองผ่านๆ ที่ลุงบอกว่าพี่วินน่าจะอยากกินไข่ก็แบบเสียพลังงานไง อารมณ์อยากกินไข่ลวกเสริมพลัง แต่ดันมีน้องที่มองลึกกว่านั้นว่าไข่ที่ว่านั้นหมายถึงไข่อะไร แบบตอนเขียนมันก็มีแวบผ่านมาแวบนึงเหมือนกัน แต่ดันมีคนศีลเสมอกัน คิดลึกอ่า 5555

            ส่วนต่อมาค่ะ คงไม่มีใครไม่รู้จักสวนอีเดนใช่มั้ยเอ่ย แล้วก็เข้าใจเรื่องสวนต้องห้ามบ้างสักนิดสักหน่อยใช่มั้ยคะ น่าจะเคยได้ยินเรื่องงูที่ยุยงให้อีฟกินผลไม้ต้องห้ามในอีเดนเนอะ (เอาเป็นว่าเออออว่าเข้าใจไปก่อนนะงับ แหะๆ) นั่นแหละค่ะ คำพูดของลุงมีความหมายแฝงอยู่แน่นอนจ้า ถ้าพี่วินเป็นสวนต้องห้าม เมื่อแตะต้องไปแล้ว มันก็หมายความว่า...ไม่มีทางถอยหลังกลับ เอาล่ะ คราวนี้ได้ตัวติดกันแบบห่างกายไม่ได้แน่นอน ส่วนใจนั้น...ระยะทางกำลังหดแคบเข้าหากันค่า

            ที่ไทเปหนาวอะ รอบนี้เมย์กะมาแบบชิลๆ แค่ 18 องศา สบายมาก แต่เอาเข้าจริงมันต่ำกว่านั้น ดันควันออกปาก ลมพัดมาทีนี่เข่าสั่นพั่บๆ ว่าง่ายๆ คือเลือกเสื้อมาบางไปชีวิตเปลี่ยนเลยทีเดียว T^T 

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

579 ความคิดเห็น

  1. #14454 Krystal wing (@AoengMB) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 17:21
    เห็นคำว่าไข่เบเนดิกแล้วนึกถึงคุณครัมเบอร์แบชอ่ะ ยิ้มแลง
    #14454
    0
  2. #14292 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 00:24
    พี่ชัยนี่คือแซ่บมากก เด็ดจีงงง วงวารกราฟฟ 55555
    #14292
    0
  3. #14241 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 11:03
    กราฟต้องติดร่างแหไปด้วยอีกคน5555
    #14241
    0
  4. #14197 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 12:55
    เขินนนนนนนนนอ่ะ
    #14197
    0
  5. #14158 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:48

    แซ่บ!!!!

    #14158
    0
  6. #13164 แหวน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 16:44

    อื้อหืออออออ พีีแกจัดเต็มซะ งานนี้น้องกราฟเราตูดพังแน่ๆ

    #13164
    0
  7. #13015 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 02:25
    วงวานน้องกราฟ 5555 เพราะพี่ภาคินไม่ช่วยพี่วินเลยเป็นไงล่ะ โดนแกล้งเฉยเลย โอ๊ย เอ็นดู
    #13015
    0
  8. วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 21:18
    วงวารกราฟ หนูโดนอีกแล้ว55
    #12461
    0
  9. วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:08
    กราฟซวยไป
    #12022
    0
  10. #11923 SiripanPhinukram (@SiripanPhinukram) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:47
    ื ืุึุข/
    ื. ผม้ฝ_จิ ไง
    #11923
    0
  11. #11921 SiripanPhinukram (@SiripanPhinukram) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:45
    V ั
    ไรMyG
    Que. until v
    #11921
    0
  12. #11919 SiripanPhinukram (@SiripanPhinukram) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:36
    G Y
    V
    G. The. I I have been jต ้ๅขภุีื
    เอาbsd is c
    Law
    : ไม่เวณใงมื
    #11919
    0
  13. #11634 lakkee (@lakkee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:19
    ขอบคุณค่ะ
    #11634
    0
  14. #10690 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:53
    ตอนนี้น่ารักอะ ลงเรือผีวินกราฟอยู่ด้วย กรี๊ดดดด
    #10690
    4
  15. #9658 Thitaphorn Tiemnara (@thitanana) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 11:47
    กราฟโชคดีนะ พี่ภาคินหึง งุ้ยยนนนน ><
    #9658
    0
  16. #9588 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 14:22
    กราฟซวยไปนะ
    #9588
    0
  17. #9560 nbbwink (@nbbwink) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 12:39
    ยิ้มทั้งตอนไปเลยค่ะพี่เมย์
    #9560
    0
  18. #9557 Baleef_MaMaNoo (@evefiww) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 12:19
    กราฟโดนหนัก วินก็เช่นกัน ฮื่อออ ผู้ชายบ้านนี้น่ากลัวนะคะ
    #9557
    0
  19. #9511 [:Wynn:] (@jemakub) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:56
    ถ้าบอกว่าเราเรือผี พี่วินน้องกราฟ เราจะโดนคนใหญ่มากกับนายเลขาใจเสือไล่ยิงมั้ยคะ? (' ^ ')?
    #9511
    0
  20. #9502 Nigdy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:30
    กราฟวิน กราฟวิน กราฟวิน \o/ #เรือผีที่แท้ทรู

    ไม่ชอบลุงเวอร์นี้เลย เอาคนเดิมคืนมาาาาาา จะได้กราฟวินต่อ ผิดๆ

    พี่วินไปไม่ถูกแบบนี้ไม่ชินเลยยย ต้องแซ่บๆสิ
    #9502
    0
  21. #9468 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:41
    อยากให้พี่วินกลับมาชินเหมือนเดิม ไม่ชินกะอีพี่ชัย เวอร์นี้เลย
    #9468
    0
  22. #9467 zayjutamas (@zayjutamas) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 18:01
    วินนี่แปลกเนาะชอบหาให้เค้าไปทั่ว เป็นพี่ชัยเราถอยดีกว่า ไม่นวลสงวนตัวเลยอ่ะ
    #9467
    0
  23. #9466 gnawkezi~* (@ikwang-dh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 12:57
    ลุงเว่อร์ชั่นนี้ทำพี่วินคนสวยใจสั่นหวั่นไหวกันเลยทีเดียว
    #9466
    0
  24. #9462 akapee (@akapee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 14:13
    ล่มเรือแล้วชิป วินกราฟได้มะ 555
    #9462
    0
  25. #9459 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 06:15
    ยังไม่ค่อยชินกับลุงเวอร์ชั่นนี้ อย่ายอมแพ้นะพี่วิน รีบกลับมาเป็นนางพญาเร็วๆนะ เอาคืนให้สาสมเลย ปล.เที่ยวให้สนุกนะคะพี่เมย์
    #9459
    0