จะหาความสุขได้จากที่ไหน?
เป็นคำถามอันแสนง่าย แต่เราจะหาคำตอบที่แท้จริงของมันนั้นก้ำกึ่งเสียจริง จะให้ตอบแบบหุนหันพลันแล่นก็ไม่มั่นใจที่จะตอบ หากตอบออกไปก็ยังลังเลในคำตอบ ว่าที่ตอบออกไปนั้นใช่หรือเปล่า?
จากคำถามที่ว่า เราจะหาความสุขได้จากที่ไหน? จะบอกว่าเป็นคำถามที่ว่ายากก็ไม่ยากซะทีเดียว จะว่าง่ายก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
แล้วอะไรล่ะที่เป็นสิ่งยืนยันคำตอบว่าสิ่งที่เราเป็นนั่นคือ‘ความสุข’
ใช่สารเอ็นโดฟินส์(Endophine)ที่ผลิตจากต่อมใต้สมองที่เป็นสารแห่งความสุขหรือไม่?
หรือรอยยิ้มพิมพ์ใจพร้อมดวงตาสุกสกาวบนใบหน้าแช่มชื่นของเรากันแน่?
เป็นตัวอย่างคำตอบที่ชวนให้ลังเลใจเสียจริง แต่ถ้าเกิดลองเปิดใจกว้างทำหัวให้โล่งแล้วหลับตานึกถึงความสุขล่ะก็......คำตอบที่ได้คือไม่มีคำตอบตายตัว
ทำไมนะเหรอ.....
ก็เพราะความสุขไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไข กฎเกณฑ์ หรือข้อแม้ใดๆ ดังนั้นอะไรก็ตาม ที่คุณคิดอยู่ในหัวแล้วทำให้คุณรู้สึกดี แอบยิ้มกริ่มและซาบซึ้งใจไปกับสิ่งนั้น นั่นแหละคือความสุขล่ะ
ความสุขที่ถูกต้องและแท้จริงแล้วนั้น คุณคือคนที่ตัดสิน และเป็นผู้นิยามความสุขด้วยตัวคุณเอง

เส้นทางไปหาความสุข....
เส้นทางที่ 1
ตัวเอง
ทุกวันนี้เคยถามตัวเองไหมว่ามีความสุขแล้วหรือยัง?
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากฐานะ
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากเงินทอง
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากยศถาบรรดาศักดิ์
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากการแก่งแย่งชิงดี
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากการเอาชนะ
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากการเอาเปรียบ
ไม่ใช่ความสุขที่มาจากการเห็นคนอื่นเป็นทุกข์
แต่ความสุขที่หมายถึงคือความสุขที่บริสุทธิ์จากหัวใจต่อโลกกว้างใบนี้ ต่อสรรพสิ่งต่างๆ นานา
ความสุขจากตัวเองมันอยู่ตรงนั้นแล
ความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินทองมากมายซื้อ มันเกิดจากหัวใจดวงน้อยๆ
แม้แต่การตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อพาเจ้าด่างออกไปวิ่งเล่นตอนเช้า เรายิ้มแก้มป่องกับท่าทางตลกของมัน สิ่งเล็กๆ น้อยๆ นั่นก็ถือเป็นความสุขจากตัวเราเองเหมือนกัน
ความสุขที่ออกมาจากใจ....ไม่ฝืนความรู้สึก ไม่แสดงแสร้งทำ นั่นแหละดีที่สุด
มีคนหลายคนค้นพบความสุขที่มาจากตัวเองแล้ว เช่น
สุขที่ได้จากการให้.....
ให้อย่างยินดีจากใจ
ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ให้ด้วยความสมัครใจอย่างแท้จริง
ให้โดยไม่ลำเอียง
ให้โดยปราศจากข้อแม้หรือเงื่อนไข
.....การให้เหล่านี้เป็นการให้ด้วยใจซึ่งตอบแทนเราด้วย‘ความสุข’อันมีคุณค่าทางใจ
การให้คือเครื่องยึดเหนี่ยวใจคน คนให้ก็สุข คนรับก็สุขเช่นกัน
การให้ใช่ว่าจะให้ด้วยเงินทอง แต่ยังมีการให้อีกหลายอย่างที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย อาทิ
การให้ไมตรี ให้น้ำใจ เท่านี้คนรับก็มีความสุขและเราก็มีความสุขด้วย
สิ่งเหล่านี้ถามว่าจะให้ใครทำให้ จึงจะได้ความสุขเช่นนั้น
คำตอบคือ‘ตัวเอง’
หากทำแล้วเย็นใจ ทำแล้วสบายใจ อะไรที่เป็นความสุขมอบให้ตัวเองก็ขอให้รีบทำเสีย
เพราะชีวิตนี้ไม่ได้ยาวนานนัก ลมหายใจสุดท้ายอาจหมดลงทั้งๆ ที่ไม่ทันจะเตรียมตัวด้วยซ้ำ
หากยากนักที่จะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุขจากตัวเอง?
ทำไม่ได้ คิดแล้วมันยากเกินไป
สิ่งแรกที่ควรจะทำคือ พิจารณาว่าอะไรที่เราทำแล้วบายใจ ทำแล้วหัวเราะมีความสุข ซาบซึ้งใจและปิติยินดีไปกับมัน
โดยตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า.....
ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม
หากพิจารณาแล้วว่าไม่เดือดร้อนกับใครก็ขอให้ทำ
แต่บางครั้งความสุขก็อาจเกิดจากความไม่ตั้งใจของเรา
เกิดขึ้นในขณะที่เราไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำก็มี
ดังนั้น อย่าได้กังวลว่าตัวเราจะสามารถมีความสุขจากตัวเราเองได้หรือไม่
แต่ขอให้กล้าที่จะยิ้มให้กับโลกแม้มันจะบูดเบี้ยวไปบ้าง
ยิ้มให้กับความสุขที่เกิดขึ้น ความสุขอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับเราโดยตรง
แต่เกิดขึ้นกับครอบข้างเราก็สามารถมีความสุขได้
.....สุขที่จะได้เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ ก็เป็นความสุขเหมือนกัน
อย่างเช่นพ่อกับแม่ปลื้มอกปลื้มใจที่เห็นลูกเรียนจบ
ถามว่าพ่อกับแม่เรียนจบกับลูกด้วยไหมก็ไม่ แต่ทำไมท่านถึงยิ้มมีความสุขได้ล่ะ
นั่นก็เพราะท่านได้รับความสุขที่ได้จากลูกนั่นเอง
อย่ากลัวที่จะมีความสุข.....
เมื่อไหร่ที่คิดว่าตัวเองท้อ หมดอาลัยในชีวิต
ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง
มีความรักก็อกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนคิดว่าชีวิตนี้จะมีความสุขไปทำไมในเมื่อต้องประสบพบพาลกับเรื่องเจ็บช้ำน้ำใจเหล่านั้น
อย่าลืมว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบของชีวิตเราจะหลีกหนีไปเสียก็ไม่พ้น
มันเป็นความทุกข์ที่อยู่กับเราได้ไม่นานก็จากไป
ให้มองในมุมใหม่ว่า ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่สมบูรณ์ผ่องแท้ไปเสียหมด
อันคนที่สมบูรณ์พร้อมซึ่งทุกอย่างนั้นหาได้ยาก
คนที่เราเห็นว่าเขาสมบูรณ์ทุกอย่าง ในซอกหลืบที่เราไม่รู้เขาอาจกำลังซึมเศร้า มีปัญญากับชีวิตอยู่ก็ได้
ให้คิดใหม่เสียว่า ความสุขจากสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงความสุขฉาบฉวย
มีก่อเกิดเป็นรูปร่างให้ชื่นชม ประเดี๋ยวก็พังทลายหมดไป
เสมือนน้ำแข็ง ที่รอวันละลายกลายเป็นน้ำ
เมื่อคิดแบบนั้นแล้ว ก็ให้มีสติกับสุขชั่วครั้งชั่วคราวของเราเหล่านั้นว่า
ประเดี๋ยวมันก็จะจากเราไป.....
คิดเช่นนั้นเราจะได้ไม่เจ็บจนบอบช้ำเกินไป เจ็บแล้วจะได้ลุกขึ้นมายืนใหม่ได้
ไม่โอนแอนเป็นหลักปักโคลนไปชั่วชีวิต
พร้อมตั้งรับกับความสุขใหม่ที่จะเข้ามา
เห็นไหมว่า ตัวเราเองเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดความสุขที่เข้ามา
และตัวเราเอง ที่เป็นผู้สร้างความสุขให้กับชีวิตเราได้
PS.ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาอ่าน เป็นบทความเล็กๆ ที่เขียนไว้นานแล้วแต่ไม่ได้เอามาลงสักทีหวังว่าจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเข้าใจความสุขและยิ้มไปกับความสุขของตัวเองเยอะๆ นะคะ ^____^
ความคิดเห็น