ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 9 : ศึกนี้มีเดิมพัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เจอหน้าเลยล่ะ

ตั้งใจหลบหน้ากันหรือเปล่า ห๊ะ!!
อย่าปล่อยให้โมโหนานๆอีกนะ ระวังจะเจอดี...

                เขาส่ายหัวเบาๆกับข้อความในจดหมาย  เอ๊... เดี๋ยวนี้อารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นทุกวันนะมัทราลิกาเนี้ย ขืนไม่ออกไปเจอหน้ามีหวังชีวิตฉันอยู่ไม่สุขแน่งานนี้  ปฐวีหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

 

--โรงอาหาร--

                สสิตางค์กับกายนุภพนั่งกินข้าวอยู่ข้างกัน พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงแลดูมีความสุข จนลืมสังเกตสีหน้าคนตรงหน้าว่าทำหน้าเบื่อโลกขนาดไหน นั่งเอาตะเกียบจิ้มๆๆ ม้วนๆ เส้นก๋วยเตี๋ยวในชามที่เริ่มอืดและน้ำชุบก็เริ่มแห้ง  อาหารโปรดยอดดวงใจวันนี้ช่างดูไม่น่ากินเอาซะเลย  มัทราลิกายกแขนข้างหนึ่งขึ้นเท้ากับโต๊ะแล้วเอาคางเกยกับฝ่ามือน้อยๆนั่น ใจลอยออกไปไปถึงไหนต่อไหน

                “ขอนั่งด้วยคนนะครับ” มัทราลิกาเงยหน้าขึ้นมองทันทีเพราะจำเสียงนี่ได้ขึ้นใจ แล้วทำท่ากระมิดกระเมี้ยนเป็นในๆ ไม่อยากแสดงออกมากไปจะเกินงาม  ปฐวีวางชามก๋วยเตี๋ยวบนโต๊ะแล้วเลื่อนเก้าอี้ตัวข้างๆมัทราลิกาเข้านั่ง อย่างเก้อเขินเช่นกัน

ทั้งโต๊ะยังคงเงียบสนิทไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา  สสิตางค์และกายนุภพที่คุยกันเอะอะเสียงดังก็เงียบไป อย่างกับว่าจะรอฟังว่าฉันกับวีจะคุยอะไรกันบ้างงั้นแหละ  ตาบ้าเอ๊ยนึกจะโผล่มาก็มาง่ายๆซะงั้น แหละ ไอ้ทีหายหัวไปก็ทำอย่างกับบุคคลสูญหาย  แบบนี้ฉันก็เขินน่ะเว่ย  หูมัทราลิกาเริ่มแดงๆ ถึงไม่ได้พูดอะไรออกมาสสิตางค์ก็มองออก พลางนึกขำอยู่ในลำคอแล้วกินข้าวต่ออย่างช้าๆ

ฝ่ายกายนุภพเองก็ดูเหมือนจะกินข้าวไม่ค่อยอร่อยซักเท่าไหร่ เมื่อมีหนุ่มละอ่อนกว่ากินข้าวขวางหูขวางตาข้างหน้าเขา  จะมาทำไมก็ไม่รู้ ธูปก็ไม่ได้จุดเรียก  เอ๊ะ นี่เขาจะอารมณ์เสียทำไมเนี้ย ทั้งที่ก็พอรู้มาบ้างอยู่แล้วว่าสองคนนี้เขากำลังดูๆกันอยู่ แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้  เขาเหวี่ยงขาข้างหนึ่งไปกระแทกขาปฐวีที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย จนอีกฝ่ายเผลอร้องออกมา อย่างสะดุ้งจนเส้นก๋วยเตี๋ยวในปากแทบจะหลุดออกมา

“มีอะไรหรอ?” มัทราลิกาหันมาถาม

“โว๊.. ชั้นล่ะซุ่มซ่ามจริงเล๊ย โทษทีนะน้อง” เขามองตามัทราลิกาครั้งหนึ่งก่อนจะหันมาสบตากับปฐวีที่อยู่ตรงข้ามแล้วยิ้มให้อย่างมีเลศนัย  ปฐวีก็ได้แต่ยิ้มตอบประมาณว่า ไม่เป็นไร

 

“กินข้าวเสร็จแล้วไปไหน ทำอะไรกันดีเรา” สสิตางค์โพล่งขึ้นมาเพื่อดับสถานการณ์ที่ดูเหมือนกำลังจะแย่ลงทุกขณะ

“อยากหาอะไรเล่นว่ะ ไม่ได้เล่นอะไรสนุกๆนานแล้ว” มัทราลิกาว่า

“วิ่งไล่จับ” กายนุภพเสนอ

“ไม่เอาหรอกเหนื่อยจะตาย ไม่ใช่เด็กแล้วนะ” มัทราลิกาค้าน

“หมากเก็บดีมะ?” ปฐวีเสนอบ้าง

“เออๆ อยากเล่นเหมือนกันไม่ได้เล่นนานแล้ว” สสิตางค์เห็นด้วย

“โหย หมากเก็บ ไม่เด็กเลย..” กายนุภพทำน้ำเสียงประชดพลางกลอกตาไปมา

“ชั้นก็อยากเล่น” มัทราลิการ่วมสมทบอีกคน “เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย งั้นตามนี้แหละ” เธอสรุปทำเอากายนุภพหน้าเซ็งแต่ก็เถียงไม่ออก

 

ใต้อาคารเรียนเป็นใต้ถุนเปิดโล่ง พื้นปูนราบเรียบ มีลมพัดมาเอื่อยๆเป็นระยะๆ และเด็กส่วนใหญ่ก็มักจะใช้พื้นที่บริเวณนี้ทำกิจกรรม นั่งเล่น นั่งคุย หรือบางคนก็นอนกลิ้งเกลือกไปมาประดุจว่าพื้นมีพรมปูไว้รอท่า พื้นที่กลางแจ้งเด็กบางกลุ่มก็เตะบอลอยู่ที่ลานกีฬาหน้าเสาธง  มีหลายคนที่ถึงจะอยู่มัธยมแล้วก็ตามแต่ยังนิยมเล่นการละเล่นพื้นบ้าน เช่น กระโดดยาง หมากเก็บเพราะมันเล่นกันได้หลายคน แถมยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย   พวกเขาก็มองหาทำเลเหมาะๆที่พอจะล้อมวงเล่นหมากเก็บได้

กราดๆๆๆๆ เสียงก้อนหินนับร้อยที่ถูกฝ่ามือทั้งสี่คู่ละเลงให้แผ่กระจายดังขึ้น เมื่อพวกเขาได้ทำเลที่เหมาะแล้ว

                “กติกานะ ห้ามเขยื้อน ห้ามระบายสี ห้ามปล่อยระเบิด ใครแพ้โดนดีดมะกอก คนชนะได้เล่นก่อน ที่สำคัญ ห้าม-โกง” สสิตางค์ว่าออกมาอย่างคล่องปาก คนอื่นๆได้แต่มองตากันปริบๆ แหม่..กติกาเยอะซะเหลือเกิน

               

                ทุกคนยื่นมือข้างหนึ่งตรงๆเข้ามาในวงแล้วส่ายๆ ไปมา  กายนุภพเองก็ไม่เคยเห็นที่ไหนเขาเล่นกันแบบนี้ งงตั้งแต่กติกาแล้ว แต่ก็ทำตามๆเขาไป

รายจาบบบบ คู่คู่คู่! คู่!!

ผลออกมาคือสสิตางค์และมัทราลิกาออกหงายเหมือนกัน ได้อยู่คู่กัน ส่วนอีกสองหนุ่มคงไม่ต้องบอก ต่างฝ่ายได้แต่เหลียวมองหน้ากันอย่างแทบเสียสติ กายนุภพสีหน้าผิดหวังอย่างชัดเจน แต่ปฐวีได้แต่ขำๆเพราะไม่นึกว่าจะได้คู่กัน  ทั้งสองสาวหลุดขำออกมาอย่างบ้าคลั่งเพราะเก็บอาการไม่อยู่ งานนี้ชัยชนะลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน

“ถือว่าอ่อนให้ละกัน ฝ่ายนายเล่นก่อน” มัทราลิกาพูดแล้วหันไปหัวเราะกับเพื่อนสาวต่อ เห็นทีงานนี้กายนุภพต้องร่วมมือกับปฐวีอย่างเต็มที่ซะแล้ว แม้เขาจะเล่นไม่ค่อยเก่งแต่มองดูที่ฝ่ายคู่แข่งดูถูกแล้วมันยอมไม่ได้

เกมการแข่งขันดูจะดุเด็ดเผ็ดมันมากๆ ไม่มีใครออมมือให้ใครเลยทีเดียว สองสาวก็ถึงขั้นระดับปรมาจารย์ด้านหมากเก็บทั้งคู่ อีกฝ่ายก็ดูท่าจะไปได้สวยถ้าไม่มีกายนุภพคอยรั้งท้ายซะก่อน ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเล่นจนก้อนหินเริ่มน้อยลงๆ และหมดไปในที่สุด ถึงเวลานับคะแนนแล้ว  แต่ละคนก็ช่วยกันนับก้อนหินของฝ่ายตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ

                “ฝ่ายชั้นได้ 68 เม็ด ชนะใสๆ” สสิตางค์เอ่ยอย่างสุขเกษมเปรมปรีดิ์

                “ฝ่ายเรา 32 เม็ด” ปฐวีตอบเสียงอ่อยๆ แล้วหันไปมองหน้ากายนุภพที่ทำหน้าเจื่อนๆ เพราะเขาแทบจะเล่นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ที่ได้มาขนาดนี้ส่วนใหญ่ก็ฝีมือตัวเองล้วนๆ แต่ก็เข้าใจเพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนพาลอะไร เกมก็ต้องมีแพ้ชนะเป็นธรรมดา

“แหงล่ะ โดนดีดคนละสิบแปดที ยื่นมือมาซะดีๆไอ้น้อง...” มัทราลิกาออกคำสั่งอย่างผู้ชนะ ใบหน้ายิ้มระรื่น

สสิตางค์ดีดฝ่ายแพ้ทั้งสองอย่างมีเยื่อใยไม่รุนแรงจนเกินไป แต่ด้วยความที่หลายครั้งความเจ็บปวดก็สะสมไม่น้อย มีเสียงซี๊ดซ๊าดหลุดออกมาเป็นทีๆ  มัทราลิกาเองก็ดีดปฐวีอย่างธรรมดาๆ แต่มาหนักที่กายนุภพไปหน่อยจนเขาโวยวาย “ลำเอียงนี่หว่า กับชั้นทำดีดซะแรงนิ้วเกือบหลุด” เธอไม่สนใจแถมยังทำหน้าแลบลิ้นปลิ้นตากวนประสาทเขาอีก

“เลิกเล่นดีกว่า ยังไงฝ่ายเราก็ชนะอยู่ดี” มัทราลิกายิ่มกระหยิ่มใจ

“ยัง” กายนุภพน้ำเสียงจริงจัง “ยังไม่ยอมแพ้ แต่ขอข้อเสนอที่มันเร้าใจกว่านี้หน่อย”

“อะไร”

“ถ้าคราวนี้เธอแพ้ เธอต้องเป็นเบ้ชั้นหนึ่งอาทิตย์”

“เฮอะ ฝันลมๆแล้งๆไปก่อนเถอะพ่อหนุ่ม ก็เห็นๆกันอยู่ว่าฝีมือเราน่ะมันคนล่ะขั้น”

“ไม่กล้าสินะ” กายนุภพทำสีหน้าหยัน พาให้มัทราลิกาทนไม่ได้

“ไม่เคยกลัวหรอก” เธอตอบอย่างใจเย็นแต่ส่งแววตาร้ายกาจให้เขา

“เฮ้ยๆ เรื่องมันชักจะจริงจังไปแล้วนะ” สสิตางค์ปราม

“เราแยกย้ายกันดีกว่าเนอะ” ปฐวีบอกด้วยเสียงละมุน แต่ด้วยอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของทั้งคู่คงไม่มีใครยอมฟัง

“อีกตาแล้วกัน และนายต้องตั้งใจเล่นด้วย คราวนี้ไม่ยอมแพ้แน่” น้ำเสียงออกจะเป็นประโยคคำสั่งมากกว่าขอร้อง

“ตางค์” คนถูกเรียกสะดุ้งโหย่ง เพราะน้ำเสียงนางมารเริ่มมาแล้ว “แกคงไม่อยากเห็นชั้นแพ้นะ” สสิตางค์พยักหน้าหงึกๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้

ฝ่ายหญิงเริ่มเกมก่อนตามกติกา มัทราลิกาดูมุ่งมั่นตั้งใจมากเกินไปจนเสียสมาธิ เล่นออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ฝ่ายชายกายนุภพ เองก็ดูทุ่มเทมากกว่าเดิม เขาเองก็เล่นเก่งใช่ย่อย เหมือนเขาวางเกมไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะทำเป็นแพ้ก่อนรอบแรกเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ แล้วก็เป็นไปอย่างที่เขาคิด

เกมนี้สองฝ่ายดูจะสูสีจน ตัดสินไม่ออกว่าฝ่ายไหนจะชนะ จนถึงเวลานับคะแนน กายนุภพรีบนับอย่างรวดเร็ว แล้วนั่งยิ้มกระหยิ่มใจ มองดูอีกฝ่ายที่ยังนับไม่เสร็จ

47  48  ….49  นี่ฉันแพ้ไอ้กายจริงๆหรอเนี้ย น่าขายหน้าที่สุด อุตส่าห์ออกตัวอย่างแรง เป็นไงล่ะ หน้าแหกซะหมอไม่รับเย็บ  มัทราลิกาคิดตีอกชกหัวตัวเองที่ดันแส่หาเรื่องปวดหัวแท้ๆ  พอเงยหน้ามาก็เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นเผยออกมาอย่างภาคภูมิใจซะเต็มประดา

“นี่นายหลอกให้ฉันตายใจก่อน และตะปบหลังชั้นใช่แมะ” เธอเริ่มเดาเกมออก เพราะคนอย่างนายกายนุภพมีรึที่จะคิดอะไรตื้นๆ

“ฉลาดดี.. เป็นอันว่าเธอต้องเป็นเบ้ชั้นหนึ่งอาทิตย์ตามข้อตกลง หวังว่าคงไม่ลืมนะจ้ะหนู” เขาหัวเราะ หึหึ ในลำคออย่างพึงพอใจ “ขอบใจนายด้วยนะปฐวี ถ้าไม่ได้นายชั้นคงแย่” เขาตบไหล่ชายรุ่นน้องเบาๆ แล้วยิ้มเย้ย

หมอนี่มันเป็นคนยังไงกันแน่  ปฐวีคิดในใจแววตาปนไปด้วยคำถาม

สสิตางค์ทำได้เพียงยักไหล่ให้ เพราะเป็นเพื่อนทั้งสองฝ่าย จึงวางตัวให้เป็นกลางมากที่สุดแต่ก็อดคิดไม่ได้  ไอ้สองคนนี้มันจะเล่นอะไรกันบ้าๆอีกแน่ โอยยย ฉันล่ะเหนื่อยใจจริงๆ

“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก” ทุกคนทำหน้าฉงน “ไว้จะบอกอีกทีว่าให้เริ่มงานเมื่อไหร่ อย่าด่วนความจำสั้นก่อนซะล่ะหนู...” เสียงนี้ทำเอามัทราลิกาเย็นสันหลังวาบ  ฉันล่ะเกลียดสีหน้า แววตา คำพูดแบบนี้จริงๆ ไอ้หน้าแพะเอ๊ย อย่าให้ถึงคราวฉันบ้าง แม่จะเล่นให้จำบ้านเลขที่ไม่ได้เลยคอยดู!!  เธอได้แค่คิดเงียบๆอยู่ในใจ  เพราะขืนทำอวดเก่งออกไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ

 

เย็นวันนี้อากาศกำลังดีเขาทอดสายตามองออกไปในทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าอย่างเต็มปอด หลังจากที่วิ่งเหยาะๆมาเป็นระยะทางกว่าห้ากิโล มาหยุดพักที่ปลายแหลมซึ่งทอดตัวยาวอยู่กลางทะเลสีคราม ที่แสนจะเงียบสงบ ร่างกายของเขาดูแข็งแรงกำยำขึ้นเยอะ คงเพราะการออกกำลังและฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง   เขาแหงนมองบนฟ้าก็เห็นใบหน้าเรียวใส ตากลมโต จมูกโด่งเข้ารูป เรียวปากน้อยๆสีแดงระเรื่อ ลอยเด่นอยู่บนนั้น  เขาส่งยิ้มให้เธอ แล้วเธอก็ยิ้มตอบเขา รอยยิ้มนั่นยังติดตรึงใจเขามาจนถึงทุกวันนี้ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสดใส  จริงใจ  บริสุทธิ์

ฉันคงทำได้แค่คิด..  คิดถึงเธอห่างๆอยู่ตรงนี้สินะมัท  ทำไมความห่างไกลไม่ได้ช่วยให้ฉันคิดถึงเธอน้อยลงเลย  เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วเริ่มออกวิ่งต่อไป

 

มัทราลิการู้สึกเย็นๆที่อก จึงเอามือคลำดู   สร้อย... สมพงษ์ ถ้านายยังอยู่ที่นี่เหตุการณ์บ้าๆแบบนี้ นายคงไม่ปล่อยให้มันเกิดแน่..  นายสบายดีหรือเปล่านะ  เธอคิดถึงเพื่อน คนที่คอยดูแลปกป้องเธอมาโดยตลอด แต่ต่อจากนี้ไปเธอคงต้องปกป้องตัวเองซะแล้ว...

© themy butter

19 ความคิดเห็น