พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,764 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    631

    Overall
    823,764

ตอนที่ 44 : บทที่ 21 พระชายาเอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    28 เม.ย. 60








องค์ชายสี่มีเมียเอกแล้ว นังหนิงก็ไม่ยอมเป็นเมียรอง
เฮ้ย ปวดหัวแทนป๋า 
55555555555555555555555





 


สัปดาห์ต่อมา...

นารากับซื่อจื่อออกมาทำธุระให้เฉินกูกูที่กรมพิธีการ ช่วงนี้ใกล้จะหน้าร้อนแล้วทางกรมจึงทยอยส่งผ้าพับใหม่สำหรับตัดชุดถวาย เฉินกูกูต้องการด้ายเงินด้ายทองเพิ่มอีกสักนิดรวมทั้งกระดุมงาช้างด้วย อากาศช่วงนี้เริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อย ตั้งแต่ถูกจู่โจมในศาลาหลังน้อยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สติสตังของนาราก็ไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวเลย

นาราเกาต้นคอแกรกๆ ทุกทีที่นึกถึงอิ้นเจิน คงเป็นเพราะสายลมแสงแดดและกลิ่นหอมของพรรณไม้นำพารายละเอียดที่มีแต่ความสับสนย้อนคืนมา ตั้งแต่สัมผัสจุมพิตกันในวันนั้น ทั้งสองก็ไม่ได้เจอหน้ากันเลย แต่พอได้ยินคนเอ่ยถึงชื่อของเขา หรือได้เห็นเขาเดินออกมาจากตำหนักไท่เสอไกลลิบๆ ชีพจรของเธอก็เต้นไม่เป็นส่ำจนน่าโมโห เมื่อไปถึงกรมพิธีการ นางกำนัลตาลอยเป็นปลาตายก็ยืนเอ๋อ วิญญาณหลุดจนคนจูงมือพาเดินอย่างซื่อจื่ออยากจะบ้าตาย

เบื้องหน้าทั้งสองนั้นกงกงผู้เป็นเจ้ากรมพิธีการกับจางกงกงกำลังโต้เถียงกันอยู่ ว่าด้วยเรื่องน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาจากเขาไท่ซาน การจะได้น้ำอันแสนบริสุทธิ์จากตาน้ำในหุบเขาแห่งสวรรค์นั้นยากลำบากและสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง ฮ่องเต้คังซีทรงต้องการนำมาบูชาเหล่าบรรพกษัตริย์ในงานวันเฉลิมพระชนม์ไทเฮาที่ใกล้จะมาถึงนี้ แต่ทว่าน้ำใสสะอาดอันแสนหายากยิ่งนั้นกว่าบรรทุกมาถึงเมืองหลวง น้ำก็หกบ้าง ระเหยไปบ้างจนเหลือเพียงเล็กน้อย จางกงกงเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยแทนฝ่าบาทจึงปวดหัวยิ่งนัก

“เราไม่มีเวลาส่งน้ำรอบใหม่แล้ว จะทำอย่างไรกันดีเล่า?”

“คงต้องกราบทูลฝ่าบาทตามจริงแล้วล่ะ”

“ไอ๊หยา หากฝ่าบาทพิโรธ หัวข้าก็ได้หลุดจากบ่าน่ะสิ” เจ้ากรมพิธีการหน้าซีดใจสั่น ปัญหาที่แก้ไม่ตกนี้สร้างความหวาดหวั่นไปทั่วกรม เหล่ากงกงตัวเล็กตัวน้อยนั่งกันไม่ติด นาราเองก็ได้ยินได้ฟังความทุกข์ร้อนของกงกงทั้งสอง แต่ตอนนี้สมองของเธอปิดระบบการทำงาน ร่างบางจึงเดินต้อยๆ ตามหลังซื่อจื่อไปรับของที่ต้องการและกลับตำหนักโดยไม่อยากยุ่งเรื่องของคนอื่นอีก

“พี่หนิงเอ๋อร์จะไม่ช่วยจางกงกงหน่อยเหรอเจ้าค่ะ”

“ไม่ล่ะ ข้าเข็ดแล้ว”

ซื่อจื่อละล้าละหลังเพราะช่วงที่เหยียนชีกงตกที่นั่งลำบาก จางกงกงก็ดีต่อเต๋อเฟยเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้นซื่อจื่อจึงแอบกระซิบถามเพื่อช่วยจางกงกง “แล้วถ้าเป็นพี่หนิงเอ๋อร์ พี่หนิงเอ๋อร์จะทำอย่างไรเจ้าคะ”    

ซื่อจื่อรู้ธรรมเนียม วางเงินหนึ่งอีแปะใส่มือนารา พอได้แตะเงินสมองอันเฉื่อยแฉะก็เหมือนถูกเปิดสวิตซ์อีกครั้ง นาราคิดอยู่อึดใจก่อนตอบ

“ง่ายนิดเดียว แค่เทน้ำวิเศษนั่นลงบ่อก็จบ”

“ข้าไม่เข้าใจเจ้าค่ะ” ซื่อจื่อยังงุนงง นาราจึงลากตัวนางกำนัลแก้มยุ้ยมาที่บ่อน้ำในละแวกนั้นพลางชี้ให้ดู “บ่อน้ำใสเย็นฉ่ำทุกบ่อในวังเชื่อมต่อกับทางน้ำใต้ดิน หากเทน้ำวิเศษจากหุบเขาไท่ซานลงไปผสมผสาน เพียงเท่านี้น้ำทุกหยดของวังแห่งนี้ก็จะกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย เท่านี้ต่อให้ฝ่าบาทต้องการใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์มากเพียงใด จางกงกงก็ตักมาถวายได้ทันใจและไม่มีอั้นด้วย”

ซื่อจื่อตาโต วาดนิ้วชี้จรดนิ้วโป้งยื่นให้ “พี่หนิงเอ๋อร์ฉลาดจริงๆ เจ้าค่ะ”

เงินแค่อีแปะเดียวไม่ช่วยอะไร ไม่นานนักระบบสมองของนาราก็ปิดทำงานอีก เดินเอ๋อตามหลังซื่อจื่อไปต้อยๆ ซื่อจื่อได้แต่ถอนหายใจเพราะรู้สาเหตุเกิดจากช่วงนี้องค์ชายสี่ไม่ได้แวะเวียนมาให้พี่หนิงเอ๋อร์ไถเงินนั่นเอง ซื่อจื่อจูงมือนาราเดินผ่านดงต้นพุดตานในอุทยานหลวง สังเกตเห็นผ้าเช็ดหน้าตกอยู่จึงก้มลงเก็บ

“ของใครทำตกเอาไว้กันนะ ปักลายเหมยกุ้ยงามเสียด้วย” ซื่อจื่อมองไปรอบๆ แต่ไม่พบนางกำนัลในละแวกนี้เลย แต่แล้วสายตาของซื่อจื่อก็ปะทะเข้ากับองครักษ์หนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่ง รูปร่างองอาจสันทัด เขาแต่งกายเต็มยศเนื่องจากอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นารามองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นปราดเดียวก็จำได้ว่าเคยเห็นลายปักแบบนี้มาก่อน

“ส่งผ้าเช็ดหน้าคืนให้เขาสิ นั่นเป็นของของเขา”

“พี่หนิงเอ๋อร์รู้ได้อย่างไรเจ้าคะ นี่เป็นผ้าเช็ดหน้าของผู้หญิง ไม่ใช่ของที่พวกทหารใช้กันสักหน่อย”

“คืนเขาไปเถอะ ตรงจุดนี้ไม่ใช่จุดที่ทหารองค์รักษ์อย่างเขาควรอยู่ แถมสีหน้าท่าทางลนลานแบบนั้นคงกำลังมองหาของอยู่เป็นแน่” นาราเอ่ยเสียงเรียบๆ ก่อนจะหันไปสบตาหลิวหลาน นางกำนัลคนสนิทของหรงเฟยซึ่งยืนหน้าซีดอยู่อีกทาง

ซื่อจื่อมองตามสายตาของนารา พอเจอหลิวหลานก็เดาออกทันทีว่าหลิวหลานกับนายทหารคนนี้แอบมีความสัมพันธ์กัน ซื่อจื่อจึงนำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปคืนนายทหารหนุ่ม เขาทำท่าดีใจและรีบรับผ้าผืนนั้นเก็บในแขนเสื้อและเดินจากไปโดยเร็ว

หลิวหลานเป็นธิดาขุนนางตระกูลสูงศักดิ์หนึ่งในแปดกองธง ได้รับคัดเลือกให้เข้าวังมาตั้งแต่อายุสิบสี่และนับว่าเป็นหญิงงามโดดเด่นคนหนึ่งจนมีเสียงเล่าลือกันว่าอาจมีฐานะเป็นกวนหนี่ว์จื่อ คือได้ถวายตัวรับใช้ยามค่ำคืน และอาจได้รับแต่งตั้งเป็นสนมตำแหน่งฉางไจ้หรือตาอิ้งในภายหลังได้ ดังนั้นการแอบมีความสัมพันธ์กันจึงเป็นเรื่องไม่บังควร แต่หญิงสาวภายในวังมีมากมายละลานตาราวกับดอกไม้ ความรักความรู้สึกนั้นห้ามกันได้ยากยิ่ง

ซื่อจื่อรู้สึกเห็นใจหลิวหลาน เพราะตนเองก็แอบชอบพออยู่กับเทียนจื้อเช่นกัน ปีหน้าซื่อจื่อจะปลดประจำการจากตำแหน่งนางกำนัล ทั้งสองก็สัญญาว่าจะแต่งงานกัน แต่กรณีของหลิวหลานนั้นยากลำบากกว่าเพราะฐานะแตกต่างกัน หลิวหลานเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ แต่อีกฝ่ายเป็นเพียงบ่าวในจวนซึ่งเติบโตมาด้วยกัน พอเขารู้ว่าหลิวหลานต้องเข้าวัง ชายหนุ่มก็ขอสมัครมาเป็นองครักษ์เพื่อดูแลหลิวหลานอยู่ห่างๆ ด้วย

“ข้า...” หลิวหลานมีสีหน้าหวาดกลัว เพราะหากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป ชีวิตของคนรักย่อมรักษาไว้ได้ยากยิ่งนัก แม้ว่าเหลืออีกแค่ปีเดียวหลิวหลานก็จะได้ออกจากวัง แต่ความรักนี้ก็ยากจะบรรจบจนแทบจะเรียกได้ว่าสิ้นหวัง

“วางใจเถอะ ข้าไม่ทำอะไรให้เจ้ากับเขาเดือดร้อนหรอก”

“ใช่ๆ ข้ากับเทียนจื้อเองก็แอบคบกันอยู่ ข้าเข้าใจดีว่ากว่าจะได้เจอกันมันลำบากแค่ไหน ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใครเลย เจ้าวางใจได้” ซื่อจื่อรีบปลอบหลิวหลานให้คลายกังวลพร้อมร้องขอให้นาราช่วยหาวิธีให้คนคู่นี้สมปรารถนา นาราก็ได้แต่ถอนใจเพราะไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่ปัญหาหัวใจของเธอเองก็ยุ่งเหยิงและไร้ทางออกพอกัน   

……………….

หลายวันนี้จวินอี้ทานข้าวได้เพียงนิดเดียว ตะเกียบของนางก็หยุดนิ่ง ใบหน้าซีดเซียวอย่างคนทุกข์ใจ ทั้งๆ ที่ตอนนี้เริ่มเข้าฤดูร้อนแล้วแต่หัวใจของจวินอี้ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาหนาวเหน็บ อ้างว้างไร้ทางออก จวินอี้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเหล่าสนมในวังถึงชื่นชอบขนมหวานบาดลิ้นกันยิ่งนัก นั่นเป็นเพราะหัวใจของพวกนางขมขื่นจนต้องหาของหวานมาชดเชยนั่นเอง

“ชมเบญจมาศดูสิเพคะ หวังเย๋ทรงสั่งให้คนงานปลูกไว้เต็มสวน หม่อมฉันขอตัดดอกมาประดับห้อง งามยิ่งนักเพคะ” จินจูไม่อยากให้เจ้านายซึมเซาในห้องทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ จึงพยายามสรรหาของสวยๆ งามๆ เพื่อดึงดูดใจพระชายาให้สดชื่นบ้าง “ดอกสีขาวนั่นชื่อมั่งคั่งสีขาว สีเหลืองชื่อมังกรเหนือหมู่เมฆ ส่วนสีเขียวอ่อนชื่อหยกรำพันเพคะ ดูสิเพคะ”

“หวังเย๋ล่ะ? ยังไม่กลับจากวังหรือ?”

“กลับมาสักพักใหญ่แล้วเพคะ ทางห้องเครื่องเพื่อจัดสำรับไปส่งที่เรือนทรงพระอักษร”

“หวังเย๋ไปหามันมาใช่รึเปล่า?!

“หม่อมฉันสอบถามจากคนติดตามแล้ว หวังเย๋ทรงไปเข้าเฝ้าถวายรายงานที่หยางซินเตี้ยนตั้งแต่เช้า หลังจากคุยงานทั้งวันจนจบก็เสด็จกลับยงหวังฝูทันที มิได้แวะไปที่ไหนเพคะ”

“ข้าไม่เชื่อ หวังเย๋ต้องแอบนัดแนะมันลับหลังข้าแน่! เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าอยากอยู่คนเดียว”

“พระชายา... อย่าคิดมากเลยเพคะ หวังเย๋ไม่ใช่หนุ่มเจ้าสำราญเหมือนอย่างอ๋องจวนอื่นๆ ทรงทำงานหนักทุกวันใครๆ ก็เห็น ตอนนี้นับได้ว่าฝ่าบาททรงไว้วางพระทัย มอบหมายงานใหญ่ให้หวังเย๋ ไม่แน่ว่าอาจจะมีพระราชโองการแต่งตั้งหวังเย๋ขึ้นเป็นรัชทายาทในเร็ววันนี้ก็เป็นได้นะเพคะ คิดดูสิ... หากเป็นเรื่องจริง ตำแหน่งฮองเฮาย่อมเป็นของพระชายาแน่นอนเพคะ”

“นางอูลานาลามันกำลังจะคิดแย่งตำแหน่งของข้าอยู่แน่ๆ”

“ไม่มีใครบังอาจถึงเพียงนั้นแน่นอน พระชายาดื่มชาเย็นจากเย่วโจวหน่อยมั้ยเพคะ ดื่มแล้วสบายกายสบายใจ หม่อมฉันใส่ดอกเหมยกับไม้สนลงไปด้วย ลองดูสักนิดนะเพคะ”

“ข้าไม่กิน”

“ทรงดูซูบซีดเหลือเกินเพคะ ให้หม่อมฉันตามหมอหลวงมาตรวจอาการดีมั้ยเพคะ”

“ไม่ต้องมายุ่ง! ออกไป! จะไสหัวไปไหนก็ไป!” จินจูลนลานออกไปตามคำสั่ง ทิ้งให้จวินอี้จมอยู่ในความคิดวนเวียนซ้ำซาก นานเท่าไหร่แล้วนะที่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า คนครัวคงจะทำกับข้าวไม่อร่อยเป็นแน่ องค์ชายสี่จึงไม่เสด็จมาที่เรือนแห่งนี้บ้างเลย จวินอี้วางตะเกียบและนั่งนิ่งอยู่ในเงามืดด้วยแววตาแข็งกร้าว มือคว้าดอกเบญจมาศมาขยี้จนแหลก รสชาติการถูกลืมเลือนเป็นเช่นนี้นี่เอง เธอลิ้มรสมันเสียจนอิ่ม

“หวังเย๋เป็นของข้า! เป็นของข้าคนเดียว” จวินอี้หัวเราะพึมพำในความมืดสลัว เปลวเทียนเต้นระยับ “ข้าไม่อยากเป็นอย่างเว่ยฮองเฮา[1] ข้าจะไม่เป็นอย่างเว่ยฮองเฮา ไม่! ไม่!

จินจูคอยเฝ้ารับใช้อยู่นอกประตูได้ยินเสียงพึมพำจึงเดินเข้ามาหา “พระชายาเรียกหาหม่อมฉันหรือเพคะ”

“ออกไป! ออกไป๊!!” อารมณ์ของจวินอี้แปรปรวนมากขึ้นทุกที ขว้างปาข้าวของและทำลายผ้าปักที่ตนเองทำค้างไว้ถวายเต๋อเฟยจนยับเยิน จินจูตกใจกลัวร้องไห้ ก่อนจะกระถดตัวถอยเมื่อนายหญิงย่างสามขุมเข้ามาพร้อมกรรไกร

“พระ...พระชายาเพคะ...”

“หวังเย๋ไม่ตำหนิข้าแล้วทำไมหวังเย๋ไม่มาหาข้า!” จวินอี้บ่นพึมพำ ตาเริ่มขวางขึ้นเรื่อยๆ “หวังเย๋ต้องแอบมีหญิงแพศยาคนใหม่ซุกอยู่ที่เรือนนั้นเป็นแน่ มันเป็นใคร?! บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!

“มะ...ไม่มี ไม่มีใครเพคะ ตอนนี้พระชายารองที่เหลืออยู่ล้มป่วยหนัก ส่วนอนุอีกสองคน นาง.. นางก็...” จินจูกลัวจนลิ้นพันกันไปหมด ดวงตาของจวินอี้แข็งกระด้าง ไม่สนใจฟังอะไรอีกทั้งนั้น มือกำกรรไกรแล้วตรงดิ่งไปยังเรือนทรงพระอักษร เรือนที่หัวใจของเธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปถึงได้เลยสักครั้ง จินจูแข้งขาอ่อนไม่อาจติดตามนายหญิงได้ทัน ทำได้แค่ร้องเรียกแม่นมกับคนอื่นๆ ให้ช่วยห้ามปรามพระชายา    

“พระชายาฟังหม่อมฉันก่อน พวกอนุเหล่านั้น มีอยู่คนหนึ่งขอละทางโลก หวังเย๋จึงอนุญาตให้บวชชีที่อารามหยกขาว ส่วนคนที่เหลือหวังเย๋เพิ่งจะทรงเอ่ยปากยกให้เหล่าองครักษ์คนสนิทเพคะ พระชายา...”

จวินอี้ตกอยู่ในอารมณ์หึงหวงจนหน้ามืด ไม่คิดสนใจฟังอะไรทั้งสิ้น คิดแต่เพียงว่าการที่พระสวามีห่างเหินเย็นชาไปจากตนเองเพราะทรงแอบมีหญิงคนใหม่ซุกซ่อนอยู่เป็นแน่ จวินอี้พรวดพราดเข้าไปภายในเรือนทรงอักษรพร้อมด้วยกรรไกร หูอื้อตาลายไปหมดแล้ว

ภายในเรือนทรงพระอักษรนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย แทบจะไม่มีเครื่องประดับโอ้อวดฐานะ จะมีก็เพียงเครื่องเรือนเครื่องใช้ที่จำเป็นและห้องหับแบ่งสัดส่วนแยกออกไปซึ่งเขาใช้หลับพักผ่อน ผนังทุกด้านเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสืออัดแน่นจรดเพดาน ส่วนตำรับตำราและเอกสารราชการมากมายที่วางค้างอยู่บนโต๊ะ

ช่วงนี้อิ้นเจินเร่งมือทำงานช่วยเสด็จพ่อทำนโยบายเรียกเงินคืนท้องพระคลัง จัดระเบียบการเก็บภาษีตามระดับรายได้ รวมทั้งการเร่งรัดหนี้จากท้องถิ่นที่ยืมของหลวงไปแต่ไม่จ่ายคืนก็ให้จ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย อิ้นเจินลงมือปราบทุจริตในราชสำนักอย่างหนักจนแทบมิได้พักผ่อน เขากำลังใช้ความคิดขณะแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีกำมะหยี่พร่างพราวดวงดารา ครุ่นคิดหาวิธีจัดหาลุ่มน้ำและผลผลิตเกษตร เพื่อให้การเรียกเก็บส่วยข้าวไม่กระทบต่อด้านอื่น

“หวังเย๋ ท่านโหมงานมาทั้งสัปดาห์แล้ว พักผ่อนให้เต็มอิ่มบ้างเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เฟิงหลง พ่อบ้านคนเก่าแก่ซึ่งรับใช้มานานช่วยฝนหมึกให้ และเทน้ำชาถวาย “ท่านนอนเพียงแค่วันละชั่วยาม หากไม่ระวังสุขภาพ ต่อให้ท่านยังหนุ่มยังแน่นก็อาจจะล้มป่วยได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าสบายดี”

“ท่านโหมงานจนเคร่งเครียดขนาดนี้ หรือว่า... จวนอ๋องแปดมีความเคลื่อนไหวอีกแล้วงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ยังไม่มีหรอก” ชินหวังอ๋องถอนใจเบื่อหน่ายพลางมองกองบัญชีที่เขาเพิ่งตรวจไปเมื่อครู่ “กิจการทั้งมวล ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุด แต่พวกน้องแปดไม่ตระหนักถึงจุดนี้ ในระหว่างที่ข้ากำลังตรวจสอบบัญชีอากร พวกน้องแปดจำเป็นต้องหยุดความเคลื่อนไหวไปอีกพักใหญ่... พวกเขาทำลายตัวเองอยู่แท้ๆ”

“งั้นหรือว่าฝ่าบาททรงเร่งงานท่านหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เปล่า... ข้าแค่จำเป็นต้องมีผลงาน” เขาพูดแกมหัวเราะ แม้ว่างานเหนื่อยและล่อแหลมต่อการขัดแย้งกับเหล่าชนชั้นสูงแต่เขายินดีทำ ปกติชินหวังอ๋องอิ้นเจินก็ทรงงานหนักมากอยู่แล้ว จู่ๆ กลับเร่งโหมงานเพิ่มขึ้นราวกับมีเป้าหมายอะไรบางอย่างในใจ เฟิงหลงไม่เข้าใจเลยสักนิดจึงอดเป็นห่วงไม่ได้

“หวังเย๋ ท่านเองก็อายุไม่ใช่น้อยแล้ว ทายาทสืบสกุลก็ยังไม่มีวี่แวว เหล่าพระชายารองเอยอนุเอยล้วนงดงามสมกับที่ท่านจวินอี้คัดเลือกมาถวาย แต่ท่านมีแต่จะหาเรื่องเฉไฉ มีอย่างที่ไหนปล่อยให้ลูกน้องมาโฉบฮูหยินน้อยไปทีละคนสองคน ใจกว้างเสียจนชาวบ้านนินทาขบขัน”

“เด็กๆ พวกนั้นเขารักกันชอบกัน อีกอย่างข้ารับพวกนางเขาจวนมาปกครองดูแลเฉยๆ ไม่ได้ร่วมหอ ข้าจะไปขัดขวางความรักของพวกเขาทำไมเล่า?”

“ท่านไม่ใช่ชายโสดมาตั้งแต่อายุสิบสามแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ จะมัวหวงเนื้อตัวไปเพื่อใครกัน”

อิ้นเจินไม่ได้ฟังที่พ่อบ้านบ่น เพราะสมองยังครุ่นคิดแต่เรื่องงาน งานที่กำลังทำรุดหน้าไปมาก แต่เขาไม่มีเวลาอีกแล้ว... ต้องเร่งงานให้เร็วกว่านี้อีก บุรุษหนุ่มรูปงามจิบชาเงียบๆ เพียงลำพัง เสี้ยวพักตร์กร้าวแกร่งทอดมองดวงดาว ตั้งใจจะพักสมองชั่วครู่แล้วค่อยลุยงานต่อ

“หากทรงต้องการอะไร ทรงเรียกใช้กระหม่อมได้ทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ”

“สั่งเด็กให้เตรียมน้ำอาบให้ข้าด้วยก็แล้วกัน อีกสักพักข้าจะอาบน้ำ”

“พ่ะย่ะค่ะ” เฟิงหลงยกถาดน้ำชาออกไปจากเรือน เจอพระชายาเอกยืนตาขวางแฝงกายในความมืดตรงระเบียงทางเดิน พ่อบ้านชราจึงหยุดคำนับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยังนึกโกรธแทนเจ้านายเรื่องตุ๊กตาสาปแช่ง แต่ชินหวังอ๋องอิ้นเจินสั่งห้ามพูดถึงอีก เฟิงหลงเป็นแค่บ่าวจะทำอะไรได้นอกจากก้มหน้ารับใช้อย่างขุ่นข้อง ไม่อาจเคารพนับถือนายหญิงผู้นี้ได้สนิทใจอีก 

“คำนับพระชายา”

“หวังเย๋อยู่ที่ไหน?!

“หวังเย๋ทรงงานอยู่ด้านใน พระชายาทรงกลับไปพักผ่อนเถิด อย่าเพิ่งเข้าไปรบกวนหวังเย๋เลย”

“...”

จวินอี้ไม่พูดไม่จา เดินถือกรรไกรเข้าไปในเรือนทรงพระอักษร เฟิงหลงตกใจรีบเดินตามไปห้ามปราม แต่จวินอี้ชี้กรรไกรขู่และตรงเข้าไปด้านใน พบว่าเขากำลังแหงนหน้ามองดวงดาวอย่างคนกำลังใช้ความคิด จวินอี้นึกสาปแช่งเขาอยู่ด้านหลัง อิ้นเจินช่างองอาจสง่างามจนน่าชัง สุขุมลึกซึ้งและเย็นชาดุจศิลาน้ำแข็ง ไม่ว่าเธอจะยืนอยู่เคียงข้างหรือยืนอยู่ตรงไหนก็ตามแต่ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สายตาของเขาทอดมองหมู่ดาว จวินอี้อยากจะรู้นักว่าหากเขามองดวงดาวจากเรือนของเธอจะแตกต่างจากการมองจากที่นี่อย่างไร? มันสวยนักหรืออย่างไร?!

และแล้วร่างสูงใหญ่ก็ละสายตาจากหมู่ดาวอันงดงาม ตวัดข้ามห้องโถงมายังพระชายาของตน วูบนั้นเองที่จวินอี้ตระหนักว่าตนสูญเสียเขาไปแล้ว

ไม่สิ... เธอไม่เคยครอบครองเขาเลยแม้สักนิดเดียวเลยต่างหาก

“รู้บ้างหรือไม่ว่าหม่อมฉันต้องเหนื่อยเพียงใดถึงจะได้เข้าใกล้ท่านสักนิด หัวใจของท่านทำด้วยอะไร เหตุใดจึงไม่มอบมาให้หม่อมฉัน เพราะอะไร?! หม่อมฉันมันน่ารังเกียจนักหรือ บอกมาสิ! หม่อมฉันผิดอะไร?! มีตรงไหนที่สู้นางหญิงชั้นต่ำคนนั้นไม่ได้บ้าง!

จวินอี้ละทิ้งความเป็นกุลสตรีสูงส่งของตน เปิดฉากบริภาษด่าทออย่างเดือดดาลราวกับคนคลุ้มคลั่ง อิ้นเจินรับฟังและทนความโกรธเกรี้ยวของจวินอี้เงียบๆ และเมื่อเธอพักลิ้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย สายตาของชินหวังอ๋องจึงเคลื่อนกลับไปมองยังนอกหน้าต่างอีก ทั่วทั้งโถงปกคลุมด้วยความเงียบ

ความเงียบนั้นคือคำกล่าวอำลาที่ทรงพลังยิ่ง

จวินอี้ตัวสั่นเทาไปทั้งร่างด้วยความอับอาย และรู้ว่าจะไม่มีวันได้ก้าวข้ามโถงอันกว้างขวางไปยืนเคียงข้างเขาได้ วันเวลาเปรียบดั่งสายน้ำไหลไม่อาจหวนคืน เกาทัณฑ์ที่ยิงพ้นจากแล่งแล้วไม่มีวันกลับมา หากเธอต้องเสียเขาไป จวินอี้ก็ไม่มีวันยอมให้ใครได้เขาไปเช่นกัน!

จวินอี้ปราดเข้าไปพร้อมกรรไกรคมกริบ อย่างน้อยขอให้เขาแสดงความประหลาดใจสักนิด ตกใจเสียหน่อย หรือเสียใจที่เธอคิดจะฆ่าเขาก็ยังดี อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เมินเฉยต่อเธอ

แต่ทว่าอิ้นเจินมิได้แสดงอารมณ์ใดๆ ใบหน้าคมคร้ามสมบูรณ์แบบมีเพียงความว่างเปล่าขณะหมุนกายกลับมาเผชิญหน้า ทรงบิดข้อมือของจวินอี้อย่างรวดเร็วโดยมิได้ใช้ความพยายามใดๆ ปล่อยให้กรรไกรหล่นหมุนคว้างไปหยุดที่ปลายเท้าของพ่อบ้านชราซึ่งอ้าปากค้างไปแล้ว

จวินอี้ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น

“เฟิงหลง...”

“พะ...พ่ะย่ะค่ะ”

“พาพระชายาไปส่งที่เรือนใหญ่ ส่งคนไปดูแลให้นางพักผ่อนอยู่แต่ภายในเรือน”

“ฮ่าๆๆๆๆ”

เฟิงหลงหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าพระชายาทรงกลายเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้ายไปเสียแล้ว “ตะ...แต่พระชายาทรงทำเช่นนี้... มีโทษใหญ่หลวงนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าทนได้”

“แต่ว่า...”

“นางต้องการจะเป็นพระชายาของข้าก็ให้นางเป็นไป แต่ข้าจะไม่มีวันพบหน้านางอีก”

“ฮะๆๆ หวังเย๋ไม่อยากพบหน้าหม่อมฉันอีกแล้ว ฮ่าๆ” จวินอี้ทรุดลงไปนั่งที่พื้น หัวเราะสลับกับกรีดร้อง การรักใครสักคนสุดชีวิตแต่ไม่ได้ความรักตอบ ต่อให้ดิ้นรนสักแค่ไหนก็ไม่อาจดึงเขาไว้ได้แม้สักลมหายใจเดียว แค่นี้มันเจ็บปวดทรมานพออยู่แล้ว แต่นี่มันยิ่งกว่าถูกเฉือนเนื้อทั้งเป็น จวินอี้รู้แล้ว เข้าใจแล้วว่าเหตุใดอิ้นเจินจึงไม่ปลดเธอออกจากตำแหน่ง...

“ถ้าไม่มีนางกำนัลชั้นต่ำคนนั้น ท่านจะรักหม่อมฉันหรือเปล่า ท่านจะรักหม่อมฉันใช่มั้ย?!” จวินอี้ฟูมฟายจนเผ้าผมยุ่งเหยิง “พูดมาสิ! ท่านไม่ไล่หม่อมฉันลงจากตำแหน่งเพราะท่านรักหม่อมฉัน! ฮ่าๆๆๆ พูดมา!

อิ้นเจินส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะย้อนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ในคืนสมรส... จำได้หรือไม่ว่าข้าเคยกล่าวไว้เช่นใด”

“จำได้สิเพคะ จำได้ไม่มีวันลืม” จวินอี้สะอื้นออกมาอย่างเจ็บปวด “หม่อมฉันขอให้ท่านสัญญาว่าจะไม่มีวันมอบตำแหน่งพระชายาเอกให้ใคร ไม่ว่าหม่อมฉันจะทำผิดพลาดสักแค่ไหนก็ตาม ฮะๆๆ ท่านช่างรักษาสัญญายิ่งนัก แม้แต่สีหน้าของท่านตอนนี้ก็ยังเย็นชาเหมือนคืนนั้นไม่มีผิด”

จวินอี้คร่ำครวญเหมือนคนสติแตก “ข้าคือชินหวังตี้ฝูจิ้น! ข้าคือพระชายาเอก!

“ไปซะ ไปอยู่กับตำแหน่งชายาเอกของเจ้า จงวางใจได้ว่าจะไม่มีใครพรากตำแหน่งของเจ้าได้จนกว่าเจ้าจะสิ้นลม”

“ฮ่าๆๆๆ ขอบพระทัยเพคะ” จวินอี้ยิ้มพลางหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาร่วงริน รู้ซึ้งแล้วว่าตำแหน่งพระชายาเอกที่ทรงมอบให้เธอมันคือทัณฑ์ทรมาน การลงทัณฑ์ทางจิตใจโหดร้ายกว่าลงทัณฑ์ทางกายมากมายนับพันเท่านัก 



[1] เว่ยฮองเฮา นางงดงามสูงส่งแต่จุบจบน่าเศร้า แม้ฮ่องเต้ฮั่นอู่จะทรงรักมากแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไปหาสนมโจว เว่ยฮองเฮาถูกสนมโจวกลั่นแกล้งให้ต้องโทษประหาร ฮั่นอู่ทรงนึกถึงความรักเก่าก่อนจึงสั่งหยุดมีดประหารแต่ไม่ทัน ฮั่นอู่กริ้วมาก แต่สนมโจวพูดเพียงคำเดียวก็กล่อมให้ฮั่นอู่เย็นลงเหมือนเป่ามนต์

 







นิยายจ้าา แม่เอ้ยยยยยยยยย 
มาซื้อนิยายไรท์กัลล์

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าฯ เป็นแนวเลี้ยงต้อย ป๋าอายุ 33 กะเด็ก 15
อ่านแล้วไอดังคุกๆๆๆ
5555555555555

ส่วนเรื่องอื่นเป็นแนวโรมานซ์ แวะไปส่องดูน้าาาา







ประกาศพรีออเดอร์อย่างเป็นทางการจ้า

>>>บุหลันแสนรัก<<<

(สนพ.เขียนฝันในเครือไลต์ออฟเลิฟ) วางแผงเดือนเมษายนนี้

 

ราคาปก 299 บาท
สามารถติดต่อสอบถามหาซื้อได้จากเว็บไซต์สนพ. หรือร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสนใจสั่งซื้อผ่านทางนักเขียน มีของพรีเมี่ยมแจก
 

 

โอนก่อนมีสิทธิ์เลือกลายก่อนนะคะ
จำกัดจำนวน 100 ท่านแรกที่อุดหนุนบุหลันแสนรัก รับฟรีตัวแท็กกระเป๋าเดินทาง

ส่วน E BooK จะวางจำหน่ายประมาณต้นเดือนพ.ค.ค่ะ

>>>แจ้งโอน ติดต่อสอบถาม https://www.facebook.com/maneerin.novel/
>>>อ่านตัวอย่างที่ https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1541242

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #6431 SnowQueenFox (@loveyouskysea) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:44
    ให้เป็นชายาเอกแต่ไม่ไดเป็นฮองเฮาใช้ม้า~
    #6431
    0
  2. #6413 Nu Nuch (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 05:17
    อุแหม่!!!...ชายสี่หมี่เกี๊ยวนี่ใจดีเจงๆ อยากได้ตำแหน่งก้อปล่อยให้นอนกอดตำแหน่งต่อไป แต่ตะเองก้อประกาศไปแระว่ายังไม่มีเมีย โอ้วจิตใจชั่งหนักแน่นแท ข้าน้อยนับถือ (>~^)
    #6413
    0
  3. #4804 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 11:11
    ชายาเอกน่ากลัว อย่าให้นางออกมาสร้างเรื่องอีกเด็ดขาดน่ะ
    #4804
    0
  4. #2054 yukihana (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 18:49
    นี่แหละรักแบบงมงายจนไร้สติ ก็ต้องยอมรับสิ่งที่รู้อยู่แล้วแต่พยายามหลอกตัวเองล่ะนะ ควบคุมคนเสียสติแบบนี้ดีๆละกัน
    #2054
    0
  5. #2023 NT_loven'mew (@mnlnmewmew) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 15:06
    คลุ้มคลั่งไปซะแล้ว เฮ้อ ช่างน่าสงสารจริงๆ
    #2023
    0
  6. #2021 KAPUU@2016 (@kapuu01) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:37
    นั่นจิ
    #2021
    0
  7. #2019 อณิลธิกา (@aninthika) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:34
    ไรท์ทำไรอ่า แก้คำผิดเหยอ
    #2019
    0
  8. #2018 รติพุฒิ (@bonuszalovelove) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:14
    ขอบคุณค่ะ
    #2018
    0
  9. #2017 ThE Zai (@dark-soleil) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 13:40
    นางทำตัวเองจริงๆนะ
    #2017
    0
  10. #2014 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 04:27
    นอนกอดตำแหน่งไปเถอะจวินอี้
    #2014
    0
  11. #2012 ถามออมดู. (@kanikaa2212) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:27
    เบื่อจวินอี้ ????
    #2012
    0
  12. #2011 ชะนี (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:02
    สงสารจวิ้นอี้อ่ะ คือองค์ชายสี่ไม่รัก ก็พูดคุยเอาใจใส่นางหน่อยก็ได้ ดูซิบ้าไปเลยนั่น เฮ้อถ้าไม่หลงผิดไปฟังคนเซี้ยมสอนคงไม่เปนแบบนี้
    #2011
    0
  13. #2010 สวยเลือกได้ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 19:44
    คนที่ไม่ใช่ทำอย่างไรก็ผิด!!

    ไม่รักคือ ไม่รัก ...จบนะ

    ปล.สงสารนะ แต่น่าจะรู้จุดยืนตั้งแต่เริ่มแรกแล้วมั้ย
    #2010
    0
  14. วันที่ 27 เมษายน 2560 / 19:25
    จะลงเอยยังไงหว่า
    ไม่อยากให้พระเอกแย่งชิงบัลลังก์เลย
    #2009
    0
  15. #2008 miNAMizu (@minami0189) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 18:48
    ใจนึงก็สงสารชายาเอกนะ รักคนที่เขาไม่รัก แต่อีกใจก็เวทนานาง คนเขาไม่รักให้อย่างไรก็ไม่รัก แล้วทำไมไม่รักตัวเองบ้าง ทำแบบนี้ยิ่งทำร้ายตัวเอง หวังว่านางจะคิดได้สักวัน

    ส่วนชายสี่ ก็น่าสงสารที่ต้องแต่งกะคนที่ไม่ได้รัก แต่น่าจะบอกกันตรงๆ หาวิธีอยู่กันแบบมีความสุขทั้งสองฝ่ายดีกว่า
    #2008
    0
  16. #2007 pakhaydaow (@pakhaydaow) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 17:37
    นางทำตัวเองแท้ๆ เราอยากให้นางเจอกคนที่ดีในแบบที่
    เหมาะกับนาง วันหนึ่งนางคงคิดได้แหละมั้ง
    #2007
    0
  17. #2006 123456chayada (@123456chayada) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 15:55
    ทั้งสงสารทั้งชายาเอกสงสารทั้งองค์ชายสีจะทำตามใจก็อยากอือรักหน่อรัก????????
    #2006
    0
  18. #2003 fly555 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 11:58
    สงสารชายาเอกวะ ผิดอะไรมาก่อนอะ โดนพระราชทานให้ มีใจให้ โธ่ๆ ๆ รักคนที่ไม่รักเจ็บปวด

    กลายเป็นบ้าเป็นบอเลย ขาดสติ บทพาไปไกลเลยทีนี้

    #2003
    0
  19. #2002 amporn (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 11:56
    ขอบคุณค่ะ
    #2002
    0
  20. #2001 kulanise (@kulanise) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 11:02
    องค็ชายนิ่งมากคะ สงสารชายาเอกคะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #2001
    0
  21. #1999 The Faith (@eaam_9) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 07:31
    โอ๊ยย แล้วนางจะโดนเด้งยังไงนิ
    #1999
    0
  22. #1998 อณิลธิกา (@aninthika) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 06:51
    ยังคิดทางออกของทั้งสามไม่ออกเลย
    #1998
    0
  23. #1997 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 04:33
    ถ้าสมัยมีแบบโรงบาลบ้านะเราจิให้จวินอี้ไปอยู่โรงบาลบ้าใน"ฐานะชายาเอก"
    #1997
    0
  24. #1994 M4l2s- (@mintaor) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 03:07
    อยากจะรู้เพียง.. ถ้าไม่มีเขาแล้วเราจะรักกันไหม // ตัวละครตัวนี้น่าสงสารออกครับ ยอมทำทุกอย่าง เพื่อคนที่ตัวเองรัก ทำทุกอย่างเพื่อให้เขาหันมามองบ้าง แล้ววันนึงมีใครก็ไม่รู้ ได้ครอบครองหัวใจของคนที่ตัวเองพยายามเพื่อเขามาตลอด แต่ก็ไม่ได้สักเสี้ยวใจ มันน่าผิดหวังออกนะครับ ก็นะ คนมันไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่อยู่ดี

    #อินจัด 555
    #1994
    0
  25. #1993 MeaniE_18 (@MeaniE_18) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 01:40
    นางมีสภาวะทางจิตนี่นา หวังเย๋ท่านต้องรีบรักษานางนะเพคะ ไม่งั้นปล่อยให้คลุ้มคลั่งแบบนี้ อีกหน่อยคงได้หยิบมีดมาแทงคนอื่นเข้าสักวัน
    #1993
    0