เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,102 Views

  • 3,718 Comments

  • 5,873 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,694

    Overall
    105,102

ตอนที่ 26 : หน้าที่25 ครอบครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 923 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

หลังจากที่ถูกกวีขัง นี่เป็นวันที่เจ็ดแล้วที่ผมอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ หรือถ้าให้สรุปง่ายๆ ก็คือผมถูกขังมาสัปดาห์กว่าแล้ว


ตอนแรกผมพยายามทำตัวเหมือนเดิมหรือไม่ก็ทำดีกับกวีมากๆ สีหน้าเขาไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกใดก็จริง แต่ผมคิดว่าเขาคงชอบที่จะให้ผมเป็นแบบนี้


ทว่าเขาก็ไม่ยอมปล่อยผมไป


ผมไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ตรงๆ เพราะกลัวว่าจะไปสะกิดอะไรไม่ดีเข้าให้ตื่นขึ้นมา อาทิตย์หนึ่งที่ผ่านมานี้ผมมีสภาพไม่ต่างกับนักโทษ ถูกกักขังให้อยู่ได้แค่ในบ้าน ใช้ชีวิตโดยที่มีสายตาของกวีคอยมอง


ตอนแรกผมรู้สึกอึดอัดและไม่ชินเลย ผมอยู่คนเดียวมานานมากจนหงุดหงิดเวลาที่จะต้องไปรอใครทำอะไร ทว่าวันหลังๆ ผมก็เริ่มปลงและปล่อยให้อีกฝ่ายใช้สายตามองผมต่อไป


แต่การที่อยู่กับกวีมีข้อดีตรงไม่ว่าผมจะอยากกินอะไร อยากได้อะไร อยากทำอะไรเขาก็จะตามใจผม ยอมให้ผมหมดทุกอย่าง ไปๆ มาๆ ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นนักโทษหรือเจ้าหญิงที่ถูกขังบนหอคอยกันแน่ถ้าจะมีคนปรนนิบัติรับใช้ถึงขนาดนั้น


พอเข้าสู่วันที่เจ็ดผมก็เริ่มคิดว่า ความจริงแล้วอยู่กับกวีก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เขาไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยคุกคาม ถ้าผมไม่อยากทำอะไรเขาก็จะไม่บังคับ เวลาอยากได้อะไรเขาก็จะหามาให้


นี่มันชีวิตในฝันชัดๆ


ไม่ต้องลุกไปทำงานตอนเช้า ไม่ต้องทำงานหาเงินจนแทบตายแล้วกินแกลบสิ้นเดือน ไม่ว่าอยากได้อะไรแค่นั่งอยู่เฉยๆ แล้วเอ่ยปากพูดก็ได้มาแล้ว


ผมเริ่มเกิดความรู้สึกทำนองว่า ความจริงแล้วการที่ถูกขังอยู่ที่นี่มันก็ไม่ได้แย่อะไร แลกกับการที่ขาดอิสระภาพแล้วได้ทุกอย่างที่ต้องการ ผมยอมแลกกับอิสระภาพดีกว่า ปกติผมก็นอนขี้เกียจเป็นก้อนบนเตียงอยู่แล้ว เอาอิสระภาพไปมันก็คงไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนักหรอก


เพียงแต่ผมรู้สึกว่าเรื่องมันไม่น่าง่ายถึงขนาดนั้น


ระหว่างที่กำลังเหม่อลอยอยู่ กวีก็วางถาดพิซซ่าลงบนโต๊ะตรงหน้า ผมเปิดถาดพิซซ่าก่อนจะหยิบกิน


กวีหยิบกินบ้างพลางลอบมองผมราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เมื่อผมกินเสร็จเขาถึงเอ่ยขึ้น


“ขอดูข้อเท้าหน่อย”


ผมยังไม่ทันที่จะยกเท้าให้เขาดู กวีก็จูงมือพาผมกลับไปที่ห้องนอน เขาดันตัวผมให้นั่งลงแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสข้อเท้าส่วนที่เสียดสีกับโซ่อย่างเบามือ


“ข้อเท้าถลอกหมดแล้ว” กวีพึมพำคล้ายกับกำลังพูดกับตนเอง ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วหายออกไปจากห้อง ไม่นานนักเขาก็กลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล เด็กหนุ่มมองแผลของผมแล้วพึมพำขึ้นว่า “..เสียดายข้อเท้าสวยๆ ของนายจัง”


“เสียดายก็ปลดออกสิ” ผมว่าก่อนจะหัวเราะขื่นๆ กวีเหลือบตาขึ้นมามอง ผมเหงื่อแตกพลั่กทันที


เมื่อกี้ผมหลุดพูดไปโดยไม่ทันยั้งคิดเนื่องจากความรู้สึกกดดันที่ถูกขังอยู่ในนี้มาเกือบสัปดาห์กว่า แต่พอเห็นท่าทางอีกฝ่ายดูไม่โกรธผมเลยรีบฉวยจังหวะนี้พูด “นายตั้งใจจะขังฉันจนถึงตอนไหน”


“จนกว่าฉันจะพอใจ”


จนกว่านายจะพอใจงั้นเรอะ ชาตินี้ผมคงไม่ได้ออกไปข้างนอกอีกแล้วล่ะมั้ง ผมลอบถอนหายใจแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม


“ทำไมนายถึงขังฉันเอาไว้”


“เพื่อให้มั่นใจว่านายจะไม่หนีหรือจากฉันไปไหน”


ผมกลอกตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดสายตามองที่เขา กวีทำแผลเบามือมาก เบาจนผมรู้สึกเจ็บเลยสักนิด


“แล้วฉันต้องทำยังไงนายถึงจะมั่นใจ”


ดูเหมือนกวีก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกถามแบบนี้ เด็กหนุ่มเงียบไปนานมาก สายตาดูประหลาดใจกับสิ่งที่ผมถาม


“นั่นสิ..”


ดูเหมือนกวีจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำยังไงเขาถึงจะมั่นใจ ผมสรุปเอาว่า กวีแค่กลัวผมหายไปต่อหน้าต่อตา เลยอยากขังให้ผมอยู่ในสายตาเพื่อความสบายใจตนเองเท่านั้น


ดังนั้นถ้าผมหาวิธีที่ทำให้อีกฝ่ายมั่นใจได้ จนถึงตอนนั้นกวีคงยอมปล่อยผมไป


แต่ว่าอะไรล่ะ?


อะไรที่ทำให้กวีมั่นใจ ในเมื่อที่ผ่านมาผมทำหมดทุกอย่างแล้ว ทั้งทำกับเขาเหมือนเดิม ทำกับเขาดีขึ้น แต่ผมก็ยังรู้สึกไม่ได้สักเศษเสี้ยวว่าอีกฝ่ายมั่นใจมากกว่าเดิมเลยสักนิด


บางทีถ้าผมหาคำตอบไม่ได้ ผมอาจจะถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดชีวิต


………………………………………….


……………………………


“ข้อเท้าดีขึ้นหรือยัง?” กวีถามในขณะที่คุกเข่าลงพลางเอื้อมมือไปสัมผัสข้อเท้าของผม เมื่อเห็นว่ารอยช้ำกับรอยแดงลดลง เด็กหนุ่มก็ผละมือออกมา


วันนี้เป็นวันที่สิบแล้วที่ถูกขังอยู่ในนี้


ผมก้มมองใบหน้าของกวีที่กำลังจ้องข้อเท้าอย่างครุ่นคิดว่าจะทำยังไงข้อเท้าผมถึงจะไม่บาดเจ็บจากการที่ถูกสายโซ่ล่ามไว้นานๆ อีก ทั้งๆ ที่คำตอบมันง่ายนิดเดียวคือเขาปล่อยผมไป แค่นั้นทุกอย่างก็จบแล้ว


ผมทรุดตัวลงนั่งเมื่ออีกฝ่ายผละออกไป ก่อนจะบ่นด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย “ฉันอยากเล่นเกม”


จากนั้นกวีก็เอาเครื่องเกมที่ไม่รู้ว่าไปซุกไว้ตรงมุมไหนของห้องออกมา


“....”


ผมแค่บ่นไปเฉยๆ ไม่ได้คิดว่ากวีจะมีจริงๆ สักหน่อย!


แต่ในเมื่อมีให้เล่นก็ดี สิบวันที่ผ่านมานี้ผมเบื่อจะแย่อยู่แล้ว สายตามองอีกฝ่ายที่กำลังเชื่อมสายเครื่องเกมเข้ากับจอทีวี แล้วเปลี่ยนช่องรีโมต ผมเลยรีบขยับตัวเข้าไปนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว มือก็คว้าจอยเกมขึ้นมาถือ “มีเกมอะไรบ้าง?”


กวีหยิบแผ่นเกมที่ถูกวางเอาไว้อยู่ในกองขึ้นมาแล้วเลือกผ่านๆ จะว่าไปผมเพิ่งรู้ว่ากวีชอบเล่นเกมด้วย ..แต่ทำไมตอนที่เป็นไดอารี่ผมถึงไม่เคยเห็นเขาเล่นเลยนะ


“ทำไมตอนที่ฉันเป็นไดอารี่ไม่เห็นนายเล่นสักเกม”


“ก็เล่นจบหมดทุกเกมแล้ว เลยไม่ได้เล่นต่อ ปกติไม่ค่อยชอบเล่นแบบมัลติ”


นี่มันเด็กติดเกมชัดๆ


ในกองแผ่นเกมนั้นมีเกมเกือบยี่สิบกว่าแผ่น แต่เขาเล่นจบหมดแล้วเนี่ยนะ.. ผมถึงกับใบ้กิน ปกติเครื่องเกมแนวนี้แพงจะตาย แผ่นที่ซื้อมาก็เป็นแผ่นแท้ทั้งหมด นี่พ่อกวีให้เงินใช้ต่อเดือนเยอะขนาดไหนกันเนี่ย


ระหว่างที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น กวีก็หันมาถามผม “ชอบเกมแนวไหน?”


“เอาเกมที่เล่นได้สองคนล่ะกัน เล่นคนเดียวมันน่าเบื่อ”


กวีหันไปเลือกเกมในกองแผ่นต่อไป สักพักเขาก็หยิบแผ่นเกมหนึ่งขึ้นมาที่เป็นรูปทหารอยู่บนหน้าปก แกะแผ่นออกมาจากกล่องแล้วใส่เข้าไปด้านในเครื่อง


จากนั้นกวีก็หยิบจอยอีกอันขึ้นมา กดเข้าหน้าเมนูเครื่องแล้วเลือกเกมที่อยู่รายชื่อแรก


ผมมองจอยอีกอันของกวีแล้วชะงักไปอยู่ครู่ใหญ่ เดี๋ยวสิ ในเมื่อกวีอยู่คนเดียวแล้วทำไมถึงมีจอยอีกอันได้? พอผมก้มลงมองจอยที่อยู่ในมือตัวเอง ผมถึงเห็นว่าจอยนี้ดูใหม่เหมือนเพิ่งแกะออกมาจากกล่องเมื่อครู่นี้เอง


ไม่ใช่ว่ากวีเพิ่งวิ่งไปซื้อมาใช่ไหม?


“ทำไมมีจอยสองอัน?”


กวีหันมามองใบหน้าผม ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอเกมต่อ “ความจริงเกมอันนี้ฉันกับน้องสาวเก็บเงินด้วยกันตั้งใจว่าจะซื้อมาเล่น ตอนซื้อจอยมาเลยซื้อสองอัน แต่หลังจากนั้นเธอก็เสียไปโดยที่ยังไม่ทันได้เล่นเลย”


อ่อ ดูเหมือนว่าเครื่องเกมนี้จะวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อห้าปีที่แล้วพอดีนี่นะ มิน่าทำไมจอยนี้ถึงดูใหม่มากเหมือนไม่เคยเล่นมาก่อน


ผมพยายามไม่สะกิดแผลของเขาไปมากกว่านี้ด้วยการเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นแทน


“ว่าแต่นี่เกมอะไร?”


“เกมยิงปืนน่ะ เล่นโหมดเปลี่ยนปืนไหม? พอฆ่าหนึ่งตัว ปืนก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจำนวนที่ฆ่าได้”


ผมพยักหน้าเออออตามไป ถามว่าเข้าใจไหม พูดตรงๆ คือผมไม่เข้าใจหรอก แต่คิดว่าเดี๋ยวลองเล่นสักตาก็เข้าใจเองนั่นแหละ


“ใครทำแต้มได้ถึงสองร้อยก่อนชนะ”


พอเลือกด่านได้กวีก็หันมาสอนวิธีการเล่นให้ เมื่อผมจำปุ่มได้แล้วเขาก็กดเริ่มเกม


……………………………………


…………………………


แม่ง


นี่มันรอบที่เท่าไรแล้วนะ ผมมองหน้าจอเกมด้วยสายตาว่างเปล่า อย่าว่าผมจะทำแต้มได้สูสีกับกวีเลย ความเป็นจริงคือผมแพ้แม้แต่บอทที่อยู่ในเกมด้วยซ้ำ


ส่วนกวีทำแต้มได้เร็วมาก เขาตายแค่สองครั้ง ในขณะที่ผมตายเป็นสิบ! ผมมองรายชื่อของตัวเองที่อยู่ที่ห้า ในขณะที่กวีตบบ่าผมราวกับจะปลอบใจ


คือถ้าไม่เห็นใจกันผมอาจจะรู้สึกดีกว่านี้


“ตอนแรกๆ ฉันก็ตายเยอะเหมือนกัน ตะวันเรียนรู้เร็วแล้ว”


ผมพยายามทำใจเชื่อคำปลอบใจของเขาแล้ววางจอยเกมลง “ช่างเหอะ ฉันไม่อยากเล่นแล้ว”


เล่นแล้วหงุดหงิด จะเล่นไปเพื่ออะไร ผมถอนหายใจแล้วขยับตัวมานั่งพิงกับเตียง สายตาก็จ้องมองสายโซ่บนข้อเท้าด้วยสายตาเหม่อลอย


ผมไม่รู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าอีกแล้วก็จริง ทว่าพักหลังมานี้ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับกวีมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป


ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นแค่ตัวผมคนเดียว หลังจากที่ถูกขังอยู่ในบ้านถึงสิบวันเต็ม หลายครั้งผมเริ่มมีความคิดที่น่ากลัวบางอย่างแล่นเข้ามาในสมองบ่อยๆ


ถ้าพูดออกไปให้คนอื่นฟัง หลายคนอาจจะว่าผมบ้าหรือถูกขังจนเสียสติไปแล้ว แต่บางทีผมอาจจะเสียสติไปแล้วจริงๆ คนปกติไม่มีทางคิดแบบนี้แน่ๆ


พักหลังมานี้ผมเริ่มรู้สึก ‘อยากให้กวีขังผม แล้วล่ามข้อเท้าให้อยู่ในห้องนี้ตลอดไป


ผมรู้ตัวว่าความคิดนี้ไม่ปกติ ตอนแรกที่ความคิดนี้เข้ามาในหัวผมสบถด่าตัวเองในใจว่า แกเป็นบ้าไปแล้ว ทว่าหลังจากนั้นผมก็หยุดคิดไม่ได้ ความคิดนี้กลับมาวนเวียนในหัวผมหลายครั้ง โดยที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงอยากถูกขัง


จะว่าผมเป็นคนชอบความรุนแรงก็ไม่ใช่ ที่ผ่านมากวีไม่เคยทำอะไรรุนแรงกับผม เขาทำดีกับผมมาก ดีจนผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเผลอใจไปหน่อยหนึ่งหากไม่ติดว่ามีโซ่ล่ามข้อเท้าอยู่


บางทีอาจจะเป็นเพราะ..ผมโหยหาความรัก ความอ่อนโยนจากเขานั่นแหละ


ในยามปกติที่อยู่ด้วยกันกวีไม่เคยดีกับผมถึงขนาดนี้ ทว่าเมื่อถูกขังอยู่ในบ้านนี้แล้วอยู่ด้วยกันถึงสิบวัน กวีก็ใส่ใจ เอาใจผมทุกอย่าง จนผมกลัวว่าถ้าเกิดว่าเมื่อใดที่ถูกปล่อย เขาจะยังใจดีหรือว่าใส่ใจผมแบบนี้อยู่อีกหรือเปล่า


ผมไม่ปฏิเสธว่าตัวเองขาดความรัก ในเมื่อโตขึ้นมากับครอบครัวที่ไม่เคยใส่ใจลูกคนกลาง แถมเวลามีเพื่อนก็มีแบบผิวเผิน สนิทกับทุกคนไปทั่วจนรู้สึกตัวอีกทีก็ไม่สนิทกับใครเลย ความรักจึงอยู่ห่างไกลตัวผมมาก


ทว่ากวีเป็นคนที่เอาความรักมาถมที่ที่ว่างเปล่าในจิตใจของผม


พอได้รับความรักมากๆ ผมก็เริ่มไม่อยากถอยห่าง ผมกลัวว่าสุดท้ายแล้วความรักที่มีให้มาตลอดวันใดวันหนึ่งจะหายไป ถ้าเกิดวันนั้นมาถึงผมคงเหมือนตายทั้งเป็น


คลับคล้ายกับความรักนั้นเป็นยาเสพติด เมื่อได้รับมากเข้าก็รู้สึกดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้เลยสักนิด จนถึงตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลัง ‘รัก’ อีกฝ่ายหรือว่าแค่ใช้ความรักของเขามาถมความเหงาข้างในหัวใจที่ว่างเปล่าเท่านั้น


พักหลังผมจึงไม่เคยเอ่ยขอร้องอีกฝ่ายที่จะออกไปจากห้องนี้ ผมอยากอยู่ในห้องนี้ต่อไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เขาขังหรือล่ามเอาไว้ เพราะอย่างน้อยการกระทำเหล่านั้นก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเขารักผมมากถึงขนาดไหน


โดยเฉพาะเวลาที่กวีมองมาที่ผมด้วยความรักใคร่ ความปรารถนา ความลุ่มหลงและความคลั่งไคล้ ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่า..ความจริงแล้วเวลาที่ผมเห็นสายตาแบบนั้นของกวีทีไร ผมจะรู้สึกดีใจมากจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ


อย่างน้อยก็ยังมีคนที่เห็นคุณค่าของผม มีคนที่รักผมอยู่บนโลกใบนี้


บางที..ผมที่คิดว่ากวีป่วยทางจิตมาตลอด ผมก็อาจจะป่วยตามเขาแล้วเหมือนกัน


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับที่กวีปิดเกมเสร็จ เขาหันมาถามผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง “มีเรื่องกลุ้มใจอะไร?”


กลุ้มใจเรื่องนายนั่นแหละ.. ผมอยากตอบคำนี้ออกไปมากๆ แต่สุดท้ายก็ได้แต่เงียบแล้วถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่ง


“ปกติแล้วเวลารักใคร มันเป็นความรู้สึกยังไง?”


กวีดูคาดไม่ถึงกับคำถามของผม แต่หลังจากเงียบไปพักหนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้น “สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉันเป็นความรู้สึกอยากครอบครอง แล้วก็อยากให้อีกฝ่ายมีความสุข”


“ดูขัดแย้งกันนะ” ผมว่าก่อนจะหยิบน้ำอัดลมที่วางบนโต๊ะเล็กขึ้นมาดื่ม “เพราะแบบนี้นายเลยขังฉัน แต่ยอมตามใจฉันหมดทุกอย่างหรือเปล่า?”


“ใช่”


ผมรู้สึกว่าความรักของกวีขัดแย้งกันสุดๆ ไม่รู้เพราะเขาเคยสูญเสียคนที่ตัวเองรัก หรือเพราะเคยคิดว่าผมทิ้งเขาไป กวีถึงได้มีความรู้สึกที่อยากจะครอบครองรุนแรงถึงขนาดนี้


แต่ถ้าลองคิดในมุมกวีแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เขาถูกทำร้ายจากสังคมรอบข้างอย่างหนัก แต่ว่าผมในตอนนั้นกลับเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจ ดังนั้นการสูญเสียผมในตอนนั้นคงไม่ต่างกับที่ยึดเหนี่ยวเดียวบนโลกหายไป


แล้วตอนนี้กวีก็กลัวว่ามันจะไปซ้ำรอยกับตอนนั้นอีก


ส่วนผม..ก็อยากถูกครอบครองเพราะกลัวว่าจะสูญเสียความรักที่มีอยู่ไป


ผมวางแก้วที่ใส่น้ำอัดลมลงกับโต๊ะ แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้กวี “หันหน้ามาหน่อยสิ”


กวีหันหน้ามาตามที่ผมบอก จังหวะนั้นผมจึงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบาก่อนจะโน้มเข้าไปประทับบนริมฝีปากคู่นั้น


สัมผัสจูบที่ผมมอบให้อีกฝ่ายเบาบางเหมือนขนนกและนุ่มนวลเหมือนปุยเมฆ เนิ่นนานมากกว่าผมจะผละออกมา หลังจากจูบเสร็จผมก็รีบหันหน้าหนีเขาอย่างรวดเร็วเพราะไม่กล้าสบตามอง


นี่ผมทำบ้าอะไรไปวะเนี่ยยยย!!


ถึงจะแค่จูบเฉยๆ ไม่ได้ใช้ลิ้น แต่มันก็เป็นจูบแรกอยู่ดี เอาเถอะ ผมรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรแคร์อะไรกับเรื่องจูบแรกหรอก แต่ปัญหาข้อสงสัยคือทำไมผมต้องจูบกวีด้วย..


เพื่อพิสูจน์ว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรักหรือเปล่าเนี่ยนะ..?


ผมรู้สึกว่ามันไร้สาระสิ้นดี จูบแค่นี้จะไปทำให้ผมรู้อะไรมากขึ้นได้ยังไง ในขณะที่ผมตั้งใจจะหันหน้ากลับไปเพื่อขอโทษกวีนั้น เขาก็ผลักผมให้นอนลงกับพื้น


ยังไม่ทันที่ผมจะได้ส่งเสียงอะไรออกไป กวีก็เอื้อมมือสอดเข้ามาที่ท้ายทอยของผมแล้วโน้มใบหน้าลงมาเพื่อจูบ


จูบครั้งนี้ไม่ได้เป็นจูบที่เบาบางเหมือนในทีแรกที่ผมมอบให้ มันเร่าร้อนและรุนแรงราวกับพยายามจะดื้อดึงครอบครองหรือต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ ขณะที่ผมกำลังตกใจกับการกระทำของอีกฝ่ายนั้น ลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากแล้วไล่เลียไปตามไรฟัน ก่อนที่จะหยอกล้อและเกี่ยวพันกับลิ้นของผมอย่างรุนแรง


ผมเอื้อมมือไปโอบรอบคอกวีทั้งๆ ที่ใบหน้าแดงก่ำ ในขณะที่อีกฝ่ายหยอกล้อกับลิ้นอย่างโหยหาราวกับต้องการจะกลืนกินผมเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น


ระหว่างที่กำลังจูบอยู่นั้นกวีก็สอดมือเข้ามาภายใต้ร่มผ้า มือของเขาสัมผัสไปตามร่างกายของผมอย่างตะกละตะกลาม อุณหภูมิร่างกายพุ่งขึ้นสูงทุกขณะ จังหวะที่กวีกำลังจะปลดเข็มขัดออกนั้นผมถึงได้สติแล้วออกแรงผลักอีกฝ่ายออกไป


กวียอมปล่อยมือกับยอมถอนริมฝีปากออกแต่โดยดี เขาถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่อยากทำ?”


คือว่ายังไงดี.. ผมรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก จะให้บอกว่าผมยังไม่แน่ใจว่ารู้สึกชอบก็ยังไงๆ อยู่ “คือ..คือว่าฉันยังไม่ได้เตรียมใจมา..แล้วก็กลัวนายเจ็บด้วย”


ผมไม่อยากบอกว่าอายุ30แล้วยังไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมจะรู้สึกเศร้าไปมากกว่านี้อีก


“กลัวฉันเจ็บทำไม?”


ผมกระอักกระอ่วนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตอบน้ำเสียงอ่อย “ก็ฉันไม่เคยทำ..ถ้าเกิดเผลอทำรุนแรงจนนายเจ็บจะทำยังไง”


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันทำเองจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องฉันเจ็บ”


มันใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ไหนล่ะ!!


ผมสูดลมหายใจ ก่อนจะพึมพำน้ำเสียงต่ำลง “ฉัน..ยังไม่พร้อม”


ยังไม่พร้อมทั้งถูกทำหรือเป็นคนทำนั่นแหละ


กวีไม่ว่าอะไร เขายอมผละออกมานั่งดีๆ ในขณะที่จ้องมองมายังทางผมแบบไม่ละสายตา


“ทำไมเมื่อกี้ถึงจูบ?”


“เพื่อพิสูจน์มั้ง..”


“พิสูจน์อะไร?”


“....”


ถ้าผมพูดไปตามตรงว่าเพื่อพิสูจน์ว่าความจริงแล้วฉันชอบนายหรือแค่อยากได้ความรักของเขามาเยียวยาจิตใจเท่านั้น เขาจะโกรธหรือเปล่า


ช่างเถอะ ผมจะไปกลัวกวีโกรธทำไม ขนาดตอนที่เขาล่ามข้อเท้าผมเขายังไม่กลัวผมโกรธเลย


“พิสูจน์ว่าความจริงแล้วฉันชอบนายหรือแค่อยากได้ความรักมาถมข้างในจิตใจเฉยๆ”


กวีมองผมด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก เขาเงียบไปอยู่นานมากแล้วถามขึ้น “มันต่างกันตรงไหน?”


“ต่างกันตรงที่อย่างที่สองฉันไม่มีความรู้สึกอะไรให้เลย แต่แค่เห็นแก่ตัวอยากได้ความรักจากนายเท่านั้น”


“จะแบบไหนก็ไม่เห็นสำคัญ แค่อยู่ข้างๆ ไม่หนีไปไหนก็พอแล้ว”


“แต่…” ผมพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วเงียบไป รู้สึกว่าความรักของกวีแปลกจริงๆ นั่นแหละ ขนาดผมที่คิดว่าตัวเองแปลกแล้วยังรู้สึกว่ากวีแปลกกว่าเลย “ทนได้หรือไงถ้าเกิดว่าความจริงแล้วฉันไม่ได้รู้สึกรักเลย แต่แค่หลอกใช้ความรักนายเฉยๆ”


“ถ้ามันทำให้ฉันได้ครอบครองนายหรือว่าทำให้นายมีความสุข แบบไหนฉันก็รับได้”


ผมก้มหน้าลงมองพื้น รู้สึกเหมือนว่ามันมีอะไรไม่ถูกต้อง แต่ก็ตอบไม่ได้ว่าอะไร


แล้วทำไม..


ผมถึงต้องรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออกตอนได้ยินคำพูดของเขาด้วย..?


-----------------------------------------------------------------------


[Talk]

สีหน้าของคนอ่านที่อ่านตอนนี้จบแล้วพบว่า 'อ่านมาจนยี่สิบตอนแล้วแต่เพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีใครปกติสักคน'




ตอนนี้มีหลายประเด็นให้พูดถึง แต่ก่อนอื่นทุกคนจงมาร่วมฉลองที่นิยายเรื่องนี้หลุดจากหมวดระทึกขวัญเข้าสู่นิยายวายจิตป่วยสักทีค่ะ เฮฮฮฮฮฮ(........) หลังจากกินเวลากันมา20กว่าตอนก็มีฉากจูบ555555555555555555555555 เพราะฉะนั้นไม่ต้องส่งคำถามเข้ามาแล้วนะคะว่าอันนี้นิยายสยองขวัญหรือนิยายวาย55555555555555555


ป.ล.ข่าวร้ายคือ หลังจากนี้เราจะติดไฟนอลยาวๆ ฉะนั้นอาทิตย์หน้าเราจะเปลี่ยนเวลาอัพเป็นสองตอนต่ออาทิตย์แทน (อัพวันศุกร์กับอาทิตย์ ข้ามวันเสาร์) และถ้าเข้าสู่ช่วงสอบเมื่อไร เราอาจจะไม่ได้โผล่มาอัพเลยหรืออัพแค่หนึ่งตอนต่ออาทิตย์เท่านั้น











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 923 ครั้ง

160 ความคิดเห็น

  1. #3716 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 09:42
    เกิดมาเพื่อคู่กัน ชั้นได้สติแตกไปแล้วววววววว แงงงง บ้าไปแล้ว ไม่มีคนปกติเลย (;^; )( ;^;)(;^; )( ;^;) มองงง
    #3716
    0
  2. #3708 sprinkle star (@aleenaaom) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 07:43
    เป็นความรักแบบที่น่าหลงไหลจริงๆค่ะ Q-Q คือ-คือ เรื่องที่ตัวละครทุกตัวป่วยแบบนี้สำหรับเราคือมันเรียลมากๆ ชอบมากๆๆเลยค่ะ แงงงงง
    #3708
    0
  3. #3665 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:53

    เหมือนเขาเกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆอะ 



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:54
    #3665
    0
  4. #3624 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:05
    คำแรกที่นึกขึ้นมาได้เลยคือตะวันกลายเป็นโรค Stockholm syndrome(สตอกโฮล์มซินโดรม) รึเปล่า แต่ก็ฟิน(?)ดี อ้า~//โดนตบ
    #3624
    0
  5. #3565 Naki Risa (@kornon82) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 18:31
    ดูก็รู้แล้วค่ะว่าตะวันเป็น Stockholm Syndrome ซึ่งก็ไม่แปลกทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขของโรคซะหมดเลย อยากอ่าน NC แย้วววว#คนบาปปป😂
    #3565
    0
  6. #3484 Muttatae (@Muttatae) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:05
    ชอบนิยายฟิลนี้จริงๆ ค่ะ แล้วก็ชอบประโยคสุดท้ายของกวีในตอนนี้มากๆ เลย
    #3484
    0
  7. #3379 basdy (@warapich) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 08:13
    นิยายเนื้อหาเข้มข้นมาก แต่พอเลื่อนมาอ่านTalkของไรท์ฮามาก ดีๆๆ
    #3379
    0
  8. #3340 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 22:32
    อาการแบบนี้ เขาเรียกว่า "stockholm syndrome" นะ ตะวันเอย.........
    #3340
    1
    • #3340-1 xib, (@xib1) (จากตอนที่ 26)
      10 พฤศจิกายน 2561 / 18:19
      คำนี้คุ้นจังเลยน้า 555555555555
      #3340-1
  9. #3303 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:20
    น้องงง(กวี)พี่(รีด)มีความสุขที่เห็นน้องล่ามพี่(ตะวัน)~~~
    #3303
    0
  10. #2963 bambybamby (@bambamamlovecake) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 15:10
    จุดพลุค่ะ มีฉากจูบแล้ววว
    #2963
    0
  11. #2832 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 02:05
    รีดเดอร์คนนี้ก็ท่าทางจะป่วยเช่นกัน ทำไมชอบบ
    #2832
    0
  12. #2707 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 02:30
    กวีดีมาก อยากได้อ่ะ ..
    #2707
    0
  13. #2673 Fwanh (@Fwanh) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 17:08
    มิน่าปฏิกิริยาตะวันดูแปลกๆ โซ่ล่ามอยู่ยังชิลได้ ตอนแรกคิดว่าแกล้งเพื่อให้กวีวางใจแล้วหนี สมยอมทั้ง2ฝ่าย... ดีใจด้วยนะกวี
    #2673
    0
  14. #2453 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 18:39
    คู่สร้างคู่สม มิน่าได้มาคู่กัน คนหนึ่งนี่ทั้งเอสทั้งยัน อีกคนนี่ก็น่าจะมาทางสายเอ็มและดาร์กไซด์เรียบร้อยแล้ว
    #2453
    0
  15. #2291 Kurokawa Tamotsu (@kurokawa99) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 03:16
    SกับMอยู่​ด้วยกัน​มัน​ก็​blend
    #2291
    0
  16. #2044 SUNOBA (@OTAKUYaoi) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 13:37
    กวี : รัก อยากครอบครอง อยากให้เขามีความสุข อยากให้เขาเป็นของตัวเองคนเดียว
    ตะวัน : ??? อยากถูกครอบครองและกักขัง(?) ??? ???
    #2044
    0
  17. #2031 ความตายสีขาว (@tsuyoko-1827) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 10:57
    น้องงงงง หนูอย่าเพิ่งเข้าสู่ด้านมืดลูก ใจเย้นนนนน
    #2031
    0
  18. #1965 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 00:26
    กวีบิดเบี้ยว ตะวันก็ไม่แพ้กันเลยนะ ฮืออออ 5555
    #1965
    0
  19. #1934 aondaehyun (@aondaehyun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:00
    เห็นมีมละมันใช่5555
    #1934
    0
  20. #1924 ทวะ. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 16:23
    มาอ่านแล้วก็เออ..แล้วกวีละรักหรืออยากครอบครอง
    #1924
    0
  21. #1896 -Imreader- (@-Imreader-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 09:53
    จูบแล้ววว กรี๊สสส
    #1896
    0
  22. #1890 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:54
    คนอ่านมาถึงตอนนี้ก็ไม่ปกติเหมือนกัน 555
    #1890
    0
  23. #1879 Mixstar (@yoshigo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:47
    เหมือนคนอ่านก็เริ่มจะไม่ปกติแล้วนะคะ 55

    แบบนี้กวีรักตะวันรึเปล่าเนี่ย หรืออยากแค่ครอบครอง
    #1879
    0
  24. #1818 MukamiNoOrogi (@MukamiNoOrogi) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:27
    คู่นี้ดีจริงๆ
    #1818
    0
  25. #1817 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:25
    อยากส่งgiftอันหนึ่งให้ไรต์มากอะ
    มันเขียนว่า "เทๆๆให้หมด หมดหน้าที่ละ แต่งงานวันไหนบอกด้วยนะ เกรงใจคนพายเรือบ้างก็ดี ไม่เหลืออะไรให้ชิปละ" 555555
    #1817
    0