ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,328 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    159

    Overall
    205,328

ตอนที่ 13 : บทที่12 เพียงฝันตื่นหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น 

เจิ้งหลี่มองสตรีที่ยืนรอเขาอยู่ที่ศาลาด้วยร้อยยิ้มสุขใจ  คิดถึงแผนการที่วางเอาไว้อย่างแยบยล เพื่อกลั่นแกล้งหวงโฮ่วของตนแล้วมีความสุขยิ่งนัก จนเมื่อเขาเริ่มเข้าใกล้ศาลาที่นางยืนอยู่ 

       

 เขาเห็นนางมองมาทางนี้ด้วยดวงตาแดงก่ำ ร่างบางสั่นเทาเหมือนกำลังเก็บงำความรู้สึกบางอย่างสายตาทอดมองไปยังบุรุษที่อยู่ด้านหลังเขา 

        

พลันเหมือนชิงหลิงคิดว่าพวกเขาจะเดินช้าไป นางจึงเดินตรงมาหาเขาด้วยสายตาเหม่อลอย เจิ้งหลี่คิดในใจคงมิใช่พึ่งตื่นนอนแล้วเกาะผิดคนอีกนะ 

        

เขามองตามร่างบางที่เดินผ่านเขาไปโดยไม่ถวายความเคารพสักนิด สองตาของนางมองชิงเทียนตาไม่กระพริบ 

        

เจิ้งหลี่จ้องมองในดวงตาของนางแล้วเขาพลันรู้สึกเหมือนมีมือลึกลับบีบหัวใจของเขาอยู่ สายตานั้นมันคืออะไร ความโหยหา ความคิดถึง ความรักใคร่ในแววตามันคืออะไร ตอนนางเจอกับชิงหมิงเก๊อเกออีกคนนางก็มิได้มีแววตาเช่นนี้ 

         

สายตาของนางในตอนนี้ทิ่มแทงจิตใจเจิ้งหลี่อย่างร้ายกาจ เขามองนางเอื้อมมือจับใบหน้าของต้าเกอตนเองด้วยมืออันสั่นเทา มิได้เขาจะต้องยุติเหตุการณ์ตรงหน้าเดี๋ยวนี้

          

"ฮะแฮ่ม ดูเหมือนว่าหวงโฮ่วจะคิดถึงต้าเกอมากจนลืมไปแล้วกระมังว่าเจิ้นยืนอยู่ตรงนี้ด้วย" เจิ้งหลี่กระแอมเพื่อเรียกคนสองคนที่ตอนนี้ยืนจ้องตากันอยู่หันมาสนใจตนเอง

          

"ดูเหมือนว่าแผนการที่วางไว้ของเจิ้นคงพังมิเป็นท่าเสียแล้ว ในเมื่อหวงโฮ่วที่รักจำต้าเกอของตนได้ดีถึงเพียงนี้" หวงตี้เอ่ยเพื่อทำลายความกระอักกระอ่วนใจ

           

ชิงเทียนถูกเสียงกระแอมของหวงตี้เรียกสติกลับคืนมา มองเม่ยเม่ยของตนด้วยความคิดถึง นานเพียงใดนะที่เค้าไม่ได้พบเม่ยเม่ยของตนนางเติบโตและงดงามกว่าตอนที่พบกันยิ่งนักความรู้สึกที่หลุดอยู่ในภวังค์สายตาของเม่ยเม่ยตนเมื่อกี้คืออะไรกัน

           

เสียงกระแอมของหวงตี้หาได้ดึงสติของชิงหลิงกลับมาไม่ เธอยังคงมองใบหน้าของชิงเทียนอย่าเหม่อลอย ทำไมถึงได้เหมือนเช่นนี้ ทำไมกัน สวรรค์ท่านยังต้องการสิ่งใดจากเธออีก ชิงหลิงตะโกนถามสวรรค์ด้วยความคับแค้นใจ ก่อนที่เธอสลบไปในอ้อมแขนของชายที่มีใบหน้าเหมือนสามีที่เธอรักยิ่ง

           

"ว้ายย หวงโฮ่วเป็นลม" เหล่านางกำนัลและขันทีต่างวุ่นวายแตกตื่นเมื่ออยู่ดีดีหวงโฮ่วก็หมดสติล้มลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หวงตี้ทั้งตกใจและตกตะลึงนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น หวงโฮ่วที่ร่างกายแข็งแรงดุจหินผาตั้งแต่เข้าวังมาไม่เคยล้มป่วย เพียงเห็นหน้าต้าเกอถึงกับเป็นลม มันจะเหนือธรรมดาเกินไปแล้ว

          

เจิ้งหลี่ตรัสเรียกหาหมอหลวงโดยไว และเข้ามาแย่งร่างบางของหวงโฮ่วจากต้าเกอของนาง ชิงเทียนปฏิเสธเนื่องจากเขาก็เป็นห่วงเม่ยเม่ยเช่นกันจึงอุ้มนางเดินเข้าตำหนักเองไม่ได้สนใจสายตาของหวงตี้ที่มองตามมาด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับจะลุกเป็นไฟเผาผลาญผู้คน

 .

.

.

. .

.

               

ห้องบรรทม ตำหนักเหิงเยว่

            

 "ทูลหวงช่าง หวงโฮ่วทรงได้รับการกระทบกระเทือนพระทัยอย่างหนักทำให้วรกายรับความเจ็บปวดไม่ไหวจึงหมดสติไปพะย่ะค่ะ  โรคทางใจเช่นนี้ทำได้เพียงบำรุงร่างกายเท่านั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วพะย่ะค่ะ"  หมอหลวงเหมากราบทูลอาการของหวงโฮ่วแล้วขอตัวกลับไปจัดยาเพื่อบำรุงร่างกายให้กับหวงโฮ่ว

             

ร่างบางที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอย่างไม่สบายตัวเหมือนนางกำลังติดอยู่ในฝันร้ายไม่สามารถหาหนทางออกมาใด้ดิ้นรนอยู่บนเตียง

            

เจิ้งหลี่มองนางด้วยความรู้สึกหลากหลาย รักใคร่ สงสาร สงสัย สับสน นอกห้องบรรทมตอนนี้ชิงเทียนต้าเกอของหญิงสาวที่นอนฝันร้ายอยู่ในตอนนี้ กำลังคุกเข่าเฝ้ารอถามอาการป่วยของเม่ยเม่ยตน

             

เจิ้งหลี่คิดไปถึงสิ่งที่เขียนอยู่ในบันทึกขององครักษ์ลับ ชิงหลิงนางมีความรักความผูกพันต่อต้าเกอของตนยิ่งนัก คราตอนที่ต้าเกอไปรบนั้นนางก็ร่ำไห้จนหมดสติไปถึงสามวัน จึงฟื้นขึ้นมา

             

คิดแล้วเจิ้งหลี่ก็ต้องตกใจกับความคิดของตนอีกครั้ง หรือว่าชายที่อยู่ในดวงใจของนางผู้นั้น ชายที่ทำให้สตรีผู้นี้ร่ำไห้ปานจะขาดใจ ชายที่นางร้องเพลงกล่าวโทษว่าทิ้งนางไปคือต้าเกอของนางเอง 

             

องครักษ์ลับสืบข้อมูลมาถูกต้องแล้ว นางมิเคยออกไปพบเจอชายใดนอกจวนเพราะคนที่อยู่ในใจของนางคือคนที่อยู่ในจวนนั่นเอง คิดแล้วเจิ้งหลี่ก็ปวดใจยิ่งนักที่ตนไม่ได้เฉลียวใจแม้เพียงนิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

              

ในตอนนี้เขากำลังบังเกิดความกลัวในจิตใจเขากลัวกลัวที่จะสูญเสียสตรีผู้นี้ไป ไหนจะจักรพรรดิหลวนหลงที่ยังคงอยู่ในวังแห่งนี้ที่ต้องการแย่งชิงนาง

              

ไหนจะต้าเกอที่ครอบครองดวงใจของนาง เขาจะทำเช่นไรดี เขากลัวเหลือเกินกลัวที่จะเสียนางไปให้กับชายอื่น เจิ้งหลี่คิดหาหนทางที่จะรั้งนางเอาไว้และกันชายอื่นออกให้ห่างจากนาง แม้ใครจะมองว่าจักรพรรดิเช่นเขายังสามารถมีสตรีในวังหลังนี้อีกมากมาย 

              

แต่สำหรับเขานั้นไม่ต้องมีสตรีใดในวังหลังเลยก็ได้ขอเพียงมีนางอยู่ หากจะว่าเขาร้ายกาจและเห็นแก่ตัวที่เหนี่ยวรั้งนางไว้แม้นางไม่ยินยอม เขาก็จะน้อมรับด้วยความเต็มใจเพราะนางคือดวงใจของเขา 

              

หากมีใครแย่งชิงนางไปก็เหมือนควักหัวใจของเขาไปด้วย ซึ่งเขาคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ตอนนี้เจิ้งหลี่รู้ใจตัวเองแล้วว่าตนได้มอบหัวใจที่เฝ้าซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดแก่สตรีนางนี้ไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

             

"ทูลหวงช่าง โอสถของหวงโฮ่วได้แล้วพะย่ะค่ะ" หมอหลวงเหมาเดินเข้ามาภายในห้องก่อนจะยกโอสถมาวางด้านหน้าของหวงตี้ ที่ตอนนี้จ้องมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย

              

"ท่านหมอหลวงเหมา ตั้งแต่ท่านตรวจชีพจรหวงโฮ่วท่านได้บอกอาการของนางแก่ผู้ใดหรือไม่"  เจิ้งหลี่มองถามหมอหลวงด้วยมีแผนการร้ายในใจ

               

"หลังจากที่หม่อมฉันตรวจอาการของหวงโฮ่วแล้วหม่อมฉันก็รีบร้อนต้มพระโอสถมาถวายยังมิได้พูดคุยกับผู้ใดเลยพะยะค่ะ" หมอหลวงเหมาตอบตามความเป็นจริงเพราะอาการของหวงโฮ่วนั้นมิใช่สิ่งที่ควรเอ่ยปากบอกผู้ใดอยู่แล้ว 

                

"ดีมาก เจิ้นมีเรื่องอยากให้ท่านหมอหลวงเหมาช่วยเหลือ ท่านจะยินยอมช่วยเจิ้นหรือไม่แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ"

               

"รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ"

.

.

.

.

             

ในวังหลังตอนนี้ก็วุ่นวายเช่นกันเมื่ออยู่ดีดีหวงโฮ่วผู้แข็งแรงยิ่งนักผู้นั้นเป็นลมหมดสติไป 

               

เหล่านางสนมต่างคิดไปต่างๆนานา หรือหวงโฮ่วจะทรงโดนลอบวางยาพิษ ถ้าเช่นนั้นใครเป็นผู้กระทำแล้วพวกนางจะติดร่างแหไปด้วยหรือไม่

              

ถึงแม้พวกนางจะเคยคิดที่จะกระทำแต่ก็ไม่กล้าวางยาพิษหวงโฮ่วสักครั้ง ด้วยกลัวว่าหากล้มเหลวจะมีชะตากรรมไม่ต่างจากสนมฟางผินผู้นั้น หรือเลวร้ายสุดหวงโฮ่วอาจจะทรงพระครรภ์มังกร  อา..ถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องดี

              

เพราะทุกวันนี้พวกนางต้องดื่มยาห้ามครรภ์ทุกครั้งที่หวงตี้เสด็จมา หากหวงโฮ่วให้กำเนิดพระธิดา พวกนางก็ล้วนแล้วแต่มีสิทธิ์ที่จะให้กำเนิดพระโอรสแก่หวงตี้ เหล่านางสนมตอนนี้ในตำหนักล้วนวุ่นวายกว่าตำหนักของหวงโฮ่วผู้เกิดเรื่องเสียอีก 

               

จะมีก็แต่เพียงตำหนักของสนมฟางผินที่หัวเราะดีใจอย่างบ้าคลั่งในหายนะของผู้อื่น ขอให้มันอย่าได้ฟื้นขึ้นมาอีกเลย สนมฟางผินเอ่ยสาปแช่งหวงโฮ่วอยู่ภายในตำหนัก แต่ดูเหมือนคำสาปแช่งของนางจะไม่เป็นผลอันใดต่อหวงโฮ่วเลยซักนิดเดียว

                

หลังจากที่หมอหลวงเหมาตรวจอาการของหวงโฮ่วและถวายโอสถเสร็จเรียบร้อย ก็ออกมาประกาศต่อเหล่าผู้มารอฟังอาการด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ 

              

"หวงโฮ่วทรงตั้งครรภ์มังกรได้สองเดือนแล้ว ตอนนี้ร่างกายอ่อนแอหวงตี้ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม เชิญทุกท่านกลับไปได้"

              

ข่าวการตั้งครรภ์ของหวงโฮ่วสั่นสะเทือนไปทั้งเมืองหลวง บางคนก็คาดเดาไว้อยู่แล้วหวงโฮ่วผู้นั้นมิเคยล้มป่วยเลยนับจากเข้าวังมา อยู่ดีดีเป็นลมหมดสติไปก็ต้องเป็นได้เพียงสองทางเท่านั้นคือนางโดนวางยาพิษ หรือตั้งครรภ์นั่นเอง

             

เจิ้งหลี่ไม่ได้อยากจะทำเช่นนี้เลยแต่เขาจำเป็นที่จะต้องทำ หากเขาปล่อยเหตุการณ์ให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจจะต้องสูญเสียนางไปจริงๆ นางอาจจะโกรธเขาเมื่อนางตื่นขึ้นมาแต่เขามีเหตุผลที่จะอธิบายแก่นางไว้แล้ว นางคงไม่กล้าเปิดโปงความจริงนี้ต่อผู้อื่นอย่างแน่นอน เพราะแผนการนี้เขาเป็นคนคิดขึ้น

             

เขาให้หมอหลวงปรุงโอสถที่ทำให้สตรีไม่มีระดูและมีชีพจรคล้ายกับหญิงตั้งครรภ์แก่นางถึงแม้ว่าจะไม่ดีต่อร่างกายของหญิงสาว แต่เข้าก็ให้หมอหลวงถวายโอสถสลายเลือดระดูที่ค้างในร่างกายของนางไปพร้อมๆ กันด้วย

               

หากนางกล้าเปิดโปงเขาจริงๆนางก็จะไม่มีหลักฐานใดมายืนยัน เนื่องจากหากให้หมอคนใดมาตรวจนางก็เป็นสตรีตั้งครรภ์อยู่ดี นางจะต้องอยู่เป็นหวงโฮ่วของเขาตลอดไปเขายอมให้นางหรือคนอื่นมองว่าร้ายกาจ แต่เขาจะไม่ยินยอมเสียนางไป และในระหว่างที่นางตั้งครรภ์ปลอมๆเขาก็จะทำทุกทางเพื่อให้นางตั้งครรภ์จริงๆให้จงได้ เขาจะต้องรั้งหัวใจของตนเองให้อยู่ข้างกายเขาตลอดไป


                    

ชิงหลิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามโฉ่ว* มองไปรอบๆตัวก็พบว่าซูซูกำลังมองมาทางเธออยู่พอดี เมื่อเห็นว่าเธอฟื้นแล้วก็วิ่งออกไปทางประตูอย่างรวดเร็ว แล้วความวุ่นวายโกลาหลภายนอกก็เกิดขึ้นเสียงร้องตามหมอหลวงเหมาดังอื้ออึงไปหมด


"เจ้ารู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง" เจิ้งหลี่เอ่ยถามนางด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หลังจากที่หมอหลวงตรวจอาการของนางเสร็จเรียบร้อยแล้ว หวงตี้ก็ทรงให้เหล่านางกำนัลและขันทีออกไปจากตำหนักให้หมดเหลือเพียงหมอหลวงเหมาเท่านั้นที่ยังอยู่ในห้อง 

           

 หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาก็พบสายตาแปลกๆ ของเหล่านางกำนัลขันทีที่แลดูปลื้มปิติยินดีที่เธอฟื้นขึ้นมาจนเกินเหตุ เธอจึงส่งสายตาถามหวงตี้ด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่หวงตี้จะรับสั่งให้ทุกคนออกไปให้หมดยกเว้นหมอหลวงเหมา

           

"เจิ้นต้องทำเช่นนี้ เพื่อให้เหล่าขุนนางรู้สึกมั่นคงในราชบัลลังก์มากขึ้น เพราะตอนนี้จักรพรรดิแคว้นหลวนยังคงประทับอยู่ในวังและยังไม่มีกำหนดกลับในเร็ววันเพื่อมิให้เหล่าขุนนางรู้สึกไม่ปลอดภัยเจิ้นจึงทำเช่นนี้ 

           

 

ในคราแรกเจิ้นจะปรึกษาเจ้าก่อนแต่เจ้าเป็นลมไปเสียก่อนเจิ้นเลยถือโอกาสทำตามแผนการที่วางไว้โดยมิได้ปรึกษาเจ้าก่อน เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะมันเป็นข้อตกลงของเรา" เจิ้งหลี่เอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

             

"เรื่องเช่นนี้จะตบตาผู้คนได้อย่างไรเพคะในเมื่อหม่อมฉันจะต้องมีระดูในทุกๆเดือนย่อมไม่สามารถปกปิดในเรื่องนี้ได้" ฉันเอ่ยถามข้อสงสัยในแผนการครั้งนี้

            

 "ท่านหมอหลวงเหมาจะเป็นผู้ดูแลเจ้าในระหว่างการตั้งครรภ์ปลอม เจ้าจะต้องดื่มยาบำรุงที่หมอหลวงเหมาปรุงให้ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นยาที่จะทำให้เจ้าไม่มีระดูและมีชีพจรเหมือนสตรีที่กำลังตั้งครรภ์" เจิ้งหลี่อธิบายต่อ

              

"แล้วพระองค์จะทำเช่นไรต่อจากนั้นจะให้หม่อมฉันแกล้งแท้งหรือเพคะ" ฉันเอ่ยถามอย่างระแวงสงสัย

            

"เมื่อถึงตอนนั้น เจิ้นจะจัดการเองเจ้าอย่าได้กังวล ทำหน้าที่ของตนก็พอ" เจิ้งหลี่กล่าวตัดบทเพื่อมิให้นางถามต่อด้วยกลัวว่าตนจะตอบคำถามของนางไม่ได้

             

เมื่อชิงหลิงเห็นว่าหวงตี้ทรงคิดแผนการมาอย่างรอบคอบเหมือนว่าทรงวางแผนไว้นานแล้วมิได้เหมือนว่าพึ่งคิดขึ้นมาได้ไม่นานก็วางใจ

             

"เจ้าไม่ถามเจิ้นหรือว่าหากเจ้ากินยานี้เข้าไประดูจะค้างอยู่ในร่างกายเจ้าแล้วทำให้เกิดอันตรายได้" เจิ้งหลี่ถามด้วยความไม่พอใจนางถามแต่เรื่องแผนการหาได้ถามถึงร่างกายของตนเองเลยแม้แต่น้อย

            

 หากระดูค้างอยู่ในร่างกายมากๆ นางรู้ดีว่าอาจทำให้นางเป็นมะเร็งปาดมดลูกหรือเป็นช็อกโกแลตซีสต์ได้หรือนางอาจจะไม่มีลูกในอนาคต แต่นางมีทางเลือกหรือในเมื่อแผนการทุกอย่างถูกดำเนินการไปตอนที่นางสลบอยู่

           

"ไม่ว่าอย่างไรหม่อมฉันจะทำตามที่หวงช่างต้องการเพคะ" ฉันตอบอย่างแผ่วเบาพลางคิดไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่ตนจะสลบไป

          

เจิ้งหลี่รู้สึกเจ็บปวดในพระทัยยิ่งนักกับคำตอบของนาง นางกล่าวเพียงว่านางต้องทำตามหน้าที่เสมือนว่าที่อยู่ตรงนี้เพราะหน้าที่เท่านั้น เจิ้งหลี่รู้สึกปวดร้าวไปทั้งหน้าอก รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดในช่องปาก

           

"หมอหลวงเหมาจะจัดยาสลายเลือดระดูให้เจ้าเองเจ้าจะไม่ได้รับอันตรายใด" เจิ้งหลี่บอกแก่นางแล้วแกล้งยกน้ำชาขึ้นจิบเพื่อแอบเช็ดรอยเลือดที่มุมปากของตนเองนี่นางถึงกับทำให้เขาคนนี้กระอักเลือดได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยนางไปเด็ดขาด

            

"หวงช่างเพคะ หม่อมฉันอยากพบพี่ใหญ่"ฉันเอ่ยปากขอหวงตี้ที่ตอนนี้ชะงักค้างในท่าจิบชา แววตาตื่นตระหนก

            

"หวงช่างหม่อมฉันยินยอมทำตามที่พระองค์ทรงรับสั่ง ได้โปรดเถอะเพคะให้หม่อมฉันได้พบพี่ใหญ่ได้หรือไม่เพคะ" ฉันคุกเข่าขอร้องเธอมองหวงตี้น้ำตาคลอเพราะรู้ว่าพระองค์จะต้องยอม

            

เจิ้งหลี่รู้สึกเหมือนในอกร้อนรุ่มเหมือนมีของเหลวแสบร้อนไหลย้อนขึ้นมาจากกลางอก ตื่นมาก็ถามหาบุรุษผู้อื่น หึ ข้าคงมิเคยอยูในสายตานางสินะ กัดฟันตอบคำถามนางด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

          

"ได้ พรุ่งนี้ข้าจะให้เขามาพบเจ้า" เจิ้งหลี่เอ่ยพลางกัดฟันด้วยความเจ็บปวด

          

"หม่อมฉันต้องการพบพี่ใหญ่ตอนนี้เพคะ" ฉันมองหวงตี้ด้วยสายตาแข็งกร้าวเธออยากพบเขาพบเดี๋ยวนี้ เธออยากพบเขาเหลือเกินให้แลกด้วยอะไรเธอก็ยอม

           

"เจ้าอย่าบีบบังคับเจิ้นให้มากนักนะหวงโฮ่ว" เจิ้งหลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา


"พระองค์ทรงมีคนที่ทรงรักทรงตามหา หม่อมฉันก็มีเช่นกัน หวงช่างได้โปรด...."

          

ฉันมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจเหตุใดหวงตี้ที่เคยตามใจเธอพูดคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนถึงเพียงนั้นถึงกลับกลายไปเป็นเหมือนคนละคนหรือว่าในระหว่างที่นางสลบไปจะเกิดอะไรขึ้น 

          

 แต่เธอไม่สนใจหรอกในตอนนี้เธออยากพบเขาอยากพบเขายิ่งนัก แม้จะรู้ว่าเขาเป็นเพียงแค่คนที่หน้าเหมือนสามีเธอและเป็นต้าเกอของร่างนี้ แต่เธอโหยหาอ้อมกอดของเขายิ่งนักอยากพบจนแทบคลั้ง

           

เมื่อเจิ้งหลี่เห็นว่านางดื้อรั้นที่จะพบต้าเกอถึงเพียงนั้นแม้ใจของเขาจะเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจขัดใจนางได้

            

"ทหารไปตามหัวหน้าชิงเทียนมาพบเราที่ตำหนักเหิงเยว่เดี๋ยวนี้" เจิ้งหลี่ตรัสสั่งทหารด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

            

"หมดหน้าที่ของเจิ้นแล้ว ฉะนั้นเจิ้นขอตัว" เจิ้งหลี่เอ่ยพลางสะบัดตัวเดินจากห้องบรรทมในตำหนักเหิงเยว่ออกไปด้วยความเจ็บช้ำและน้อยใจ

            

เมื่อเจิ้งหลี่เดินออกมาจากตำหนักเหิงเยว่ได้ไม่นานก็ทรงทรุดตัวลงกระอักโลหิตด้วยความชอกช้ำใจ หมอหลวงเหมาที่ตามมาด้วยรีบเข้ามาตรวจชีพจรอย่างรวดเร็ว 

           

"เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่งพรายออกไปหากมีผู้รู้เห็นเรื่องการป่วยของเจิ้น เจิ้นจะสั่งประหารทุกคนที่อยู่ในที่นี่้" เจิ้งหลี่ตวาดสั่งก่อนจะกระอักเลือดแล้วล้มลงหมดสติไป

 

.

.

.

    

 ตำหนักเหิงเยว่

          

 "ทูลหวงโฮ่ว ท่านหัวหน้าชิงเทียนขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"

          

"ให้เข้ามาได้" ฉันเอ่ยด้วยความร้อนรน หลังจากได้รับอนุญาตชิงเทียนก็เดินเข้ามาในห้องบรรทมของหวงโฮ่วที่เป็นเม่ยเม่ยของตน

           

เมื่อฉันเห็นว่าผู้ที่ก้าวเข้ามามีใบหน้าเหมือนอดีตสามีของตนยิ่งนัก ก็ร้องไห้วิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง ทำเอาผู้ถูกกอดตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะลูบหัว ลูบหลังปลอบประโลม

          

"เจ้าไม่โกรธพี่แล้วหรือที่ทิ้งเจ้าไป" เมื่ออยู่กันตามลำพังชิงเทียนจึงเอ่ยถามขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบในตอนนี้

           

ไม่ว่าร่างนี้จะมีปัญหาอะไรกับผู้ที่เธอกำลังกอดอยู่เธอไม่รู้ แต่สำหรับเธอนั้น เธอไม่เคยโกรธคนผู้นี้ เธอรู้ดีแล้วว่าตนโหยหาอ้อมกอดของคนคนนี้มากเพียงใด 

          

มือที่กำลังลูบหัวลูบหลังอย่างอบอุ่นอ่อนโยนช่างเหมือนกับสามีของเธอยิ่งนัก กลิ่นกายก็ละม้ายคล้ายกันจนเธอต้องร่ำไห้ด้วยความคิดถึงที่เอ่อล้นจนสุดจะทานทน

           

เมื่อชิงเทียนเห็นว่า ไม่ว่าจะปลอบประโลมอย่างไรเม่ยเม่ยของตนก็มิยอมหยุดร้องจึงคิดไปว่าหญิงตั้งครรภ์นั้นมีอารมณ์แปรปรวน แต่หากนางร้องไห้ต่อไปคงไม่ดีต่อเด็กในท้องเขาจึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

           

"เม่ยเม่ยเจ้ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วสุขภาพของเจ้านั้นเป็นสิ่งสำคัญ เจ้าอยากให้ต้าเกอทำสิ่งใดเจ้าถึงจะหยุดร้องคนดีของต้าเกอ" ชิงเทียนกล่าวพลางเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเม่ยเม่ยตน

          

เมื่อชิงหลิงได้ยินดังนั้นก็หยุดร้องไห้แล้วเอ่ยปากขอคนตรงหน้าทันที

          

"ต้าเกอนอนกอดเม่ยเม่ยได้หรือไม่เจ้าคะ" ฉันเอ่ยปากขอในสิ่งที่ตนต้องการแม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรแต่เธอไม่สนใจ

         

 ชิงเทียนตกใจในคำขอของเม่ยเม่ย และรู้ว่ามิอาจจะกระทำได้ ซึ่งเธอเองก็น่าจะรู้ดี

         

"เม่ยเม่ยรู้ว่าต้าเกอไม่อาจนอนร่วมเตียงกับเม่ยเม่ยได้เม่ยเม่ยเพียงอยากให้ต้าเกอกอดเม่ยเม่ย กล่อมเม่ยเม่ยนอนจนกว่าเม่ยเม่ยจะหลับแล้วค่อยออกไปได้หรือไม่เจ้าคะ" ฉันมองสบตาต้าเกอของตนด้วยขอบตาแดงก่ำน้ำตาคลอปริ่มจะร่วงหล่นหากได้รับการปฏิเสธ ทำให้ใจของชิงเทียนคล้ายน้ำตาเทียนที่กำลังละลาย

         

"ได้ แต่เมื่อเจ้าหลับต้าเกอจะออกไปทันทีแล้วมาพบเจ้าใหม่ในวันรุ่งขึ้นตกลงหรือไม่" ชิงเทียนยื่นข้อเสนอ โดยหารู้ไม่ว่ากำลังจะตกหลุมพรางของสตรีในอ้อมแขน

       

"ได้เจ้าคะ" ฉันตอบตกลงในทันที ชิงเทียนนั้นคิดเพียงว่าเม่ยเม่ยคงคิดถึงเมื่อยามที่พวกเขาเป็นเด็กในยามที่เม่ยเม่ยของเขาตื่นจากฝันร้ายกลางดึกนางมักจะขอให้เขานอนเป็นเพื่อน วันนี้ที่ขอให้เขานอนเป็นเพื่อน นางคงจะฝันร้ายกระมัง


ฉันกอดคนตรงหน้าแน่น เพราะหากเธอปล่อยมือไปเมื่อใดเธอกลัวว่าเขาจะหายไปทันทีซึ่งเธอจะไม่มีวันยอม






ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้


   Talk  เบาเบา

.........ตอนมันจะยาวขึ้นนิดนึง(?) จำนวนตอนลดน้อยลงเพราะจะไปเพิ่มตอนพิเศษของอีกสองสามคู่ที่เหลือ  อดใจรอก่อนนะคะ พยายามรีไรท์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #1221 tandaddola2 (@tandaddola2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 15:44
    ฮือออ พระเอกเป็นไรร
    #1221
    0
  2. #957 อันฝ้าย (@unfaii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 18:33
    ชอบมากเลยนะ
    ไหนไรท์บอกว่านางโง่
    ฉลาดกว่าคนอ่านอีก555+
    #957
    0
  3. #272 ก้อยจูปีเตอร์ (@koiikoiikoy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 11:33
    อย่างนางเอกต้องพระราชทานหมอนที่นุ่มที่สุด นางถึงจะยอม55555
    #272
    0
  4. #256 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 05:56
    ความผิดไม่มาก ส่งเข้าตำหนักเย็น นางเอกโหดจริงๆ
    #256
    0
  5. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:39
    เป็นสามีสายเปย์ แระออกจะเกรงใจเมียด้วยรึป่าว
    #214
    0
  6. #76 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 22:03
    ขอบคุณค่ะ#มาตามอ่านค่า...ตามจริงอ่านได้หมดนะคะ แค่อยากให้ใช้คำที่ถูต้อง เพื่อความลื่นไหลในการอ่านนิยานเท่านั้นเอง ซึ่งไรท์ก็ทำได้(เย้ๆ) รออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #76
    1
    • #76-1 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 13)
      9 มีนาคม 2560 / 23:35
      ไรท์ทำไม่ได้ ไรท์ชินมือ งือออออ
      #76-1
  7. วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 19:39
    ศึกชิงนางงงง ชอบบบบย >?<!!
    #75
    0
  8. #72 35419 (@35419) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 08:57
    อยากอ่านอีกค่ะไรต์
    #72
    1
    • #72-1 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 13)
      9 มีนาคม 2560 / 14:59
      ใจเย็นๆนะค่ะรีทที่ รักของไรท์
      #72-1
  9. #71 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 08:49
    นางยังเจ็บอยู่ นักครั้งใหม่ย่อมต้องใช้เวลา ส่วนหวงช่างอีกไม่นานคงได้ซดไหน้ำส้มแน่เลย
    #71
    1
    • #71-1 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 13)
      9 มีนาคม 2560 / 15:00
      สปอยยตอนต่อไปไม่ได้แค่ซดนะค่ะแต่ตกลงไปในถังน้ำส้มเปรี้ยวเลยค่ะ
      #71-1
  10. #70 tanyaluck1976 (@tanyaluck1976) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 07:20
    คู่แข่งมาแล้วนะ
    #70
    0
  11. #69 MeaniE_18 (@MeaniE_18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 03:40
    พออ่านถึงตอนที่ว่าถ้ามีวิญญาณข้ามภพมาอยู่ในร่างของฟางผิน บลาๆๆๆ
    ทำให้ความคิดนึงผุดขึ้นมาเลยค่ะ ว่าถ้าสามีของนางและเมียน้อยถูกส่งมาอยู่ในชาตินี้ด้วยจะสนุกขนาดไหนนะ เพราะนางเอกเป็นถึงฮองเฮา ถ้าพวกนั้นตามมาก็ไม่มีทางที่จะมีตำแหน่งสูงกว่านางเอก นางเอกจะได้แก้แค้นให้สะใจไปเลย ฮี่ ๆๆๆ

    #เอ...ทำไมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจิตใจอำมหิตนะ ที่เค้าเม้นแต่ละอันนี่บ่งบอกถึงความรุนแรงในจิตใจ ไรท์อย่าเพิ่งกลัวเค้านะคะ 5555555
    #69
    1
    • #69-1 omgmin8 (@omgmin8) (จากตอนที่ 13)
      9 มีนาคม 2560 / 15:01
      เคยคืดแบบนั้นนะค่ะ จะให้นางเอกจัดการ แต่มันดูรุนแรงเกิยไปรีทของไรมมีแต่เดกๆ เลยตัดจุดนี้ไป555+
      #69-1
  12. #68 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 03:10
    หวงช่างเปย์หนักมาก!!!
    #68
    0
  13. #67 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 02:13
    โอ้ๆๆๆจะเปิดศึกชิงกันไหม555รอๆๆค่ะ
    #67
    0
  14. #66 Tannatos Orcus (@Ferinone) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 01:56
    เขาจะมาแย่งชิงหวงโหกันใช่ไหม
    #66
    0
  15. #64 panrapanra (@panrapanra) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 01:25
    เอาอีกค่ะ5555 ><รออออออ
    #64
    0
  16. #62 baikhau (@baikhau) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 01:01
    อ่านได้ค่ะไรท์อย่าห่วงเลย เนื้อเรื่องสนุกซะอย่างทนได้อยู่แล้ว เนื้อเรื่องค่ะไม่จำเจลุ้นทุกตอน
    #62
    0
  17. #61 เซโนะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 00:55
    จะได้ใจนางเอก คงยาก เจ็บมาขนาดนั้น
    #61
    0