ร้อยเล่ห์รักข้ามภพ(百爱跨越时间)

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 205,156 Views

  • 1,235 Comments

  • 5,332 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    142

    Overall
    205,156

ตอนที่ 17 : บทที่16 เปิดม่านการแสดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัล ดอกไม้ลายเส้น

                     หลังจากที่ชิงหลิงทำแผลให้กับหวางเย่จนเสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเขาหลับไปเสียแล้ว

          

เมื่อเห็นเช่นนั้นชิงหลิงก็ได้แต่ถอนใจในเมื่อเขาบอกจะพาเธอออกไปจากที่นี่ ซึ่งเธอคงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น รอให้เขาไปส่งเธอ

           

ชิงหลิงล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าไม่ห่างจากหวางเย่มากนัก ด้วยกลัวว่าเขาจะหาเธอไม่พบเมื่อตื่นขึ้นมา เพราะแถวนี้หญ้าขึ้นสูงพอสมควรและวันนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยกับทุกสิ่งทุกอย่างเหนื่อยมาก ๆ ชิงหลิงค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงและหลับไหลไปในที่สุด 


. . .

. . 

          

ชิงหลิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้งเธอรู้สึกเหมือนมีคนกำลังอุ้มเธออยู่ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับแผงอกล่ำๆที่มีผ้าพันแผลพันไว้รอบตัว กรี๊ดเลือดกำเดาไหล ถ้าไม่ติดว่าเธอมีชายในดวงใจเธอคงเอนไปซบด้วยความหื่นกาม เอ้ย!หลงใหล 

          

ชิงหลิงเงยหน้ามองท้องฟ้าในตอนนี้ที่แม้ในป่าจะมืดพอสมควรแต่ก็พอมีแสงส่องลอดลงมาหากคำนวณเวลาแล้วน่าจะประมานยามเซิน (15.00-16.59) ตอนที่เธอหนีออกมานั้นเป็นเวลาหลังมื้ออาหารในยามอู่ (11.00-12.59) คนที่อยู่ในตำหนักน่าจะยังไม่รู้ว่าเธอหนีออกมา

           

"เจ้าต้องการให้เปิ่นหวางไปส่งที่ใด" หวางเย่เอ่ยถามนางเมื่อจัดแจงอุ้มนางให้อยู่ในอ้อมแขนเรียบร้อยแล้ว

            

สำหรับชิงหลิงตั้งแต่ข้ามภพมา เธอโดนอุ้มจนเรียกได้ว่าเริ่มชินชาเสียแล้วก็คนในยุคนี้เอะอะก็อุ้มเธอด้วยท่าเจ้าหญิงอย่างเดียวเลย จนบางทีเธอหลงนึกไปว่าตนน่าจะอายุประมาณ 3 ขวบเห็นจะได้ แต่การที่ให้คนแปลกหน้ามาอุ้ม ยังไงชิงหลิงก็ไม่ชอบอยู่ดี

             

"หวางเย่ เปิ่นกงว่าท่านวางเปิ่นกงลงเถอะ เปิ่นกงเดินเองได้ ท่านแค่บอกทางออกจากป่าให้เปิ่นกงก็พอ" ชิงหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจีบปากจีบคอ เพื่อให้คนที่อุ้มเธออยู่พอใจเพราะหากเขาไม่พอใจ แล้วโยนเธอลงในพงหญ้าดูแล้วน่าจะเจ็บไม่น้อย

             

"ให้เปิ่นหวางอุ้มไปจะไวกว่า หากบอกทางออกไปก็ใช่ว่าเจ้าจะออกไปได้ เพราะป่านี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเจ้ายังหาทางออกไม่ได้เลย ดูแล้วเจ้าคงเป็นสตรีที่หลงทิศแน่นอน ปล่อยไปคงตายอยู่ในป่าอย่างไม่ต้องสงสัย"

             

หวางเย่กล่าวพร้อมกับหลอกด่าเธอไปพร้อมๆกัน ไม่เชิงหลอกด่าแล้วแหละ นี่มันด่าชัด ๆ เลยต่างหากเล่า แต่ชิงหลิงก็ทำได้เพียงส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ 

              

"ว่าอย่างไรเจ้าจะให้เปิ่นหวางไปส่งเจ้าที่ใด" หวางเย่ในพงหญ้าถามย้ำนางอีกครั้ง

               

"ตำหนักชมจันทร์ ท่านช่วยพาเปิ่นกงไปส่งที่ตำหนักชมจันทร์ได้หรือไม่ ส่งใกล้ๆกับเรือนที่มีองครักษ์เฝ้าเยอะๆ คือ...เปิ่นกงไม่ค่อยมั่นใจนักว่าเปิ่นกงหนีออกมาจากเรือนใด รู้เพียงแต่ว่าเรือนที่เปิ่นกงหนีมานั้นมีองครักษ์เฝ้าอยู่ด้านหน้าเป็นจำนวนมาก" 

                

ชิงหลิงตอบเสียงอ้อมแอ้มในตอนท้ายด้วยความอับอายเล็กน้อยในความโง่ดักดานของตนเองที่แอบหนีออกมาโดยไม่คิดอะไรให้รอบคอบเสียก่อน

              

เป่ยหยางเพียงหัวเราะในลำคอกับความบ้าบิ่นของสตรีในอ้อมกอด แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าหากนางต้องการหนีการอภิเษกสมรสกับชินอ๋องตั้งแต่แรก แล้วนางจะกลับไปที่นั่นอีกทำไม

             

 ด้วยความสงสัยเขาจึงเอ่ยถามนางในที่สุด "ในเมื่อเจ้าหนีออกมาแล้วเหตุใดต้องกลับไปอีก หากเจ้าไม่มีที่ไปเปิ่นหวางย่อมช่วยเหลือเจ้าได้" 

             

ชิงหลิงมองคนที่กำลังอุ้มนางเดินฝ่าพงหญ้าสูงรอบๆตัวไปตามทาง ตอนนี้หญ้าเริ่มลดความสูงลงเรื่อยๆความมืดในป่าก็ค่อยๆน้อยลงไปเช่นกัน

              

"ข้ามีสิ่งที่ข้าปรารถนาอยู่ข้าจึงต้องกลับไปเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ข้าต้องการสิ่งที่มันเคยเป็นของข้า" ชิงหลิงเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่น 

              

 เมื่อเป่ยหยางสบสายตาเข้ากับแววตาเช่นนั้นของนางก็ใจกระตุก ใช่แล้วที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ก็เพราะต้องการไขว่คว้าสิ่งที่เคยเป็นของตนมาก่อน  สิ่งที่ถูกผู้อื่นแย่งชิงไปจากเขา 

               

เขาเข้าใจความรู้สึกและแววตาของนางดี  เขาเข้าใจว่าการสูญเสียสิ่งที่ตนรักมันเป็นเช่นไร และการดิ้นรนเพื่อไขว่คว้าสิ่งนั้นให้กลับมาเป็นของตนมันทรมานและยากลำบากมากแค่ไหน 

              

ในเมื่อสตรีผู้นี้ทำให้เขารู้สึกถูกชะตาถึงเพียงนี้ ไม่ว่าสิ่งที่นางต้องการเป็นสิ่งใดเขาก็จะช่วยเหลือและสนับสนุนเพื่อให้นางได้ในสิ่งที่นางต้องการให้ได้ การพบเจอนางในครั้งนี้ก็ไม่ได้ดูแย่สักเท่าใดนัก 

              

นอกจากหวางเย่จะอุ้มพานางมาส่งยังนอกป่าแล้ว เขายังใช้พลังยุทธกระโดดข้ามหน้าต่างพานางเข้ามาส่งในห้องบรรทมอีกด้วย

              

"เจ้าอย่าบอกเปิ่นหวางนะว่าเจ้ากระโดดหน้าต่างออกไป" เป่ยหยางถามแบบอึ้งๆ ทีแรกเขานึกว่านางใช้อุบายแอบหนีมา แต่พอเห็นการคุ้มกันที่ประตูแล้ว ด้วยสติปัญญาเช่นสตรีไร้ตาผู้นี้ไม่มีทางหนีออกทางประตูไปได้อย่างแน่นอน คงเหลือเพียงทางเดียวเท่านั้น คือทางที่เขาพานางเข้ามาเมื่อซักครู่นี้

                

เป่ยหยางถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก สตรีไร้ยางอายถึงกับปีนหน้าต่างหนีเลยหรือนี่ ช่างเป็นสตรีที่ทำให้เขาไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ที่จะสามารถขุดมาด่านางได้เลยทีเดียว

               

"แล้วท่านคิดว่าเปิ่นกงหายตัวออกไปเองได้หรืออย่างไร อีกอย่างเมื่อครู่เหมือนท่านจะมีพลังยุทธ เหตุใดจึงไม่ใช้มันตอนออกจากป่าเล่าจะได้ไม่เสียเวลา"

               

ชิงหลิงเบะปากใส่หวางเย่ที่มีพลังยุทธแต่ไม่ยอมใช้ ซึ่งถ้าหากเขาใช้ป่านนี้เธอคงมาถึงห้องบรรทมนานแล้ว 

              

เป่ยหยางจะบอกนางได้อย่างไรว่าที่ตนอุ้มนางเดินแทนที่จะใช้พลังยุทธเหาะพานางมาส่งเพราะอยากอยู่กับนางให้นานอีกซักนิด ถ้าหากนางรู้เข้า เขาคงต้องอับอายไปอีกนาน

              

"เปิ่นหวางบาดเจ็บอยู่ ใช้พลังยุทธมากไม่ได้ เจ้าก็จัดการตนเองเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยหากมีใครมาเห็นเจ้าในสภาพเช่นนี้เรื่องคงไม่จบลงง่ายๆแน่"

             

ชิงหลิงมองสภาพตนเองในกระจกทองเหลืองแล้วก็ผงะตกใจ นี่มันอะไรเนี่ย!!!!!!!! เสียงไซเรนรถพยาบาลวิ่งมาในหัวเธอทันที หากเป็นภพก่อนคงมีรถตู้คันหนึ่งวิ่งมาจอดข้าง ๆ เธอพร้อมกับเปิดประตูเดินตรงมาที่เธอแล้วเอ่ยว่า 'อยู่นี่เองหาตั้งนาน กลับโรง'บาลกันเถอะ' โดยรถตู้คันนั้นข้างรถจะต้องมีคำคำหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า โรงพยาบาลศรีธัญญา แค่คิดและมองสภาพตนเองก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่เธอทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย...

              

เป่ยหยางมองนางที่คราแรกสะดุ้งตกใจตนเองในกระจกก็อดขำไม่ได้ แต่พอเห็นว่าสักพักใบหน้านางคล้ายกำลังคิดหนักกับอะไรบางอย่าง ก็รู้สึกอึดอัดยิ่งนัก จึงคิดเอ่ยเตือนสติและชี้นำหนทางเพื่อไม่ให้นางทำอะไรที่สิ้นคิดเช่นที่นางทำในวันนี้ 

             

"เปิ่นหวางจะบอกเจ้าเอาไว้สตรีไร้ตา หากเมื่อเจ้าต้องการสิ่งใด สิ่งที่จะทำให้สิ่งนั้นเป็นของเจ้าคือ อำนาจ ยิ่งเจ้ามีอำนาจที่แข็งแกร่งเจ้าก็จะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ แต่เจ้าก็ต้องจำเอาไว้ด้วยว่าอำนาจนั้นไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ และต้องแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่หากเมื่อใดที่เจ้าหลงระเริงในอำนาจจนลืมว่าตนเองยืนอยู่ตรงจุดใด เมื่อนั้นอำนาจที่เจ้ามีนั่นแหละจะที่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวของเจ้าเอง" 

              

คำพูดของหวางเย่ทำให้ชิงหลิงนิ่งไป อำนาจหรือตอนนี้แม้คนอื่นจะมองว่าเธอมีอำนาจ แต่ในความเป็นจริงนั้นเธอไม่มีอะไรเลย 

              

ทุกสิ่งล้วนอยู่ในมือของหวงตี้เธอในตอนนี้เป็นเพียงหมากเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานของหวงตี้ที่จะทรงสั่งให้เธอทำสิ่งใดก็ได้ 

               

ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้เธอทำตัวเอาแต่ใจตนเองแต่หวงตี้ก็เมินเฉยซึ่งอาจเป็นเพราะหากไม่เกินไปหวงตี้ย่อมสามารถหลับตาข้างหนึ่งได้ แต่หากวันใดหวงตี้ทรงพบสตรีที่ตนพึงใจเล่า ไม่ใช่ว่าอำนาจในมือเธอตอนนี้จะหมดไปหรือ 

                

ฉันไม่ใช่คนที่ลุ่มหลงในอำนาจ แต่หากว่ามันสามารถทำให้เธอได้ทุกสิ่งที่ต้องการ เธอก็จำเป็นที่จะต้องมีมัน 

                

ฉันรู้ว่าการขึ้นขี่บนหลังเสือนั้นลงยาก แต่จนกว่าจะถึงวันที่เธอต้องสละอำนาจให้กับสตรีของหวงตี้เธอจะต้องได้ในสิ่งที่เธอต้องการก่อน และต้องได้ใช้ชีวิตอย่างสงบในบั้นปลาย

               

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เธอปรารถนาที่สุด สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องการเพียงชีวิตที่สงบสุขเช่นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้ต้องการมากไปกว่านั้น ทำไมความต้องการที่แสนเรียบง่ายของเธอถึงดูไกลจากความเป็นจริงยิ่งนัก 

                

ฉันไม่คิดว่าตนจะได้กลับไปยังภพก่อนอีกครั้ง เพราะจากในนิยายประวัติศาสตร์ยังไม่มีใครที่ข้ามภพมาแล้วได้กลับไป ถึงจะมีบ้างแต่ก็ถือว่าน้อยมากเธอจึงคิดถึงเพียงชีวิตในภพนี้เท่านั้น 

             

ในเมื่อคิดจะตายและฝังร่างกายของตนเองในภพนี้ เธอก็จะขออยู่อย่างมีความสุขจนลมหายใจสุดท้ายของเธอเอง

            

เป่ยหยางมองแววตามาดมั่นและซื่อตรงของสตรีตรงหน้าแล้วก็ให้รู้สึกหลงใหลยิ่งนัก เขาไม่เคยพบสตรีใดที่เป็นเช่นนางมาก่อน

            

เป่ยหยางหยิบสร้อยที่มีจี้เป็นรูปขลุ่ยเงินขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อของตน ก่อนจะสวมให้สตรีตรงหน้าอย่างแผ่วเบา 

              

"หากเจ้าต้องการอำนาจเพียงเจ้าลำพังคงยากที่จะสร้างได้ แต่หากมีผู้คอยช่วยเหลือย่อมไม่เกินกำลังความสามารถ

              

ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใดจงเขียนเป็นจดหมายถึงเปิ่นหวางแล้วเป่าขลุ่ยเงินที่เปิ่นหวางมอบให้จะมีนกอินทรีมารับจดหมายจากเจ้าไปส่งในกับเปิ่นหวาง ไม่ว่าเปิ่นหวางจะอยู่ที่ใดมันจะนำไปจนถึงมือของเปิ่นหวางเอง

                

การช่วยเหลือในครั้งนี้ถือเป็นการชดใช้บุญคุนที่เจ้าช่วยชีวิตของเปิ่นหวางอย่าได้ปฏิเสธแม้ครึ่งคำ จงจำไว้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการเปิ่นหวางจะหามาให้" เมื่อเป่ยหยางกล่าวเสร็จเขาก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างอย่างไร้ร่องรอย

                


ชิงหลิงมองขลุ่ยเงินเล็กๆบนสร้อยพลางครุ่นคิดสิ่งต่างๆเงียบๆคนเดียว  สุดท้ายแล้วสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่มันดีแล้วจริงๆ หรือ....

            

ทางด้านของของหวงตี้ทั้งสองหลังจากที่สร้างสถานการณ์ให้ชิงเทียนกับหานชิงชิงให้อยู่ด้วยกันในอุทยานหลวงที่งดงามราวกับสรวงสวรรค์แล้ว

            

พวกเขายังเพิ่มบรรยากาศด้วยการที่เจิ้งหลี่นั้นลงทุนนั่งดีดพิณ หลวนหลงเป่าขลุยคลอเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ 

            

หานชิงชิงนั้นเคลิบเคลิ้มไปกับอุทยาน เสียงเพลงที่ดังมาตามสายลมและบุรุษรูปงามข้างกายตนเอง 

             

แตกต่างจากชิงเทียนที่ยืนสงบนิ่งมองทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ตลอดหลายปีที่เขาไปเป็นแม่ทัพที่ชายแดนเขาคอยติดตามถามถึงข่าวคราวของคนที่จวนเสมอ  

             

เมื่อครานั้นตอนที่เขาจากมาชิงหลิงร่ำไห้จนสลบไปถึงสามวัน เมื่อฟื้นคืนมาเธอก็ไม่ยอมพูดจากับผู้ใด ไม่ออกไปไหนมาไหนนอกจวนเช่นสตรีในห้องหอนางอื่นจากเด็กสาวที่น่ารักสดใสและแสนซุกซนกลับกลายเป็นเก็บตัวเงียบอยู่แต่เพียงในจวนเท่านั้น 

             

สิ่งนั้นทำให้ชิงเทียนรู้สึกผิดต่อนางมาโดยตลอด ราวกับว่าเขาเป็นผู้ช่วงชิงความสดใสของเม่ยเม่ยไปจากนาง ชิงเทียนเฝ้าสาบานต่อตนเองเสมอมาในโลกใบนี้มีสตรีเพียงสองนางเท่านั้นที่เขาจะรักและดูแลไปชั่วชีวิตคือมารดาของเขาและชิงหลิงเม่ยเม่ยที่เขารักยิ่งกว่าชีวิต 

             

และแม้หากเป็นเพียงสิ่งที่นางต้องการไม่ว่าเป็นสิ่งใด หากเม่ยเม่ยของนางเอ่ยปากเขาจะหามาให้แม้จะต้องพลิกทั้งแผ่นดินหามาก็ตาม

              

ในใจของชิงเทียนนั้นชิงหลิงคือสมบัติล้ำค่าที่สุด เขาทำเพื่อแผ่นดินเกิดของตนมามากแล้วแม้ไม่มากเท่าผู่อื่น แต่เขาก็ถือว่าได้ลงมือทำ 

               

แต่กับเม่ยเม่ยอันเป็นที่รักของตนนั้น เขายังไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อนางเลยซักครั้งเดียว นับจากนี้เขาจะคอยอยู่ปกป้องและจะอยู่เคียงข้างนาง ขอเพียงนางต้องการแม้ว่าจะทำให้แผ่นดินที่สงบสุขนี้ลุกเป็นไฟอีกครั้งเขาก็จะทำ เพื่อลบล้างความรู้สึกผิดที่เขาทำกับเม่ยเม่ยของตนมาโดยตลอด 

                

ชิงเทียนไม่มีแก่ใจชมนกชมไม้ด้วยจิตใจของเขากำลังว้าวุ่นในอาการป่วยของชิงหลิงไม่รู้ว่านางในตอนนี้จะอาการดีขึ้นหรือยัง เขาอยากไปดูแลเม่ยเม่ยของตนยิ่งนัก ติดก็เพียงแต่ภาระหน้าที่ที่ไม่อาจเบี่ยงตัวออกไปได้ เขาจึงทำได้เพียงส่งความห่วงใยไปให้นางอย่างเงียบๆเท่านั้น

               

หานชิงชิงเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดมีเมตตาและมีน้ำใจต่อผู่อื่นเสมอ นางเป็นเพียงบุตรีคนเล็กที่เกิดจากชายารอง ที่ทุกคนในจวนต่างเมินหน้าหนีด้วยนางนั้นชอบคลุกคลีอยู่กับขอทานและคนยากจนภายนอกจวนอยู่เสมอ

                

คนตระกูลหานนั้นรักหน้าตายิ่งกว่าอะไร การกระทำของนางจึงทำให้คนในตระกูลและบิดาของนางเอือมระอานางยิ่งนัก แม้ชาวบ้านทั่วทั้งเมืองหลวงต่างชื่นชมนางว่าเป็นคุณหนูที่มีจิตใจงดงาม แต่คนที่นางรักเช่นบิดากับมารดาของนางกลับมองว่ามันดูไร้ค่า

                

ดูสิตอนนี้สิ่งไร้ค่าที่พวกเขามองข้ามกลับทำให้นางมายืนอยู่ตรงนี้ข้างกายบุรุษที่หญิงงามทั่วทั้งเมืองหลวงได้เพียงแค่มองและเฝ้าฝันหา 

                

บุตรชายคนโตของท่านอัครเสนาบดีที่เปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจ เขาผู้ซึ่งเคยเป็นถึงแม่ทัพตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรซึ่งความสำคัญก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเท่าใดนัก ชาติตระกูล นิสัยใจคอ อนาคตล้วนไม่เป็นที่กังขา 

                

หากนางสามารถออกเรือนกับบุรุษเช่นนี้ได้คนในครอบครัวของนางย่อมไม่มองข้ามนางไปอย่างแน่นอน ชีวิตของนางคงมีความสุขราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ 

                

หานชิงชิงเพียงคิดความสุขก็เอ่อล้นออกมาทางสายตาจนหมด แววตาที่ทอดมองมายังชิงเทียนดูหวานล้ำ หลงใหล คลั่งไคล้ เป็นที่พอใจต่อหวงตี้ทั้งสองยิ่งนัก ขาดก็แต่ตัวหลักของแผนการนี้ที่ทำเพียงยืนเป็นเสาหินราวกับว่าตนไม่มีความรู้สึกอะไรเลยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า 

                 

เมื่อเจิ้งหลี่เห็นเช่นนั้นก็ให้เหล่าทหารไปนำม้าพันธ์ุดีที่คอกของตำหนักชมจันทร์ออกมาให้สาวงามหนึ่งเดียวในที่นี้ได้ชื่นชม 

                 

หานชิงชิงตื่นตาตื่นใจกับบรรดาม้าที่เหล่าข้ารับใช้นำมาให้ชมยิ่งนักนางเป็นสตรีในห้องหอไม่เคยขี่ม้ามาก่อนแม้อยากจะลองขี่บ้างแต่ก็ทำได้พียงมองเท่านั้นเพราะการขี่ม้านั้น มันไม่งามเป็นการกระทำที่สตรีไม่ควรกระทำ

                

หวงตี้ทั้งสองสบตากันราวกับรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังคิด "คุณหนูหาน สนใจอยากจะลองขี่ม้าดูหรือไม่หากเจ้าสนใจเจิ้นจะให้ชิงเทียนเป็นผู้สอนเจ้าเอง"

                

               

"หม่อมฉันขี่ได้จริง ๆ หรือเพคะ" หานชิงชิงเอ่ยถามด้วนน้ำเสียงแห่งความปิติยินดี นางรู้ว่ามันไม่งาม แต่หากพลาดโอกาสนี้ย่อมไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง

               

เจิ้งหลี่พยักหน้าอนุญาตอย่างใจกว้างราวกับแม่น้ำ มหาสมุทร ทั้งหลายไหลมารวมกัน

              

"ขอบพระทัยเพคะหวงช่าง" หานชิงชิงดีใจยิ่งนักวันนี้เป็นวันที่นางมีความสุขที่สุด ขันทีจูงม้าตัวหนึ่งมาตรงหน้านางก่อนจะวางแท่นเหยียบสำหรับขึ้นหลังม้าไว้ใกล้ๆ ชิงเทียนยื่นมือออกมาให้นางจับเพื่อพยุงนางให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้า

               

เมื่อหานชิงชิงขึ้นไปอยู่บนหลังม้าก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยด้วยเป็นครั้งแรกที่นางหัดขี่ม้า "คุณหนูหานไม่ต้องกลัวมีข้าอยู่ข้าจะไม่ให้เจ้าได้รับบาดเจ็บแม้เพียงน้อยนิด" ชิงเทียนเอ่ยปลอบสตรีที่กำลังนั่งประหม่าอยู่บนหลังม้า 

                

หานชิงชิงพยักหน้าแล้วยิ้มหวานหยดส่งให้ชิงเทียน นางที่อยู่บนหลังมานั่นรู้สึกได้ถึงอิสระเสรีหากนางขี่ม้าได้ชำนาญกว่านี้และได้ขี่มันไปยังที่ต่างๆ ในทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่มันคงจะดีไม่น้อย 

                

ชิงเทียนเดินจูงม้าวนไปรอบ ๆ อุทยานหลวงและคอยระวังไม่ให้ม้าสะบัดคนที่นั่งอยู่บนหลังม้าให้ร่วงลงมา

               

ในช่วงที่ชิงเทียนไม่ทันได้ระวังตัวหลวนหลงก็แอบใช้พลังยุทธดีดก้อนหินใส่ม้าด้วยความเร็ว ม้าตกใจห้อตะบึงไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว 

                

ชิงเทียนที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อม้าตกใจในคราวแรกเขาก็ดึงเชือกที่ตนจับอยู่บวกกับใช้พลังยุทธกระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังม้า 

                 

แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ม้ากลับไม่ยอมลดความเกรี้ยวกราดลงเลยแม้แต่น้อย ทำให้ชิงเทียนตัดสินใจอุ้มหานชิงชิงกระโดดลงจากหลังม้าโดยใช้ตนเองเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้กับหานชิงชิง เป็นอีกหนึ่งบทวีรบุรุษช่วยเหลือสาวงามเพียงแต่สาวงามในอ้อมแขนหมดสติไปเสียก่อนแล้ว

                 

เหล่าขันทีและนางกำนัลที่เห็นเหตุการณ์ต่างวิ่งตามหมอหลวงกันให้จ้าละหวั่น ชิงเทียนอุ้มพาคุณหนูหานชิงชิงที่ไม่ได้สติไปยังเรือนรับรองอีกฝั่งหนึ่งที่ได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ 

                 

หลังจากหมอหลวงเข้ามาตรวจดูอาการของคุณหนูหานชิงชิงแล้ว ก็กล่าวว่านางเพียงแต่ตกใจและสลบไปเท่านั้นไม่มีบาดแผลใดตามร่างกาย ส่วนชิงเทียนนั้นมีรอยแผลถลอกพกช้ำดำเขียวบ้างเล็กน้อยเพราะเขานั้นเป็นผู้ฝึกพลังยุทธ แค่อุบัติเหตุเล็กน้อยหาได้ทำอันตรายใด ๆ ต่อเขาไม่

                

เมื่อหวงตี้ทั้งสองเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้นได้รับการคลี่คลายแล้วพวกเขาก็ฝากให้ชิงเทียนอยู่ดูแลคุณหนูหานชิงชิง 

               

หากนางฟื้นขึ้นมาก็ให้ส่งคนมารายงายต่อเขา และให้ส่งคนไปแจ้งที่จวนของรองเจ้ากรมพิธีการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ทางนั้นอย่าได้กังวล หลังจากที่นางอาการดีขึ้นพวกเขาจะส่งคนคุ้มกันนางกลับไปส่งอย่างปลอดภัยเอง 

               

ชิงเทียนไม่อาจขัดคำสั่งใดได้จึงทำได้เพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น แม้ในใจจะอยากไปดูอาการของเม่ยเม่ยมากมายเพียงใด แต่เขาก็ปัดความรับผิดชอบที่ทำให้คุณหนูหานชิงชิงได้รับบาดเจ็บไปไม่ได้  จึงทำได้เพียงเฝ้ารอให้นางฟื้นขึ้นมาเท่านั้น 

                

หวงตี้ทั้งสองเมื่อจัดการยัดเยียดสาวงามให้แก่ผู้อื่นแล้วก็ขอตัวมาดูอาการของชิงหลิงเนื่องจากในตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยยามเซินมาพอสมควรแล้ว นางคงจะตื่นไม่สินางคงไม่ได้หลับและกำลังเฝ้ารอพวกเขาให้กลับไปหาอยู่อย่างแน่นอน

               

พวกเขาจะไปดูเสียหน่อยว่าตอนนี้นางจะอาละวาดทำลายข้าวของในตำหนักไปมากน้อยเพียงใดบ้างแล้ว

               

ฝ่ายชิงหลิงหลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าหวีผมแล้วม้วนขึ้นครึ่งศรีษะปักปิ่นห้อยระย้าลายดอกเหมยประดับทับทิบสีแดงที่ด้านหลังศรีษะ แต่งหน้าบางเบา เน้นดวงตาให้ดูกลมโตแต้มจุดลายดอกเหมยที่กลางหน้าผากแลดูเย้ายวนและอ่อนโยนไปในตัว 

               

เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะเป็นผู้ไขว่คว้าความสุขและจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งชิงสิ่งที่เธอรักไปอีก

              

และในตอนนี้ปัญหาของชิงหลิงคือเสื้อผ้าของเธอที่ขาดวิ่นทั้งจากที่เกี่ยวกับกิ่งไม้และที่ฉีกเพื่อนำไปพันบาดแผลของหวางเย่ผู้นั้น หากเธอโยนทิ้งไปจะต้องมีเธอกำนัลและขันทีมาพบ 

              

หากซ่อนเอาไว้ในไม่ช้าก็ต้องมีผู้มาพบเจออยู่ดี หากเผาทำลายก็ต้องมีควันและเศษซาก หวงตี้จะต้องตรัสถามว่าเธอทำเช่นนั้นไปทำไม พลางเธอก็พลันนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกไปจากตำหนักขึ้นมาได้ หึ หึ ชิงหลิงยิ้มให้กับแผนการที่นึกขึ้นได้







ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพวาดเถาวัลย์ดอกไม้
Talk เบาเบา 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #913 K_sushi_P (@K_sushi_P) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 17:22
    กำลังจะมีคนหน้าแหก เตรียมเข็มจ้าาาา
    #913
    0
  2. #642 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:00
    รอดูศึกชิงนาง
    #642
    0
  3. #492 POSTION (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 13:48
    เรื่องนี้ฮ่องเต้มีความมโนสูงมากกก555
    #492
    0
  4. #439 Gam u (@lamones) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 01:20
    ต๋ายยย gatเชื่อมโยงเต็มทั้งคู่แน่เพคะ
    #439
    0
  5. #325 SuwannaBL (@SuwannaBL) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:53
    รีดเดอร์ว่ารีดเดอร์สายมโน เเล้วนะ
    เจออิตาสองคนนี้เจ้าไป รู้สึกตัวเองธรรมดามากเลยอะ ยอมเเพ้จริงๆ
    #325
    0
  6. #237 บุตรแห่งลม (@pich-got7) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 15:27
    รำคาณพระรองผิดไหม
    #237
    0
  7. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 20:55
    เอ๋มีแผนอะไร คิดจะเอาคนก็เอาได้เลยนั้นมันห่วงโฮของแคว้นเชียวน้ามาแย่งไปได้ไง
    #217
    0
  8. #171 Puipui Puilui (@puirong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 01:21
    มาใหม่ มารอ แต่ไม่อยาก ให้ อีกคน หลวงลวง อะไรจำชื่อไม่ได้ มาใช้น้องสาวนางเอกเป็นเครื่องมือ ไม่ดี ไม่ดีไรต์ จีบตรงๆๆ ดีกว่า บอกไปเลย
    #171
    0
  9. #167 siriwimolsukphop (@siriwimolsukphop) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 16:03
    หวงช่างทั้งสอง..โปรดอย่ามโนเจ้าค่ะ!!!!!
    #167
    0
  10. #166 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 14:02
    มีแต่คนอยู่สายมโนทั้งนั้น...อ่านแล้วฮาดีค่ะ
    #166
    0
  11. #165 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 13:58
    อยุ่เฉยๆก็มีคนรักคนชอบ หุๆๆๆๆ
    #165
    0
  12. #163 Porduu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 13:20
    เข้าใจเลยว่าไมนางเอกไม่อยากยุ่งกะใคร55
    #163
    0
  13. #162 reilovekill (@kill-curay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 12:01
    ไม่เอาทั้งคู่เมียๆเยอะเกินน่ารังเกียจ
    อยู่ลอยตัวสบายๆแบบตอนนี้ดีกว่าเยอะ ไม่เจ็บไม่ช้ำใจ
    #162
    1
    • #162-1 #น้องสาวบราค่อนขี้มโน (จากตอนที่ 17)
      12 มีนาคม 2560 / 14:06
      ใช่ไม่ก็หาคนใหม่เหอะ สองคนนี้เห็นแก่ตัวมากนะ
      #162-1
  14. #161 paidoi (@hathai09) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 10:41
    ปู้จายเรื่องนี้มโนไปไกลมาก555
    #161
    0
  15. #160 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 10:12
    หวงโฮ่วคงบอกอะไรของพวกท่านเนี่ยเพ้อเจ้อกันไปใหญ่แล้ว เราจะขออยู่กับกองหมอนและพิณ
    #160
    0
  16. #159 0899927876 (@0899927876) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 09:43
    รีบมาต่อน่ะค่ะ สนุกมากเลย
    #159
    0
  17. #158 สกุลอนิรุณ (@dot55555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 08:02
    โอ้ยมันสันไปไรต์ยังไม่ถึงไตเลย
    #158
    0
  18. #157 natpapat5665 (@natpapat5665) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 02:12
    อย่ามาม่ามากนะไรท์รีดเป็นพวกอ่อนไหวง่ายเจอมาม่าทีไรร้องไห้ตามตลอด
    #157
    0
  19. #156 bennybebenni (@bennybebenni) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 02:03
    รอคร้า จะมาม่าสักกี่ตอนจะดอง เราไม่อยากติดอยู่บนยอดดอยแล้วหาทางลงไม่ได้ ตับก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงนะคะ เบาๆหน่อย
    #156
    0
  20. #155 Angiemammy (@Angiemammy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 01:31
    น่ารักค่ะ เชียร์สองคู่เลยค่ะ
    #155
    0
  21. #154 shadow_devil (@wrtja) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 01:29
    เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะคะ
    #154
    0
  22. #153 CC.cuTTer (@Alisa99) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 01:08
    อย่าหลอกใช้ชิงจูก็พอ ไม่งั่นจะเกลียดฮ่องเต้แคว้นหยวนจริงๆด้วย หึ!
    #153
    0