Angel academy [MarkBam]

  • 80% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 182,245 Views

  • 3,442 Comments

  • 4,386 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    367

    Overall
    182,245

ตอนที่ 179 : ภาค 2 - 270 - 286

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    6 พ.ค. 61

***ขอโทษที่ภาระหน้าที่ทำให้ล่าช้าไปบ้างนะคะ  


          วันแข่งขันปรุงยา

            เหล่าประธานของแต่ละชั้นปีทำหน้าที่ดูแลการแข่งขันของแต่ละส่วน ปีหนึ่งก็รับหน้าที่ดูแลของปีหนึ่งไป จะดีที่มีคนมากหน่อยเพราะมาช่วยจากทุกหอ ยองแจที่เดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ว่างที่จัดไว้สำหรับคนที่มาเชียร์ ด้านหน้าเป็นเวทีขนาดใหญ่แบ่งเป็นเจ็ดช่อง ไม่มีอะไรกั้นเพราะมีโต๊ะตัวยาววางอยู่เจ็ดตัวด้วยกัน ตัวแทนหอละหนึ่งคนกับเจ็ดชั้นปี ทางด้านหลังโต๊ะเป็นชั้นยาขนาดใหญ่ความยาวเท่าเวทีและสูงขึ้นไปห้าเมตร เป็นชั้นเหล็กที่มีวัตถุดิบในการแข่งขันวางเรียงเอาไว้ ซึ่งความยากอยู่ที่ตรงนี้เพราะมันมีมาแค่โหลแก้วและวัตถุดิบที่อยู่ข้างในไม่มีป้ายชื่อแปะเอาไว้ ร่างอวบที่นั่งมองชั้นยาอย่างทึ่งๆ อยู่นานแล้วหันมาหาเพื่อนรักเพราะนึกขึ้นได้

            “แบม”

            “หือ?”

            “แกไม่ไปเหรอ?”

            “ไปไหน?”

            “...รองประธานหอชั้นปีที่หนึ่งหอมังกร ไม่ไปทำงานเหรอคะ?” กระตุ้นเตือนเพื่อนรักที่ทำท่าจะซบไหล่ของตนอยู่ประเดี๋ยวนี้แล้ว

            “...” ลำตัวบางค้างอยู่กับที่ ยังไม่ทันจะแตะกับไหล่นิ่มๆ ของเพื่อนเลยก็ต้องถอนหายใจออกมา

            “อย่ามาเนียน ไปช่วยจูเนียร์เลย อู้ตลอดสิแกเนี่ย” มือนุ่มดันไหล่เพื่อนให้เดินไปทางเวทีที่เห็นเหล่าบรรดากรรมการของแต่ละหอยืนอยู่ ซึ่งจูเนียร์ก็เดินไปมาให้เห็นผ่านตาตลอด

            “อือๆ ไปก็ได้ กะว่าจะงีบสักหน่อยนะเนี่ย เห้อ!

            ร่างบางเดินไปเข้าไปหาเพื่อนๆ หอมังกร แต่ยังไม่ทันจะเข้าไปถึงตัวประธานหอคนสวยก็ต้องเซไปข้างหน้าเพราะแรงกระแทก

            ปึ้ก!

            เนื่องจากเวทีที่กว้างมาก ที่ทางก็กว้างขวางเสียจนเหล่าคนทำงานไม่ได้ยืนเบียดกันจนต้องมีการชนกันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ทำไมเพียงแค่เธอเดินขึ้นมาบนเวทีเท่านั้น พื้นที่ที่คนยืนกระจัดกระจายกันอยู่กลับดูแค่ลงถนัดตา กลุ่มคนที่แบมแบมเดินผ่านเป็นเหล่ารุ่นพี่

            หอนาคา...

            ตากลมเหลือบไปเห็นร่างโปร่งของสาวสวยคุ้นตาในช่วงนี้ รุ่นพี่ปีห้าหอนาคายืนฉีกยิ้มกว้างนางงามสุดๆ แต่แววตามองยังไงก็มีแววของความสะใจอยู่ในนั้นชัดๆ แบมแบมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในใจก็คิดแจกแจงเป็นข้อๆ

            หนึ่ง จะล้มลงกับพื้นเวที เล่นละครลิงไปกับเขาด้วย หรือว่า

            สอง รอดปลอดภัยเดินสวยๆ อย่างนางงาม

            ซึ่งแบมแบมรู้ตัวเองดีว่า ข้อสองนั้นคะแนนนำโด่งมากในใจของเธอ เสียเวลาที่จะมาวุ่นวายกับคนที่เข้ามาหาเรื่อง ให้คนอื่นปกป้องตัวเองซะบ้างก็ดีเหมือนกัน ถ้าพี่ชายสองคนและคู่หมั้นที่ยืนอยู่บนเวทีไม่ทำอะไรปล่อยให้คนอื่นมารังแกเธอก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

            เมื่อเลือกได้ เพียงเสี้ยววินาที แรงกระแทกไหล่ที่มองดูก็รู้ว่าตั้งใจให้ล้มลงวัดพื้นเวทีแน่ๆ เป็นอันตกไปเพราะร่างบางที่เซแล้วใช้ความเจนกว่าด้วยการหมุนตัวหลบและเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เพียงแค่แบมแบมเดินเข้าไปใกล้กลุ่มของหอมังกรเท่านั้น เสียงทักทายก็ดังขึ้น

            “เห้ย! แบมแบมเหรอเนี่ย นึกว่าไปแอบหลับแล้วนะ” เสียงทักจากหอมังกรปีหนึ่ง เล่นเอาร่างบางได้แต่ยิ้มรับและอยากจะกลับไปนอนซบไหล่ยองแจซะเดี๋ยวนี้

            “มาทำไมเราน่ะ ไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้นรอก็ได้ ไม่มีอะไรให้ช่วยหรอก เขาทำกันเสร็จหมดแล้ว” นี่ก็อีก เสียงทักจากเหล่ารุ่นพี่หอมังกร นำมาโดยพี่ชายคนโตของร่างบาง ส่วนคู่หมั้นของเธอเป็นคนลากให้ไปนั่งแหม่ะอยู่ที่เก้าอี้ด้านหลังชั้นยาเองกับมือ

            “นั่งรอตรงนี้นะครับ ใครแกล้ง บอกพี่” สิ้นเสียงทุ้ม ร่างบางหันไปจ้องตากับมาร์คทันที ก่อนจะยกยิ้มเมื่อเห็นคนตัวโตขยิบตาส่งให้

            เห็นสินะ...

            มือแกร่งลูบศีรษะน้องสองสามทีก่อนจะผละออกไป แบมแบมไม่ขัดศรัทราของใครทั้งสิ้น ขอพักสายตาสักครู่ อาหารเช้าที่รับประทานมานั้นกำลังทำงานของมัน เป็นตัวเร่งการงีบหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างบางฟุบหลับกับโต๊ะอย่างมีความสุข

            ผิดกับอีกด้านบนเวทีเดียวกัน

            แยมโรลทำหน้าเศร้าทั้งที่ในใจกำลังเดือดดาล ตาหลุบมองพื้นเวทีเมื่อมีเพื่อนๆ จากหอเดียวกันเดินเข้ามาตบที่ไหล่เบาๆ

            “ไม่เป็นไรนะแยมโรล ไม่ต้องเศร้า” เจนเพื่อนจากหอนาคาแสดงความเห็นใจเพื่อนสาว เธอรู้ว่าแยมโรลชอบมาร์คหอมังกรมากจริงๆ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ก็ในเมื่ออีกฝ่ายมีคู่หมั้นแล้วเธอจึงทำได้แค่คอยปลอบเพื่อนก็เท่านั้นผิดกับอีกคน

            “อย่าไปยอมนะแยมโรล ดูสิเด็กนั่นร้ายแค่ไหน เห็นๆ อยู่ว่าเมื่อกี้เรากระแทกแรงขนาดนั้นมันน่าจะล้มสิ แต่นี่อะไร เดินต่อได้หน้าตาเฉย ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าน้องปีหนึ่งคนนั้น ไม่ใช่เล่นๆ” มาริพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ เธอเป็นคนเดินไปกระแทกน้องคนนั้นเอง เห็นเดินมาแต่ไกลแล้วก็เลยอยากจะแกล้งสักหน่อย แต่ทำเอาเธอเสียหน้าเพื่อนๆ เพราะว่าคนที่ตั้งใจจะแกล้งกลับไม่ได้สนใจแม้แต่จะหันหลังกลับมามอง

            ยอมไม่ได้!

            “อย่าไปวุ่นวายกับน้องเขาเลย น้องแบมน่ารักนะ” แยมโรลพูดขึ้น

            คนอื่นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยิ่งทำหน้าสงสารเจ้าตัวเข้าไปใหญ่ นางฟ้าหอนาคามีอันต้องพ่ายแพ้เรื่องหัวใจกับเด็กเข้าใหม่เป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดจริงๆ คำพูดที่อ่อนโยนยิ่งทำให้เพื่อนทุกคนรุมล้อมเข้าหา มาริตวัดตาไปมองร่างบางที่โดนเหล่ารุ่นพี่จากหอมังกรล้อมรอบ เห็นตลอดจนกระทั่งมาร์คจูงไปด้านหลังชั้นวางยา เธอนิ่งมองอยู่ชั่วขณะจนเมื่อเสียงหวานๆ ของแยมโรลพูดขึ้นเบาๆ

            “สองคนนั่นหวานกันจังเลยเนอะ ไปทำอะไรกันด้านหลังน่ะคนอื่นเขาอยู่ด้านนอกกันหมด”

            คนอื่นอยู่ด้านนอกกันหมด...

            ออกแรงแก้แค้นแทนเพื่อนสักนิดก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง มาริคิดในใจก่อนจะดึงสายตากลับไปมองแยมโรลที่ยังคงส่งยิ้มหวานๆ แสนดีมาให้

            อีกด้านหนึ่งของเวที

            เจบีเดินเข้าไปหารองประธานหอที่ยืนกอดอกรออยู่นิ่งๆ เขาเข้าไปยืนข้างๆ พูดขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ “กูมีน้องสาวแค่คนเดียวนะมาร์ค ถ้าใครมาทำน้องกู...”

            “คู่หมั้น...แม่ของลูกกู!

            “...” ตาเรียวตวัดมองเพื่อนอย่างเซ็งๆ คำสุดท้ายคำเดียวของมาร์คเป็นอันหยุดทุกอย่าง ไอ้เพื่อนคนนี้มันหวงทุกอย่างที่เป็นของมัน เขายกมือขึ้นตบบ่ากว้างของมาร์ค “เอาแค่พอดีนะ อย่าถึงตาย”

            มาร์คมองเจบีที่ผละจากเขาแล้วเดินเข้าไปหาแจ็คสัน ทำไมจะไม่เห็นว่าน้องเจออะไรตั้งแต่เดินขึ้นมาบนเวที คนที่ยืนกระจายกันทำงานด้านบนพอแบมแบมเดินขึ้นมา อยู่ๆ ก็จงใจเดินเข้าหากันเพื่อบีบให้น้องเดินผ่านตามต้องการก่อนจะเดินเข้ากระแทก มาร์ครู้ว่าแบมแบมรู้ตัวว่ากำลังโดนแกล้ง แต่ก็นั่นแหล่ะ

            น้องไม่ค่อยสนใจกับเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้!

            จะว่าไปนิสัยของแบมแบมในเรื่องนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ตาคมตวัดมองไปยังกลุ่มคนจากหอนาคา เขาเห็นแล้วว่าผู้หญิงพวกนั้นมองไปทางที่น้องอยู่ยังไง แน่นอนที่เจบีก็เห็นเช่นกัน คงเพราะสายตาที่มีแววตาไม่ประสงค์ดีด้วยล่ะมั้งทำให้ประธานสุดหล่อปีห้าถึงกับต้องเดินเข้ามาหา

            เพราะตอนนี้หน้าที่ดูแลน้อง...เป็นของเขา

            มาร์คจงใจแยกแบมแบมให้ไปอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่มีหลักฐาน จะให้จัดการอะไรก็ลำบาก ตาคมเหลือบเห็นผู้หญิงคนเดิมที่กระแทกคู่หมั้นตัวน้อยของเขากำลังทำเป็นเดินเนียนๆ ไปทางด้านหลังชั้นยา

            “หึ!” ร่างโปร่งยกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ ค่อยๆ จัดการไปทีละคนก็แล้วกัน ตาคมเหลือบมองก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะกอดอกเอนหลังพิงพนักแล้วหลับตาลงชั่วครู่ เจบีที่เห็นว่าว่าที่น้องเขยนั่งหลับเขาก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ อย่างเงียบๆ

 

            มาริเดินเลาะคนอื่นมาเรื่อยๆ ผมดำยาวถึงกลางหลังวันนี้ถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเพื่อความสะดวก เธอทำทีเดินไปดูโน่นนี่นั่นอย่างเนียนๆ ไม่ได้พุ่งตรงเข้าไปยังที่หมายโต้งๆ เมื่อเห็นว่าคนอื่นไม่ได้สนใจตัวเองเมื่อไหร่ก็ค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้ทางนั้นเรื่อยๆ

            อีกประมาณไม่ถึงยี่สิบเมตรก็ถึงเป้าหมาย

            หางตาของเธอเห็นโต๊ะและเก้าอี้วางอยู่ด้านหลังชั้นวางยาลิบๆ ปลายเท้ากับชายกระโปรงและเสื้อคลุมที่เห็นอยู่ไกลๆ ทำให้มาริใจชื้นขึ้นมาว่าเป้าหมายยังคงอยู่ แถมยังอยู่ในสภาพพร้อมให้แกล้งซะด้วยสิ และขณะที่กำลังเหลือบมองคนอื่นที่หันหลังให้ก็ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ

            ปึ้ก!

            เคร๊ง!

            “โอ๊ย!” เซไปเล็กน้อยอย่างงงๆ

            “โอ๊ะ! เจ็บหรือเปล่า ขอโทษนะครับ”

            น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างไม่รอช้า มือก็เอื้อมจับไหล่ของคนที่เซเล็กน้อยเอาไว้ แววตามีความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด มาริถึงกับอึ้งอยู่กับที่ เริ่มไม่มั่นใจในตัวเองแล้วว่าเวลาแค่ชั่วเสี้ยวหันไปมองทางอื่นนั้น ทำไมถึงได้เดินไปชนกับหนึ่งในสามของเทพบุตรปีห้าแห่งหอมังกรได้

            “อะ..เอ่อ ไปเป็นไรค่ะ” รีบส่ายศีรษะปฏิเสธเมื่อเห็นแจ็คสันทำหน้าตาสำนึกผิดส่งมาให้

            “ไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอครับ ขอโทษจริงๆ นะ ผมชื่อแจ็คสัน ปีห้าหอมังกรครับ แล้วคุณ..เอ่อ..”

            “มาริค่ะ” ส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้ชายหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มหวานบาดใจกับน้ำเสียงทุ้มติดแหบทำเอาเธอแทบจะลืมว่าก่อนหน้านี้ตัวเองมาทำอะไรอยู่ตรงนี้แทนที่จะรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนๆ จากหอเดียวกัน

            “ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ผมนี่ซุ่มซ่ามมากๆ เลย กำลังจะเดินเอาถ้วยใบนั้นไปเก็บด้านหลังน่ะครับ รีบไปหน่อยเลยเดินไม่ดูทาง ทำให้คุณมาริต้องเจ็บตัวเลย ผมนี่แย่จริงๆ”

            มาริรีบยกมือขึ้นโบกไปมารัวๆ “ไม่ ไม่เลยค่ะ มาริเองก็ผิดที่เดินไม่ดูทาง มัวแต่หันไปมองเพื่อนก็เลยชนกับคุณเลย ขอโทษเหมือนกันนะคะ”

            “โอ๊ะ! ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คนสวยๆ อย่างคุณไม่ต้องขอโทษผมหรอก งานนี้ผมผิดเต็มๆ ให้ผมขอโทษคุณมาริเถอะ เอ่อ ผมว่าผมคงต้องรีบเอาถ้วยในนั้นไปเก็บก่อน ดูเหมือนว่างานใกล้จะเริ่มแล้วด้วย วันหน้าถ้าเจอกันก็อย่าลืมทักกันนะครับ” ยกมือขึ้นโบกให้กับสาวก่อนที่แจ็คสันจะก้มลงเก็บถ้วยแสตนเลสใบเขื่องที่กลิ้งอยู่กับพื้นขึ้นมาถือ เขาเดินไปยังทิศที่ต้องการแต่ก็ยังไม่วายหันหลังกลับมาโบกมือบ๊ายบายให้กับสาวปีเดียวกันจากหอนาคา

            “ปากหวานจังเลยนะ” มาริอมยิ้มพึมพำเบาๆ ก่อนจะตั้งสติได้เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใครจึงสาวเท้าไปทางด้านหลังชั้นยา

            เวทีมีลักษณะของพื้นที่เป็นแบบด้านหน้าติดกับผู้ชมกว้างกว่าด้านหลังอยู่พอสมควร กลุ่มนักศึกษาจากหอนาคามักรวมกันอยู่ทางด้านขวาหากหันหน้าออกหาผู้ชมซึ่งห่างจากชั้นวางโหลยาอยู่พอสมควร ส่วนหออื่นนอกจากหอนาคาก็ยืนอยู่รวมๆ กันคอยช่วยงานตามที่อาจารย์จัดแจง ไม่ได้แยกตัวไปรวมกันชัดเจนเท่าหอนาคาซึ่งมักมีนิสัยแบ่งพวกอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

            ก่อนที่มาริจะหลุดเข้าไปด้านหลัง ตาของเธอก็เหลือบมองไปอีกฝั่ง ยกยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเห็นว่ามาร์คนั่งหลับอยู่กับกลุ่มจากหอมังกร เด็กคนนั้นอยู่คนเดียวแบบนี้ก็แสดงว่าเธอจะจัดการความต้องการได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยน่ะสิ

            ก้าวเข้าไปด้านหลังชั้นยาจนพ้นสายตาอย่างเงียบเชียบด้วยคิดว่าไม่มีใครเห็นอย่างแน่นอน

            แจ็คสันออกมาจากห้องเล็กๆ ที่เขาเพิ่งเอาถ้วยไปเก็บ แววตาเปลี่ยนไปจากเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง เหลือบมองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายเดินลับหายไป เขายังคงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเช่นเดิม เดินกลับไปหาพี่ชายอย่างไม่เร่งรีบ มีแวะทักคนอื่นบ้างตามทาง หางตาเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ด้านปลายสุด ผู้หญิงที่ทำตัวไกลจากปัญหาแบบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน แต่แววตาเฝ้ามองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับนกอีกาเฝ้ารอคอยเหยื่อให้ตายจากไปก่อนที่จะทึ้งซากศพที่เน่าเฟะแล้วนั่นเอง

            เมื่อเดินไปด้านปลายสุดทางซ้ายเมื่อหันหน้าออกหาผู้ชม พี่ชายของเขาซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่กับที่หันมองน้องชายยิ้มๆ ยกมือขึ้นตบบ่าแจ็คสันสองครั้งแต่ไม่ได้พูดอะไร

            “ห้านาทีน่าจะพอใช่มั้ยพี่เจบี?”

            “...” เจบีเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหันไปมองมาร์คที่นั่งอยู่ท่าเดิมมาเกินห้านาทีแล้ว กำลังจะอ้าปากตอบแจ็คสันแต่เสียงทุ้มจากคนที่นั่งหลับตาอยู่กลับพูดแทรกขึ้นเบาๆ

            “หึ เกินพอว่ะ”

            เปลือกตาเปิดขึ้นเผยให้เห็นตาคมที่ฉาบแววแห่งความสะใจเอาไว้

 

            ตอนนี้มาริเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเด็กปีหนึ่งหอมังกรที่นอนแก้มย้วยแนบโต๊ะคนนี้แล้ว เธอมองไปรอบๆ ก็เห็นสภาพด้านหลังชั้นวางขวดโหลยาอย่างละเอียด ด้านหลังของมันถูกคนเอาประดานไม้อัดอย่างดีแปะปิดเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนดูมองมาเห็นด้านหลังชั้นยาที่อาจจะมีการยกของเข้ามาวางเอาไว้บ้างตามประสาด้านหลังของเวที ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งดี เอื้ออำนวยในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ

            มาริไม่พูดพร่ำทำเพลง ตอนนี้เธอต้องแข่งกับเวลา

            มืออวบนิ้วเรียวยาวกับแหวนที่บ่งบอกชั้นปีกับหอพักยกขึ้นมาด้านหน้า เริ่มพึมพำร่ายเวทสมาธิเพ่งเข้าไปยังร่างบางที่นอนฟุบโต๊ะตรงหน้า

            เปรี๊ยะ!

            ฟู่!

            เกิดหลุมดำขนาดคนตกลงไปได้ขึ้นที่พื้นตรงหน้ากับแรงลมหมุนที่ดังลอดออกมาให้ได้ยิน มาริหัวเราะออกมาเล็กน้อย เธอใช้เวทย์เรียกหลุมดำแห่งกาลเวลาออกมา กะว่าจะทำให้คนตรงหน้าหายตัวไปโผล่ในป่าสักสี่ห้าวัน เอาให้พอขวัญกระเจิงแต่ไม่ถึงตาย ได้แก้แค้นคืนข้อหาทำให้แยมโรลต้องทุกข์ใจและที่แน่ๆ อีกข้อหานึงคือ ทำให้เธอต้องเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนคนอื่นเมื่อครู่นี้นั่นเอง

            “ช่วยไม่ได้นะ อยากรนหาที่เอง”

            “อือ...” แบมแบมครางออกมาเมื่อถูกรบกวนด้วยเสียงที่อยู่ใกล้ๆ ร่างบางค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะยืดตัวตรงเมื่อเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย แถมยังเป็นรุ่นพี่จากหออื่นเสียด้วยสิ

            “น้องชื่ออะไรนะ?” มาริยืนกอดอกเดินเข้าไปใกล้รุ่นน้องหอมังกรที่เพิ่งตื่นขึ้น ข่มขวัญคนตัวเล็กกว่าเต็มที่ด้วยคิดว่าเด็กปีหนึ่งจะเอาอะไรมาสู้ปีห้าอย่างเธอได้

            “คะ?” ใบหน้าน่ารักกับแก้มกลมๆ ทำหน้างงส่งไปให้ มาริยิ่งหมั้นไส้แบมแบมที่ยังคงไม่รู้ชะตากรรมทั้งๆ ที่เธอกำลังยืนค้ำศีรษะข่มขวัญอยู่จึงเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยเสียงไม่พอใจ

            “ก็ถามไงว่าชื่ออะไร หน้าตาก็ไม่ดีแล้วยังจะหูตึงอีกหรือยังไงกันนะ เอ้า! ตอบมาซะทีสิ ชื่ออะไร?”

            “ชื่อมารีนค่ะ”เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างคล่องแคล่ว

            มาริชะงักเล็กน้อยพลางนึกถึงเมื่อสักครู่ที่แยมโรลเอ่ยชื่อของเด็กคนนี้ออกมา เมื่อรู้สึกว่าไม่คุ้นหูเธอจึงถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

            “ชื่ออะไรกันแน่?”

            “ชื่อมารีนค่ะ” ร่างบางย้ำกลับมาด้วยเสียงเรียบๆ อีกครั้ง

            มาริคิ้วขมวดไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะชื่อเหมือนมารดาของตนเอง แต่แล้วก็ปัดความฟุ้งซ่านนั้นทิ้งไป มันก็แค่ชื่อเท่านั้นเอง

            “ก่อนหน้านี้น้องเดินชนพี่ ไม่เห็นจะขอโทษสักนิดเลย”

            “ชน? เหรอคะ?”

            “ใช่สิ! ขอโทษมาซะดีๆ” มาริตะคอกเด็กที่ยังนั่งทำหน้างงอยู่เสียงดัง

            “ข..ขอโทษค่ะพี่”

            “จริงๆ แล้วแค่ขอโทษอย่างเดียวก็ไม่ได้นะ มันควรจะมีอะไรมากกว่านั้น” เธอนึกอะไรดีๆ ออก ในเมื่อเด็กมันหัวอ่อนเธอก็ควรสนองให้ “ก้มลงกราบด้วย”

            “คะ?” สีหน้างงๆ ยังคงส่งมา มาริเห็นแล้วก็ขัดใจ เธอเงื้อมือขึ้นสูงเป็นการข่มขู่

            พลั่ก!

            “กราบ!” จับแขนบางๆ ของคนที่นั่งอยู่แล้วกระชากให้ลงไปนั่งแปะที่พื้นเวที “กราบเร็วๆ เข้า อย่าให้ต้องบอกหลายครั้ง กราบแล้วก็บอกขอโทษด้วย เร็วๆ เข้า”

            คนที่บอกคนอื่นว่าตนเองชื่อมารีนก็ได้แต่ทำหน้าเศร้า กัดริมฝีปากอิ่มแน่น สีหน้าดูก็รู้ว่าคับแค้นใจขนาดไหน เสียงหวานพูดออกมาเบาๆ

            “ถ้ามารีนกราบแล้วพี่จะหายโกรธใช่หรือเปล่าคะ? ถ้าอย่างนั้นมารีนจะกราบค่ะ” คนตัวเล็กตัดสินใจทันทีเมื่อเห็นว่ามาริพยักหน้าให้ตอนที่ถาม

            ร่างบางที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นก่อนแล้วจึงค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ

            “เดี๋ยว!” เขยิบถอยหลังเล็กน้อยก่อนที่มาริจะยื่นเท้าข้างหนึ่งไปตรงหน้าเด็กสาวที่อายุน้อยกว่า พูดขึ้นด้วยเสียงเหี้ยมๆ “กราบลงที่เท้าข้างนี้ก็แล้วกัน นี่ปราณีมากเลยนะที่เธอไม่ต้องกราบฉันสองเท้า เอ้า! กราบเร็วๆ เข้า”

            คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว ร่างเล็กๆ สั่นระรัวอย่างเกรงๆ มาริที่มองเห็นภาพนี้ก็ถึงกับยิ้มออกมาอย่างพอใจ เธอใจดีขนาดไหนที่ไม่ทำร้ายร่างกาย แค่กราบขอโทษก็พอไหวกับความโกรธก่อนหน้านี้ ตาจับจ้องร่างเล็กๆ ที่กำลังค้อมกายลงกราบ

            แหม่ะ!

            ถ้าเดาไม่ผิด มาริคิดว่ามันน่าจะเป็นน้ำตาที่หยดมาจากใบหน้าเล็กๆ นั่น น้ำร้อนๆ นี้มันคงจะไหลผ่านแก้มอิ่มก่อนจะตกลงบนรองเท้าคู่สวยของเธอ

            “อย่าเอาน้ำตาสกปรกๆ ของเธอมาโดนรองเท้าฉันสิมารีน” พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ระวังจะถูกทำโทษอีก”

            “ค..ค่ะ”

            มือบางที่ประกบกันอยู่ตอนนี้ปลายนิ้วของเธอแปะเข้ากับรองเท้าหนังสีดำคู่เก่งของรุ่นพี่ปีห้าหอนาคาเรียบร้อยแล้ว เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วๆ “ขอโทษค่ะ”

            “อะไรนะ พูดให้มันดังๆ หน่อย” มาริตะคอกจนร่างบางต้องรีบเอ่ยออกมาใหม่อีกครั้ง

            “ขอโทษค่ะ” ดังขึ้นมาอีกระดับแต่มาริก็ยังไม่พอใจอยู่ดี







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #3336 praeguy (@prae7) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 18:27
    รอน๊าาา
    #3336
    0
  2. #3335 31-18105 (@31-18105) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 11:28
    <p>รออออออออออ นร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา</p>
    #3335
    0
  3. #3333 CnameC (@CnameC) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 15:18
    มารีนนี่เป็นแม่ของมาริใช่มั้ย คุ้นๆ
    #3333
    0
  4. #3327 fernlumear (@fernlumear) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 07:35
    มารีนเป็นใครเนี่ยยยย
    #3327
    0
  5. #3326 NokJS (@NokJS) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 07:01
    ใครรรกันแน่
    #3326
    0
  6. #3325 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:49
    หืม????? นางเปงใคร
    #3325
    0
  7. #3324 pookky4135 (@pookky4135) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:40
    รอค่าาา
    #3324
    0
  8. #3323 view2544 (@chalika2544) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:27
    รอค่าาาา
    #3323
    0
  9. #3321 soft ^_^ (@77-11776soft) (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:11
    รอค่าาาาา
    #3321
    0