คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา

ตอนที่ 23 : เดินทาง


     อัพเดท 13 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เวทมนต์, จอมเวท, แฟนตาซี
ผู้แต่ง : จักรพรรดิอักษรา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จักรพรรดิอักษรา
My.iD: https://my.dek-d.com/parpat
< Review/Vote > Rating : 86% [ 10 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 31,143
553 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 401 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 23 : เดินทาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1758 , โพส : 20 , Rating : 98% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เดินทาง

 

            ชายคนหนึ่งร่างสูงโปร่งไม่ได้มีอาวุธใดติดกาย แต่มองดูจากสายตาของผู้คนภายนอกแล้วราวกับว่าชายคนนี้ถือดาบอาถรรพ์ที่น่าเกรงขามอยู่ในมืออย่างนั้นแหละ แม้จะพยามเพ่งมองเพียงใดก็ไม่อาจจะจำรายละเอียดของชายคนนี้ได้เลย รู้เพียงว่าเขาใส่เสื้อคลุมสีเทาตั้งแต่หัวจรดข้อเท้า ท่าเดินเต็มไปด้วยความระวังตัวคล้ายกับเป็นนิสัยมีลักษณะของยอดฝีมือที่พยามงำประกาย

            นักดาบหลายคนที่คิดในใจอยากจะท้าทายกับชายคนนี้แต่พอเข้าไปใกล้สัมผัสกับความน่าเกรงขามของชายคนนี้แล้วก็เลือกที่จะถอยออกมาก่อน กว่าจะรู้สึกตัวนักดาบที่คิดท้าทายนั้นก็ต้องพบว่าชายคนนั้นหายไปจากสายตาแล้ว แม้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีบุคคลที่มีลักษณะอย่างนี้ในโลกเวทมนต์แต่ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบเห็น

            “ฟู่...นี่สินะ”ชายคนนี้ถอนลมหายใจ พลางปลดความเกรงขาม ที่ไว้สำหรับข่มขู่ศัตรูเป็นพลังที่ใช้งานได้ในขั้นสูงแต่ในตอนนี้เขาคงได้ใช้แค่ขู่ให้พวกที่มีระดับฝีมือไม่มาวอแวกับเขา เหตุผลที่เขาต้องทำก็เพราะว่าถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วเดินเข้ามาในใจกลางของนครนักรบแห่งนี้มีหวังเขาได้โดนท้าทายให้รบกันกว่าร้อยรอบแน่ๆดีไม่ดีอาจจะยังเดินมาไม่ถึงที่หน้าประตูเมืองเลยด้วย

            ชายหนุ่มเปิดประตูร้านฝากของเขาพึ่งทราบจากคนที่สอนวิชาให้กับเขาว่าที่โลกเวทมนต์นั้นมีร้านฝากของเพียงร้านเดียวนับแต่โบราณมา แต่จะแตกสาขาออกไปก็เท่านั้นเองร้านนี้มีความซื่อสัตย์กับลูกค้าสูงถึงแบบนั้นเขาก็เลือกที่จะใช้บริการในสาขาที่ใกล้จะปิดตรงนี้แล้วจะดีกว่า

            “ยินดีต้อนรับค่ะ”หญิงสาววัยกลางคนร่างอวบเอ่ยทักทาย ชายในเสื้อคลุมเพียงพยักหน้าเท่านั้นและเดินเลยไปที่แท่นเบิกกุญแจ

            “ว่าอย่างไรครับ คุณลูกค้ามีอะไรให้เรารับใช้”ชายชราเอ่ยทักทายพร้อมกับเอามือถูกันอย่างมีความหมาย แน่นอนว่ามันต้องมีค่าใช้จ่าย ชายหนุ่มจึงหยิบบัตรเครดิตระดับแพตตินั่มออกมา ชายชราไม่ได้มีอาการตื่นเต้นอย่างที่ชายหนุ่มคาดไว้ เพียงหรี่ตามองอย่างเพ่งสงสัย ชายชรารูดบัตรเสร็จก็ส่งคืนเงินจำนวนหนึ่งถูกแจ้งในโทรศัพท์เรียบร้อยว่าถูกหักไปเป็นค่าบริการ

            “ผมต้องการกุญแจของ เอส สองสี่หกสาม”ชายหนุ่มกล่าวเรียบๆ ชายชราไม่ได้ยิ้มประจบประแจงอะไรอีก เพียงเดินออกมาจากแท่นแล้วส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มเดินตามไป

            ชายชราเดินมาที่ห้องๆหนึ่งมันเป็นห้องสำหรับกดรหัส ชายชราโบกมืออยู่หลายครั้งแท่นกดรหัสของ เอส สองสี่หกสามจึงลอยลงมาอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มปริศนา

            “เชิญครับ หวังว่าท่านคงรู้กฏ”ชายชราเอ่ยอย่างมีความหมาย ก่อนถอยออกไปยืนอยู่ที่หน้าประตู หลังขอบวงเวทมนต์ที่วางเอาไว้ ชายหนุ่มเหลือบมองเพียงครั้งหนึ่งแล้วกดรหัส

            สาม สอง หนึ่ง สอง สาม สี่

            ‘รหัสถูกต้องครับ กรุณารอสักครู่’เสียงแหบๆเหมือนเสียงชายชราเปี๊ยบ ชายหนุ่มแอบสงสัยว่าชายชราคงอัดเสียงตัวเองเอาไว้แหงๆ

            ชายหนุ่มรออยู่นานกล่องที่รอก็ไม่มาสักที จนเขาเริ่มสงสัยหันไปมองจุดที่ชายชราเคยยืนก็พบว่าเขาไม่อยู่แล้วแถมกรงเวทมนต์ที่ปกติมีไว้สำหรับขังผู้กดรหัสผิดพลาดสามครั้งก็ดันทำงานอีก ขณะที่ชายในผ้าคลุมกำลังสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอยู่นั้น

            “นี่เหรอสมิท ไอ้คนที่มันรู้รหัสของแม่น่ะ”เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ชายหนุ่มเงยหน้าไปมองก็ต้องตกใจเพราะเป็นแองเจล่า เจ. จูเวล แพทย์ประจำคณะเดินทางที่ดังที่สุดในเวลานี้ แต่เธอไม่มีท่าทางอ่อนโยนตรงข้ามตอนนี้เธอราวกับพร้อมขย้ำเขาเต็มที่แล้ว

            “นี่แหละขอรับคุณหนู กระผมโทรแจ้งหน่วยพิทักษ์แล้ว อีกไม่นานคงรวมกำลังมาน่ะขอรับ”สมิทวัยแปดสิบรีบบอกทันทีถึงความรวดเร็วในการทำงาน

            “เฮ้ย ลุง แจ้งหน่วยพิทักษ์เลยเรอะ ไม่ฟังกันก่อนเรอะ”ชายหนุ่มโวยวาย

            “คิดว่าคงไม่ต้องหรอก ดีแล้วที่แจ้งฉันก่อน ช่วงนี้ฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีขออัดนายก่อนค่อยถามแล้วกันนะ”แองเจล่ายิ้มอย่างเยือกเย็นจนชายหนุ่มสะดุ้ง เธอซัดเวทมนต์สีฟ้าใส่ชายหนุ่มที่ยังอยู่ในกรงขังทว่าในพริบตาต่อมาชายหนุ่มกลับหนีออกมาได้อย่างน่าแปลกใจ

            “รู้จักเวทมนต์ลบล้างด้วยหรือนี่ ดูท่าคงจะเป็นพวกหัวขโมยที่เก่งด้านมายาสินะ”ชายชรานามสมิทเอ่ยอย่างชำนาญการ

            แองเจล่าไม่พูดต่อปากต่อคำอีก เธอเรียกดาบสั้นออกมาหนึ่งคู่ก่อนจู่โจมระยะประชิดตามด้วยยิงเวทมนต์ไปอีกสองถึงสามชุด แต่ชายคนนั้นกลับหลบหลีกได้ราวกับว่าพลังมนต์ของเธอมันหลบเลี่ยงเขาเอง

            “ก้าวในพริบตา กับ ตัดระยะ นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นคนใช้วิชาแบบนี้ คุณหนูระวังตัวด้วยครับ ให้โจมตีระยะกลางเข้าไว้ รออีกสักครู่เดี๋ยวกระผมจะเข้าไปช่วย”ชายชราบอกอย่างร้อนรน ถ้าไม่ใช่ตนเองเป็นผู้ใช้เวทมนต์สายพิสดารที่ต้องมีคทาเวทมนต์ประจำตัวเท่านั้นถึงใช้ได้ละก็ ป่านนี้เขาคงได้อัดไอ้หนุ่มนี่ไปแล้ว

            “ลุงง ยังจะแนะนำอีก พอก่อนแองเจล่า ฉันเอง....ไง”ชายหนุ่มพยามอธิบาย แต่หญิงสาวกลับฟาดดาบคู่ใส่ไม่ยั้งจนกระทั่ง ดาบกรัดเข้าที่อกเป็นรอยแดง เชือกคล้องสำหรับผ้าคลุมชั้นนอกจึงหลุดออก

            เผยให้เห็นใบหน้าธรรมดาๆ ผมสีดำตาสีดำที่ตาขวามีรอยสักห้ารอยที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม ใบหน้าแบบนี้โลกเวทมนต์ในเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ชายหนุ่มที่รู้จักกันในฐานะหัวหน้าของกลุ่มเดินทาง อวาริเทีย

            “คะ...ไค”แองเจล่าถึงกับตะลึง ในจังหวะนั้นก็ดันสะดุดเท้าตัวเองล้มตึงลงไปทั้งตัว

 

            หากถามไคว่าการฝึกเป็นอย่างไรบ้าง ไคตอบได้หนึ่งคำว่า ‘นรก’ ไคไม่เรียกนั่นว่าการฝึกแต่เรียกว่าการอัด และระบายอารมณ์มากกว่า แต่ยังดีที่ไอ้หมอนั้นยังสอนอะไรที่น่าสนใจอยู่บ้าง ไคได้เรียนรู้ถึงศาสตร์สำหรับที่ใช้ในการสังหารจริงๆ การพรางตัว การใช้จิตสังหาร การดึงพลังกายที่แฝงเร้นอยู่ การใช้ดาบในรูปแบบต่างๆ ที่ไคสนใจที่สุดก็คือ ก้าวในพริบตา และ ตัดระยะที่บุรุษนรินามบอกเอาไว้ว่าเป็นอย่างเดียวที่ไคทำได้ดีที่สุด

            เหตุผลแรกที่ไคสนใจมันเพราะว่ามันเหมือนในการ์ตูนที่เคยอ่าน นิยายที่เคยจำได้แต่พอลงแรงฝึกแล้วเขากลับพบว่ามันเป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆ รวดเร็วประหยัดแรง ก้าวพริบตากับตัดระยะนั้นเป็นคนละวิชากัน หากมองจากคนที่ไม่รู้จักก็จะคล้ายๆกันแต่ความจริงแล้วมันคนละอย่างกันเลย

            ก้าวในพริบตา ก็คือการเคลื่อนไหวในจุดอับของคู่ต่อสู้ จุดบอดยิ่งเยอะเท่าไร่ขอบเขตการเคลื่อนไหวยิ่งมาก เวลาใช้ต้องใช้ไปวางแผนในหัวสมองไปเป็นการเคลื่อนไหวในระยะสั้นๆ ไคยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นแต่ก็นับว่าเริ่มต้นได้เร็ว หากเป็นคนทั่วๆไปกว่าจะจับเคล็ดได้ก็ต้องอาศัยระยะเวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี

            ตัดระยะ ก็คือการเคลื่อนไหวแบบร่นระยะในการเดินทางไม่เหมาะสำหรับการต่อสู้ระยะประชิดเหมาะสำหรับระยะกลางและไกลที่สุดตามลำดับ มันคือการเคลื่อนไหวคล้ายเทเลพอร์ต ผิดแค่ว่าอาศัยพลังกายไคที่พึ่งฝึกกลับเชี่ยวชาญวิชานี้จนถึงขั้นสามารถผสานเวทลมลงไปได้ ถือว่าได้คะแนนสูงสุดในรายวิชาที่บุรุษนรินามสอน

           

 

            “นึกไม่ถึงว่าจะเจอการทักทายแบบนี้จากเธอเลยนะ”ไคเปรยๆขึ้นหลังจากทุกคนทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อย

            “ก็นายนั่นแหละดันทำตัวน่าสงสัย แถมยังมาเปิดกล่องสมบัติของแม่โดยไม่บอกฉันอีกด้วยแบบนี้มันน่าโมโหกว่านะ”แองเจล่าโต้แย้งทันควัน

            “เหอะๆ ฉันผิดอีกละสิ ทำไงได้ละถ้าไม่ใส่ผ้าคลุมเข้ามาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองพอดีว่าฉันมาเบิกของนะ อีแบบนั้นฉันไม่ไปเบิกข้างบนเลยไม่ดีกว่าหรือไง”ไคเถียงมั่ง

            “แต่ถึงยังไง ข้างบนก็คงส่งนายมาข้างล่างอยู่ดีเพราะนายต้องติดต่อกับคุณตาสมิท แล้วก็ไม่ต้องไปโทษตาแกด้วย ที่แกทำเพราะว่ามันเป็นสมบัติของแม่ฉัน ถึงจะผิดหลักจรรยาบรรณไปหน่อยก็ตามทีเถอะ ตาแกก็คงไม่คิดหรอกว่าแม่ฉันจะมาบอกรหัสคนอื่นทั้งๆที่ตายไปแล้วนะ”

          “หมายความว่าไงฮะ”ไคไม่เข้าใจ

            “คุณตาสมิทแก มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆของฉันเองแหละ นายไม่ดูนามสกุลของเค้าหรือไง”

          “ไม่ได้ดูอ้ะ ก็ร้านสาขาที่มีชื่อสมิทมีแค่ร้านเดียวนี่นา”ไคแถไปเรื่อย

            “หนอยตานี่ หายตัวไปแล้วกลับมายังกวนเหมือนเดิมนะยะคุณตาเขามีชื่อเต็มว่า สมิท เอ็ดเวิร์ด เจ. จูเวลยะ นามสกุลของฉันเองจำมได้หรือไง”

          “อ้าว ตกลงเธอเป็นญาติกับผู้รักษาคลังสมบัติเหรอเนี้ย”ไคทึ่งๆเมื่อนึกขึ้นได้

            “เฮ้อ พึ่งรู้หรือไง ช่างเถอะ นั่นไงกล่องมาแล้ว”แองเจล่าชี้ให้ดูกล่องสีทองอร่ามตาที่ยกมาพร้อมกับ คุณตาสมิทที่ตอนนี้ยิ้มอย่างยินดี

            “ต้องขออภัยที่ช้าไปเล็กน้อย พอดีไปจัดการกับพวกผู้พิทักษ์น่ะ ตอนแรกๆก็เกือบจะเป็นเรื่องใหญ่แต่พอมีชื่อของคุณไคเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าพวกนั้นก็เลยเงียบไปแล้วละครับ ชื่อคุณไคนี่ยิ่งใหญ่จริงๆ”คุณตาสมิทพูดอย่างน่าตลกขบขัน แต่ไคสิขำไม่ออกตกลงตาแกไปเอาชื่อเขาไปขู่เจ้าพวกนั้นเรอะ

            “นี่เปิดซิ ขนาดฉันแม่ยังไม่ยอมให้ฉันเลยนะเจ้ากล่องนี่นะ พ่อก็ไม่เคยเห็นด้วย”แองเจล่ารีบพูดแต่คนถือกุญแจกลับใจเย็นกว่า

            “อธิบายซิมันยังไง”ไคซัก แองเจล่าทำหน้าเนือยๆแต่คุณตาสมิทกลับเป็นคนอธิบายเสียเอง

            “คุณแอนนาซิส ไม่ได้บอกรหัสเปิดกล่องนี้แกใครครับ โชคร้ายหน่อยที่คุณเค้าเลือกกล่องระดับทองคำ ซึ่งถ้าไม่มีการมอบรหัสให้ใครต่อนั้น ผู้เป็นทายาทจะได้รับกล่องนี้ภายหลังร้อยห้าสิบปีครับ”

          “ร้อยห้าสิบปี เยอะไปไหมนี่”ไคแอบเสียวสันหลังกับระยะเวลาที่นานสุดๆ

            “เออ น่าจะพูดไปทำไม ตอนนี้ไม่ต้องรอถึงตอนนั้นเราก็ได้รู้แล้วว่าข้างในมีอะไร เปิดซิๆ”แองเจล่าเร่งไค พร้อมกับเขย่าตัวไปด้วย ไคส่ายหน้าก่อนลงมือไขกุญแจ

            ไม่มีเสียงของกลไกเพราะเป็นกุญแจเวทมนต์แค่รหัสตรงกัน มันก็เปิดให้อัตโนมัติ ด้านในมีแค่กล่องเล็กๆอีกกล่องซ้อนเอาไว้เท่านั้น

            “ใช่จริงๆด้วย โกรฟอาร์เชอร์ ของแม่”แองเจล่าเอ่ยอย่างโหยหา

            “รู้ได้ไง ว่ามันคืออะไร”

          “โง่จริง คนที่ใส่ของนี่ลงไปเค้าเป็นแม่ฉันนะ แม่ฉันน่ะเคยเป็นอาร์เชอร์ที่เก่งกาจ เธอมีถุงมือที่เป็นสุดยอดของสุดยอดอยู่ข้างหนึ่ง มันจะสามารถเปลี่ยนพลังเวทมนต์ให้กลายเป็นธาตุต่างๆได้ถึงเจ็ดธาตุ แม่นะพัฒนาถุงมือนั่นให้ไปถึงจุดสูงสุดแล้ว แถมยังใช้ทักษะที่เรียกว่า พยุหะฝนโปรยปราย ที่เป็นทักษะโจมตีหมู่ขั้นสูงสุดของอาร์เชอร์ได้อีกด้วย ที่สำคัญในนี้มีจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของแม่ฝังอยู่”แองเจล่าอธิบายอย่างผู้รู้จริง

            “อธิบายตรง จิตวิญญาณหน่อยซิ”

          “คือว่าไงละ แม่ของฉันนายก็เห็นนี่ เป็นพวกที่แข็งแกร่งไม่สนใจอะไร แกร่งทั้งกายและใจ ถุงมือนี่กับแม่น่ะฝ่าฟันภารกิจต่างๆมาด้วยกัน มันจึงซึมซับเอาส่วนหนึ่งของแม่ไป พูดง่ายๆก็คือมันอาจจะพูดได้และมีลักษณะนิสัยเหมือนแม่นั่นเอง”

          “พูดเป็นการ์ตูนไปได้”ไคยิ้มๆกับเรื่องราวที่แองเจล่าพูด

            “ไม่ใช่การ์ตูนนะไค นี่นะเรื่องจริงๆเลย นี่น่ะเป็นเหตุผลที่แม่ไม่ยอมส่งต่อให้ใคร แม่รู้ถ้าฉันได้มันไปฉันจะคิดถึงแต่แม่และยึดติดกับมันจนอาจจะทำให้เสียสติ อีกอย่างแม่คงไม่ชอบความคิดที่ว่าต้องเป็นผู้รับใช้ของใคร แต่ในวันนั้นแม่คงไม่มีอะไรจะตอบแทนนายได้จึงเลือกสิ่งนี้ให้นาย”แองเจล่าเอ่ยอย่างมั่นใจ พลางก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าอิจฉาไว้

            ไคเอื้อมมือลงไปหยิบกล่องเล็กๆ เปิดขึ้นมาด้านในเป็นถุงมือสีดำแต่ตัดตรงปลายนิ้วที่ส่วนหลังมือเป็นรูปลูกศรชี้ไปทางปลายนิ้วมีสัญลักษณ์ ของเจ็ดธาตุล้อมเอาไว้ราวกับเป็นจันทร์เสี้ยว

            “อะ”ไคหยิบมายื่นให้ แองเจล่า

            “เอ๋...เออ อะไรน่ะ”แองเจล่าสับสนในทันที เธอไม่คิดว่าไคที่รู้ถึงคุณสมบัติสุดยอดขนาดนี้แล้วจะยกถุงมือนี้ให้กับแองเจล่าอย่างง่ายๆ

            “ให้เธอไง มันเป็นของแม่เธอ ตกทอดมาถึงเธอก็ถูกต้องแล้วไง”ไคว่าง่ายๆขณะจะจับมือเธอเพื่อมารับถุงมือนั้น มือบางกลับแข็งขืนเอามือคู่นั้นไปซุกที่อกพลางก้มหน้าลงเรือนผมสีดำออกน้ำตาลบดบังเสียไคมองไม่ออกว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่

            “แม่ฉันมอบมันให้นาย นายก็รับมันไว้เถอะ อีกอย่างหนึ่ง นี่มันวันสุดท้ายของการเตรียมตัวแล้วละ นายคงจะมีอะไรที่ต้องไปทำ ก็ไปทำซะฉันไม่ส่งนายหรอกนะ”

          “ตามใจ”ไคพูดเนือยๆ พลางเก็บถุงมือลงแหวนแห่งการกักเก็บ ขณะเดียวกันแองเจล่าก็หยิบแหวนสีทองหัวสีฟ้าเรืองๆมาให้ไค

            “อะไรน่ะ”ไคถามอย่างงุนงง

            “ถามได้ ก็แหวนแห่งไกอาที่ฉันเคยสัญญาว่าจะให้นายไง”แองเจล่าพูดทันที

            “เฮ้ยฉัน...”

          “นายต้องรับ ใส่ไปเดี๋ยวนี้ แล้วก็กลับบ้านายไปได้แล้ว ชิ”แองเจล่าพูดจบก็ยัดแหวนใส่มือของไค ก่อนจะสะบันหน้าเดินออกจากห้องไป ไคได้แต่หยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาดูก่อนสวมมันลงไป

 

 

 

 

 

            “ไม่ได้มาที่นี่ซะนานเลย”ไคว่ายิ้มๆขณะที่เปิดกุญแจบ้านพักประจำตำแหน่งบรรณารักษ์ แค่สองอาทิตย์กลายๆแต่เขากลับรู้สึกเหมือนผ่านไปราวสามถึงสี่เดือนแน่ะ อาจจะเป็นเพราะผลึกแห่งการฝึกฝนด้วยละมั้งที่ทำให้เขารู้สึกว่าเวลามันช้าเหลือเกิน หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะเขามีเรื่องวุ่นๆไม่เว้นแต่ละวันก็ได้นะ

            “ไอ้เจ้าบ้ามาซักที นายหายไปไหนตั้งนานนนนนนน”เมื่อไคเปิดประตูบ้าน กลับต้องเจออเลนในชุดธรรมดาๆออกมาต้อนรับ

            “คุณไคกลับมาแล้วเหรอครับ พอดีเลยครับผมพึ่งจัดเตรียมเสื้อผ้าข้าวของไว้ให้ เดี๋ยวคุณไคช่วยเก็บลงแหวนด้วยนะครับ”บันในชุดแม่บ้านใส่ถุงมือยางในมือมีไม้ถูพื้นอยู่เอ่ยขึ้นมา

            “ไค นายกลับมาก็ดีแล้วรีบเก็บของเดี๋ยว ฉันเลือกของจำเป็นเอาไว้หมดแล้วเหลือแค่นายเก็บลงแหวนเท่านั้นเอง”เทรนที่พรวดพราดลงมาจากบันไดเอ่ยต้อนรับที่เหมือนไม่ใช่ข้อความต้อนรับเท่าไร่

            “พี่ไคฮะ เพื่อนๆผมฝากมาขอลายเซ็นพี่ฮะ”อนาลิสที่โผล่มาเป็นคนสุดท้ายพูดพร้อมยื่นกระดาษสีให้

            “อืม ขอบใจนะ แต่ก่อนหน้านั้น พวกนายมาทำอะไรที่บ้านของฉันฟร่ะ ฮะ ”ไคโวยวายก่อนจะยันโครมเจ้าเด็กตัวแสบที่ทำหน้าตากวนอวัยวะเบื้องล่างก่อนรายแรก

 

            หลังจากไคโวยวายไปสักพักหนึ่งทุกคนค่อยอธิบายว่า เหล่าพวกพ้องเฝ้ารอให้ไคกลับมาแต่เจ็ดวันไม่รู้ว่าไคจะไปหลบที่ไหนแต่มั่นใจว่าคงไม่ใช่ บ้านของเทรนเพราะไคคงมีกำลังพอจะเข้าไปได้ด้วยตัวคนเดียว หลังจากคิดกันอยู่นาน จึงเลือกมาปักหลักที่นี่ด้วย บันเองก็ติดตามมาด้วยสุดท้ายจึงกลายเป็นว่าอยู่อาศัยบ้านของไคไปโดยปริยาย

            “เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ว่าแต่นายเถอะการฝึกนั่นดูทำให้นายแกร่งขึ้นในระดับนักดาบทั่วไปนะ”อเลนออกความเห็นตรงๆ

            “เออ ไอ้คนที่สอนฉันมันบอกฉันแล้ว ทั้งๆที่ฝึกเกือบตายซะขนาดนั้นแท้ๆ”ไคบ่นอุบ โดยที่ไม่รู้เลยว่าที่เขาฝึกนั้นเป็นเส้นทางลัดถึงเพียงไหน เพราะได้พื้นฐานที่แน่นมั่นคงภายในระยะเวลาสั้นๆแถมยังอยู่ในระดับนักดาบซึ่งต้องใช้เวลาราวสามถึงสี่ปีในการฝึกฝน บุรุษนรินามเป็นคนที่มาตรฐานสูงกว่าครูฝึกทั่วไป หากเปลี่ยนเป็นสายตาของครูฝึกแล้วไม่แคล้วคงต้องว่าไคนั้นเป็นเพชรเม็ดเอกของฝั่งนักรบเลยทีเดียว

            “อืม ดูเหมือนายจะใช้การต่อสู้แบบวางแผนสินะ เหมาะกับนายดีนะไอ้พวกวางแผนไปสู้ไปนี่นะ”อเลนที่มีดวงตาในด้านทักษะต่อสู้มองออกว่า สายการต่อสู้ของไคนั้นอยู่ในพวกมันสมองคือไม่ใช้แรงแต่ใช้ความสมดุลแทน

            “เออ ไอ้บ้านั่นมันก็สอนอะไรดีๆหลายอย่างอยู่ แต่จริงหรือเปล่าที่เจ้านั่นไม่ใช่คนของเลโอ”ไคถามอย่างไม่แน่ใจ

            “จริงสิ คนของเลโอน่ะเป็นผู้ชายแก่ๆที่เป็นปรมาจารย์ดาบ พอมาแล้วเห็นใบสนเท่ห์ใบนั้น ก็บอกเพียงว่านายได้คนฝึกดาบซีไกซัสที่แท้จริงสมใจแล้ว”เทรนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เล่าออกมา

            “อ้อ”

          “คุณไค แหวนพวกนี้คืออะไรเหรอครับ”บันที่เงียบไปนาน มองแหวนที่ไคสวมอยู่อยย่างข้องใจจนต้องเอ่ยถามออกมา

            “หื้ม จริงด้วยเพิ่มมาจากไหนตั้งหลายวง ตอนแรกฉันจำได้ว่านายมีแหวนวงดำๆนั่นแล้วก็รวมกับแหวนแห่งการกักเก็บก็น่าจะครบนี่นา”

          “แหวนทองวงนั้น ที่หัวเป็นหินสีฟ้าเรืองๆนั่น ผมจำได้นะครับ แหวนแห่งไกอา มันเป็นของคุณแองเจล่าอยู่นี่ครับ”บันเอ่ยทักอย่างแม่นสุดๆ

            “อือ แองเจล่าเค้าให้ฉันนะ”

          “แล้วอีกวงละ”อเลนถามอย่างไคร่รู้

            “ฟัน ก๊อบลินแล้วมันตกน่ะ”ไคตอบง่ายๆแต่คนที่ฟังอยู่ถึงกับอึ้ง

            “ฟันก๊อบลิน แปลว่านายฆ่าก๊อบลินไปแล้วเรอะ”

          “อือ ก็มันจะจับฉันไปกินนี่หว่า ช่วยไม่ได้ก็เลยเชือดซะ แล้วพอดีแหวนวงนี่มันเตะตาไปหน่อยก็เลยจิ๊กมาซะเลย”ไคว่าง่ายๆ พลางชูมือซ้ายที่สวมแหวนออกมาให้ดูชัดๆ

            นิ้วขี้สวมแหวนของไกอา นิ้วกลางสวมแหวนแห่งการกักเก็บ นิ้วนางสวมแหวนของคานัน ส่วนนิ้วห้อยสวมแหวนสีเงินที่ไปชิงมาจากก๊อบลินตัวหนึ่ง

            “เอ่อ ผมพอจะเป็นผู้ศึกษาแหวนอยู่บ้างขอผมดูได้ไหมฮะ”บันขอ เหล่าสหายเองก็สนใจอยู่เหมือนกันเห็นแบบนั้นไคจึงถอดแหวนออกมา บันเรียกหนังสือเล่มหนาพร้อมแว่นตาออกมาดู

            หนุ่มผมเงินพึมพำๆอะไรอยู่นาน เปิดหนังสือพลิกไปมาจนกระทั่งไปหยุดที่หน้าๆหนึ่งก็ต้องตกใจจนเปลี่ยนเป็นพะงาบๆแทนพึมพำ

            “อะไรๆ มันเขียนว่าไง ฉันอ่านภาษาช่างแหวนโบราณไม่ออก ไคๆดูนี่สิเหมือนกับวงนี้เปี๊ยบเลยตำหนิยังเหมือนเลยวะ”อเลนรีบพูด พร้อมหยิบหลังสือมาเปิดกลางวงของหนุ่มทั้งสี่

            “แหวนของราชินีเอลฟ์ หลอมจากโลหะมนตราถ้าคุณเจอเอลฟ์ผมแนะนำให้เก็บแหวนวงนี้ให้เร็วที่สุด ไม่งั้นพวกเค้าจะฆ่าคุณเพื่อชิงแหวนไปครับ หรือถ้าคุณเจอราชินีเอล์ฟถ้าถวายให้นาง นางจะตอบแทนด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับนาง”

          “พรมจรรย์เรอะ ย้ากกก”อเลนที่ฟังไม่ใจความก็อึดสู้ ฉกแหวนทำท่าเหมือนจะวิ่งราวออกไป แต่โดนอนาซิสสกัดขาจนต้องล้มโครมใหญ่

            “อย่าทำอะไรน่าเกลียดสิครับ เป็นคนของตระกูลแรนทิสแท้ๆ”เด็กชายหยิบแหวนจากมือพี่ชาย ก่อนจะตีมือพี่ชายไปสี่ทีก่อนอเลนจะยอมปล่อย

            “นี่ครับ”อนาลิสพูดขณะที่ตาวิบวับพิลึกๆ

            “นายก็อย่าใช่มายากลสั่วๆสลับแหวนสิฟะ แหวนที่นายสลับมันสีทองไม่ใช่สีเงิน”ไคโวยก่อนจะหยิบแหวนของจริงที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้ออนาซิสออกมา แสบทั้งพี่ทั้งน้องเลยเฟ้ย

            “อ๊ะ โดนจับได้ซะแล้ว”อนาลิสยิ้มแห้งๆ

            “หนอย แกเองก็เหมือนกันนี่”อเลนจับแก้มน้องชายฉีกออกไม่ยั้งแรงจน อนาลิสต้องน้ำตาคลอ

            “อี้ อ้ออ้วยแอะ (พี่ก็ด้วยแหละ)”

          “แหวนนี่ยังมีคุณสมบัติอื่นๆด้วยนี่”เทรนที่ตาดีทักบัน บันที่กำลังอมยิ้มกับการทะเลาะกันของสองพี่น้องก็รู้สึกตัว

            “ครับ อ้อ เขียนเอาไว้ จะทำให้โชคดีเพิ่มขึ้นสองเท่า โชคลาภ ความรัก ปลอดภัย เดินทางสงบไร้เรื่องราว”บัน โม้มั่งจนสองพี่น้องแรนทิสมองแหวนราชินีเอลฟ์ตาเป็นมัน

            “ฉันว่ามันไม่จริงละ เพราะเจ้าก๊อบลินนั่นมันยังตายเลย ถ้าคุณสมบัตินั่นเป็นเรื่องจริงละก็...”

          “เข้าใจผิดแล้วครับคุณไค ผมหมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นแหวนด้านความรัก ด้านอื่นๆก็จะลดลง แต่ผมคิดว่าวงนี้น่าจะเป็นโชคลาภเป็นวงที่อ่อนด้านการปลอดภัยไม่สมหวังในรัก แต่เรื่องโชคนี่ต้องยกให้”

          “ว้า ถอดเหอะไค ของพรรค์นี้เชื่อไม่ได้หรอก”อเลนพูดอย่างเสียดายจริงๆ

            “นายจะได้เอาไปใส่ละสิ”เทรนขัดคอ ซะอเลนอายหน้าม้าน

 

          ตั้งแต่เที่ยงของวันสุดท้ายของการเตรียมใจ ไคใช้เวลาไปกับการเก็บของต่างๆและจัดระเบียบมันให้เข้าทีแหวนแห่งการกักเก็บก็เหมือนห้องเก็บของที่มีขนาดใหญ่พอๆกับบ้าน เขาต้องคิดและนึกเพื่อสร้างห้องเก็บของให้เป็นระเบียบ

            สิ่งที่ไคเตรียมไปนั้นมีอาวุธต่างๆโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นธนูแน่นอนรวมถึงธนูที่ไคซื้อมาด้วย ลูกธนูหัวเงินชุบน้ำมนต์ ดาบสำรอง ดาบอาไลค์คัส ยาที่เหมือนโพชั่นแต่จริงๆแล้วมีชื่อว่าอะไรก็ไม่รู้เป็นชื่อยาวๆที่ไคจำไม่ได้ไคเลยเรียกมันว่าเรดโพชั่นแทน เรดโพชั่นถ้าราดบนแผลสดแผลก็จะหาย ถ้ากินก็จะเพิ่มเลือดนอกจากนั้นยังมีบูลโพชั่นที่ลดอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางและฟื้นฟูพลังเวทมนต์ ยังมีไวท์โพชั่นอีกที่สำหรับถอนพิษสัตว์มีพิษ

            ยังมีไอเท็มอื่นๆที่ไคเตรียมตัวเองไปอีกด้วยแต่ไคก็แค่จำผ่านๆไว้เวลาจำเป็นเขาก็คงจะนึกออกเอง นอกจากของๆเขาแล้วยังมีของเหล่าสหายอย่างอเลน เทรน และบันที่ทยอยเอามาฝากอีกด้วย ของบันจะเป็นกล่องไอเท็มประหลาดๆที่ด้านในมีหินใสๆอยู่เต็มไปหมด เจ้าตัวบอกว่าเป็นอาหารสำหรับวิญญาณอัญเชิญชั้นสูง ของอเลนนั้นเป็นดาบและชุดเกราะประมาณสองสุดนักรบมังกรยังใจดีให้ไคใช้เกราะอ่อนสีเงินซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อเกราะหนังเวทมนต์อีกทีหนึ่ง ส่วนเทรนเป็นของพวกเสื้อผ้าแบบต่างๆตอนแรกไคมองว่าไร้ประโยชน์แต่เมื่อคำนึงถึงการเดินทางแล้วคงน่าจะได้ใช่ประโยชน์จึงเก็บมันลงไป

            แม้ว่าของทั้งสี่จะเยอะเพียงไหนแต่จุดขาวๆของแหวนก็อยู่แค่หนึ่งช่องทั้งๆที่ตารางยังมีอีกบานเบอะ อเลนลองนับเส้นแต่ละเส้นดูค่อยพบว่ามีทั้งหมดยี่สิบเส้น ทั้งสองด้านช่องทั้งหมดรวมแล้วสี่ร้อยช่อง แค่ช่องเดียวยังใส่ได้เยอะขนาดนี้แล้วที่เหลือละ ‘ใส่บ้านไปหลังยังได้เลยมั้ง’นั่นเป็นคำพูดของอเลนหลังจากตรวจสอบแหวนแล้ว

             

            ไคที่แต่งตัวแนวเกมอาร์พีจีเต็มที่เขาใส่กางเกงสีดำรองเท้าบูทสูงสีดำสนิท มีมีดซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียนทั้งสองข้าง ใส่เสื้อแขนยาวสีดำที่ทำจากขนสัตว์เวทมนต์ที่สามารถปรับตัวเข้าได้กับทุกสภาพอากาศ เสื้อคลุมสีดำที่ทอด้วยเศษส่วนของนิกส์ ตามด้วยชุดคลุมมีฮู้ดสีเทาๆดูเก่าแต่ความจริงและสะอาดตา มีดาบอาร์ไลคัสห้อยอยู่ด้านขวาของเอวใส่มีแหวนสี่วงอยู่ที่มือด้านซ้ายโดยรวมแล้วตอนนี้ไคมองดูคล้ายพระเอกแนวผจญภัยแต่กลับในสายตาของชาวเวทมนต์มองเผินๆแล้วชุดที่ไคแต่งนั้นเป็นที่หาได้ทั่วๆไปทั้งที่แท้จริงไม่ใช่เลย

            “พร้อมแล้วใช่ไหมไค”เทรนเอ่ยถามเพื่อนอย่างให้แน่ใจ ขณะที่มือที่กำลังกุมประตูรถกำลังสั่นเทาอยู่ไม่หาย

            เหตุผลก็คือ ก่อนการเดินทางจะมีพิธีส่งซึ่งจะมีรถม้าโดยสารไปรับและส่งที่งานพิธี ซึ่งตามปกติแล้วน่าจะเป็นเรื่องภายในเพราะถึงอย่างไรภารกิจนี้ก็มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าทางสภาเวทมนต์คิดอย่างไรจึงอนุญาตให้คนทั่วไปสามารถรับชมได้

          “นายพร้อมก็เปิดเถอะ ฉันพร้อมอยู่แล้ว”ไคบอกกับเทรนเบาๆ เมื่อเห็นเทรนหน้าซีดๆเพื่อนคนนี้มีนิสัยเหมือนกับบันไม่มีผิดคือตื่นคนง่าย ไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตา

            “อือ”เทรนเปิดประตูออก เทรนใส่ชุดสีเทาหม่นๆสะอาดแบบเดียวกับไคแน่ละชุดนี้ ไททันเป็นคนไปหาซื้อมาให้ มันเป็นชุดที่มีอำนาจมนต์นิดหน่อยคือจะไม่ดึงดูดสายตาคนและจะปกคลุมรายละเอียดของผู้สวมใส่

            ไคที่เดินลงมาสังเกตที่พื้นก็ต้องตกใจเล็กน้อยเมื่อมีพรมแดงรองรับเสียนี่ ไม่ใช่ดาราฮอลลีวู้ดนะเฟ้ยไคแอบบ่นเบาๆ แต่พอมองดีๆแล้วค่อยถึงบางอ้อเพราะว่าที่เป็นสีแดงก็เพราะพื้นพรมก็จริงแต่จริงๆแล้วมันมีกลีบดอกกุหลายโรยอยู่ด้วย

            “เข้าท่าแฮะ”ไคบ่นเบาๆ รอบๆข้างมีสาวๆที่กำลังมองเขาตาเป็นมันแค่มองก็รู้ว่าแต่ละคนคงเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์ ไคเลือกที่จะเดินลิ่วๆ ไปตรงสุดทางเดินงานทั้งงานเงียบลงแบบที่ไคไม่เข้าใจจนต้องแองกระซิบกับเทรนที่เดินก้มหน้าข้างๆ

            “ทำไมพวกเขาถึงเงียบละ ปกติต้องมีโห่มีอะไรไม่ใช่เหรอ”ไคถาม

            “ไม่รู้เหมือนกัน”เทรนที่ตอนนี้ก้มหน้าสุดชีวิต จนไคเกือบจะถามออกไปแล้วว่าหน้าหล่อๆพรรค์นี้จะหลบไปทำไมฟะ

            เมื่อไปสุดปลายทาง มีเก้าอี้สิบตัว และคนที่ยืนไคเห็นผู้เฒ่าที่ใส่ชุดคลุมสีดำมีแถบแขนยาว เคราสีขาวเทาๆดูเหมือนแกรนด์ดาฟหน่อยๆแต่หน้าตาอ่อนโยนดูเป็นคนใจดีกำลังยิ้มแย้มสดใสเหมือนขำอะไรอยู่

            “อ้า ไค เซนเคนซินะ ข้าชื่อวินเซ็น เอมอส เป็นผู้มอบภารกิจนี้ เจ้านั่งก่อนสิ เรากำลังจะเริ่มพิธีเปิดกันแล้ว”ชายชราเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง ไคที่ได้ยินชื่อก็นึกขึ้นได้ว่าชายคนนี้คือหัวหน้าอัครจอมเวท ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกเวทมนต์ไม่ใช่เหรอ

            ไคนั่งลงที่เก้าอี้สีขาวผสมทองขณะที่ตาก็สังเกตคนอื่นๆไปด้วย หญิงสาวทั้งสามคนต่างอยู่ในชุดกึ่งสูทที่เน้นความสวยงามและสุภาพ แองเจล่าที่รู้ตัวว่าไคมองอยู่ก็หันมาแยกเขี้ยวใส่ทีหนึ่งก่อนหันไปมองทางอื่น อเลนใส่ชุดเกราะเบาแบบที่ไคเคยเห็นในวันงาน ใส่ชุดสีดำมีลายมังกรดำแต่ดูไปดูมาหมอนี่เหมือนจะใส่สูทประยุกต์เลยไงชอบกล น่าแปลกใจกว่าคือ บันกับนีสที่ใส่สูทสากลชุดคลุมสีดำแบบเดียวกับที่ไคเคยใส่ในงานแฟนตาซีเป๊ะๆ ส่วนฮามันใส่กางเกงยีนส์รองเท้าหนังหุ้มสูงเสื้อยืดแล้วใส่ชุดผ้าโอเวอร์โค้ดดูไม่เข้ากันสุดๆแต่กลับลงตัวอย่างประหลาด

            ขณะที่หัวหน้าอัครจอมเวทเริ่มกล่าวนำเรื่องราวต่างๆให้กลุ่มภารกิจและผู้เข้างานฟังนั้น ไคและเทรนไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำอะไรลงไป ถ้าไครู้ตัวสักหน่อยเขาคงจะทราบว่าเขาพึ่งหักหน้าคนทั้งงานไปแบบสุดๆ

            เหตุผลก็คือในช่วงหลังงานเลี้ยงแฟนตาซีแห่งความลับ ได้มีการจัดประมวลผลภาพต่างๆในงานเพื่อหาผู้ที่ดูดีที่สุด โชคดีหรือโชคร้ายไม่ทราบที่ชุดสูดสากลกึ่งประยุกต์ของไคนั้นไปสะกิดไอเดียของดีไซเนอร์ของโลกเวทมนต์เข้า มันจึงเกิดแฟชั่นล้ำสมัยคือชุดของชาวโลกผสานกับชุดของโลกเวทมนต์ ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาดีไซเนอร์ที่เห็นต่างก็รีบสร้างกระแสเป็นของตนเอง

            เหล่าคนชั้นสูงต่างก็ล้วนตามแฟชั่นอยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าถ้าตกเทรนด์ใหม่ๆไปละก็ได้โดนคนอื่นเยาะเย้ยเป็นแน่ ทว่าวันนี้เจ้าของแฟชั่นล้ำยุคนำสมัยดันใส่ชุดโบราณแบบออริจินัลโลกเวทมนต์ขนานแท้ เรียกว่าให้เกียรติชาวเวทมนต์สุดๆเสื้อผ้าเป็นระเบียบไม่มีรอยยับ มีดาบมีแหวนเวทมนต์ใส่ฮู้ดคลุมสำหรับเดินทางและพรางตัวรูปแบบดั้งเดิมของการเดินทางที่สภาเวทมนต์กำหนดไว้ให้เป็นมาตรฐาน

            ไคไม่รู้หรอกว่าการให้เกียรติชาวเวทมนต์แบบเซ่อซ่าคราวนี้จะทำให้ เกิดกระแสของเวทมนต์อนุรักษ์ขึ้นมาโดยใช้ไคเป็นไอดอล ประมาณว่า ‘แม้แต่ชนมิติอื่นยังสนใจและรักในวัฒนธรรมของชาวเวทมนต์แล้วชาวเวทมนต์ละมัวทำอะไรอยู่’และทำให้กลุ่มภารกิจอื่นๆต้องใส่ชุดเดินทางมาตรฐานแบบเดียวกับที่สภากำหนดไว้อีกด้วย

            “...กลุ่มเดินทาง อวาริเทีย นั้นจะโดยสารไปด้วย พาหนะที่ล้ำหน้านำสมัยที่สุดของเรา กุหลาบทองคำ!!”สิ้นเสียงผู้เฒ่า

            ครืนนนนนน

            เสียงนั้นดังไปรอบทิศทาง นับเป็นเซอร์ไพร์ของงานอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการหักหน้าชาวเวทมนต์ด้วยแฟชั่นของไคแล้ว นั่นก็คือ เรือใบขนาดกลางที่กำลังลอยลงมาจากฟากฟ้า อย่างสง่างามมันลงจอดอย่างสงบนิ่งเบื้องหลังของกลุ่มคณะเดินทาง

            ไคถึงกับลุกขึ้นยทนแล้วหันหลังกลับไปดูเพื่อให้เห็นชัดๆ เรือเป็นเรือที่มีเทพธิดาแสนสวยเป็นหัวเรือ ปีกของเธอไล่ยาวไปถึงขอบเรือ มันทำจากไม้สีทองตอนแรกไคนึกว่าเป็นสักแต่คิดว่าคงไม่ใช่ เรือกุหลาบทองคำ ทอดบันไดลงมาราวกับว่ามันมีชีวิต

            “นี่คือเรือเวทมนต์ลำที่สองหลังจากนับจากเรือโนอาร์อาร์คศาสตราจารย์ ไครซิส อาร์. โซซีเดีย ได้สร้างขึ้นจากรูปแบบของโนอาร์ เป็นเรือที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ”วินเซ็นกล่าวก่อนเดินมาข้างๆไค

            “สวยไหม”วินเซ็นไม่ได้มีเสียงดังแต่มีเสียงธรรมดาๆเหมือนคุยกับไคเรื่อยๆ

            “สวยครับ”

          “และยังขอแนะนำผู้ขับเคลื่อนเรือกลเวทมนต์มาเนีย อาร์. โซซีเดียเธอจะร่วมเดินทางไปกับคณะเดินทางของเรา ทุกคนได้โปรดปรบมือให้กับความเสียสละของ ตระกูล โซซีเดียด้วยเถิด” หัวหน้าอัครจอมเวทหันไปตะโกนก้องอย่างยินดี ไคเป็นผู้แรกที่ปรบมือให้แล้วตามด้วยเสียงปรบมือราวสายฝน ก่อนปรากฏร่างของสาวน้อยที่อายุไม่ถึงสิบสี่ดีคาดว่าคงพอๆกับอนาลิส

            “ขอบคุณคะ”เธอเอ่ยเบาๆก่อนไปยืนข้างหลังเก้าอี้ตัวที่สิบแต่เธอไม่ได้นั่ง ลงนั่นหมายความว่าเธอไม่ใช่สมาชิกคนที่สิบแต่เป็นผู้ขับเรือกลเวทมนต์นี้เท่านั้นเอง

            “เดี๋ยวก่อนท่านอัครจอมเวท”เสียงตะโกนออกมาจากฝูงชน วินเซ็นแกล้งทำท่าตกใจทั้งๆที่ไคดูออกว่าชายชราคาดเดาไว้แล้วว่าต้องเกิดเรื่องแบบนี้

            “ว่าอย่างไร ท่าน อาร์ลัส ท่านชื่นชมกับเด็กตัวน้อยที่หาญกล้าเผชิญภัยอันยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรือ นั่นนับว่ายอดเยี่ยมนัก”ชายชราเอ่ยถามพร้อมชิงออกปากปิดกั้นหนทางของชายนามอาร์ลัส

            “เด็กผู้นี้ไม่เด็กเกินไปงั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นเด็กที่อายุสูงวัยกว่านางก็มีสิทธิ์ไม่ใช่หรือไง”อาร์ลัสเอ่ยจบก็มีเสียงสนับสนุนไม่น้อย

            “เด็กคนนี้ ได้รับการอนุญาตจากสภาแล้วด้วยเสียงข้างมาก ท่านสามารถอุธรณ์ต่อศาลได้ถึงการไม่ยุติธรรมในการแจ้งข่าวสารทำให้ หลายคนไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจ แต่ท่านจะทำให้คณะเดินทางผู้เป็นความหวังของเราต้องล่าช้าและเสียอารมณ์แห่งการเดินทางนะ”วินเซ็นเอ่ยเล่นมุกเบาๆ แน่นอนว่ามุกนั่นหมายถึงไคที่แต่งตัวเต็มยศนั่นเอง

            “หรือว่า ท่านตัดสินนางในวันที่มีงานเลี้ยง นี่คือเหตุผลที่ส่วนหนึ่งของสภาเวทมนต์ไปงานช้าเกือบค่อนคืนงั้นเรอะ”ชายอีกคนโพล่งออกมา

            “โอ้ ข้าจำได้ว่าข้าแจ้งไปแล้วละ แต่พวกท่านก็เลือกที่จะสละสิทธิ์นี่นา”วินเซ็นเอ่ยโต้กลับเบาๆ ไคแอบทึ่งอยู่ในใจที่ชายคนนี้เจ้าเล่ห์ได้ใจ

            “และที่สำคัญ นอกจากเธอแล้วคงไม่ใครที่จะเข้าใจศาสตร์แห่งการขับเคลื่อนเรือที่ดีที่สุดแล้ว หากต้องให้เหล่าสมาชิกของเราเดินทางด้วยวิธีอื่น ต่อให้เป็นยูนิคอร์นทุกคนก็ตามที ก็ต้องใช้เวลายาวนานเกือบสิบปีกว่าจะบรรลุตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ แต่ถ้าใช้เรือนี่มันคงจะใช้เวลาแค่ราวสองปีถึงหนึ่งปี”วินเซ็นเอ่ย

            “หนึ่งปี ไม่ไหวมั้ง ขอให้น้อยกว่านั้นเถอะ”ไคบ่นเบาๆแต่หูคนเฒ่ากลับได้ยินอีก และใช้มันเป็นเหตุผลสนับสนุนทันที

            “อ้า และที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องการกลับบ้านของสมาชิก มีหลายต่อหลายครั้งเหลือเกินที่กลุ่มเดินทางนั้นไม่ได้กลับบ้านทั้งๆที่ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว ระยะเวลาที่สูญเสียไป...”

          “พอแล้วตาเฒ่า พวกนี้มันไม่สู้แล้วต่อเถอะ ข้าอยากกลับบ้านเต็มแก่แล้วว้อย”คนที่แก่วัยลุงๆเคราสีแดงๆแซมดำพูดขึ้นน่าแปลกใจที่วินเซ็นไม่ได้มีอาการโกรธแค่ยิ้มๆ

            “หัวหน้ากลุ่มภารกิจ ตามหาบ่อน้ำแห่งความรอบรู้ แห่ง อวาริเทีย ก้าวออกมาข้างหน้าสิ”วินเซ็นเอ่ยเสียงเบาแต่กลับได้ยินไปทั้งหมด ไคก้าวออกไปตามคำบอก

            “ยื่นมือซ้ายออกมา หือ เจ้ามีแหวนที่ยอดเยี่ยมที่เดียว อา เสื้อคลุมของข้าสมัยยังหนุ่ม หึๆ”วินเซ็นเอ่ยเบาๆพลางหยิบของสิ่งๆหนึ่งออกมาจากกล่องสีทองที่วางอยู่ข้างๆกระดาษเอกสารหลังแท่นสุนทรพจน์

            “ขอบคุณนะครับสำหรับของขวัญ ผมคิดว่าผมจะพยามทำภารกิจให้สำเร็จ”ไคบอกพลางก้มหน้า

            “ฮ่าๆไม่เป็นไรหรอก เสื้อตัวนี้มีจุดอ่อนนะตรงแขนขวาตั้งแต่ไหล่นะมันเคยขาดไปครั้งหนึ่ง ข้าเก็บมันมาเย็บอีกทีแต่ด้วยด้ายมนตรา ถ้าโดนแรงกระชากมากๆมันจะขาด”วินเซ็นบอกอย่างหวังดี ก่อนสวมกำไลให้ไค กำลังสีทองตัวนั้นเลื้อยพันรอบแขนไคราวกับงู ไคพยามจะชักมือออกแต่กำลังมือของชายชรากลับไม่ใช่เรื่องน่าดูถูกเลย

            “ใจเย็นไว้พ่อหนุ่ม เจ้ามีสร้อยที่ยอดเยี่ยม มันจะนำพาเจ้าไปสู้ภารกิจ ระวังให้ดีละมีคนจำนวนมากจ้องแย่งชิง ตรง นี้ของเจ้าอยู่”วินเซ็นเอ่ยนิ้วชี้มาที่หยดน้ำตาแห่งเทพธิดาสปริง

            “อัญ..”

          “อย่าพูดเลย ฝากดูแลมาเนียด้วย ใจจริงของเธอแล้วไม่ได้อยากไปเลย เราต้องขอบคุณความเสียสละครั้งใหญ่ของเธอทีเดียว”วินเซ็นกล่าวจบ ไคก็ก้มลงมองกำไลทองที่ขนอยู่สองชั้นก่อเกยตัวของมันเองมางับหางของตัวเองอีกทีหนึ่ง

            “กำไลอันนี่คือ กำไลที่ใช้ควบคุมเรือเวทมนต์ มีหนังสือคู่มืออยู่ด้านใน”วินเซ็นกล่าวจบ ก็หันไปทางมวลชนอีกครั้ง

            “เหล่าญาติ อำลากันครั้งสุดท้าย”วินเซ็นกล่าวเสียงดังจบคนทั้งแปดที่นั่งอยู่รวมทั้งมาเนียด้วยก็ลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ต่างเดินไปหาญาติพี่น้องที่นั่งดูอยู่แถวหน้า

            “ไค นายไปกับฉันสิ”เทรนเอื้อมมือมาจับไค ไคสบตาเพื่อนรักก็ต้องยิ้มออกมา

            “ไม่ได้หรอก นี่มันเป็นเวลาของนาย ไปเถอะ ฝากบอกพวกคุณลุงด้วยว่าเราจะต้องได้พบกันอีกแน่นอนในวันหนึ่งข้างหน้า”ไคเอ่ยจบ เทรนก็ยังไม่ไปทันทีหลังจากรั้งอยู่สักพักก็เดินลงไปหาพ่อแม่ ไคมองกลุ่มคณะเดินทางที่กำลังร่ำลากันอย่างไม่อายใคร

แน่นอนว่าถ้าต้องออกไปเสี่ยงตายเหมือนออกรบ มีแม่ที่ไหนละจะไม่ร้องไห้ มีพ่อที่ไหนบ้างจะไม่เสียใจแล้วมีลูกคนใดที่ไม่ใจหายกับการจากไปแบบไม่รู้ว่าจะได้กลับมาไหม ไคสังเกตว่าญาติของฮามันเป็นเด็กผู้หญิงผมสีแดงที่ร้องไห้กอดเอวของฮามัน

“ต้องขอโทษด้วยนะ เราไม่อาจจะพาแม่ของเธอมาลาเธอได้”วินเซ็นเอ่ยกับไคเบาๆ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ เพราะผมไม่ตายแน่นอน แม่ไม่จำเป็นต้องมาลาผมเพราะผมจะได้กลับไปหาแม่ได้อย่างแน่นอน”ไคเอ่ยอย่างที่ไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหน ไคเห็นรอยยิ้มกว้างของวินเซ็น

“นั่นสินะ มีใครที่เธออยากคุยไหม ลองไปคุยก็ได้นะ”วินเซ็นแนะนำเพราะเวลาแห่งการลาจากนั้นจะนานเป็นพิเศษนานกว่าขั้นตอนส่งทุกๆขั้นตอนด้วย

“นั่นสินะ”ไคเดินเกาหัวไป ลงจากบันไดได้ไม่ถึงแปดขั้นก็เจอหญิงสาวที่ยืนเลียไอติมมองมาทางไค

“ไงอารี่”ไคทักสบายๆ เห็นอารี่ใส่ชุดสีดำเดรสกางเกงยีนส์สีดำสพายกระเป๋าสีขาวดูเหมือนพวกวัยรุ่นที่หาเงินได้เองแล้วที่โลกของไคไม่ผิดเพี้ยน

“อือ ก็สบายดี นายจะมาลาฉันเหรอ หรือมาแย่งไอติมฉันไม่แบ่งหรอกนะ เลียหมดแล้วด้วย”อารี่พูดพลางรีบเลียไอศรีมมซะรอบเลย จนไคต้องยิ้มออกมาแต่อารี่ต้องร้องโอ๊ยในนาทถัดมา

“พี่ค่ะ เสียมารยาทมากๆคะ”โอรี่เอ่ยกับพี่สาวจอมกินจุ

“คุณไคคะขอให้ไปอย่างสงบคะ”

“เฮ้ย ไม่ได้ตาย พวกเธอนี่นะจะลากันดีๆไม่ได้หรือไง”ไคส่ายหัวแต่สองพี่น้องยมทูตกลับยิ้มๆ วินาทีนั้นไคไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป

ไคคว้าตัวอารี่มากอด ราวห้าวิแล้วถอยออกมาแล้วกอดโอรี่ต่อเป็นรายถัดไป โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครสนใจทั้งสามคนมาก

“ฉันจะกลับมาแน่นอน ไม่ต้องลากันหรอก”ไคกล่าวสั้นๆก่อนเดินลงไปอีกขั้น ไม่นานก็เจอผู้หญิงผมทองกับผมเงินที่มองหา

“ไงรินารี่ ลิซ่าด้วย”ไคทักทาย รินารี่ดูปั้นปึงกับไคพอสมควร ส่วนลิซ่าแค่ยิ้มๆ

“ฉันได้ยินที่นายพูดนะ ต้องทำอย่างว่าไว้จริงๆด้วย ฉันเองก็จะทำตามสัญญา”รินารี่พูดอะไรแปลกๆแต่ก่อนที่ไคจะเอ่ยถามลิซ่ากลับดึงแขนไคเรียกความสนใจ

“เครื่องรางคะ”เธอใส่ลูกแก้วเล็กๆลงไปในมือไค ไคหยักหน้านิดหนึ่งก่อนใส่มันไปในแหวน เขาหันกลับไปดูบนเวทีที่ตอนนี้มีเรือกุหลาบทองคำเป็นฉากหลัง ฮามันขึ้นไปนั่งประจำที่ทิ้งให้เด็กผู้หญิงร้องไห้อยู่เงียบๆ

“อืม ขอบใจนะ”ไคคว้าตัวเธอมากอดเบาๆก่อนจะกอดรินารี่ตาม เธอขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการกอดของชายหนุ่ม

“แล้วเจอกัน”ไคเอ่ยลาทั้งสองคนแล้วเดินขึ้นบันได ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปก็ต้องปวดหัวกะทันหัน

“โอ๊ย”ไคร้องเสียงหลง เพราะอยู่ดีๆมีคนเอาไม้เท้าหัวหนักมาเคาะหัว ซะนี่พอลืมตาดูก็เห็นว่าปู่ทรานนั่นเอง ไททันเองก็ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ

“อวดดีที่สุด ไม่ลาเพราะว่ามั่นใจว่าจะกลับมาได้ใช่ไหม”ปู่ทรานเอ่ยอย่างยิ้มๆดูไม่คาดโทษเท่าไร่ ไคยิ้มรับชายทั้งสอง

“ครับ ขอเท่สักหน่อยแล้วกัน ลากันแบบนี้มีหวังหมดกะจิตกะใจเดินทางแต่วันแรกแหงๆ”ไคยอมรับ

“อืม อวดดีจริงๆด้วย นิสัยเหมือนไกจินตามประวัติศาสตร์ไม่มีผิด”ไททันเอ่ยข้อที่ไคพึ่งรู้ เขามีนิสัยแบบนี้เหมือนไกจินด้วยเหรอ

“คงไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ เพราะถ้าไกจินเหมือนผม เขาคงไม่แข็งแกร่งหรอกแต่อ่อนแอมากกว่า”ไคเอ่ยเบาๆพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม ที่วันนี้ดูจะครามมากเป็นพิเศษ

ในขณะที่ไคมองท้องฟ้านั้นก็มีแรงกระแทกซ้ายขวา พอไครู้สึกตัวก็พบว่าอยู่ในอ้อมกอดของคุณหญิงทั้งสองของตระกูลฟีเนเซียร์ซะแล้ว

“เราจะไม่ลากันจ้ะ เราแค่มาส่งแล้วเราจะรอเธอมาสอนยายทำอาหารนะ”แอนนาเอ่ยเบาๆแม้จะบอกว่าไม่ลาแต่คราบน้ำตาและน้ำตาใหม่นี่ ทำเอาไคยิ้มไม่ออกเลย

“กลับมาให้ได้นะป้าจะรอ เทรนก็ด้วยนะรู้ไหม ดูแลตัวเองให้ดี ดูแลเพื่อนด้วย เค้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแล้ว รู้ไหมต้องกลับมานะ”ซันเดียเอ่ยทั้งๆที่น้ำตาไหลไม่หยุด ส่วนเทรนนั้นกอดมารดาแน่นโดยซุกหน้าไว้กับไหล่ ไม่รู้ว่าร้องไห้หรือเปล่า ไคได้แต่ใจแข็งยิ้มลาคนตระกูลฟีเนเซียร์

 

“ต้องทำแบบนี้ทุกภารกิจเลยหรือไง”ไคเอ่ยกับวินเซ็นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศของตัวเอง ไม่งั้นไคก็ยอมรับเลยว่าเขาได้น้ำตาแตกกลางงานแน่

“เฉพาะภารกิจที่มีโอกาสกลับน้อยกว่า ยี่สิบเปอร์เซ็น ขึ้นเรือได้เลย เธอต้องขึ้นคนแรก”วินเซ็นบอกซะทำให้ไคหดหู่ไปกว่าเดิม

ไคสังเกตเห็นเด็กผู้หญิงผมสีแดงกำลังร้องไห้อยู่เธอร้องไห้ไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่ฮามันกลับแสดงสีหน้านิ่งเฉยไม่มีอาการเสียใจ

“ไปได้หรือยัง”ฮามันหันมาถามไคที่กำลังมองอยู่

“อือ นายจะไม่ไปลาเค้าหน่อยเหรอ ร้องไห้เสียน่าสงสาร”ไคเอ่ยอย่างเห็นใจเด็กคนนั้น

“ไม่ต้องสนใจ เธอน่ะแข็งแกร่งว่าที่เห็น แล้วที่สำคัญฉันจะต้องไม่ตายแน่นอน”ฮามันเอ่ยจบก็สบตาไค ดวงตาของฮามันแดงก่ำแบบเดียวกับไค เป็นดวงตาที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ถึงขีดสุดนั่นเอง

“อืม การเดินทางครั้งนี้นายก็ทำเพื่อเธอสินะ”ไคลองหยั่งเชิงดู

“…”ทว่าคนถูกถามกลับนิ่งสงบ

คนที่สามที่ขึ้นมาบนเรือ คืออเลนครอบครัวแรนทิสไม่ได้เศร้าใจอะไรเลย คุณนายนาลิสซิสกำลังส่งจูบให้ไคด้วยซ้ำ ส่วนคุณอาเคนท์ก็พยามจับตัวภรรยาเอาไว้

“ไคจ๋า ป้าตั้งชมรมแฟนคลับไคไว้ด้วยแหละ ป้าเป็นประธานด้วยนะจ๊า จุ๊บๆ ฮึ้ย ตาแก่จะมาจับตัวฉันไว้ทำไมเล่า”นาลิสซิสพูดดังขนาดที่ว่าไคอยู่บนเรือยังได้ยินแล้วคนข้างล่างจะเหลือหรือ

จากนั้นคนอื่นๆก็ตามมา ไคจับสัมผัสได้ว่ามีแววตาตัดเพ้อต่อว่ามองมาทางเขาหลายคู่ทีเดียวอาจจะเพราะเขาขึ้นมาเป็นแรกละกระมังทำให้คนอื่นๆต้องขึ้นเรือตามมา เมื่อมาเนียขึ้นเรือเป็นคนสุดท้าย บันไดของกุหลาบทองคำก็หดตัวเข้าเรือและจมหายไป

ไคสังเกตว่าเธอขึ้นมาบนเรือทั้งๆที่น้ำตาท่วมหน้า เธอไม่เสียเวลาทักทายใครเดินเข้าไปในเคบินก่อนที่เรือจะลอยขึ้นอย่างช้าๆ ไคทอดสายตามองผู้คนชาวเวทมนต์ที่ค่อยๆเล็กๆไปเรื่อยๆแล้วจากนั้นก็มีแต่เมฆหมอก

“ออกเดินทางแล้วสินะ”ไคพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่รู้เพราะอะไรน้ำตาเย็นๆหยดหนึ่งถึงได้ไหลออกมาจากตาข้างซ้ายที่ไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนตา เขารู้ดีว่าดวงตาข้างขวานั้นจะไม่มีวันร้องไห้ได้อีกเพราะหมอได้ตัดต่อมน้ำตาทิ้งไปแล้ว นานแล้วตั้งแต่ที่เขารู้ว่าแม่ร้องไห้เพราะเขา เขาไม่ได้ร้องไห้อีกเลยนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ความรู้สึกโหวงเหวงนี่มันอะไรกันน้า ไคนิ่งคิด

----------------------------------------------------------------
แก้ไขคำผิด ครั้งที่ 1 ณ วันที่ 13/11/2554 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
บรรณารักษ์จอมเวท: ภาค ปฐมบทมนตรา ตอนที่ 23 : เดินทาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1758 , โพส : 20 , Rating : 98% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 20 : ความคิดเห็นที่ 535
คำผิดยังเยอะอยู่นะคะไรท์ คำคม สุภาษิต มีหลายคำยังใช้ไม่ถูกต้อง คำซ้ำ การอธิบายยังวกวนนิดๆ
การเว้นวรรคตอน ทำให้อ่านยาก (อ่านจากแอป)
การใช้คำ มีการเอาศัพท์เกมมาใช้ทำให้เรางงว่า เอ.... นี่มันเมืองเวทมนต์หรือเกมหว่า?
น้ำเยอะกว่าเนื้อ เรื่องที่น่าจะจับให้เด่น กลับไม่ค่อยมี ไปเน้นอะไรก็ไม่รู้... เหมือนดู sex and the city ซะงั้น แต่โดยรวมก็สนุกดี เนื้อเรื่องหลักน่าติดตาม
ปล. เราติ เพราะเราชอบเรื่องนี้นะ ไรท์อย่าโกรธน๊า บางคำอาจแรงไป ขอโทษนะคะ แต่ถ้าไม่ชอบเราจะไม่เสียเวลาพิมพ์เลย

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มีนาคม 2557 / 02:33
Name : my-kimberly < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ my-kimberly [ IP : 183.88.197.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มีนาคม 2557 / 09:34
# 19 : ความคิดเห็นที่ 439
ลางดีหรือไม่ดีละนั่น
Name : นักอ่าน...lnwcool < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่าน...lnwcool [ IP : 49.48.167.190 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:01
# 18 : ความคิดเห็นที่ 376
ตอนแรกนึกว่าจะมีจูบอำลาให้ไคซะหน่อย
Name : คนอ่านนิยาย [ IP : 58.8.135.166 ]

วันที่: 5 พฤษภาคม 2555 / 11:10
# 17 : ความคิดเห็นที่ 334
 สร้างฉากและอารมณ์เก่งมากครับ
PS.  เจ้าของกลุ่ม นิยายน่าอ่านใน Dek-d ที่โลกลืม ปี 2554 เจ้าของกลุ่ม My useful knowledges
Name : jsoc < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jsoc [ IP : 180.183.48.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 / 02:04
# 16 : ความคิดเห็นที่ 333
 อออกเดินทางจนได้...
PS.  ชีวิตคนเรามันก็มีหลายอย่าง มีทั้งชอบและไม่ชอบและดีไม่ดี บางอย่างก็รับไม่ได้... ก็แหม เราไม่ใช่ผู้เฒ่าที่ปลงแล้วนี่นา ถึงจะได้ปล่อยวางได้น่ะ ;)
Name : Dreamever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dreamever [ IP : 58.9.114.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 / 17:25
# 15 : ความคิดเห็นที่ 332
สนุก สุด ๆ

ถ้าอัพบ่อย ๆ อันดับต้น ๆ จะไปไหนเสีย ^ ^
Name : แฟนคลับ [ IP : 203.130.145.98 ]

วันที่: 8 พฤศจิกายน 2554 / 13:16
# 14 : ความคิดเห็นที่ 331

อ่านรวดเดียวเลย สนุกมากกว่าทอปเท็นบางเรื่องอีก
ค้างมากด้วย  มาต่อเร็วๆนะครับ

Name : pleza009 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pleza009 [ IP : 110.168.169.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2554 / 02:48
# 13 : ความคิดเห็นที่ 330
มาอัพเร็วๆนะคะ
PS.  ~* จงรักษาสิ่งที่รักไว้ให้ดีและทำดีกับสิ่งนั้นไว้ก่อนจะไม่มีโอกาศนะจ๊ะ เตือนด้วยความหวังดี *~
Name : u-ku < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ u-ku [ IP : 223.206.205.128 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ตุลาคม 2554 / 00:44
# 12 : ความคิดเห็นที่ 329
มาต่อเร็วๆน้า
Name : annaaa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ annaaa [ IP : 58.8.223.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ตุลาคม 2554 / 13:18
# 11 : ความคิดเห็นที่ 328
สนุกมาก สู้ๆนะคับ เทรนFc นะ^^
Name : โคเรโมริ < My.iD > [ IP : 110.77.234.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2554 / 00:55
# 10 : ความคิดเห็นที่ 327
สู้เขาน้าไค!!
Name : -.- [ IP : 101.51.205.206 ]

วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 23:28
# 9 : ความคิดเห็นที่ 326
ดีใจเดินทางซักที ดีใจอีกครั้ง ไรท์เตอร์ อัพเร็วนะช่วงนี้


PS.  оO (づ ̄ ³ ̄)づ~~♡ ข้าพเจ้า ก็บ้าๆอ่ะนะ อย่าเอาไรมาก
Name : IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) [ IP : 118.175.13.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 23:21
# 8 : ความคิดเห็นที่ 325
เดินทางแล้วๆๆๆ เย้ๆๆ

PS.  "...ไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มี...ไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึก...ไม่ร้องไห้ไม่ได้แปลว่า..ไม่เสียใจ..."
Name : Clione < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Clione [ IP : 101.51.27.82 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 19:55
# 7 : ความคิดเห็นที่ 324
ว้า ยังค้างคาใจ
ทั้งคำทำนายเรื่องยมทูตและก็คนที่แฝงตัวมาในกลุ่มด้วย
ก็อารี่ไม่ได้เดินทางด้วยนี่นา
คนที่แฝงตัวก็ใครก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เทรน
ว่าแต่จะใส่แหวนเอล์ฟนั่นแน่หรอ
ความปลอดภัยต่ำไม่ใช่หรอวงนี้ นี่จะเดินทางกันนา...
PS.  ~*Kalo Wanebli , Alice + Zax Raft , Kaoz Romanov , Leonard Ladelure , Victor Krevent , Zilvia Karminot And Leo Francesca 4ever*~ นิยายแฟนตาซีจงเจริญ!!!
Name : ^ice^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ^ice^ [ IP : 58.8.140.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 17:37
# 6 : ความคิดเห็นที่ 323
สนุกและจะติดตามตอนต่อไปครับ มาไวๆนะ
Name : toy [ IP : 115.67.120.235 ]

วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 15:03
# 5 : ความคิดเห็นที่ 322
ยังสนุกเมหือนเดิมนะครับ  มาต่ออีกนะครับ

PS.  "Memories Keep Those We Love Close to Us Forever"
Name : Dexsar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dexsar [ IP : 61.19.75.77 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 13:38
# 4 : ความคิดเห็นที่ 321
สนุกๆ จะรอติดตามตอนต่อไปจ้า
Name : shadow_strom < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shadow_strom [ IP : 110.168.17.61 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 12:54
# 3 : ความคิดเห็นที่ 320
 สนุกมากครับ

รอติดตามต่อไป
Name : [PY]IkkI < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [PY]IkkI [ IP : 223.205.227.250 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 11:03
# 2 : ความคิดเห็นที่ 319
อยากรู้ว่าใครจะเป็นพวกที่แฝงมาในกลุ่มนี้อะ...
Name : Foll วูฟ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Foll วูฟ [ IP : 124.121.10.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 07:54
# 1 : ความคิดเห็นที่ 318
มีฝีมือ แล้วจะรอดไหมเนี่ย
Name : nutjanglae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nutjanglae [ IP : 183.89.178.85 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2554 / 06:26
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android