ปักษามนตรา (จบแล้ว)

ตอนที่ 19 : มัดมือชก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    18 ก.ค. 58







วันรุ่งขึ้น ดารันไปหารตีที่วัดเช่นเคย ทว่าพบเพียงแม่วาดที่มีสีหน้ากังวลใจ

“พี่สาวเจ้าหลบไปซ่อนตัวที่เรือนข้าตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อเช้านี้ข้านำอาหารไปให้นาง แต่นางหายตัวไปแล้ว หาอย่างไรก็ไม่พบ ข้าเป็นห่วงนางเหลือเกิน” แม่วาดเอ่ยกับดารันที่คุ้นเคยกันดีเนื่องจากอีกฝ่ายแวะมาหารตีบ่อยๆ

“แม่วาดอย่ากังวลไปเลย ข้าจักไปช่วยตามหา หากหาที่เรือนไม่พบ ข้าคิดว่านางน่าจะอยู่ในอีกที่หนึ่ง หากได้ความอย่างไร ข้าจะมาแจ้งแก่แม่วาด โปรดวางใจเถิด” ดารันได้แต่ปลอบผู้สูงวัย ไม่ต้องการให้นางต้องกังวลจะได้ไม่กระทบต่อการปฏิบัติภาวนา

ดารันตามไปดูยังเรือนเก่าของแม่วาดอีกครั้งตามทางที่อีกฝ่ายบอก ดูทั้งภายนอกภายในเรือนหากแต่มิได้ร่องรอยอะไร ดารันจึงเดินไปรอบๆบริเวณจนถึงลำธาร พบผ้านุ่งพาดอยู่บนกิ่งไม้ ดูผิดที่ผิดทางนัก ด้วยความเป็นห่วง ดารันจึงเร่งรุดมายังวิมานครุฑทันที ครั้นพบพี่สาวอยู่ดีก็ค่อยคลายความกังวลใจ

 “พี่รตี ข้าไปหาพี่ที่วัด เหตุใดจากมามิบอกผู้ใด แม่วาดเป็นกังวลนัก พี่รู้ไหม” ดารันเอ่ยเมื่อตามมาพบรตีที่ตำหนักพญาครุฑ

“พอดีเมื่อวานพี่รีบร้อนนัก มิทันได้บอกใคร ต้องฝากเจ้าไปขอโทษแม่วาดด้วย” รตีตอบ

“ว่าแต่พี่วินตรัยไปพบพี่ได้อย่างไร เหตุใดจึงต้องรีบร้อนพาพี่กลับมานัก” ดารันถาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานน่าอายนัก นางจะเล่าให้ใครฟังได้อย่างไร รตีได้แต่ตอบบ่ายเบี่ยง

“ก็เพราะมหิธรตามไปพบพี่ที่วัดเช่นกัน เหตุนี้เกรงว่าหากชักช้าอยู่ที่นั่นจักไม่ปลอดภัย”

“อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง ...ว่าแต่ข้าเดินไปที่ลำธาร พบผ้านุ่งพาดกิ่งไม้อยู่ ใช่ของพี่หรือไม่ เหตุใดจึงไปทิ้งอยู่ที่นั่นได้” ดารันยังมิวายถามด้วยความสงสัย

รตีหน้าแดงขึ้นมาอีกคำรบ เหตุการณ์ตอนนั้นผู้ใดอยากจะพูดถึงกัน ดารันนี่ก็ซักมากเสียจริง

 “เอ่อ... ผ้านั่นมิใช่ของพี่ดอก” รตีได้แต่ปดไป แต่ก็เป็นความจริงส่วนหนึ่งนี่นา เสื้อผ้าที่ติดตัวไปดูมีราคาเกินฐานะผู้มาปฏิบัติธรรมที่วัด นางจึงยกให้ผู้อื่นไป แลกกับเสื้อผ้าธรรมดามาสวมใส่ ฉะนั้น ผ้านุ่งนั่นจึงมิได้นับว่าเป็นของนางจริงๆ

ดารินพยักหน้าช้าๆ

“พี่ตัดสินใจติดตามพี่เขยกลับมาเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้มิต้องคอยเป็นกังวล”

“พี่เขยอะไรกันดารัน พูดอะไรเยี่ยงนั้น” รตีเอ็ดน้อง

“อ้าว ก็พี่วินตรัยเป็นผู้หาตัวพี่พบก่อน พี่ก็ต้องสมรสกับเขามิใช่หรือ” ดารันเอ่ย เด็กสาวชื่นชอบพี่เขยอยู่ไม่น้อย นอกจากจะรูปงามและเก่งกล้าแล้ว ยังใจดีอีกต่างหาก

“ข้าไม่สนใจดอก” รตีเอ่ยพลางสะบัดผมอย่างหงุดหงิด

“ว่าแต่พี่เขยอยู่ไหน วันนี้ข้าว่าจะมาทวงค่าจ้างสักหน่อย” ดารันเอ่ย

“ค่าจ้างอะไรหรือดารัน” รตีถามอย่างสงสัย แอบดีใจที่ดารันเปลี่ยนเรื่องคุยเสียได้

“ก็ที่พี่เขยชอบให้ข้าขึ้นมาส่งสารให้ตาหมอหลวงขี้บ่นนั่นบ่อยๆอย่างไรล่ะ ข้ามิได้ทำให้ฟรีหรอกนะจะบอกให้” ดารันเอ่ย

“ดารัน เหตุใดเจ้าจึงเรียกไภสัชเช่นนั้น เขาเป็นผู้มีพระคุณของพี่ เจ้ามิรู้หรือ” รตีเอ่ย

“ข้ามิสนหรอก ข้าพอใจจะเรียกเช่นนี้ ว่าแต่พี่เขยอยู่ไหนกันเล่า หากมามิเจอข้าจะทวงค่าจ้างได้กับใครกัน”

“ดารัน เจ้ามิใช่เด็กน้อยดังแต่ก่อนแล้ว บัดนี้หาได้มีผู้ใดคอยรังแกหรือเอาเปรียบน้องเล็กอย่างเจ้าแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องวางท่าแข็งกร้าวไม่ยอมคนดังเช่นก่อน” รตีเอ่ยเตือนน้องรัก

“ข้าพอใจแล้วที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ ใครไม่อยากรักก็ไม่ต้องรักสิ” ผู้เป็นน้องตอบอย่างดื้อรั้น

ยามเยาว์วัย ดารันมักถูกหยอกล้อ กลั่นแกล้ง หรือแม้แต่ดุว่าจากพี่ๆที่โตกว่า จึงทำให้เติบโตมาอุปนิสัยแข็งกร้าวนัก แต่รตีรู้ดีว่าน้องรักมีจิตใจงดงามต่างจากที่แสดงออกภายนอก ถึงแม้จะดูเป็นคนแข็งกร้าว แต่จริงๆแล้วดารันนั้นเป็นเด็กอ่อนไหวนัก ยิ่งเมื่อขาดมารดา ยิ่งแสดงออกว่าไม่ต้องการความรักจากใคร แม้ลึกๆแล้วจะโหยหาความรักยิ่งนัก รตีจึงเป็นดังทุกสิ่งของน้องรักผู้มิค่อยเผยตัวตนที่แท้จริงให้ใครได้รู้จัก ได้แต่ซ่อนความไม่มั่นคงของจิตใจไว้ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเข้มแข็ง

สองพี่น้องสนทนากันไปสักพัก วินตรัยก็กลับเข้าตำหนัก ดารันปราดเข้าไปทวงสัญญาทันที

“ข้ามิลืมหรอกดารัน” วินตรัยตอบยิ้มๆ “แต่วันนี้ข้าติดภารกิจยุ่งนัก จักมอบหมายให้ผู้อื่นพาเจ้าไปชมคลังแสงแทน”

“ย่อมมิเป็นปัญหาดอกพี่เขย ใครจะพาข้าไปก็เหมือนกัน ว่าแต่ท่านจะยกอาวุธให้ข้าจริงหรือ”

“ย่อมแน่นอน” วินตรัยตอบพลางหันไปหาอันตรา “อันตรา เจ้าจงไปตามไภสัชมาหน่อยเถิด ข้ามีเรื่องด่วนให้เขาช่วย”

ดารันมีสีหน้าแปลกๆ ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่นางมาส่งสาร ก็มิได้พบเขาอีกเลย แต่ละครั้งที่พบกันก็มิได้น่าประทับใจนัก หวังว่าวินตรัยคงมิได้มอบหมายให้ไภสัชเป็นผู้พานางชมคลังแสงดอกนะ

“เอ่อ ท่านพี่เขย” ดารันเอ่ย วินตรัยถูกใจนักที่นางเรียกเขาเช่นนี้ คิดในใจว่าจะต้องตกรางวัลให้เสียหน่อย “ข้าคิดว่าให้อันตราพาข้าไปชมคลังแสงก็ได้ มิต้องลำบากผู้ใดดอก” สาวจอมแก่นเอ่ย

“ได้อย่างไรกัน อันตราย่อมต้องอยู่ประจำตำหนัก ให้ไภสัชพาไปนั่นแหละดีแล้ว หมอนี่มีความรู้ดีนัก จักได้อธิบายให้เจ้าฟังได้ว่าอาวุธแต่ละชิ้นมีความเป็นมาอย่างไร” วินตรัยตอบแสร้งไม่เข้าใจความลำบากใจของดารัน

เพียงไม่นานไภสัชก็ปรากฏกายขึ้นในตำหนัก สายตาของเขาจับจ้องไปที่รตี สตรีในดวงใจที่เขามิได้พบเจอนานแล้ว ก่อนที่เงาของใครอีกคนหนึ่งจะปรากฏที่หางตา

ยัยเด็กแสบ.. มาอยู่นี่ได้อย่างไร ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยคำใด วินตรัยก็ปรารภขึ้น

“ไภสัช ดารันต้องการชมคลังแสง วันนี้เจ้าว่างมิใช่หรือ พานางชมหน่อยเถิด”

...ว่าง.. หมอหลวงอย่างเขารู้จักคำว่าว่างที่ไหนกัน ภารกิจของเขามากมาย มินับที่วินตรัยโยนมาให้ทำแทนตอนไปต้องโทษอยู่เมืองบาดาล ยังมินับตอนที่วินตรัยระดมไพร่พลตามหาตัวรตี เช่นนี้มาบอกว่าเขาว่างได้อย่างไร หากแต่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ไภสัชหาได้เอ่ยสิ่งที่ใจคิดออกไปไม่

“เหตุใดมิให้อันตราพาไปชมเล่า พวกนางเป็นสตรีด้วยกันจะได้คุยกันถูกคอ” ไภสัชบ่ายเบี่ยง เหลือบแลไปทางดารัน เห็นใบหน้าน่ารักนั้นมีสีหน้าน้อยใจวูบหนึ่ง พาลให้เสียใจที่ตนพูดออกไปเช่นนั้น

“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าให้อันตราพาข้าไปก็ได้ ผู้ใดไม่เต็มใจ ไม่เห็นต้องไปบังคับเสียหน่อย” ดารันเอ่ยเสียงแข็ง

วินตรัยเริ่มมีสีหน้ายุ่งยากใจ อุตส่าห์จะทำตัวเป็นพ่อสื่อ เหตุใดคู่พระคู่นางกลับดูเล่นไม่เข้าขากันเช่นนี้

“เอาเถิด หากท่านไภสัชไม่ว่างก็ไม่เป็นไรดอก ดารัน น้องไปกับอันตราก็แล้วกัน” รตีเอ่ยเสียงนุ่มอย่างเอาใจน้อง

ไภสัชรู้สึกผิดที่ทำให้ดารันรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ จึงรีบเสนอตัว

“ข้าจะพาดารันไปเอง อันนี้จริงวันนี้ข้าก็ว่างอยู่ ไปชมคลังแสงก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน”

หากแต่ดารันได้ยินเช่นนี้ พาลให้คิดไปว่าไภสัชพูดเช่นนี้ก็เพียงเพื่อเอาใจพี่รตีเท่านั้น จึงเอ่ยปฏิเสธอย่างแข็งขัน

“ใครอยากจะไปกับท่านกัน ข้ามิได้ขอให้ไปด้วยสักหน่อย”

“ดารัน” รตีปรามน้องเสียงดุ

“เอาล่ะ ตกลงกันได้เช่นนี้ก็ดี เราไปกันได้แล้วรตี เดี๋ยวช่างจะคอยนาน” วินตรัยรีบตัดบทก่อนที่สงครามย่อยๆนี้จะขยายตัว

“ช่างอะไรกัน” รตีถามอย่างสงสัย

“ก็ช่างเย็บชุดน่ะสิ อีกไม่ถึงเจ็ดวันเราจะเข้าพิธีสมรส เจ้าลืมแล้วหรือไร” วินตรัยตอบอย่างตีขลุม รีบกึ่งลากกึ่งจูงว่าที่เจ้าสาวออกจากตำหนัก ปล่อยให้ไภสัชและดารันตกลงกันเอาเอง

อันตรารีบเดินผละจากราวกับต้องการจะอยู่นอกเหนือความขัดแย้ง เหลือเพียงไภสัชกับดารันยืนมองหน้ากันสองคน ก่อนที่ไภสัชจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

“ไปกันเถอะ”

ดารันหันไปมองก่อนจะเมินไปทางอื่น

“ข้าไม่ได้ขอร้อง...” ดารันยังพูดไม่ทันจบประโยค ไภสัชก็ขัดขึ้น

“เจ้าไม่ได้ขอร้องให้ข้าพาไปหรอกนะ.... ข้ารู้แล้วว่าเจ้าจะพูดอย่างนี้ วันนี้ข้าเป็นฝ่ายอยากจะพาเจ้าไปเอง เอาล่ะ เราจะไปกันได้หรือยัง” ไภสัชพูดยิ้มๆ

ดวงหน้าน่ารักของดารันแดงระเรื่ออีกครา เด็กสาวสะบัดหน้าเดินนำไปหน้าตำหนัก ไภสัชได้แต่แอบยิ้มก่อนจะเดินตามไป  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1337 mll3 (@mll3) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:17
    ชอบหมอไภสัชมาก ดารันก็แก่นๆเซี้ยวๆ
    #1337
    0
  2. #1163 Beemfoo (@Beemfoo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 10:22
    ชอบดารัณกับหมอไภสัชมากเลยเจ้าค่ะ ><><
    #1163
    0
  3. #910 tang0210mo (@tang0210mo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 09:43
    ่ัะฝต.ฝ,..ีีีีีีีีีึใ่ง.ฃลแอ้_ไ้เ,ก
    #910
    0
  4. #25 Yayakapik (@Yayakapik) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 19:51
    ดารันน่ารักมากๆ แต่งสนุกมากค่ะ ^^
    #25
    1
    • #25-1 กรินดา (@pitchyong) (จากตอนที่ 19)
      21 กรกฎาคม 2558 / 15:29
      "ขอบพระคุณท่านพี่ ข้าก็เป็นเช่นนี้แล ใครใคร่รักก็รักเถิดใครมิรักก็อย่ารัก" ดารันเอ่ยพลางยิ้มให้
      #25-1
  5. #24 Yayakapik (@Yayakapik) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 19:48
    ดารันน่ารักมากๆ แต่งสนุกมากค่ะ ^^
    #24
    0
  6. #21 zelo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 04:28
    สู้ๆนะไรท์
    #21
    1