war prisoner

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19,680 Views

  • 392 Comments

  • 1,265 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,052

    Overall
    19,680

ตอนที่ 88 : บทที่ 90

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    21 ต.ค. 60

            ในที่สุดคดีซับซ้อนและอื้อฉาวขององค์จักรพรรดินีที่ถูกใส่ความก็มาถึงจุดสิ้นสุด แต่สำหรับหวางเอี๋ยนซูแล้วความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจยังคงมีอยู่ เขายังคงรู้สึกผิดและมักจะตำหนิตนเอง แต่ซูยีก็พยายามสร้างรอยยิ้มให้อีกฝ่ายเพื่อลดความวิตกกังวล

            ในวันนี้อากาศสดใสไร้เมฆบดบัง เมื่อหวางเอี๋ยนซูเดินทางไปถึงตำหนักมโนรมย์ แต่กลับไม่พบซูยี หลังจากสอบถามนางกำนัลจึงได้รู้ว่าซูยีไปพบกับสมเด็จพระชนนีเพื่อดื่มน้ำชาและเล่นขลุ่ยที่ศาลาน้ำค้างเยือกเย็น หวางเอี๋ยนซูจึงรีบเดินไปสมทบ แต่ก่อนที่จะถึงศาลาเสียงขลุ่ยก็ดังแว่วมากระทบโสต เสียงดนตรีนั้นสดใสและชัดเจนราวกับลอดตามแนวต้นไม้และทะลุเมฆมาจากฟากฟ้า หวางเอี๋ยนซูหยุดเท้าแล้วฟังอย่างตั้งใจพบว่ามันเป็นเพลงธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่เพลงที่ซูยีเคยเล่นตอนชมดอกพลัมตอนฤดูหนาว เมื่อเขาเดินเข้าไปในศาลาจึงกล่าวว่า “เพลงนี้ฟังดูสนุกสนาน แต่ก็ธรรมดาเมื่อเทียบกับเพลงที่เจ้าเล่นในห้องโถงท่ามกลางดอกพลัมสีแดง ซูซู เจ้าเล่นเพลงนั้นให้ข้าฟังอีกครั้งได้หรือไม่?”

            ซูยี่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ในวันนั้น มีความรู้สึกนับพันเกาะเกี่ยวอยู่ในหัวใจของข้า ทำให้สามารถสื่ออารมณ์ใส่ลงไปในดนตรี แต่วันนี้ความรู้สึกของข้าแตกต่างไป ถึงเล่นเพลงเดิมก็จะไม่เหมือนเดิม อีกทั้งเพลงนั้นก็เศร้าหมองไม่เหมาะกับบรรยากาศสดใสในยามนี้”

            สมเด็จพระชนนี้แย้มยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าเองก็อยากให้เขาเล่นเพลงนั้นเช่นกัน แต่เขาก็ให้เหตุผลเช่นเดียวกัน ฟังแล้วดูเหมือนว่าพวกเราจะขอให้เขาทำในสิ่งที่น่าอึดอัดใจ”

            ก่อนที่จะมีใครกล่าวอะไรต่อ ซือน่งที่ยืนอยู่ด้านข้างก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ในเวลานั้นนายท่านถูกใส่ร้ายและถูกยัดเยียดความอยุติธรรม ในหัวใจของนายท่านย่อมเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและไม่พอใจ แต่วันนี้หัวใจของนายท่านเต็มไปด้วยความหวานปานน้ำผึ้ง ดังนั้นจึงไม่อาจเล่นได้เหมือนเดิม”

            เมื่อซือน่งพูดจบ สมเด็จพระชนนีและนางกำนัลรวมทั้งขันทีต่างก็แอบลอบยิ้ม มีเพียงซูยีและหวางเอี๋ยนซูที่มีใบหน้าแดงสดใส หวางเอี๋ยนซูแสร้งทำเป็นโกรธเคืองและดุหญิงรับใช้ประจำตัว “ซือน่งเจ้ากล้าพูดล้อข้ากับซูซู” แล้วหันไปทางซูซู “เพราะเจ้าให้ท้ายนาง แต่เดิมซือน่งก็ยากที่จะตอแยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะขาดวินัยและไม่สามารถควบคุมได้”

            ซูยีพูดว่า “ท่านเองก็รู้ดีว่านางนั้นยากที่จะตอแย ซือน่งเพิ่งอยู่รับใช้ข้าไม่นาน ข้าคิดว่านิสัยนี้น่าจะบ่มเพาะมาตั้งแต่รับใช้ท่าน อย่าได้โยนความผิดมาให้ข้า”

            คำพูดของซูยีทำให้หวางเอี๋ยนซูหมดหนทางที่จะโต้เถียง เมื่อทุกคนเห็นว่ามีคนที่สามารถเอาชนะองค์จักรพรรดิ์ที่มักจะพูดเอาแต่ใจตนเอง ชี้นกย่อมต้องเป็นนก ชี้ไม้ย่อมเป็นไม้ ก็อดที่จะขำไม่ได้ ซือหยวนก็ไม่มีข้อยกเว้น หญิงสาวยิ้มแย้มพร้อมคิดในใจ “เหมือนกับฆ้อนที่ชนะกรรไกร กรรไกรชนะกระดาษ และกระดาษก็ชนะฆ้อน ถ้าข้าไม่เคยมีโอกาสอยู่ร่วมกับพวกเขาก็คงไม่เข้าใจว่าเขาเป็นคนชนิดใด และไม่กล้าที่จะให้เขาอยู่ใกล้ชิดกับฝ่าบาท”

            ขณะที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกัน นางกำนัลสองสามนางก็ยกจานขนมจากห้องครัวหลวงมาให้รับประทาน สมเด็จพระชนนีเอ่ยปากถาม “ทำไมวันนี้ข้าไม่เห็นโจวเอ๋อร์ ทุกทีเขาต้องมาพัวพันอยู่กับพระมารดาของเขามิใช่หรือ”

            หวางเอี๋ยนซูหัวเราะแล้วบอกว่า “ข้าคิดว่าเขากำลังเรียนหนังสืออยู่” พูดจบก็กอดรัดซูยีอย่างไม่สนใจสายตาของคนอื่น และพูดกับซูยีว่า “ข้าเองก็ต้องชื่นชมเจ้า ก่อนหน้านี้ไม่มีใครในวังรวมทั้งข้าด้วยที่จะทำให้โจวเอ๋อร์นั่งนิ่ง ๆ และทุ่มเทกับการเรียนได้ แต่เจ้ากลับสามารถทำได้ เช่นนี้ย่อมเรียกว่าเป็นภรรยาที่ดีของข้า”

            ซูยีดันร่างของหวางเอี๋ยนซูออกห่างแล้วกล่าวว่า “นี่เป็นเพราะโจวเอ๋อร์เริ่มจะเติบโตรู้ความ ข้าไม่กล้ารับความดีความชอบนี้” ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ เสียงสดใสก็ดังมาจากด้านนอก “ที่จริงเป็นเพราะความพยายามของพระมารดา ทำไมพระมารดาจึงไม่กล้ารับความดีความชอบ หรือเกรงว่าถ้ายอมรับแล้วจะได้รางวัลจากพระบิดา” มีเพียงหวางเอี๋ยนซูและซูยีที่เข้าใจนัยที่ซ่อนเร้นในคำพูดของหวางเอี๋ยนโจว จึงทั้งอับอายและรำคาญ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเด็กชายได้

            หวางเอี๋ยนซูและซูยีรับประทานอาหารกลางวันที่ศาลาน้ำค้างเยือกเย็น หลังจากนั้นก็เดินทางกลับไปยังตำหนักมโนรมย์และพบว่าหวางเอี๋ยนซีคอยพวกเขาอยู่ที่ห้องโถง เมื่อหวางเอี๋ยนซีเห็นคนทั้งคู่จึงยืนขึ้นแล้วถาม “ตอนนี้พวกท่านก็มีความสุขกันดี พวกท่านยังต้องการรักษาขาอีกหรือไม่?”

            หวางเอี๋ยนซูรีบกล่าวทันที “ย่อมต้องรักษา แต่เห็นเจ้าบอกว่าต้องใช้เวลาสักสองสามวันเพื่อเตรียมการ”

            หวางเอี๋ยนซีพูดว่า “นี่ไม่จำเป็นต้องคอยนาน การรักษาเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างที่ข้าเคยบอกท่าน ยาชนิดนี้มีฤทธิ์รุนแรงมาก เมื่อเริ่มต้นรักษาก็จะต้องทำจนจบขั้นตอน ซูยี ข้าไม่สงสัยในความแข็งแกร่งของท่าน แต่ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะทนได้จนจบขั้นตอน?”

            ซูยีไม่ตอบคำถาม แต่ถามกลับไปว่า “กระต่ายที่ท่านใช้ทดลองเป็นอย่างไรบ้าง ตายเพราะความเจ็บปวดหรือไม่?”

            พลันปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าที่เรียบเฉยของหวางเอี๋ยนซี “ตอนนี้มันกินดีอยู่ดีจนอ้วนท้วนสมบูรณ์”

            ซูยียิ้มแล้วกล่าวว่า “แม้แต่กระต่ายตัวเล็ก ๆ ยังไม่ตายเพราะความเจ็บปวด การจะรักษาขาพิการให้หายดีก็ย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับบางเรื่อง”

            หวางเอี๋ยนซีพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เมื่อท่านพูดเช่นนี้ วันนี้เราก็เริ่มการรักษา ตามประวัติศาสตร์ กวนอูพูดคุยด้วยสติที่แจ่มใสขณะที่แพทย์ฮั๋วโต๋ขูดพิษที่กระดูกให้เขา ข้าคิดว่าความอดทนของท่านไม่ด้อยไปกว่าท่านกวนอู แต่เกรงว่าบางคนจะไม่สามารถทนได้...” เขามองไปที่หวางเอี๋ยนซู แล้วยิ้มให้พร้อมกล่าวว่า “ท่านต้องเข้าใจว่าบาดแผลอยู่บนร่างกายของท่าน แต่ความเจ็บปวดนั้นอยู่ในใจของใครบางคน”

            หวางเอี๋ยนซูได้แต่ฝืนยิ้ม เมื่อเขาได้ยินว่าการรักษาจะสร้างความเจ็บปวดอย่างมากมาย เขารู้สึกกังวลและหงุดหงิดในหัวใจ แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของซูยีก็รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่มีความกลัวใด ๆ แต่สำหรับเขาเองนั้น เขากลับกลัวมาก ยิ่งคิดว่าซูซูของเขาต้องได้รับความทรมานก็ยิ่งทำให้ความกลัวในใจของเขาทวีขึ้น ทำไมแม้ถึงตอนนี้ซูซูยังคงต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมาน ทั้งที่คนที่ควรตกอยู่ในความทุกข์ทรมานควรเป็นตัวเขาเอง ความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความไม่สบายใจ ความทุกข์ ความโศกเศร้า และความเจ็บปวดในใจคลุกเคล้าอยู่ภายในร่างขณะที่เดินเข้าไปในห้องด้านในพร้อมกับซูยีและหวางเอี๋ยนซี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #228 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 23:36
    รักมากจริงๆ เจ็บแทนได้ก็ทำไปแล้ว
    #228
    0