สามีเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 2 : บทที่ 1: น้องฟาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    26 ส.ค. 59

ตอนนั้นวราลีอายุสิบสองขวบ ใช่แล้ว...และแม้เวลาจะผ่านไปนาน เธอก็ยังจำวันนั้นได้ดี

เธอยืนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในบ้านหลังเล็ก สวมเสื้อยืดสีเหลืองสดคู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นเท่าเข่า สะพายเป้สีน้ำเงินใส่แบบเรียนภาษาไทย กล่องดินสอพลาสติกและสมุด ป้าสะใภ้ชื่อมาลัยนั่งอยู่บนตั่งไม้สัก ข้างๆ คือลูกสาวชื่อขนิษฐา

“คิดแต่จะให้ฉันเลี้ยงรึไง แกน่ะต้องหัดหาเงินเองซะบ้าง แบ่งเบาภาระฉัน” มาลัยมองเขม็งมาที่วราลี “พ่อแม่ก็ไม่มี ลูกฉันก็ไม่ใช่ หลานแท้ๆ ก็ไม่ใช่”

“พี่ข้าวไปเป็นเพื่อนฟางนะ ฟางไม่อยากไปคนเดียว” วราลีอ้อนวอน

ขนิษฐาส่ายศีรษะจนผมที่ตัดสั้นเท่าติ่งหูสะบัด เธอแก่กว่าวราลีหนึ่งปี แต่รูปร่างเริ่มมีทรวดทรง จริตของเธอก็ดูเป็นสาวกว่าเด็กวัยเดียวกัน

“แกได้เกรดสี่ภาษาไทยทุกปี แต่พี่เรียนไม่เก่ง พี่ไปด้วยก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

“จะกลัวอะไรนักหนาล่ะ ลูกฝรั่งก็เป็นคนเหมือนกันนั่นแหละ” มาลัยสะบัดมือเมื่อเห็นสามีเดินผ่านประตูเข้ามา “พี่รีบพามันไปเถอะ”

สามีของมาลัยชื่อประชา เป็นลุงของวราลี เป็นพี่ชายแท้ๆ ของแม่ เขาใจดีและใจอ่อน ซึ่งคงเพราะแบบนั้นเขาถึงให้เธออยู่ด้วย เขาลูบหัวเธอช้าๆ ก่อนจะรั้งให้ออกเดิน มอเตอร์ไซต์คันเก่าจอดอยู่นอกชายคา พวกเขาอาศัยที่บ้านหลังเล็กซึ่งซ่อนตัวภายใต้ร่มไม้ ในอาณาเขตบ้านพักตากอากาศอันกว้างขวางของเศรษฐีชาวออสเตรเลียที่นานๆ จะมาสักครั้ง

ประชามีหน้าที่ดูแลสวนและสนามไม่ให้รก ปลูกต้นไม้ ซ่อมแซมบ้าน ส่วนมาลัยมีหน้าที่ทำความสะอาด ปัด กวาด เช็ด ถู คอยดูแลเครื่องเรือนให้อยู่ในสภาพดีเสมอ

“ไม่ต้องกลัวนะฟาง ป้าอรใจดี สามีฝรั่งเขาตาย เห็นว่ารวยนะ ได้เงินประกันชีวิตกับทรัพย์สินอะไรพวกนั้น ก็เลยพาลูกกลับมาอยู่เมืองไทย เขาคงให้ค่าจ้างฟางเยอะเลย”

 อิงอรพึ่งมาเช่าบ้านในละแวกนี้ เธอยู่กับลูกชายอายุสิบห้าที่รูปร่างสูงใหญ่เกินวัย ดูเป็นฝรั่งจ๋าและหล่อเหลาเสียจนพวกเด็กสาวพากันมองเหลียวหลัง วราลีเจอพวกเขาที่ร้านขายของชำใกล้บ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอไปคนเดียวและกำลังรอลุงเจ้าของร้านเทน้ำหวานใส่แก้วให้ เธอเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นตีหน้าบึ้งตลอดเวลา ดูร้ายชะมัด แต่มันเป็นความร้ายกาจน่าท้าทาย เย้ายวนหัวใจให้อยากจะลองเสี่ยงแบบแปลกๆ ใช่แล้ว...พวกเด็กผู้หญิงที่โตกว่าใช้คำว่า เร้าใจ

วราลีปีนขึ้นซ้อนท้ายรถประชา เขาขี่ผ่านตัวบ้านใหญ่สองชั้น ออกทางประตูที่ทำจากไม้ระแนงสูงท่วมหัว เสียงเครื่องยนต์ดังคลอไปกับเสียงลม

“แม่เขาเป็นคนไทย ทำไมไม่สอนภาษาไทยลูกเองล่ะจ๊ะ ไม่เห็นต้องหาคนไปสอนเลย”

“เขาอยากให้ลูกมีเพื่อนวัยไล่เลี่ยกัน”

สักสามวันก่อนนี่เองที่อิงอรประกาศหาคนสอนภาษาไทยให้ลูกชาย เจ้าของร้านชำค่อนข้างเอ็นดูวราลี เห็นเธอเรียนเก่งและสงสารที่กำพร้าพ่อแม่ เขาจึงเก็บเอาเรื่องนี้มาบอกมาลัย ซึ่งดูเหมือนมาลัยเองก็ตอบตกลงไปทันที

บ้านเช่าของอิงอรอยู่ไม่ไกลเลย อันที่จริงออกประตูหลังบ้านแล้วเดินมาได้สบายๆ วราลีกระโดดลงจากท้ายรถมอเตอร์ไซต์ อิงอรยิ้มกว้างออกมารับ เธออายุห้าสิบแล้วแต่ยังดูสวย รูปร่างดีเหมาะกับเสื้อสายเดี่ยวเซ็กซี่และกางเกงยีนส์ขายาวที่สวมอยู่ กลิ่นน้ำหอมของเธอให้ความรู้สึกที่ทันสมัย เธอขอบคุณประชาและจูงมือเด็กสาวเข้าไปในบ้าน

“นักเรียนกับคุณครู มาทำความรู้จักกันหน่อยจ้ะ”

ลูกชายของเธอหันมา ดวงตาสีน้ำผึ้งสวยสะกดใจแม้จะเต็มไปด้วยแววเบื่อหน่าย เขายีผมสีน้ำตาลเข้มจนมันยุ่งเหยิงและทำให้เจ้าตัวดูไม่น่าไว้ใจยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงเก้งก้างเดินมาอย่างเสียมิได้ เขาถูมือกับจมูกโด่งก่อนจะยื่นหาเธอ

“ไฮ...”

วราลีมองมือเขา หัวใจเต้นแรงผิดปกติ เธอลากเท้าข้างหนึ่งไปด้านหลัง พนมมือและย่อตัวลง เธอได้รางวัลมารยาทงามจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่สี่ถึงหก

“สวัสดีค่ะ”

ทีนี้ต่างฝ่ายต่างก็ชะงัก อิงอรเป็นคนทำลายความเงียบด้วยการหัวเราะลั่น เธอลูบหัววราลีอย่างเอ็นดู

“นี่น้องฟาง อายุสิบสอง จะมาสอนภาษาไทยช่วงปิดเทอม เตรียมความพร้อมให้กับพี่ลุค อายุสิบห้า” อิงอรยื่นมืออีกข้างไปแตะไหล่ลูกชายตัวเอง “พี่ลุคพูดไทย ฟังภาษาไทยได้นะจ๊ะ ยกเว้นคำศัพท์ยากๆ หรือยาวๆ ป้าอยากให้น้องฟางช่วยสอนเรื่องเขียนกับอ่าน พี่ลุคเคยเรียนกับอาสาสมัครที่วัดไทย ป้าสอนเองบ้าง แต่เปิดเทอมนี้ต้องเข้าโรงเรียนไทย กลัวจะเรียนไม่รู้เรื่อง ป้าเลยอยากให้เขาเน้นหนักหน่อย”

อิงอรมีค่าขนมให้ นอกจากนี้ก็มีขนมแปลกๆ จากอเมริกาให้กิน เธอให้เด็กทั้งสองคนนั่งที่โต๊ะกว้างและไม่ได้รบกวนหลังจากนั้น พวกเขามองหน้ากัน ต่างก็นิ่งอย่างหยั่งเชิงอีกฝ่าย

“พี่ลุคเขียนก.ไก่ถึงฮ.นกฮูกได้ไหม แล้วเขียนชื่อตัวเองเป็นรึเปล่าจ๊ะ”

วราลียื่นสมุดกับดินสอให้ ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงประหม่าเมื่อถูกเขามองตรงๆ และนานกว่าปกติ เขาเริ่มคัดตัวอักษรตามปกด้านในของสมุด ไม่พูดไม่จา จนกระทั่งเขียนชื่อและนามสกุลลงในบรรทัดสุดท้าย

“ลุค แซนฟอร์ด”

ลุคอ่านชื่อตัวเองให้เธอฟัง ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันเหมือนในเทปสอนภาษาของโรงเรียน วราลีพยักหน้าหงึกๆ มองตัวหนังสือโย้เย้

“ตัวไหนที่มีหัว ให้เขียนหัวก่อน เมื่อกี้ฟางเห็นพี่ลุคลากสระอุจากหางขึ้นมาหัว”

เขาบ่นอะไรสักอย่างเป็นภาษาอังกฤษ เสียงของเขาทุ่มนุ่มแต่ติดจะหงุดหงิด จากนั้นก็เขียนสระอุให้เธอดูด้วยวิธีเดิม

“ไม่ใช่นะ ต้องเขียนอีกอย่าง”

ลุคงึมงำภาษาอังกฤษอีกครั้ง วราลีชักจะคิดแล้วว่าเขาพูดภาษาไทยไม่ได้ เธอเดิมอ้อมโต๊ะ จับมือเขาและหัดให้เขียนเหมือนสอนเด็กเล็ก

“เขียนแบบไหนมันก็ออกมาเหมือนกัน” นั่นเป็นประโยคแรกที่ลุคพูดไทย เป็นภาษาไทยสำเนียงอังกฤษแบบที่มักจะได้ยินจากพวกฝรั่งทั่วๆ ไป

“ป้าอรเขาจ่ายเงินจ้างฟางนะ พี่ลุคไม่ได้เรียนฟรี ดังนั้นก็ตั้งใจเรียนหน่อยสิ”    

แล้วเธอก็จับมือเขาเขียนชื่อตัวเองใหม่ คัดตัวบรรจงเต็มบรรทัด และคงเพราะลุคดูจะอารมณ์เสียทั้งวัน อิงอรจึงให้วราลีกลับบ้านเร็วกว่าเวลาที่เคยบอกไว้ หลังจากนั้นราวสัปดาห์เขาพูดกับเธอแบบนับคำได้ หน้าหล่อๆ งอง้ำบอกให้รู้ว่าไม่สบอารมณ์ตลอดเวลา บ่อยครั้งที่เขาใจลอย มิหนำซ้ำยังมองเมินเหมือนเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“ป้าอรอยากให้พี่ลุคมีเพื่อน แต่ถ้าพี่ลุคไม่ชอบฟาง ให้ป้าอรจ้างคนอื่นมาสอนก็ได้นะ”

เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่เขากลับมามองเธออย่างเต็มตา  ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด และก่อนที่วราลีจะร้องไห้เสียใจ อิงอรซึ่งเดินออกจากครัวหลังล้างจานอาหารมื้อกลางวันก็ช่วยเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์

“พี่ลุคมีอาการ culture shock[1] จ้ะ เขาคิดถึงนิวยอร์ค คิดถึงเพื่อนๆ ที่นั่น แล้วก็ยังเข้ากับหลายๆ อย่างที่นี่ไม่ได้”

 

เปิดตัวสามีคนที่ 1 ลุค แซนฟอร์ด ลูกครึ่งไทย – อเมริกัน สุดหล่อเร้าใจ โฮ๊ะๆๆๆๆ เรื่องนี้อยู่ในซีรี่ส์ “วิวาห์หวนรัก” นะคะสาวๆ ซีรี่ส์นี้มีสามีทั้งหมด 3 คน อีก 2 คนจะตามมาในไม่ช้า(มั้ง 5555) เรื่องนี้ตีพิมพ์กับ สนพ. ไลต์ออฟเลิฟนะคะ นามปากกา รวีดาราค่ะ

ขอให้สนุกกับ สามีเจ้าหัวใจ นะคะ ^__^



[1] culture shock คือความรู้สึกสับสนต่อวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย วิถีชีวิตและความคิดที่ต่างไปจากเดิม มักเกิดอาการ เช่น คิดถึงบ้าน เหงา ซึมเศร้า ทำให้ขาดแรงผลักดันที่จะปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1256 MRS.46'S. (@Tk-Joker2546) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:05
    อีนี่ชื่อต้นข้าว ชื่อจริงขนิษฐาเหมือนกัน เอ๊ะ55555
    #1256
    0
  2. #58 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 13:08
    ช่างเหมาะกับการเป็นคุณครูสอนภาษาไทยอย่างยิ่งเลยค่ะ  แต่ไงตอนโตไม่เป็นคุณครูสอนภาษาไทยละคะน้องฟาง  หรือว่ารับสอนเฉพาะคนพิเศษของหัวใจเท่านั้นค่ะ
    #58
    0
  3. #11 wlalee (@wlalee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 17:45
    คุณครูน่่ารักน่าเอ็นดูจังเลยค่ะ...วาดเท้าขวาไปข้างหลัง "สวัสดีค่ะ"..น่าร๊ากกกก
    #11
    0
  4. #9 ออย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 20:48
    ลงให้อ่านทุกวันเลยได้มั้ยค่ะ จนกว่าหนังสือจะออก มันจะได้ไม่ขาดตอนค่ะ
    #9
    0
  5. #8 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 20:34
    คุณครูกับนักเรียนหนุ่ม...รอติดตามต่อค่าา
    #8
    0