สามีเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 4 : บทที่ 1: พี่ลุคอยู่ไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,594
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    26 ส.ค. 59

“ฟาง! ฟาง! ตื่นได้แล้ว!

วราลีวิงเวียนและอ่อนแรง เธอพยายามอย่างมากกว่าจะลืมตาขึ้นมาได้ ภาพแรกที่เห็นคือหน้าอกใหญ่โตขาวผ่องที่แทบจะล้นออกจากขอบของเสื้อคอลึก กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดทำให้อยากเบนหน้าหนี เธอครางอย่างขัดใจเมื่อถูกโป๊ะผ้าเย็นๆ เข้าที่ข้างแก้ม

“มันเป็นลมแดด มันไม่ได้หลับ แกต้องให้มันดมยานี่” นั่นคือเสียงของมาลัย ดังอยู่ใกล้ๆ นี่เอง

“ฟาง...รู้สึกตัวแล้วใช่ไหม” ขนิษฐานี่เอง เธอหันไปหาแม่ที่นั่งอยู่ถัดออกไปทางด้านหลัง “เห็นไหมแม่ เอาน้ำเย็นๆ เช็ดหน้าแล้วก็ปลุกตื่น แค่นี้ยัยฟางก็ตื่นแล้ว”

สติของวราลีกลับคืนมา เธอมองใบหน้าเรียวที่มีคางแหลมและจมูกโด่งของขนิษฐา ก่อนจะหันมองป้าและกวาดสายตาไปทั่ว

“พี่ลุคล่ะจ๊ะ พี่ลุคอยู่ไหน!

“ฟื้นขึ้นมาก็ถามหาผัวเลยนะ!” มาลัยกรีดเสียง “หัวแกฟาดพื้นรึเปล่า จำไม่ได้รึไงว่าไอ้ลุคมันหนีหัวซุกหัวซุนไปตั้งแต่สิบปีก่อน ตอนนี้มันคงมีเมียเป็นแหม่มฝรั่ง มีลูกเป็นขโยงอยู่นอกนู้นแล้ว”

“หรือไม่ก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้” ขนิษฐากอดอก ย้ายไปนั่งตัวงอที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“เลิกฝันลมๆ แล้งๆ สักทีเถอะ ถ้ามันจะกลับมามันก็กลับมานานแล้วล่ะ ฉันว่ามันคงจำไม่ได้แม้แต่ชื่อแกด้วยซ้ำ” มาลัยโครงศีรษะ

วราลีลุกขึ้นนั่งบนตั่งไม้ “เขาไม่มีวันลืมฟางหรอก แล้วเมื่อกี้ฟางยังเห็นเขาอยู่เลย”

“เห็น!” สองแม่ลูกประสานเสียง หันมองหน้ากันแล้วถอนใจแรง มาลัยถลึงตาถาม “แล้วมันอยู่ไหนล่ะ”

เขาอยู่ไหนหรือ...วราลีมองไปรอบๆ เธอไม่เห็นใครคนอื่นอีก

“ใครมาส่งฉันจ๊ะป้า”

“เขาเป็นคนขับรถ กำลังพานายฝรั่งไปทำธุระ แต่มาเจอแกเป็นลมอยู่บนถนนซะก่อน แกคงเห็นเจ้านายเขาแล้วเพ้อว่าเป็นไอ้ลุคล่ะสิ”

“แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าฟางอยู่ที่นี่”

“ก็แกเป็นลมอยู่หน้าปากซอย มีคนรู้จักแกช่วยบอกทางให้เขา เขาก็เลยมาส่ง ทีแรกฉันนึกว่าเขาชนแก แต่เขาให้ดูกล้องหน้ารถ อยู่ๆ แกก็ล้มลงมาเอง”

“เขาทิ้งที่อยู่ไว้ไหม เบอร์ติดต่อล่ะ หรือป้าจำป้ายทะเบียนได้รึเปล่าจ๊ะ” วราลีปัดผมที่ยุ่งเหยิงไปข้างหลัง

“โอ๊ยยย...แค่เขาไม่เอาเรื่องฉันก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว” ซึ่งนั่นหมายความว่ามาลัยตอบไม่ได้เลยสักอย่าง

“แต่รถนี่หรูเชียว พี่มาถึงตอนที่เขาออกไปพอดี” ขนิษฐาโน้มตัวมาข้างหน้า “แกเถอะ ทำไมถึงมาเป็นลมอยู่แถวนี้”

“ฉันลืมเอกสาร ก็เลยกลับมาเอา” วราลีลุกยืน ร่างเพรียวบางเซไปเล็กน้อย นี่กี่โมงแล้วนะ เธอหันมองขนิษฐา “พี่ข้าวล่ะ เอาเงินมาให้ฉันเหรอ”

หลังเรียนจบมัธยมปลาย ขนิษฐาก็หันไปเอาดีด้านงานที่ต้องใช้ความสวย เธอเริ่มอาชีพจากการเป็นสาวเชียร์เบียร์ หลังจากนั้นหลายเดือนก็ได้งานพริตตี้ประจำบูธสินค้า เธอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ที่หอพักไหนสักแห่งและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สองถึงสามเดือนจึงจะกลับมาเยี่ยมบ้าน

ขนิษฐาฝันมานานแล้วว่าจะได้เป็นพริตตี้เงินล้าน เธอไว้ผมยาวถึงเอว ดูแลรูปร่าง และทาครีมสารพัดให้ตัวเองขาวขึ้น เธอทำจมูก ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง ฉีดโบท็อกซ์ให้หน้าเรียว ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่พอใจ เมื่อสองปีก่อนเธอจึงมาขอร้องให้วราลีช่วยกู้เงินบริษัท

“งานพริตตี้เขาไม่ได้คัดจากหน้าตาอย่างเดียว หลายๆ งานเขาคัดจากขนาดนมด้วย ถ้านมใหญ่ก็ได้งานไป พี่ชวดมาหลายงานแล้วนะเพราะนมพี่เล็ก นี่ถ้าได้งานเยอะๆ ก็คงเอามาจ่ายเป็นค่ารักษาพ่อได้ ที่ให้แกช่วยกู้ ไม่ใช่เพื่ออนาคตของพี่อย่างเดียว แต่เพื่อพ่อด้วย”

ช่วงนั้นลุงประชาไม่สบาย เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ ทว่าอาการกลับไม่ดีขึ้น อาจต้องลองย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่นั่นก็หมายความว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นด้วย

“สองแสนเลยเหรอ ไม่รู้เจ้าของบริษัทจะให้กู้ไหม ทำไมทำนมถึงได้แพงแบบนี้ล่ะ”

“จะให้ไปทำที่ถูกๆ ได้ยังไง ถ้าพี่นมเน่าขึ้นมาก็ต้องเสียเงินรักษา เสียโอกาสทุกอย่างไปหมด รายได้สูงก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูง แล้วพี่ก็จะแก้จมูกด้วย จมูกที่ทำมาทรงไม่สวย หมอดูทักว่าไม่รับทรัพย์ ก็นี่แหละ ทำมาถูกๆ มันไม่ดี”

ตอนนั้นพอเห็นว่าวราลีลังเล มาลัยก็รีบพูดช่วยลูกสาวทันที

“แค่นี้แกทำเพื่อพี่ไม่ได้รึไง เดือนสองเดือนพี่เขาก็คืนแล้ว พริตตี้ได้เงินดี ทำนมแล้วก็ยิ่งจะได้เงินเยอะ”

สุดท้ายขนิษฐาก็ช่วยจ่ายหนี้อยู่แค่สามเดือน วราลีเหลือเงินเดือนแค่ครึ่งเดียว และก็ยังเป็นเธอเองนั่นล่ะที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลจนกระทั่งลุงเสียเมื่อหกเดือนก่อน

“พี่ก็แค่กลับมานอนบ้าน” ขนิษฐายืดตัวนั่งตรงบนเก้าอี้

“ทวงจังเลยนะเงินน่ะ ทีฉันเลี้ยงแกมา ทั้งเงิน ทั้งแรง บุญคุณท่วมหัวแก ไม่เห็นฉันจะทวงอะไรเลย” มาลัยเชิดหน้าขึ้น

วราลีช่วยมาลัยทำงานบ้านตั้งแต่เด็ก ส่วนค่าเรียนปริญญาเธอกู้กยศ. ขอทุน และรับทำงานพิเศษ แต่บุญคุณที่มาลัยให้เธออาศัยอยู่ที่นี่ด้วยก็ยังมากล้นท่วมหัว

“มันสองปีแล้วนะพี่ข้าว พี่ข้าวช่วยฉันจ่ายหนี้แค่สามเดือนเอง แล้วเขาก็หักเงินเดือนฉันทุกเดือน”

“แต่แกก็อยู่ได้ไม่ใช่เหรอ จ่ายไปก่อนแล้วกัน อีกไม่กี่งวดก็ครบแล้วนี่นา” ขนิษฐาพูดอย่างไม่อนาทรร้อนใจ “ฉันไม่ได้จะเป็นแค่พริตตี้อย่างเดียว ตอนนี้จะเป็นเน็ตไอดอลด้วย มันก็ต้องลงทุนทำตัวให้สวย แต่งตัวสวยๆ ใช้ของดีๆ”

“ลงทุนแล้ว อย่างน้อยๆ ถึงไม่ได้กำไรก็ต้องคืนทุน พี่ข้าวน่ะลงทุนตลอด ลงทุนเรื่อยๆ แต่ไม่เห็นจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย”

“ก็ตัวฉันนี่ไง ฉันลงทุนกับความสวยของตัวเอง ฉันสวยไหมล่ะ” ขนิษฐาลุกขึ้น หมุนตัวไปมา โชว์หน้าอกโตๆ เอวคอดกิ่วและสะโพกผายภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นกุดเห็นแก้มก้นวับๆ แวมๆ

“หยุดศัลยกรรมเถอะ เจอกันที พี่ข้าวก็ยิ่งดูเหมือนตุ๊กตายาง” วราลีทั้งหวังดีและเหลืออด

“ถึงเหมือนตุ๊กตายางก็น่ามองกว่าพวกหน้าจืดอย่างแกนะ นอกจากพี่ลุคฝรั่งขี้นกนั่นก็คงไม่มีใครมาสนใจแกแล้ว” เธอหันไปพูดกับแม่อย่างหาพวก “เป็นเน็ตไอดอลได้เงินดีนะแม่ ดังเมื่อไร ถือของโพสต์ลงเน็ตทีเดียวได้เงินหลายหมื่นเลย แล้วถ้าดังมากๆ อาจจะได้ถ่ายแฟชั่น เล่นมิวสิควีดีโอหรือโฆษณาด้วย”

นาฬิกาติดผนังเหนือตั่งไม้บอกว่าใกล้บ่ายโมงเต็มที วราลีจึงรีบเข้าไปในห้องตัวเอง เธอหยิบเอกสารจากโต๊ะใกล้หัวเตียงก่อนจะพุ่งตรงสู่ครัว ดื่มน้ำเย็นด้วยความกระหาย

“เจ้าของบ้านคนใหม่ชื่ออะไรนะแม่”

เพราะบ้านหลังเล็ก อยู่ตรงไหนก็แทบจะได้ยินว่าใครคุยอะไรกัน สิ้นเสียงขนิษฐา มาลัยก็ตอบกลับ

“มิสเตอร์ฟอร์ด”

“แม่เจอเขารึยัง หนุ่มหรือแก่แล้ว มีเมียไทยเหรอ เผื่อเขามาฉันจะได้ต้อนรับถูก”

“เจ้าของน่ะยังไม่มา มีแต่ส่งคนมาดู แล้วก็พวกคนงานมาซ่อมแซมบ้านเมื่อสามเดือนก่อน แก่แล้วมั้ง ไม่อย่างนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อบ้านตั้งสามสิบล้าน”

บ้านใหญ่เป็นบ้านสองชั้น ด้านล่างมีห้องนอนแขก ห้องนั่งเล่นที่มีกำแพงกระจกมองเห็นสนามหญ้า ห้องครัว ห้องน้ำและห้องทานอาหาร ชั้นบนมีห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก ห้องสมุด ห้องพระ บันไดไม่ได้อยู่ในตัวบ้าน แต่เชื่อมจากระเบียงกว้างชั้นบนลงมาที่พื้นเลย

ที่ขายแพงคงเพราะอาณาบริเวณอันกว้างขวาง แค่ลานด้านหน้าก็ใหญ่พอจะสร้างบ้านให้ครอบครัวที่มีแค่พ่อ แม่ ลูกอยู่ด้วยกันได้อีกสองหลัง ไหนจะมีสนามหญ้า สวนร่มรื่นรอบๆ ที่ปลูกทั้งไม้ดอกและไม้ผล แนวรั้วบ้านกินความยาวไปกว่าครึ่งซอย แล้วเดี๋ยวนี้เขตเมืองขยาย ความเจริญกระจายตัว ที่ดินราคาแพงขึ้นจนวราลีคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่กู้ธนาคาร จะมีวิธีไหนอีกที่สามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้

“แล้วนี่แม่มีสร้อยทองเหรอ เอาเงินไหนไปซื้อ”

วราลีเดินผ่านห้องนั่งเล่น ทันเห็นมาลัยปัดมือลูกสาวออกห่างจากคอตน

“ฉันก็มีรายได้พิเศษของฉัน แกไม่ต้องมามองสร้อยฉันเลยนะ”

ร่างเพรียวบางเดินออกมาด้านนอก ผ่านสวนที่ร่มครึ้มด้วยเงาไม้ บ้านหลังใหญ่ได้รับการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีและสวยน่ามอง แต่ความเปลี่ยนแปลงในระดับที่สั่นสะเทือนหัวใจวราลีเห็นจะมีอยู่สองอย่าง นั่นคือการที่ไม่มีประชาอยู่แล้ว และการที่บ้านถูกขายให้เจ้าของคนใหม่

เจ้าของเดิมเป็นเศรษฐีชาวออสเตรเลีย สามปีให้หลังพวกเขาแวะมาที่นี่แค่ครั้งเดียว คนที่เป็นสามีแก่มากแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เดินทางไกลอีก และบ้านก็ถูกขายเปลี่ยนมือเมื่อหกเดือนก่อนในราคาสามสิบล้าน หลังจากที่ลุงเสียแค่ไม่กี่วันเท่านั้น เห็นว่าเจ้าของใหม่เป็นเศรษฐีอเมริกัน ส่วนคนของเขาที่ชื่อสมเกียรติมักจะมาดูบ้านในช่วงกลางวันที่วราลีไปทำงาน

แดดยังคงแผดเผา วราลีจึงมุ่งตรงเข้าไปในร้านขายของชำที่ตอนนี้ขายอาหารตามสั่งด้วย เธอเปิดตู้แช่เพื่อหยิบน้ำหวานขวดเล็กๆ ไอเย็นที่โชยออกมาให้ความรู้สึกดีราวกับเป็นละอองไอแห่งสรวงสวรรค์

“เมื่อเช้าลุงเห็นฟางออกไปทำงานแล้วนี่ กลับมาตั้งแต่เมื่อไร แล้วมาเจอเจ้าของบ้านคนใหม่เหรอ”

เจ้าของร้านขายของชำอายุหกสิบแล้ว เขาเปิดร้านก่อนที่วราลีจะย้ายเข้ามาอยู่กับลุงซะอีก

“เจ้าของบ้านคนใหม่เหรอคะ” ไหนมาลัยบอกว่าเขายังไม่มา

“เมื่อกี้เห็นรถคันโตขับผ่านเข้าไป หรูเชียว คงจะราคาแพงน่าดู ใช่ไหมครับอาจารย์” ประโยคสุดท้ายเจ้าของร้านหันไปถามชายวัยเกษียณที่นั่งกินข้าวราดแกงอยู่ที่โต๊ะ เขาเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน พึ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ได้ไม่ถึงปี

“เป็นรถโรงแรม มีโลโก้ภาษาอังกฤษติดอยู่ เขาพึ่งเปลี่ยนเชนโรงแรมก็เลยเปลี่ยนชื่อด้วย” อาจารย์วัยเกษียณบอกต่อไปว่าเป็นโรงแรมหรูที่อยู่ห่างออกไปราวสิบกิโลเมตร

วราลียิ้มกว้าง เธอกล่าวขอบคุณเขาด้วยหัวใจทั้งหมด จ่ายค่าน้ำหวานแล้วรีบกลับไปที่ทำงาน...ไม่ว่าแสงแดดจะร้อนแรงแค่ไหน แต่ความหวังในใจของเธอสว่างไสวจัดจ้ามากกว่านั้นเป็นร้อยเท่า!

           

 

            พบกันใหม่ตอนต่อไปนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1040 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:14
    นี่ถ้านางเอกรอพระเอกเก้อจริงๆ นางเอกคงซวยมากอะ ถือว่าเป็นผญ.โง่คนนึงเลยนะที่ทิ้งอนาคตตัวเองแล้วจมปลักอยู่แต่ที่เดิมๆแย่ๆ เห็นบอกว่านางความสามารถเยอะ ไปสมัครงานที่อื่นอาจได้เงินเดือนดีกว่านี้หลายเท่า

    แต่เหตุผลหลักๆดูชีแกรอแต่ผช. -.-'' ดูบ้าผช.ไปเลยอะ
    #1040
    0
  2. #60 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 13:29
    อย่าบอกนะคะว่าสร้อยทองที่ป้าของฟางใส่อยู่เป็นของฟางค่ะ  ไม่รู้ว่าฟางรู้เรื่องนี้หรือยังนะคะเพราะว่าเป็นของสำคัญกับฟางเสียด้วยค่ะ คุณป้ากับพี่สาวก็กระไรนะคะพอลุงตายต่างก็เอาเปรียบฟางกันทั้งนั้นเลยค่ะ  อยากให้พี่ลุคของฟางมาพาฟางออกจากบ้านหลังนี้จังเลยค่ะ
    #60
    0
  3. #22 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 10:43
    ป้ากะลูกนี่เอาเปรียบฟางจังนะ
    #22
    0
  4. #21 เลดี้ มาเฟีย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 09:13
    เขาเพิ่งมาอ่าน หนูฝนผูกปมให้ตามอีกแล้วและดูเหมือนปนจะเยอะด้วย รออ่านนะเดาว่าเจ้าของบ้านคนใกม่ก็พี่ลุคหนูฟางนั่นแหละ เจอกันไวไวนะ ว่าแต่ว่าพี่ลุคจะเหมือนพระเอกเรื่องอื่นมะ ตีกน้าเข้าทำเป็นจำนางเอกไม่ได้แต่ก็แอบเฝ้ามอง แอบช่วยอยู่ห่างๆ
    #21
    0
  5. #20 ออย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 23:09
    รอๆค่ะ
    #20
    0
  6. #19 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 22:25
    ทองที่ป้าใส่เป็นขิงฟางหรือเปล่านะ
    #19
    0
  7. #18 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 22:23
    ทองทีาป้าใส่เป็นของฟางหรือเปล่านะ
    #18
    0