โซ่รักสีรุ้ง [ชุดบ่วงดวงใจ เล่ม 2]

ตอนที่ 4 : บทที่ ๒ | จุดเริ่มต้นของกับดัก {รีไรต์}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    10 เม.ย. 60

พนมกรพรูลมออกจากปาก ยกมุมปากข้างหนึ่งเป็นรอยยิ้ม ก่อนมันจะคลี่ออกกว้างขึ้นทีละน้อยๆ สองตาซึ่งแลจับเพดานมีรอยเต้นระริกแบบที่มีคนสนิทเพียงคนเดียวรู้ว่าผู้เป็นนายกำลัง ‘สนุก’ และ ‘สมหวัง’

“ปก...” หันไปเรียกคนที่ยืนสำรวมอยู่ทางด้านหลัง 

เขาเป็นชายหนุ่มร่างบึกบึนสมชื่อ...ปกป้อง ผิวค่อนข้างคล้ำ สวมชุดสูทสีดำสนิทเหมือนบอดี้การ์ดที่เห็นตามละครหรือภาพยนตร์สักเรื่อง ผมตัดสั้นแทบจะติดหนังศีรษะ แต่ไม่ได้ทำให้เขาดูแย่ ตรงกันข้ามกลับหล่อเหลา     ไม่น้อย ยิ่งตอนสวมแว่นกันแดดด้วยแล้ว สาวๆมักจะเหลียวหลังมองตามหลังด้วยซ้ำไป

“หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะให้ฉันหน่อย” ชี้นิ้วไปยังไอโฟนซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานดำมะเมื่อม จากนั้นก็จิบกาแฟรอ ดื่มไปได้สองอึก โทรศัพท์ของเขาก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ชายหนุ่มฉวยมันขึ้นมากดหาเบอร์โทร.ที่บันทึกไว้ตั้งแต่เดือนก่อน

ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เขาจะหาเบอร์โทร.ของใครสักคน แม้คนคนนั้นจะยังไม่เคยรู้จักกันก็ตาม

พอกดโทร.ออก และรอเสียงสัญญาณอยู่ครู่หนึ่ง ทางปลายสายก็กดรับ หล่อนส่งเสียงใสๆ มาตามสาย เล็กแหลมกว่าเสียงจริง แต่ก็ยังฟังไพเราะอยู่เหมือนเดิม

“สวัสดีค่ะ สายรุ้งพูดค่ะ”

ไม่รู้เพราะเสียงของหล่อน หรือชื่อของหล่อน จึงทำให้เขาฉีกยิ้มกว้าง

“สวัสดีครับ คุณรุ้ง จำผมได้รึเปล่าครับ” เขาหยอกล้อหล่อนเล็กน้อย หมายจะสร้างความสนิทสนมให้มากขึ้น รอให้อีกฝ่ายอึกอักอยู่ชั่วขณะหนึ่งจึงเฉลย “พนมกรไงครับ จำได้รึเปล่า”

“คุณกรเหรอคะ! จำได้สิคะ คุณเป็นคนช่วยรุ้งไว้เมื่อวานทำไมรุ้งจะจำไม่ได้ล่ะคะ แต่เอ๊ะ...คุณรู้เบอร์โทร.ของรุ้งได้ยังไงคะเนี่ย”

“ผมขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ แต่ผมกลุ้มใจมาก เลยต้องถามเบอร์คุณจากเพื่อนของคุณ”

“กลุ้มใจเหรอคะ?”

“เรื่องข่าวไงครับ คุณเห็นรึยัง” ทางปลายสายเงียบไปอึดใจ ชวนให้เขากระวนกระวายแปลกๆ ต่อเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมา พนมกรจึงได้ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

“เห็นแล้วค่ะ ก็แค่ข่าวซุบซิบนินทาเท่านั้นเองค่ะ รุ้งไม่สนใจหรอก”

“แต่ผมไม่สบายใจเลย” 

ชายหนุ่มขยับกายนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า เท้าศอกกับต้นขาของตัวเอง 

“อยากคุยกับคุณสักหน่อย...ได้ไหมครับ”

“ได้สิคะ พูดมาเลยค่ะ” น้ำเสียงของหล่อนยังร่าเริง ดูจะไม่ยี่หระกับข่าวซุบซิบนินทานั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

“พูดตรงนี้ไม่สะดวก ออกมาเจอผมหน่อยได้ไหมครับ” 

พนมกรกลั้นใจรอคอย กระทั่งได้รับคำตอบ เขาจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

“ตอนนี้คุณอยู่ที่บ้าน หรือที่มหาวิทยาลัย ว่างกี่โมงครับ ผมจะได้    ไปรับ”

“คือรุ้งออกมาเที่ยวกับเพื่อนน่ะค่ะ”

“ที่ไหนครับ”

พนมกรเงี่ยหูฟังคำตอบอย่างตั้งใจ เมื่อได้ที่นัดหมายเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยลาและต่างคนก็ต่างกดวาง

เขาโยนไอโฟนลงบนโต๊ะ เม้มปากน้อยๆ ขณะครุ่นคิด สายรุ้งเฉยชากับเขาเกินไป หนำซ้ำยังไม่หลงเสน่ห์ ไม่สิ...ไม่สนใจเขาเลยสักนิด หัวใจหล่อนทำด้วยอะไรหนอ? หากเป็นผู้หญิงคนอื่น ถ้าไม่กระโจนเข้ามาเขาเลย ก็มักจะแสดงอาการขวยเขินหรือประหม่าออกมาบ้าง แต่หล่อนกลับ...

ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วยักไหล่ ผุดลุกขึ้นยืน ติดกระดุมเสื้อสูทเรียบร้อย จึงก้มดูเวลา พบว่าอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด...นานเกินไปสำหรับคนใจร้อนอย่างเขา

“ไปส่งฉันหน่อย”

หันไปพูดกับปกป้อง...คนสนิทที่ทำงานด้วยกันมาสิบกว่าปีแล้ว

“ส่งที่ไหนครับนาย”

ผู้เป็นนายกระแอมกระไอเล็กน้อย ยกมือขึ้นมาจัดข้อเสื้อกับเนกไทของตัวเอง แล้วก้าวอาดๆ ออกจากห้องก่อนส่งเสียงตามหลังมาว่า

“ดรีมเวิลด์!”


ประธานบริษัทเอสพีกรุ๊ปก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกขัดๆ เขินๆ เหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างไรไม่รู้ 

ดรีมเวิลด์!...หล่อนนัดเขาที่นี่เนี่ยนะ! คิดได้ยังไง!

ชายหนุ่มรำพันอยู่ในใจขณะเหลียวซ้ายแลขวาราวกับสถานที่นี้เป็นดินแดนอันแปลกประหลาด ก่อนจะปิดประตู เขาก้มลงสั่งความกับปกป้องว่า

“แกจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ เสร็จธุระเมื่อไรฉันจะโทร.หา”

“ครับนาย”

พูดจบก็ขับรถจากไป ทิ้งให้พนมกรรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งให้เดียวดายอยู่เพียงลำพังอย่างน่าขัน ชายหนุ่มยืนหันรีหันขวาง หมุนตัวไปมาราวกับไม่รู้จะทำอะไรเป็นอันดับแรก พอเห็นครอบครัวกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาก็รีบเดินตามไปห่างๆ เห็นพวกเขาเหล่านั้นขึ้นรถสองโดยสารรับ-ส่งนักท่องเที่ยงก็ตามขึ้นไป นั่งชั้นบนแถวท้ายสุดของตัวรถ ระหว่างทางก็ก้มมองตัวเอง สลับกับมองคนอื่น รู้สึกจะแต่งตัวเป็นทางการมากไปจึงคลายเนกไท ถอดเสื้อสูทออกมาวางพาดบนตัก ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ด สุดท้ายก็ปลดกระดุมตรงปลายแขนแล้วพับมันขึ้นมาจนถึงข้อศอก

เอาวะ! คิดจะจีบเด็ก ก็ต้องทำตัวเด็กหน่อยละวะ!

บอกตัวเองเสร็จสรรพก็ถอนหายใจเฮือก คิดไม่ตกว่าถ้าพนักงานในบริษัท สาวๆ หรือคนรู้จักของเขามาเห็นเขาในสภาพนี้จะตกตะลึง ช็อค หรือจะเก็บไปหัวเราะเยาะและนินทาเขาในภายหลังกันแน่

ประธานบริษัทเอสพีกรุ๊ปวัยสามสิบสามปีเลือกสถานที่เดทได้น่าทึ่งมาก...ดรีมเวิลด์! สถานที่ยอดนิยมที่คู่รักวัยรุ่น และเด็กๆต่างโปรดปราน! 

ถ้านักข่าวบังเอิญมาเห็นแล้วลงข่าวแบบนี้ล่ะ ภาพพจน์เขาจะป่นปี้ขนาดไหน?!

คิดพลางถอนหายใจพลาง จนรถโดยสารหยุดตรงหน้าห้องจำหน่ายบัตร พนมกรลุกขึ้นยืน คว้าสูทพาดบ่าแล้วเดินครอบครัวกลุ่มนั้นลงไป ต่อคิวซื้อบัตรเรียบร้อยก็ยืนคว้างอย่างไม่รู้จะไปไหนดี ชายหนุ่มจึงตัดสินใจยืนรอให้สายรุ้งโทร.มานัดว่าจะไปเจอกันที่ไหนอยู่ตรงนั้นเอง สูทที่พาดบ่าเขาก็เปลี่ยนมาถือไว้ในมือซ้ายแทน

แดดร้อนอบอ้าวทำให้เขาอยากจะกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดเสียให้          รู้แล้วรู้รอด รอประมาณครึ่งชั่วโมงก็ทนไม่ไหว หยิบไอโฟนในกระเป๋าขึ้นมา             มีข้อความเข้าแต่เป็นโฆษณาอะไรสักอย่าง ไม่ทันได้อ่านเขาก็ลบทิ้งในทันที จากนั้นจึงโทร.หาหล่อน เพียงไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับ

“ผมมารออยู่ที่ดรีมเวิลด์แล้วนะครับ” สายรุ้งยังไม่ทันพูดฮัลโหล     เขาก็รีบรายงาน “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน มาถึงรึยังครับ”

“อีกตั้งครึ่งชั่วโมงนี่คะ”

“ผมชอบมาก่อนเวลาน่ะครับ แต่คุณไม่ต้องรีบหรอกนะ ผมรอได้”

“รุ้งอยู่ที่นี่แล้วค่ะ” ประโยคนั้นทำให้พนมกรทำหน้าเหวอ อ้าปากค้างไปเลยทีเดียว

“อ้าว เหรอครับ คุณอยู่ที่ไหนครับ ผมจะไปหา”

“ทานข้าวกับเพื่อนๆ อยู่ค่ะ คุณอยู่ตรงไหนคะ เดี๋ยวรุ้งไปหาเอง”

คนถูกถามคิดคำนวณผลได้ผลเสียดูแล้ว หากเขาให้หล่อนมารับก็จะเป็นการแสดงความไม่เป็นสุภาพบุรุษและทำให้คะแนนความนิยมลดลงเสียเปล่าๆ แต่จะทำอย่างไรได้ เขาเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียวตอนเปิดใหม่ และตอนนั้นเขาอายุยังไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำไป ถ้าเดินตามหาหล่อนอย่างสะเปะสะปะเช่นนี้คงไม่ดีแน่ สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจ

“รบกวนด้วยนะครับ ผมไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว ขืนเดินไปหาคุณเองอีกครึ่งชั่วโมงจะหาเจอรึเปล่าก็ไม่รู้”

สายรุ้งรับคำก่อนวางสายไป ไม่นานหลังจากนั้น หล่อนก็ปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มและไอศกรีมโคนรสวนิลาในมือ

“ไปค่ะ เข้าไปข้างใน หาที่นั่งคุยกันก่อน” หล่อนสวมชุดนักศึกษา...     เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกระโปรงพลีท สะพายกระเป๋าใบใหญ่ และสวมรองเท้าผ้าใบ ดูเด็ก สดใส และเหมือนจะแก่นแก้วไม่น้อย

ยามอยู่ต่อหน้าบิดาหล่อนคงจะเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ แต่อยู่กับเพื่อนๆหล่อนก็น่าจะเป็นเด็กซนอยู่เหมือนกัน 

“แล้วเพื่อนๆ คุณล่ะ”

“กลับไปแล้วค่ะ”

“อ้าว...เป็นเพราะผมรึเปล่าครับ”

หล่อนสั่นศีรษะจนผมกระจาย เมื่อคืนผมหล่อนยังยาวตรงอยู่เลย มาวันนี้เขาจึงได้เห็นว่ามันหยักศกนิดๆ จึงดูฟูฟ่องกว่าปกติเล็กน้อย 

“เปล่าหรอกค่ะ ก่อนคุณโทร.หารุ้ง เพื่อนๆรุ้งกำลังจะกลับพอดีค่ะ”

เขารับคำในลำคอขณะเดินตามหล่อนเข้าไปด้านใน จุดหมายปลายทางนั้นก็แล้วแต่ว่าหล่อนจะพาไป

“คุณกรมีเรื่องอะไรจะคุยกับรุ้งเหรอคะ”

“หาที่นั่งก่อนแล้วค่อยคุยกันดีกว่า”

“คุณทานอะไรมารึยังคะ” 

สายรุ้งหยุดเดินอย่างกะทันหัน และหมุนตัวหันมามองเขา พนมกรไม่ทันระวัง ชนหล่อนเข้าอย่างจังจนทำให้ไอศกรีมในมือหล่อนทิ่มใส่ปากของหล่อนเต็มแรง

หญิงสายหลับตาปี๋ ส่งเสียงครางอ๋อย...เสียงหล่อนเล็กราวกับเสียงแมว ทั้งน่าเอ็นดู และน่าขันในเวลาเดียวกัน

“ขอโทษครับ! ขอโทษ!” เขารีบดึงมือหล่อนลง และคว้าผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดรอยเปื้อนที่เลยไปจนเกือบถึงแก้มให้อย่างรีบร้อน “ผมเดินไม่ระวังเอง ขอโทษครับ”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ รุ้งหยุดกะทันหันเอง” เอ่ยพลาง   ปรือตาขึ้นมอง เห็นผ้าเช็ดหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปหมดก็รีบยื้อยุดมือเขาไว้ 

“ไม่ต้องแล้วค่ะ ใช้ทิชชู่ดีกว่า” 

จากนั้นก็ล้วงหยิบทิชชู่ในกระเป๋าสะพายขึ้นมาเช็ดอย่างลวกๆ เสร็จแล้วก็คว้าผ้าเช็ดหน้าของเขาไว้ พับเก็บในกระเป๋าเล็กๆ ข้างกระเป๋า รูดซิปเก็บมิดชิด

“ผ้าเช็ดหน้าคุณเปื้อนแล้ว เดี๋ยวรุ้งเอาไปซักให้นะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เปื้อนนิดหน่อยเอง”

สายรุ้งทำเป็นไม่ได้ยิน หล่อนกวาดตามองหาถังขยะ เมื่อพบก็ตรงรี่เข้าไปทิ้งทิชชู่ในมือ ส่วนไอศกรีมโคนนั้นหล่อนก็เอามาทานต่ออย่างนึกเสียดาย พนมกรเดินตามมา เห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้

“ผมซื้อไอติมให้ใหม่ไหม”

เจ้าตัวเคี้ยวหมุบหมับๆจนหมด จึงหันมาส่ายหน้า ยิ้มให้เขาจนตา  ยิบหยี

“ไม่ต้องหรอกค่ะ รุ้งอิ่มแล้ว”

ว่าพลางลูบท้องตนเองไปมา...เป็นอากัปกิริยาที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าทำต่อหน้าเขามาก่อน พนมกรจึงมองด้วยแววตาเต้นระริก ทั้งขบขันและ...จะเรียกว่าประทับใจก็คงได้

“ปากคุณเปื้อนน่ะ” 

ใช่แค่พูดเปล่า ยังเอื้อมมือมาบรรจงเช็ดให้อย่างไม่รังเกียจ นิ้วโป้งของเขาไล้ไปมาตรงมุมปากด้านขวาอย่างแผ่วเบา ชวนให้สายรุ้งใจสั่น ริมฝีปากอิ่มเต็มเผยอเล็กน้อย เพื่อจะบอกเขาว่ายังมีทิชชู่อยู่ในกระเป๋า แต่เสียงของหล่อนกลับกลืนหายลงไปในลำคอ ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับปากของหล่อน

เขามองริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นด้วยความรู้สึก...อยากลิ้มลอง

มันคงทั้งนุ่ม ทั้งหวาน...จนอาจจะทำให้เขาหลงลืมตัวเอง

บ้าจริง! เขาก่นด่าตัวเองเมื่อเห็นท่าทีของคนตรงหน้า

ดวงตาอันตื่นตระหนก และอาการหลบเลี่ยงสายตานั้นทำให้เขาใจ  หายวูบ

หากหล่อนเกิดกลัวหรือเกลียดเขาขึ้นมา เขาจะทำอย่างไรเล่า!

“รุ้ง...” 

เขาเอื้อนเอ่ยออกมาได้คำเดียว หล่อนก็หมุนตัว เดินจ้ำอ้าวนำหน้าเขาไปเสียแล้ว พนมกรแทบอยากจะตบดวงตาทั้งสองข้างของตัวเอง 

...ก็เพราะไอ้สายตา ‘หื่นๆ’ คู่นี้แหละที่มันทำให้หล่อนเกิดกลัวเขา   ขึ้นมาจนได้! 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

468 ความคิดเห็น

  1. #43 devildragon38 (@devildragon38) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 16:13
    อ่านลื่นเลยไม่ได้หาคำผิดแต่สนุกค้าาาต่อเร็วๆนะ
    #43
    0
  2. #42 Arachaporn9809 (@arachaporn9809) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 19:28
    คุณศศิคะ เจอคำผิดตรงคำว่ารถโดยสารค่ะ
    ช่วยคุณศศิแก้ ตอนส่งพิมพ์เป็นเล่มจะได้ไม่เหนื่อย -^^-
    #42
    2
    • #42-1 Arachaporn9809 (@arachaporn9809) (จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2558 / 19:31
      แล้วก็ตอนท้าย ๆ ตรง จนอาจจะทำให้เขาหลงลืมตัวเอง รึเปล่าคะ?
      เหมือนเขาจะเกินมาคำนึง

      รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ :)
      #42-1
    • #42-2 -ศศิภา- (@sasipawriter) (จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2558 / 19:35
      ขอบคุณมากค่าา ^^
      #42-2
  3. #16 Bee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 08:59
    คำว่ามหาวิทยาลัย มี ย เกินมาค่ะ ท่านกลับไล่ คำว่าไล่พิมพ์เป็น ไง่ค่ะ และก็ ถ้อยคำซุชซิบนินทาของพี่ๆป้าๆ คำว่าของมี บ เกินมาค่ะ
    #16
    1
  4. #15 jjjaew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 22:53
    คงมารอเป็น FCอีกเรื่องนะคะ ขอบคุณมากค่าาา
    #15
    0