✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 505,769 Views

  • 8,270 Comments

  • 13,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,394

    Overall
    505,769

ตอนที่ 24 : ค่าปรับ50เหรียญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 534 ครั้ง
    27 ก.ค. 60




(คุณ mook_kung วาดFAมาให้ค่ะ เอามาใช้เปิดตอนใหม่ซะเลย ขอบคุณมากนะคะ)







บทที่ 23

ค่าปรับ50เหรียญ




 

ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว สำหรับการที่จินและเสี่ยวผานเคยชินกับการมีถิงถิงอยู่ในเรือนด้วย ถิงถิงไม่เพียงแต่จะดื้อรั้นเท่านั้น แต่นางยังมีวิธีพูดจนทำให้ผู้คนต้องยอมแพ้

ถิงถิงกล่าวว่านางไม่อาจยอมให้ทั้งคู่เลี้ยงดูเปล่าเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงทำงานที่นางถนัด ดูแลปัดกวาดเรือน ทำอาหาร ซักผ้า ไม่ต่างไปจากคนรับใช้เท่าไหร่นัก เสี่ยวผานคัดค้านอย่างหนัก คนทั้งคู่เถียงกันหลายวันจนจินต้องเอ่ยปากยอมให้ถิงถิงทำตามใจ มีข้อแม้ว่านางต้องรับเงินเดือนด้วยเท่านั้น

เงินที่ได้จากงานของตระกูลจาง จินแบ่งมันเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งก็แบ่งเป็นสองส่วนให้ตนเองกับเสี่ยวผาน จิ้งจอกหวังว่าเด็กชายจะได้ไปซื้ออะไรที่อยากได้บ้าง แต่ไหนแต่ไรเสี่ยวผานก็ไม่เคยได้ใช้เงินตามใจเลยสักครั้ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจินตั้งใจจะเอาไปลงทุน

สุดท้ายแล้วเสี่ยวผานแทบจะทำให้จิ้งจอกต้องพุ่งเข้าไปอัดสักทีสองที

เด็กหน้าตายผู้นี้ ซื้อของให้ตนเองสักครั้งจะเป็นไรไปหา!

เด็กหนุ่มเดินกลับมาพร้อมของจำนวนมาก แปดในสิบเป็นของกิน เครื่องใช้ประจำวันในเรือน(แน่นอนว่ามีครีมบำรุงเส้นผมเต็มไปหมด) อีกหนึ่งส่วนเป็นหนังสือ ส่วนสุดท้ายเป็นสมุนไพร

จินที่หงุดหงิดจึงตัดสินใจถามให้รู้แล้วรู้รอดไป

เจ้ามีสิ่งใดในชีวิตที่อยากได้บ้าง?

เสี่ยวผานชะงักไปเล็กน้อย ครุ่นคิดสักพักก่อนตอบ ข้าอยากเรียนวิชาแพทย์ ข้าอยากได้อาจารย์...อยากรักษาใบหน้าถิงถิง อยากรักษารอยแผลเป็นให้จางฮุ่ยเฟิง ข้าอยากรักษาคนที่ท้อแท้ไร้ซึ่งความหวังอีกมากมาย

เรื่องนี้หากจางฮุ่ยเฟิงมาลองปรึกษาเขาดู

ไม่ๆ หากเล่าเรียนต้องใช้เงินมาก แถมข้าได้ยินว่าการเรียนแพทย์ที่แท้จริง ต้องเดินทางช่วยผู้ยากไร้ทั่วแผ่นดิน...เสี่ยวผานรีบปฏิเสธ เงยหน้ามองสหายรัก

เสี่ยวผานไม่อยากแยกจากจินไปแม้แต่น้อย...

คนอย่างจินนั้นมีผู้คนมารุมล้อมมากมายเสมอ ผิดกับในชีวิตเขาที่มีสหายอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น เสี่ยวผานถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ช่วงนี้เด็กหนุ่มมีความคิดเช่นว่ากำลังจะเสียจิ้งจอกไป... ไปให้คนอื่น จะไม่มีเด็กชายสองคนขุดหาสมุนไพรเพียงลำพังในบ้านหลังเล็กอีกแล้ว

นี่มันเหมือนเด็กน้อยหวงของเล่นเลยไม่ใช่หรือไร...

เสี่ยวผานแค่นยิ้มให้ตนเองอย่างขมขื่น ในใจคิดว่าตนเองสมควรเติบโตจริงๆได้แล้ว

 

หลังจากนั้นอีกสองวัน เสี่ยวผานก็พบว่ามีช่างไม้มาต่อเติมเรือนอย่างงุนงง ที่ด้านข้างมีจิ้งจอกกำลังยืนชี้มือสั่งการอยู่ ห้องนอนห้องหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ ถูกปรับปรุงต่อเติมมีโต๊ะมีเตียงกลายเป็นภาพที่คุ้นตาอย่างมาก

คล้ายกับโรงหมอไม่มีผิดเพี้ยน...

เสี่ยวผานพบว่าตนเองเดาถูก เมื่อเห็นถิงถิงยกกล่องการรักษาแผลหยาบๆเบื้องต้นเข้ามาวาง อีกทั้งยังเย็บผ้าผืนใหญ่ให้จินนำมันไปแขวนบนคานไม้อีกด้วย จากนั้นที่ด้านหน้าเรือนก็มีป้ายเขียนว่า โรงหมอ มีเวลาเปิดเขียนไว้อย่างชัดเจน เสี่ยวผานมองดูคนทั้งคู่เดินไปเดินมาในเรือน ทำนู่นนี่จนงุนงงไปหมด

โรงหมอนี่เปิดให้หมอคนไหนหรือ?

คนทั้งคู่ที่กำลังวุ่นวายชะงักกึก ถิงถิงหยุดเดินหัวเราะเสียงใส ส่วนจินจ้องมองเขาราวกับเป็นตัวโง่งมเสียเต็มประดา

นอกจากเจ้าแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก เจ้าบอกว่าแพทย์จำต้องเดินทางรักษาผู้คนทั่วแผ่นดินไม่ใช่หรือไร? เปิดโรงหมอเจ้าก็ไม่ต้องเดินทาง แต่ผู้คนทั่วแผ่นดินจะเดินทางมาหาเจ้า

คิกๆ ท่านหมอเสี่ยวผาน วันนี้ข้าจะทำอาหารชุดใหญ่ฉลองเลยทีเดียว!”

เย็นของวันนี้ทั้งสามก็ช่วยกันตกแต่งโรงหมอจนเสร็จ เซี่ยจวิ่นกลายเป็นสมาชิกคนที่สี่ที่มาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน เขาบ่นว่าคิดถึงฝีมือถิงถิงเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงได้ถ่อมาบ่อยเสียเหลือเกิน  ผู้ติดตามหนุ่มแวะมาบ่อยมาก ทั้งมาซ้อมกระบี่กับเจ้าของบ้าน มาชวนกินของแปลกจากทั่วสารทิศ แม้กระทั่งยามเบื่อต้องการจิบชาเขาก็มา

นอกจากเซี่ยจวิ่นที่จะกลายเป็นสมาชิกประจำแล้ว ยังมีจางฮุ่ยเฟิงกับมู่ฟ๋งอีกด้วย สองคนนี้แม้จะมาไม่บ่อยจนแทบเบื่อหน้าเช่นเซี่ยจวิ่น ทว่าในหนึ่งสัปดาห์พวกเขามาถึงสามสี่ครั้งด้วยกัน หากมาตอนกลางคืนพวกเขามักจะมาชักชวนไปเหลาอาหาร หรือไม่ก็นำเนื้อที่ปรุงแล้วมาร่วมทานอาหารด้วย...

หากจางฮุ่ยเฟิงมาตอนกลางวันนั้น เขามักจะมาสนทนาแก้เบื่อ เล่าแกมระบายเรื่องชีวิตตนเอง จิบชาที่ถิงถิงชงให้ เดินหมากล้อม ซ้อมกระบี่ หรือแม้กระทั่งมานั่งอ่านหนังสือเฉยๆคุณชายจางก็เคยมา

จินพบว่ามันไม่ได้น่ารำคาญมากนัก อย่างน้อยพวกเขาก็นำพาประโยชน์มาด้วยเช่นกัน อีกทั้งเสี่ยวผานก็ดูมีความสุขมาก เด็กหนุ่มเพิ่งจะเคยมีสหายคุยกันถูกคอ แม้กระทั่งจางฮุ่ยเฟิงยังยอมเปิดเผยเรื่องของตนเองมามากขึ้นแล้ว

เปิดโรงหมอมาได้เพียงสี่วันงานเสี่ยวผานก็ยุ่งจนแทบล้นมือ ถิงถิงกลายมาเป็นผู้ช่วยหยิบจับสิ่งของ จินกับเซี่ยจวิ่นกลายมาเป็นผู้ซักถามอาการเบื้องต้น...เก็บเงิน...ทำบัญชี...จัดระเบียบคิว รวมถึงยังเป็นผู้คุ้มกันยามจำเป็นอีกด้วย

ด้วยหน้าตาของจินกับเซี่ยจวิ่นรวมกัน ทำให้บรรดาหญิงสาวที่ออกเรือนแล้วทั้งยังไม่ออกเรือนจำนวนมาก ต่างพากันป่วยด้วยโรคประหลาด ตรวจหาสาเหตุเท่าใดก็ยังไม่เจอ ร้องโอดโอยมาโรงหมอทุกวี่ทุกวัน

จนสุดท้ายถิงถิงจึงด่ากราดหญิงสาวเหล่านั้นด้วยวาจาดุเดือด จนพวกนางต้องรีบวิ่งหนี

จินดูชอบอกชอบใจมาก ถึงกับยกน้ำยาบำรุงผมสุดหวงแหนให้ถิงถิงไปกระปุกหนึ่ง

...ผ่านเหตุการเช่นนี้มา ป้ายด้านหน้าโรงหมอจึงมีข้อความเขียนเพิ่มหนึ่งประโยค หากมาแล้วพบว่าไม่ป่วยจริง แกล้งป่วยปรับเงินเป็นราคา50เหรียญจากนั้นเหล่าหญิงสาวที่แกล้งป่วยต่างก็หายไปจนหมดสิ้น ทำให้ทุกวันไม่ยุ่งจนหัวหมุนเหมือนเคย

จางฮุ่ยเฟิงกับมู่ฟ๋งก็เป็นอีกไม่กี่คนที่ชื่นชอบข้อความบนป้ายเช่นกัน ยิ่งพอได้ยินว่าถิงถิงไล่พวกนางทั้งหมดออกไปอย่างไร คุณชายถึงกับออกปากชมถิงถิงเป็นผู้ช่วยดีเด่น

เรื่องวุ่นวายยังไม่ได้มีแค่เท่านี้...

สำหรับเมืองหลวงนี้ใหญ่โตคับคั่ง ประกอบไปด้วยพรรคธรรมมะ พรคคมาร สำนักงานน้อยใหญ่มากมาย อาชีพแพทย์ยังคงเป็นอาชีพที่หายาก ยิ่งชื่อเสียงของโรงหมอเสี่ยวผานไปไกลเท่าใด ก็ยิ่งดึงดูดคนพวกนี้เข้ามามากเท่านั้น

เจ้ากล้าปฏิเสธหรือ? พวกเรามาจากพรรคค้างคาวมืด ไม่อยากเจ็บตัวตามพวกเราไปเสียโดยดีดีกว่า!” เหล่าชายฉกรรจ์มากมายถืออาวุธยืนข่มขู่อยู่ด้านหน้าโรงหมอ

เฮอะ! เจ้าพวกตัวโง่งม นี่เป็นวิธีเชิญแขกของพวกเจ้าหรือ เห็นทีพรรคค้างคาวมืดที่ว่าคงไม่มีอะไรไปมากกว่าฝูงวานรเล่นตลกไร้มารยาท

โอ้.... คนทั้งหมดในโรงหมอต่างพากันอุทานในใจ พวกเขาแทบจะปรบมือให้ถิงถิงอย่างพร้อมเพรียง

เจ้าพวกชั้นต่ำยังไม่รีบไสหัวไปจากโรงหมอของพวกข้าอีก!!” ถิงถิงกอดอก มือชี้นิ้วออกไปด้านนอก

มันเกิดมายังไม่เคยถูกใครลบหลู่เกียรติถึงเพียงนี้ ดังนั้นจึงโกรธจนหน้าแดง นังตัวอัปลักษณ์!! เห็นทีเจ้าต้องเจ็บตัวเสียบ้า.....

บรรดาตัวโง่งมในพรรคค้างคาวต่างอ้าปากค้าง เมื่อชายชกรรจ์หัวหน้าของพวกมันประดับไปด้วยอาวุธหลายอย่าง ที่คอมีรอยแผลเปิดกว้างเป็นผลจากมีดเล่มเล็กๆในมือหมอ ด้านหน้าและหลังยังถูกเสียบทะลุด้วยกระบี่ถึงสองเล่ม

ถิงถิงยิ้มเยาะเย้ย มือเรียวตบหน้าอันธพาลดังฉาดใหญ่ ข้ารูปงามออกป่านนี้! ใครบังอาจด่าข้าว่าอัปลักษณ์แสดงว่าดวงตามืดบอดแล้ว!”

...เหตุการณ์เช่นนี้ยังมีมาอีกเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งทหาร คนของเหล่าขุนนาง

ข้าเป็นทหารของท่า...อ๊าก!!”

ข้ามาจากพรรค...อ็อกกก!”

พวกเจ้าหากไม่อยา...อ๊าก!”

ข้ามา...เอื้ออกก!”

...บรรดาผู้มีฝีมือไม่ว่าจะมาจากที่เข้าไปสักพักต่างก็ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมา จนเป็นที่ขบขันของชาวบ้านที่มาตรวจไข้โรงหมอ เซี่นจวิ่นกับจินกลายเป็นได้กวาดล้างผู้มีฝีมือมากมาย บ้างครั้งคุณชายจางฮุ่ยเฟิงถึงกับมาเข้าร่วมด้วยความสนใจ นานๆเข้าผู้คนที่มามีมากมายเกินจนเบื่อหน่ายกัน

จนสุดท้ายจินก็เขียนข้อความใหม่ลงบนป้ายด้านหน้า ด้านล่างข้อความอันเก่าของถิงถิง เพียงรักษาคน ไม่สนเงินมาก ไม่สนยศถาบรรดาศักดิ์ เป็นแพทย์อิสระรักษาตามใจตน

หลังจากนั้นถึงจะมีผู้คนมาหาเรื่องบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากาลก่อน โรงหมอถึงได้เปิดกิจการธรรมดาทั่วไปอย่างสงบ ชาวบ้านส่วนมากมักจะเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไปเพราะโหมทำงานหนัก ไม่หลับไม่นอนบ้าง เสี่ยวผานเพียงต้มยาสมุนไพรจ่ายออกไป ระหว่างรักษาคนไข้บนโต๊ะทำงานมักจะมีนกนางแอ่นคู่หนึ่งบินเล่นอยู่เสมอ ดังนั้นชาวบ้านจึงพากันเรียกที่นี่ว่า โรงหมอนกนางแอ่น ไปโดยปริยาย

โรงหมอนกนางแอ่นที่ว่านี้เริ่มจะมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้น มีแพทย์ที่สุภาพใจดี...มีผู้ช่วยที่ปากวาจาดุร้ายยิ่ง มีผู้คุ้มกันทั้งสองที่ร้ายกาจรูปงาม

แม้กระทั่งเซี่ยจวิ่นยังมีส่วนร่วมในข่าวลือนี้ จนมู่ฟ๋งอดแซะมิได้ว่าเซี่ยจวิ่นหลงทิศหลงทางห้องนายน้อยแล้วกระมั้ง เซี่ยจวิ่นได้แต่ยิ้มรับหัวเราะกลบเกลื่อน

วันนี้เป็นค่ำคืนอีกวันที่จางฮุ่ยเฟิงกับมู่ฟ๋งมาร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วย ส่วนเซี่ยจวิ่นตั้งแต่เขารับอาชีพพิเศษอยู่ในโรงหมอแก้เบื่อก็กลายมาเป็นผู้ร่วมโต๊ะประจำไปแล้ว

ถิงถิงดีใจเสมอเวลามีคนมากมายเช่นนี้ นางไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากอยู่ในห้องเกือบสิบปี ดังนั้นยามนี้ได้ลุกมาทำอาหาร ยกสำรับให้ผู้คนที่นางรักใคร่ ในใจเบิกบานเป็นอย่างมาก อาหารของถิงถิงนั้นเป็นการปรุงที่มีส่วนประกอบเช่นใจของคนทำ รสชาติจึงอร่อยกว่าเหลาอาหารชั้นเยี่ยม

จางฮุ่ยเฟิงในวันนี้สภาพไม่สู้ดีนัก ใบหน้าเขาแดงเป็นรอยมือเห็นได้ชัดว่าโดนตบหน้ามา เด็กหนุ่มคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่ใยดี พลางกล่าวว่าเป็นเรื่องเดิมๆที่เขาชินชา

วันนี้พี่ใหญ่กลับมาจากชายแดนแล้ว

ท่านแม่ทัพจางหลี่?เสี่ยวผานถามด้วยแววตาชื่นชม

สงครามจบลงแล้ว?จินถามขึ้นมาบ้าง ที่เหลือนอกจากเด็กหนุ่มทั้งสองรู้ธรรมเนียมของบ้านตระกูลจางดีอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาต่างทราบกันถึงเหตุผลแต่แรก

อีกหนึ่งเดือนจะเป็นการคัดเลือกสัตว์วิเศษประจำปีของตระกูลจาง

 “อธิบายจินถามห้วนๆ ได้ยินเสียงถิงถิงแว่วมาว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี สมควรถูกอบรมเรื่องมารยาท

ในอดีตเขาต้องระวังคำว่ามารยาททุกระเบียบก้าว วางตัวจนคล้ายไม่ใช่ตนเอง สุดท้ายก็ตายไป ในชีวิตแทบไม่มีสิ่งใดให้น่าจดจำด้วยซ้ำ ฟ้าอุตส่าห์ฟังคำขอร้องให้เขาได้ชีวิตใหม่มาทั้งที เหตุใดจึงต้องไปทำตัวอยู่ในกรอบเช่นดังเดิมเล่า? ยามนี้เขาเป็นเพียงจิ้งจอกแค่ตัวหนึ่งเท่านั้น เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างมากก็กลับไปวิ่งเล่นอยู่ในป่ามนตรา ไหนเลยต้องเดือดร้อนเรื่องมารยาทสังคมอีก

ถึงแม้ว่ายามนี้จะหลงใหลในอาหารเลิศรส การอาบน้ำร้อน และเบาะขนแกะก็ตาม...

เดิมทีข้าเป็นลูกชายสายตรงของท่านพ่อ ได้เข้าเลือกสัตว์วิเศษระดับสูงตั้งแต่อายุหกปีแล้ว ทว่าเรื่องราวก็เป็นดั่งที่เจ้าทราบดี... การคัดเลือกสัตว์วิเศษงานนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เป็นกำลังแก่ตระกูลจางทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ทหารยศต่ำ เพียงแต่ระดับสัตว์วิเศษจะไม่สูงมากเท่านั้น

ท่านพ่อข้ากำลังเก็บตัวฝึกวิชา ดังนั้นพี่ใหญ่จึงต้องมาดูแลด้วยตนเอง บรรยากาศในตระกูลยามนี้จึงอันตรายมาก ทุกคนต่างฝึกฝนกำลังตนเอง ไม่ก็หาทางขัดขวางผู้อื่นจางฮุ่ยเฟิงถอนหายใจ

นายน้อย ท่านไม่ต้องเศร้าไป ครานี้ข้าเชื่อว่าท่านต้องมีคู่หูข้างกายแน่นอน!”

จางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆ หากอ่านใจสัตว์วิเศษได้คงดีมิใช่น้อย...

เสี่ยวผานเหลือบมอง สัตว์วิเศษระดับบรรพกาล ที่ว่ากำลังคีบปลาเข้าปากอย่างไม่ทุกข์ร้อน ทั้งยังนั่งร่วมโต๊ะอาหารอย่างโจ่งแจ้ง คิ้วเรียวขมวดเคลื่อนไหวอยู่บ้างบ่งบอกว่ากำลังฟังวงสนทนาอยู่

จากนั้นเรื่องสนทนาตึงเครียดในโต๊ะอาหาร ก็กลายเป็นเล่าประสบการณ์ยามได้สัตว์วิเศษคู่กายกันมา

สัตว์วิเศษของข้าเป็นเสือขาวระดับห้า แบบเดียวกับพวกตระกูลเซกัลนั่นล่ะ ยามแรกข้าตั้งใจจะไปหาตัวอื่นอยู่หรอกนะ แต่มันตามข้าตั้งแต่ตัวยังเล็กๆเท่าเข่าเซี่ยจวิ่นหัวเราะใบหน้าดูมีความสุขอย่างมาก

ของข้าเป็นราชินีหนอนหัวกระโหลก ระดับของพวกมันไม่มาก แต่ทว่ากลับหายากอย่างยิ่ง บังเอิญมันมาอาศัยอยู่ในโพรงต้นไม้ที่บ้านเก่าข้า พบเจอกันมากเข้าก็ผูกพัน

มู่ฟ๋งยิ้ม แต่เสี่ยวผานที่ได้ยินกลับไม่สามารถยิ้มตามไปด้วย... ราชินีหนอนหัวกระโหลก หากโตเต็มวัยแล้วจะอาศัยอยู่ใต้ดิน สามารถเคลื่อนไหวใต้ดินได้มีขนาดลำตัวยาวสูงสุดเท่ากับต้นไม้ใหญ่ ความสามารถที่ร้ายกาจยิ่งกว่ายาพิษใดๆ คือการส่งลูกๆของมันไปชอนไชเข้าอวัยวะของศัตรูจากนั้นก็กัดกินจากภายใน

เสี่ยวผานไม่รู้จะเล่าเรื่องชนเผ่านางแอ่นอย่างไร ดังนั้นจึงกล่าวว่าพบกับนกนางแอ่นคู่ในป่ามนตราแทน ส่วนจินทุกคนหลังจากเคยได้เห็นสีหน้ารำคาญสัตว์วิเศษก็ไม่มีผู้ใดซักถามอีก

จริงสิ ข้ามีเรื่องอยากถามจินวางตะเกียบแล้วจ้องจางฮุ่ยเฟิง อีกฝ่ายเลิกคิ้วน้อยๆ หากจะหาอาจารย์วิชาทางแพทย์เก่งกาจจะหาได้ที่ไหน

จิน!” เสี่ยวผานรีบร้องห้าม จิ้งจอกทั้งเปิดโรงหมอให้เขา ทั้งส่งเสียเขาเรียนในอดีต อีกฝ่ายทำให้ตนเองมากมายเกินไปนัก

เงียบน่า เงินที่ข้าจะจ่ายออก เป็นเงินที่เจ้าหามาจากโรงหมอเองพอใจหรือไม่?  ได้ยินดังนั้นเสี่ยวผานจึงมีสีหน้าอ่อนลง ไม่คัดค้านอีก จางฮุ่ยเฟิงมองหน้าผู้ติดตามทั้งสอง เป็นมู่ฟ๋งที่เอ่ยปากออกมาก่อน

สมัยก่อนแพทย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือเทพเยียวยาหิมะหงส์ ได้ยินว่าตลอดชีวิตเขารับศิษย์เพียงคนเดียว ยามนี้ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด คนผู้นี้เก่งกาจที่สุดในแคว้นแต่กลับอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง

ข้ารู้จักทว่าจะเทพเยียวยารับข้าเป็นศิษย์ก็นับเป็นเรื่องใฝ่ฝันมากเกินไป...

ไม่เป็นไร เรื่องนี้ฝากไว้ที่ข้า หากได้ข่าวคราวเขาจะรีบมาบอกเจ้า

เสี่ยวผานเอ่ยขอบคุณ จากนั้นถิงถิงก็ยกสำรับของหวานเข้ามา...นับว่าวันนี้นางทำอาหารด้วยอารมณ์เบิกบานจริงๆ สำรับมีขนมหวานมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นของที่จินชอบกินจนถิงถิงจดจำได้

นายน้อยท่านยังได้เรียนหนังสืออยู่หรือไม่? ถิงถิงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

            จางฮุ่ยเฟิงยิ้มปลอบใจ ได้เรียนเพียงแต่ไม่สามารถตอบคำถามได้เหมือนเคย ดังนั้นอาจารย์จึงไม่กระตือรือร้นที่จะสอนข้า ส่วนวรยุทธ์นั้นก็ได้มู่ฟ๋งสอนให้

            “นายน้อย....ถิงถิง มู่ฟ๋ง เซี่ยจวิ่นสบตากัน พวกเขาเป็นห่วงในเรื่องที่จินกับเสี่ยวผานไม่เข้าใจ เป็นเซี่ยจวิ่นที่เปิดปากอธิบายแทน

            เนื่องจากการเลือกสัตว์วิเศษจะเป็นแบบลานเปิด สัตว์วิเศษเดินไปไหนก็ได้ ผู้ใดจะเดินเข้าหาสัตว์วิเศษตัวใดก็ได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่มีการต่อสู้กันทุกปี เพียงแต่ว่านายน้อย...

            “เจ้าจะโดนกลุ้มรุมหรือโดนคนที่ถูกส่งมาทำร้าย...จินสามารถคาดเดาได้ทันที

            “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงจางฮุ่ยเฟิงบอกปัด ข้ามานี่เพื่อเยี่ยมเจ้านะถิงถิง ไม่ใช่ให้เจ้ามาเป็นห่วงกังวลเรื่องของข้านี้

            มู่ฟ๋งก็รีบสมทบ เจ้าอยู่นี่เป็นอย่างไรบ้าง เซี่ยจวิ่นมาก็ไม่เคยกลับไปรายงานเรื่องเจ้ากับเรา

            จางฮุ่ยเฟิงไม่อยากให้ความลำบากในชีวิตตนเองเป็นบทสนทนาเรื่องเศร้ายามรับประทานอาหาร คนอื่นในโต๊ะก็เช่นกัน ดังนั้นจึงพูดคุยกันแต่เรื่องสนุกสนานแสร้งทำเป็นหลงลืมไป

            ข้าอยู่นี่สุขสบายอย่างยิ่ง ห้องทุกห้องมีห้องน้ำในตัวทั้งยังตกแต่งสวยหรู ชีวิตข้าในตอนนี้ดีงามมากค่ะนายน้อย ข้าสนุกกับการอยู่ที่นี่ในทุกๆวัน ข้ารักพวกเขาเฉกเช่นเดียวกับที่รักท่าน

 ถิงถิงยิ้มสวยที่สุด...นางตอบด้วยความจริงใจ สายตามองดูเหล่าเด็กหนุ่มที่เอ็นดูราวกับเป็นน้องชายร่วมสายเลือด  ถึงแม้ใบหน้าที่มีตำหนิเช่นนี้จะห่างไกลคำว่างดงาม แต่ทว่าสำหรับผู้คนในห้องแล้วรอยยิ้ของนางก็นับว่าสวยที่สุด เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากจิตใจอย่างแท้จริง

จินเหลือบมองจางฮุ่ยเฟิง ตั้งใจส่งสายตาบอกว่า นี่สิที่เรียกว่ารอยยิ้ม

จะว่าไปแล้วที่นี่ชอบมีสุนัขมาเพ่นพ่านเป็นอย่างมาก ข้าทำความสะอาดทีไรก็พบเจอขนสัตว์สีดำตลอด แต่ไม่ว่าจะดักรอดุด่ามันนานเพียงใดก็ไม่เคยพบเจอตัวการเสียที

ถิงถิงบ่น แต่ทว่ากลับทำให้เสี่ยวผานที่กำลังดื่มน้ำสำลักแค่ก แม้กระทั่งจินก็หันหน้าเบือนหนีไปที่อื่น ใบหูขึ้นสีแดงน้อยๆหากสังเกตุอย่างละเอียด ในใจบ่นประท้วง

ถิงถิงเจ้าเอาข้าไปนับรวมสุนัข...สมเป็นถิงถิงจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่งคือ ข้าเคยเห็นจินกับเสี่ยวผานเข้าห้องอาบน้ำไปพร้อมกันอีกด้วย พวกเจ้าเด็กทั้งสองยังอยู่ในวัยอาบน้ำด้วยกันอยู่หรือ?

ถิงถิงบ่นอีกเช่นกัน แต่ครานี้กลับเป็นจางฮุ่ยเฟิงที่สำลักขนมแค่กขึ้นมา

ข้าใช้เขาไปสระผมให้เฉยๆ

แท้จริงแล้วจิ้งจอกใช้เสี่ยวผานไปสระขนให้เลยต่างหาก ทั้งเป่าแห้งเช็ดตัว...หวีขนเรียบ...ลงน้ำยาบำรุงจนเส้นเขนสีดำสะท้อนเงางาม แถมยังนุ่มฟูอีกด้วย ยามนอนหลับเอาพวกมันมาพันตัวนับว่าสบายเป็นที่สุด

 เรื่องเช่นนี้คนนอกจะมาเข้าใจเขาได้อย่างไร!

เจ้าใส่ใจผมถีงเพียงนี้ มิน่าถึงได้สวยงามถิงถิงอดอุทานไม่ได้ สำหรับผู้หญิงเช่นนางเส้นผมก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ จินนั้นมีผมดำขลับสวยมากกว่าอิสตรีทั่วไปจนเป็นที่อิจฉาอย่างยิ่ง

บทสนทนายังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จางฮุ่ยเฟิงเงียบไม่พูดไม่จาในใจคล้ายมีสิ่งใดถ่วงอยู่จากบทสนทนาก่อนหน้า จนมิอาจเข้าใจตนเองได้เช่นกัน อารมณ์บางอย่างก่อตัวจนวุ่นวาย คุณชายจางถอนหายใจ

...เรื่องบางเรื่องเขากลับไม่เข้าใจเอาเสียเลย

เซี่ยจวิ่นหยิบขนมที่ได้รับมาจากชาวบ้านออกมา มีสตรีนางหนึ่งตั้งใจเอามากล่าวขอบคุณเจ้านะเสี่ยวผาน แต่นางเขินอายเกินที่จะเอามาให้เองดังนั้นจึงฝากข้ามาแล้วรีบจากไป

คิกๆ นี่เป็นขนมปลายมือแม่นางสื่อรักถึงเจ้าแน่นอนถิงถิงเอ่ยแซวเสี่ยวผาน เด็กหนุ่มเพียงแค่ยิ้มแล้วลองหยิบมันขึ้นมาดูชิ้นหนึ่ง

จินเห็นลวดลายแปลกตาจึงหยิบมันขึ้นมาดูเช่นกัน จมูกได้กลิ่นหอมของส่วนผสมหวานๆ ทั้งยังมีกลิ่นแปลกๆปะปนอยู่ด้วย คิ้วเรียวขมวดเนื่องเพราะไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้มาก่อน หรือนี่จะเป็นส่วนผสมพิเศษของคนยุคนี้...?

สตรีนางนั้นเจ้าเคยเห็นหน้าหรือไม่? ปกติแล้วเจ้าจดจำผู้ที่เคยพบเจอได้นี่จางฮุ่ยเฟิงรู้สึกเรื่องนี้แปลก จึงเอ่ยทักท้วงขึ้น

เซี่ยจวิ่นชะงัก พลางครุ่นคิด จะว่าไปแล้วข้าไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อนจริงๆ....

ก่อนจางฮุ่ยเฟิงจะทักท้วง จินกลืนขนมลงคอด้วยความสนใจที่มา พลันรู้สึกถึงรสชาติแปลกๆฉุนจมูก จิ้งจอกหลับตาค่อยๆลิ้มรสชาติของขนม จางนั้นดวงตาสีแอมเบอร์ก็ลืมขึ้น มองผู้คนบนโต๊ะกำลังสนทนากันเรื่องสตรีที่ว่า

อย่าเพิ่งทานทุกคนดวงตาเบิกกว้าง หันมามองจิ้งจอกที่เคี้ยวกลืนขนมคำสุดท้ายลงคอไป ข้าคิดว่าในขนมนี่มียาพิษ... หากไม่ต้องการสังหารเสี่ยวผานก็คงต้องเป็นเจ้าแล้วจางฮุ่ยเฟิง

“……...

“…………..”

เกิดสิ่งใดขึ้น? พวกเจ้าล้วนเป็นใบ้กันแล้วหรือ

จิน! จะ...เจ้าคายออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” ถิงถิงกรีดร้องด้วยเสียงสั่นเครือ จากนั้นผู้คนในโต๊ะพลันแตกตื่น เสี่ยวผานมองดูสหายรักตนเองขึ้นลงอย่างไม่เชื่อสายตา

เซี่ยจวิ่นไปลากคอสตรีที่เจ้ารับของมาภายในคืนนี้ แล้วเจ้าก็คุกเข่ากับพื้นไปทั้งคืนด้วยจางฮุ่ยเฟิงพูดด้วยเสียงเนิ่บๆ มีรอยยิ้มบางประกอบ แม้กระทั่งดวงตายังปิดยิ้มไปด้วย...เพียงแต่แววตานั้นทำให้เซี่ยจวิ่นขนลุกซู่

ถิงถิงยังคงถามอาการจินอย่างกระวนกระวาย เสี่ยวผานลุกขึ้นไปหยิบชุดทดสอบพิษออกมา เด็กหนุ่มทำนู่นทำนี่ท่ามกลางความสนใจของคนทั้งโต๊ะ

 พิษนี้ไม่ร้ายแรงก็จริง น่าจะเป็นเพียงพิษที่ทำให้จุดรวมลมปราณตรงท้องน้อยสับสน...เจ้าไม่รู้สึกอันใดมั่งหรือ? เสี่ยวผานกล่าวขึ้นหลังจากวิเคราะห์พิษในขนมดูแล้ว

อืม...อันที่จริงแล้วก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยขึ้นมาเฉยๆเช่นกัน

เพียงแค่เหน็ดเหนื่อยเฉยๆเองหรือ...  เนื่องจากปกติจินถือเป็นผู้คนที่แตกต่างจากคนปกติอยู่แล้ว ทำเรื่องแปลกประหลาดบ่อยครั้งจนชินชา เช่นวันหนึ่งน้ำผึ้งแพงจนขาดตลาด อีกฝ่ายก็ยกต้นไม้ต้นหนึ่งกลับมาด้วยตัวคนเดียวจากนั้นก็กรีดลำต้น ผ่านมาสักสองสามวันก็มีสิ่งที่เรียกว่า น้ำตาลออกมาให้ถิงถิงทำอาหาร

หรือจะเป็นการที่ใช้เพียงมือเดียวบีบลูกธนูจนหักครึ่ง เซี่ยจวิ่นก็เคยเห็นมาแล้ว ประลองกันอีกฝ่ายต่อยหวืดมือไปโดนต้นไม้ใหญ่จนยุบลงไปหลายวาก็เคยเห็นเช่นกัน หากมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นอีกพวกเขาคล้ายจะทำใจได้กันแล้วส่วนหนึ่ง

เสี่ยวผานเจ้าตรวจดูอีกทีจางฮุ่ยเฟิงกล่าวย้ำ ดังนั้นเสี่ยวผานจึงขยับไปจับชีพจรของจิ้งจอกดู สายตาเบิกกว้างจากนั้นก็มีสีหน้าจะหัวเราะก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง

จินไม่เป็นไร

ต้องสงสารผู้ที่วางแผนร้ายจริงๆ ไม่ว่าจะต้องการวางยาพิษใคร ทว่าผู้ที่ทานไปคนแรกกลับเป็นจิ้งจอกเสียได้ เช่นนั้นยาพิษเส้นลมปราณของคนจะสามารถทำอันตรายลมปราณของจิ้งจอกได้อย่างไรเล่า?

ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวผานก็ไม่เคยได้ยินข่าวสัตว์วิเศษระดับสูงโดนจับเพราะยาพิษมาก่อน คาดว่าร่างกายและพลังของพวกมันคงแข็งแกร่งสามารถต้านยาพิษได้อย่างสบาย

คนทั้งหมดถอนหายใจโล่งอก เสี่ยวผานเก็บขนมไปตั้งใจจะสกัดยาพิษอย่างเสียดาย จางฮุ่ยเฟิงรับปากว่าจะตามตัวคนร้ายมาให้ สนทนากันต่ออีกสักพักต่างก็ลุกขึ้นแยกย้าย

เสี่ยวผานกับจินยืนส่งคนทั้งสามขึ้นรถม้า จางฮุ่ยเฟิงเลิกผ้าขึ้นหยุดอยู่ด้านหน้ายังไม่ขึ้นไป

โชคดีที่เจ้าไม่เป็นอะไร มิเช่นนั้นข้าคงรู้สึกผิดมากแน่ๆ

 ข้าไม่มีทางเป็นอะไร อีกทั้งยังมีหมออย่างเสี่ยวผาน เจ้าไปจัดการเรื่องตนเองให้ดีเถอะ จินขมวดคิ้ว เขารู้สึกไม่ชอบใจเวลาเด็กหนุ่มทำสีหน้าเช่นนี้ เลือดในกายคล้ายร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ฝากถิงถิงด้วย

จางฮุ่ยเฟิงบอกลาครั้งสุดท้าย ก่อนรถม้าจะเคลื่อนตัวกลมกลืนเข้าไปกับยามราตรี... เสี่ยวผานกับจินเดินกลับเข้าบ้าน ถิงถิงกำลังล้างถ้วยล้างชามอยู่ในห้องครัว

...รถม้าตระกูลจางแล่นไปบนถนนในความมืด จางฮุ่ยเฟิงหลับตาพิงรถม้า

น่าแปลกจนเกินไป เหตุใดเขาถึงไม่เป็นอะไรเลย...บางทีเขาอาจเป็นพวกเดียวกับผู้ที่วางยาพิษก็ได้ แสร้งหลอกเราทำเป็นตายใจ เขาจงใจทานมันมู่ฟ๋งเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราะห์ พลันรู้สึกอึดอัดขนลุกซู่ จนต้องก้มหน้าลงต่ำ

นัยน์ตาสีเทาที่เรียบสนิท ไม่มีแม้แต่แววเป็นประกายจ้องมองผู้ติดตามอย่างนิ่งงัน

บรรยากาศในรถอึดอัดจนหายใจลำบากอย่างยิ่ง นั่นเป็นเพราะรอบตัวคนผู้หนึ่งปรากฏกลิ่นอายที่แสนอันตรายออกมา ดวงตาสีเทาหลุบลงสงบสติอารมณ์ ริมฝีปากได้รูปกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ข้าเคยกล่าวแล้ว

ขออภัยนายน้อย มู่ฟ๋งสามารถจดจำได้แล้ว  

ใช่แล้ว...นายน้อยเคยกล่าวว่าไว้ใจคนผู้นี้... มู่ฟ๋งก้มหน้าลงต่ำด้วยมิอาจสบตา แต่ทว่าในใจกลับไม่ได้ลดความระแวงที่มีต่อจินลงเลย

เซี่ยจวิ่นทำสีหน้าจริงจัง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่อ่านยาก ทำอะไรตามใจ แต่เรื่องพรรค์นี้ข้าว่า...เขาไม่ใช่คนที่จะทรยศใคร ทั้งจินและเสี่ยวผานเลย

เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ข้าอยากพักผ่อนเสียหน่อย

จางฮุ่ยเฟิงหลับตา ในรถไม่มีเสียงใดอีก จนกระทั่งถึงหน้าตึกเรือนตนเอง จางฮุ่ยเฟิงลงจากรถม้าเอ่ยเรียกผู้ติดตามเสียงราบเรียบ

เซี่ยจวิ่น

 “เจ้าอย่าลืมคุกเข่าหน้าห้องในคืนนี้ด้วย

...............







#TALK with LLwuda

    

          สงสารเซี่ยจวิ่นจริงๆ555 แต่ก็นั่นล่ะ อารมณ์แบบ ถึงตอนนี้ข้าจะไม่รู้อะไร แต่ข้ารู้ว่าข้าไม่ชอบทำใจไปนะคะ ตอนนี้นุ่มๆสบายๆค่ะ เราไม่ค่อยชอบดราม่าเท่าไหร่(เอานิ้วไขว้กัน)

          สำหรับข้อสงสัยหลายๆอย่าง ทุกอย่างมันมีคำอธิบายในตัวของมันนะคะ บางครั้งจินก็ถูกผลักดันด้วยสัญชาตญาณจิ้งจอกอยู่เหมือนกัน (จริงๆพวกทหารหรือนักบินนี่ไม่ได้เคร่งขรึมใจเย็นอย่างที่คิดหรอกค่ะ เราขอยืนยันด้วยประสบการณ์ตรง ฮา) จินก็มีชีวิตธรรมดาเหมือนพวกเราที่เลือกเรียนต่อ เขาเข้าเรียนทหาร แถมยังกลายเป็นจิ้งจอกน้อยไปตั้งสิบหกปี...

          เรารู้ว่าทุกคนรออะไร แต่ตอนนี้เป็นเสี่ยวผานแปรงขนให้ไปก่อนนะคะ55 ชื่อเริื่องคราวนี้เราตั้งใจจะเหน็บแนมค่ะ จะบอกว่าเสียค่าปรับ50เหรียญเอง ไปกันหรือเปล่าคะยกมือเร้ววว! 

          จินก็ยังคงเป็นจินล่ะค่ะ ไม่ว่าคนอื่นจะทำอย่างไรกับเขา จิ้งจอกของเราก็ไม่เปลี่ยนแปลงนักหรอก :)


        

 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 534 ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #8206 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 19:43
    ขำความขนหมา555555
    #8206
    0
  2. #8161 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 22:37

    555555 สงสารรร

    #8161
    0
  3. #8136 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 15:18
    มีความหึง คึคึ
    #8136
    0
  4. #8065 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 18:28

    ก็คือคนมารวมตัวกันยิ่งกว่าโรงเตี๊ยม สรุปโรงหมอนี่รักษาโรคอวดดีสินะ เอ้ย อย่าเรียกว่ารักษาเลย เรียกว่ากำจัดเถอะ 5555555 ว่าไปแล้วจินนี่ตามใจเสี่ยวผานจริงๆเลยน้า ขำความเดดแอร์ 55555

    #8065
    0
  5. #7946 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 22:42
    ตอนนี้มีอารมณ์ขันหลายช่วงอยู่ ชอบอ่ะ ตั้งแต่หึงที่เค้าอาบน้ำให้กัน ขนสุนัข ยันให้เซี่ยจวิ่นคุกเข่า แล้วตอนนี้จินมีอาการหน้าร้อน ที่ไม่ใช่ฤดูด้วย ฮุ่ยเฟิงทำได้!!! พี่เค้ายังไม่รู้ตัวอีกหรอว่าแบบนี้เค้าเรียกว่ามีใจให้ ชอบ!!
    #7946
    0
  6. #7932 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 13:04
    แกฉันขำเซี่ยจวิ่นมากอะ5555555 กินจุดแบบอิ่มเลย
    #7932
    0
  7. #7799 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:04
    อยากไปโรงหมอเลยจ้าา ว่าแต่ยาพิษจะส่งผลอะไรกับจินในระยะยาวรึเปล่าหว่าา
    #7799
    0
  8. #7760 zxcnonnam12345 (@zxcnonnam12345) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:37

    มันเรียกว่าหึงง เผื่อคุณจางจะไม่เข้าใจ ><
    #7760
    0
  9. #7734 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 00:28
    สงสาร คุกเข่าทั้งคืนเลยนะ555555555
    #7734
    0
  10. #7641 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 11:19
    เอ่าาาา มีความหึงแล้วนะค้าบ ไม่รู้ตัวแน่ๆเลยว่าตกหลุมไปเท่าไหร่กันแล้ววว
    #7641
    0
  11. #7546 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 00:11
    หึงชะสิ เค้าอาบน้ำด้วยกันเลยน้าาาาา
    #7546
    0
  12. #7272 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:05
    มีความหึง และห่วงเว่อ
    #7272
    0
  13. #7144 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 20:19
    หึงอ่ะเด่ๆ อาบน้ำด้วยกันเลยน้าาาาา
    #7144
    0
  14. #7109 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:14
    หึงอ่ะหึง 5555
    #7109
    0
  15. #7050 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 22:56
    คนหนึ่งซดน้ำส้ม คนหนึ่งก็เขินเบาๆ กรี๊ดดดด/////
    #7050
    0
  16. #6944 YuRIIW (@phingpin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 20:17
    หึงล่ะซี่ ว้ายยย
    #6944
    0
  17. #6820 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 02:50
    นายน้อยหึงว่ะคนับ 5555
    ชอบจินกะเสี่ยวผานโมเม้นห่วงการบำรุงขนจิ้งจอกให้เงางามมว้ากก
    บ่งบอกว่าจิ้นนี่สำอางค์เฟร่อ ส่วนเสี่ยวผานก็รักน้องเฟร่ออ น่ารักมาก
    ตอนนี้เซี่ยจวิ่นซวยไปข่าา 
    #6820
    0
  18. #6819 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 02:49
    นายน้อยหึงว่ะคนับ 5555

    ชอบจินกะเสี่ยวผานโมเม้นห่วงการบำรุงขนจิ้งจอกให้เงางามมว้ากก

    บ่งบอกว่าจิ้นนี่สำอางค์เฟร่อ ส่วนเสี่ยวผานก็รักน้องเฟร่ออ น่ารักมาก

    ตอนนี้เซี่ยจวิ่นซวยไปข่าา 
    #6819
    0
  19. #6800 F4TE. (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 19:27
    เฟิงเฟิงหึงใช่มั้ยย หึงก็บอกสิโถ่ๆๆ แต่สระผม(?) นี่คือสระผมจริงๆ นะ5555555555555555
    #6800
    0
  20. #6701 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 21:12
    ฮุ่ยเฟิงง อยากอาบน้ำกัยเขาต้องเชี่ยวชาญเรื่องการแปรงขนนะ 55555
    #6701
    0
  21. #6547 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 08:54
    โอ้วฮุ่ยเฟิงหึงงงงงงง แค่อาบน้ำด้วยกันไม่ได้ทำไรสักหน่อย หุหุ
    #6547
    0
  22. #6540 เเมวนางฟ้า (@computor) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 19:48
    มู่ฟ๋งนี้ยังไง ถ้าเป็นพวกเดียวกันก็ต้องไม่กินดิ ไม่ใช่กินแล้วบอกคนอื่นห้ามกิน ถ้าทรยศจะทำงั้นไปทำซากอะไร-*-
    #6540
    0
  23. #5810 ผู้รับใช้ซาตาน (@myonlyone) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:27
    เราสัมผัสได้ถึงความหึงของจางฮุ่ยเฟิงค่ะ 555 =w=
    #5810
    0
  24. #5683 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 11:44
    หึงก็บอกค่ะคุณชายจางงงง คิคิ >< สงสารเซี่ยจวิ่นแปป 55555
    #5683
    0
  25. #5563 minixme (@swaggymg) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 06:02
    หึง!!! หึงแน่ๆ!
    #5563
    0