✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,455 Views

  • 8,274 Comments

  • 13,416 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,080

    Overall
    506,455

ตอนที่ 9 : ดวงตาสีเทา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 602 ครั้ง
    27 ก.ค. 60








บทที่ 8

ดวงตาสีเทา



 

            ...จินเริ่มแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริง

ตกลงแล้วเขาเป็นใครระหว่างจินพรตหรือจิ้งจอกสีดำ...?

            เหตุเพราะตอนนี้เบื้องหน้าคล้ายย้อนเวลาไปยังฝันร้ายล่าสุด ภาพของคนรักที่กำลังปฎิบัติภารกิจกับเด็กหนุ่มวัยขบเผาะคนหนึ่งอย่างเมามันบนเตียงของเรา อีกฝ่ายไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเขากลับมาแล้ว การมอบใจและเลือกที่จะเชื่อใครซักคนจนหมด...สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นฝันร้ายยิ่ง

            เพราะคุณมันแก่แล้วไงครับ อย่าว่าแต่เรื่องหัวใจแค่เรื่องเซ็กซ์คุณก็แพ้ผมแล้ว

          ประโยคสุดท้ายของชู้รักดั่งคมมีด...กรีดหัวใจที่บอบช้ำไม่มีชิ้นดี... หลังจากนั้นจินก็เห็นภาพตนเองอีกครั้ง กลับไปยังศูนย์ฝึก ร้องขอการนำเครื่องบินลำเล็กขึ้น การทำงานจะทำให้ลืมทุกสิ่ง...เขาเชื่อเช่นนั้น

            “!!!!!!!!”

            จินสะดุ้งตื่นขึ้นมา สติคล้ายว่างเปล่ายิ่ง หันหน้ามองไปรอบตัว...เห็นเสี่ยวผาน เห็นบ้านที่คุ้นเคย

            ที่แท้ก็แค่ความฝัน...

          มือยกเสยผมที่เปียกชุ่ม ก่อนจะพบว่าตนเองกับเสี่ยวผานนั้นนอนอยู่นอกห้อง เขาจำได้ว่าเมื่อคืนตนเองยกฟูกเพียงหนึ่งเดียวให้เด็กสาวคนรับใช้นอน นางชื่อถิงถิง คราแรกนางอิดออดไม่ยอมจนถึงที่สุดจนเขาขู่ว่าถ้าไม่นอนจะเตะโด่งออกจากบ้านทั้งนางและเจ้านาย นางถึงได้ยินยอมตกลง

            เขาถอนหายใจ ครุ่นคิดถึงความฝันที่ยังคงตามมาหลอกหลอน

            กับเรื่องพรรณนี้ยังไม่ลืมอีก

          ออกไป...

            “ยะ...อย่า ท่านพี่อย่าทำ...

            “ทำไม...

            เสียงร้องละเมอกระท่อนกระแท่นด้วยความเจ็บปวดดังมาจากเด็กชายที่นอนอยู่ ยามนี้เขาก็ตื่นมาแล้ว จะให้นอนต่ออีกคงนอนไม่หลับ จินจึงลุกขึ้นเดินไปดูจางฮุ่ยเฟิง เด็กชายตัวน้อยที่บาดเจ็บ อีกฝ่ายมีเหงื่อออกเต็มใบหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างทรมาณ จินสำรวจดูใบหน้าอีกฝ่ายอย่างละเอียด...เขาไม่ใช่พวกหมอดูฮวงจุ้ย แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาสามารถบอกได้ว่าคนเช่นนี้มิใช่คนที่จะยินยอมหลบอยู่ในซอกหลืบ ให้ผู้คนรังแกจนบาดเจ็บเป็นแน่

สัตว์ร้ายตัวเล็กที่บาดเจ็บก็ยังคงเป็น...สัตว์ร้าย

เขาหยิบผ้าที่สะอาดตั้งใจจะมาเช็ดหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ทว่าเอื้อมมือไปยังไม่ทันเข้าใกล้มากนักกลับโดนจับเอาไว้เสียก่อน เด็กชายที่คิดว่าจะนอนซมเพราะอาการบาดเจ็บยามนี้ลืมตาขึ้นมาแล้ว ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแววตามุ่งร้ายพาดผ่าน จนกระทั่งเห็นผ้าขาวในมือเขาจึงอ่อนลง

จางฮุ่ยเฟิงขยับปากคล้ายจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ก็ส่ายหน้า...เด็กชายไม่มีเสียงและไม่มีแรง... จินมองแววตารั้นที่บ่งบอกว่าคนเจ็บพยายามจะขอเช็ดหน้าด้วยตนเองแล้ว พาลให้อารมณ์เสียขึ้นมาดื้อๆ

เด็กในแคว้นนี้เหตุใดจึงไม่มีใครว่าง่ายเลยซักคน!

เขาหรี่ตา ส่งสายตาดุร้ายใส่อีกฝ่ายจนอยู่นิ่ง สะบัดข้อมือออกแล้วค่อยๆซับเหงื่ออย่างเบามือ(ถึงแม้ว่าตอนหลังฮุ่ยเฟิงจะสารภาพว่ามันไม่ได้เบามือก็ตาม...) จางฮุ่ยเฟิงมองตามมือที่เล็กกว่าตนเองค่อยๆเช็ดไปตามใบหน้า เด็กชายตระกูลจางรู้สึกมีกระแสอบอุ่นแผ่ซ่าน...เขาไม่เคยได้รับการเอาใจใส่เช่นนี้มาก่อน ปากพยายามจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าทันทีที่กล้ามเนื้อบนใบหน้าขยับจะถูกสายตาดุๆมองมา

ฉับพลันจินก็ชะงัก หันหน้าออกไปทางด้านนอก หูที่ไวเสียงของเขาจับอะไรได้บางอย่าง

หนึ่งคน...สามคน...ห้าคน... มีคนห้าคนกำลังมุ่งตรงมาทางนี้!

นอกจากการเคลื่อนไหวแล้วจินจับบทสนทนาไม่ได้เลย คนห้าคนนี้คงมิใช่คนธรรมดาสามัญ... พวกเขาน่าจะใช้รหัสลับในการคุยกัน ในโลกที่เขาจากมาก็มี คนพวกนี้มักเป็นนักฆ่ามืออาชีพ

จินลุกขึ้น เขาเดินไปตบหน้าเสี่ยวผาน(แน่นอนว่าลืมออมแรง)ที่นอนอยู่อย่างเร่งรีบ

เสี่ยวผานลุก ไปปลุกถิงถิงซะ...มีคนกำลังตรงมาที่นี่เขากระซิบ เสี่ยวผานลุกขึ้นอย่างงุนงง แต่พอถึงประโยคหลังเด็กชายก็เบิกตากว้างคล้ายได้สติ วิ่งไปปลุกเด็กสาวในห้องทันที

จินสะพายย่ามหนึ่งใบ เก็บอาหารง่ายๆ และแปรงหวีขนติดไปด้วย เขาเดินไปหาคนเจ็บ ดวงตาสีเทาคล้ายคนต่างชาติมองมาอย่างเข้าใจ เด็กผู้นี้แต่งกายฐานะดีดูอย่างไรก็ไม่ใช่ชนชั้นธรรมดา

เสี่ยวผานเดินออกมาจากห้องพร้อมถิงถิง หมอเพียงหนึ่งเดียวรีบเก็บยาที่จำเป็นใส่ย่ามฝากไว้กับถิงถิง แล้วเดินมาช่วยจินพยุงคนเจ็บ เด็กชายสามคนและเด็กสาวอีกหนึ่งเดินออกจากบ้านเข้าสู่แนวชายป่าอย่างเงียบเชียบ จินคอยบอกทางถิงถิง ให้นางเป็นคนเดินนำหน้า หูคอยฟังเสียงตลอดเวลา

ที่บ้านนี้ไม่มีคนอยู่

ฟูกยังอุ่นอยู่ แปลว่าพวกมันคงเพิ่งหนีไปได้ไม่นาน

จากนั้นกลุ่มคนพวกนั้นก็ไม่ได้สนทนาอะไรกันอีก ดูท่าจะเป็นรหัสลับ มีแต่เพียงเสียงกลุ่มคนพุ่งตามทางที่พวกเขาเพิ่งจากมาเท่านั้น คนมากขนาดนี้ อีกทั้งยังมีคนเจ็บ อย่างไรก็คงมีร่องรอย

เร็วขึ้นอีก เราต้องรีบแล้วเขากระซิบ เด็กสาวเริ่มหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว เสี่ยวผานหน้าเสียไปนิดนึงแต่พยายามที่จะเข้มแข็ง จางฮุ่ยเฟิงรู้สึกละอาย...แต่เขาไม่คิดจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ ดังนั้นต่อให้ละอายและรบกวนอีกฝ่ายมากเพียงใด ก็ได้แต่กัดฟันยอมทนต่อไป

ไม่มีทางหนีทันแน่

ความจริงเช่นนี้อาจทำให้เด็กที่ยังไม่โตพวกนี้รู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมได้ ฉับพลันหูเขาก็ได้ยินอะไรบางอย่างพุ่งมาจากที่ไกลๆ เห็นได้ชัดว่าผู้ปามีฝีมือยิ่ง เสียงแวกอากาศเช่นนี้คงไม่พ้นเป็นมีดเรียวเล็ก

ก้มหลบเร็ว!”

ฉึก! มีดเรียวเล่มหนึ่งลอยผ่านหัวไป ด้านคมปักอยู่กับต้นไม้ แม้จะปามาจากที่ไกลแต่มันก็มิได้ลดทอนพลังฝีมือลงเลย ตัวมีดจมลึกลงไปกว่าครึ่งด้าม เห็นดังนั้นเด็กทั้งสามก็หน้าเสียยิ่งขึ้น

ไม่ได้การ...ปล่อยไว้เช่นนี้ตายกันหมดแน่

ถิงถิงมาพยุง เสี่ยวผานตรงไปจากนี้อีกหน่อยแล้วอาศัยมุมหลบในพุ่มไม้ก็ได้...ใต้โขดหินก็ได้ อย่าได้เดินต่อ อย่าออกนอกเส้นทางคนของป่ามนตรา อยู่นิ่งๆ คอยข้าอยู่ตรงนั้น เสี่ยวผานเบิกตากว้าง เด็กชายรีบส่ายหัวปากร้องแต่คำว่าไม่

เสี่ยวผานเจ้ารู้จักข้า พวกเจ้าล้วนเกะกะอยู่ด้วยกันทั้งหมดรังแต่จะหนีไม่รอด ไปได้แล้ว!!” จินไม่รอคำตอบอีก เขาดึงตัวถิงถิงมาพาดแขนของคนเจ็บแทน มือดันหลังเสี่ยวผาน ยังไม่รีบไปอีก!”

เสี่ยวผานมองอย่างเศร้าสร้อย เด็กชายกัดฟันแน่น เจ้าต้องตามมา! ห้ามตายเด็ดขาด ข้าไม่อยากให้คนรู้จักข้าตายอีกแล้ว กล่าวจบเสี่ยวผานผู้เข้มแข็งขึ้นจากกาลก่อนก็ออกเดิน

ไม่เป็นไร...จินจะไม่เป็นไร... เสี่ยวผานเอ่ยปลอบใจถิงถิงและปลอบใจตนเอง จินเป็นจิ้งจอกมิใช่คนธรรมดา หากจนมุมก็แปลงร่างหนีไปก็ย่อมได้ เด็กชายปลุกปลอบกำลังใจตนเองแล้วก้าวเดินต่อไป

จินยืนนิ่งอยู่กับที่ เขารู้ว่าคนกลุ่มนั้นสัมผัสได้แล้วว่ามีคนอยู่ตรงนี้ จังหวะการเคลื่อนไหวของพวกเขาชะงักไปนิดหนึ่ง จากนั้นจึงเคลื่อนไหวต่อด้วยความรวดเร็ว... การเคลื่อนไหวเช่นนี้มิคล้ายการเดิน อีกฝ่ายต้องใช้กำลังภายใน

คนห้าคนปรากฎตัวออกมา ที่ไหล่แต่ละคนมีผีเสื้อสีฟ้าอ่อนเรืองแสงเกาะอยู่ จินเคยเห็นมันทั้งตัวจริงมาก่อน ทั้งเคยอ่านเจอในหนังสือ ผีเสื้อพวกนี้ถูกเรียกว่าปีกอิงฟ้า พวกมันทำให้ผู้ครอบครองสามารถมองเห็นได้ในความมืดยามวิกาล อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวขึ้นด้วย

ข้าจะไม่ถามให้มากความ เด็กชายที่เจ้าซ่อนไว้อยู่ไหนชายผู้หนึ่งก้าวออกมา ในมือมีมีดเรียวอยู่หลายเล่ม สายตาบ่งบอกว่ามิได้ข่มขู่... คนพวกนี้เป็นมืออาชีพไม่บอกคือฆ่า ไม่มีการเล่นลิ้นยียวน

ข้าก็จะไม่ตอบให้มากความเช่นกันจินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หูของเขาไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของพวกเสี่ยวผานอีก แสดงว่าพวกเขาเดินไปได้ไกลแล้ว

เด็กน้อยเจ้าคนเดียวคงไม่ได้คิดต้านพวกเรากระมั้ง?

ตาพวกเจ้าเห็นเป็นอย่างไรเล่า?

กล่าวจบจุดที่เคยมีเด็กชายผู้หนึ่งยืนอยู่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว จินเคลื่อนไหวสุดฝีเท้า แม้ไม่รวดเร็วอย่างพวกเขาที่ใช้กำลังภายใน แต่ในพื้นที่แคบวงจำกัดเช่นนี้จิ้งจอกมั่นใจในตนเองพอควร ทางกลุ่มนักฆ่าก็ไม่สามารถดูแคลนได้ มีดเรียวถูกปาบ้างแล้ว... มันเริงระบำคล้ายจะวุ่นวาย แต่กลับมิมีเล่มไหนชนกันเอง แต่ละเล่มเฉี่ยวตัวผู้หลบหนีไปมา พวกมันเคลื่อนไหวคล้ายมีชีวิต

ไวมาก!...กลุ่มนักฆ่าสบตากัน พวกเขาล้วนตกใจยิ่ง เด็กที่จะดูอย่างไรอายุยังไม่มีทางถึงสิบปี กลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเช่นนี้...? เหนือฟ้ายังมีฟ้า คุณชายที่ตระกูลของพวกเขายามเด็กก็ยังมิเก่งกาจเยี่ยงนี้ การจะหลบมีดบินของพวกเขาได้มิใช่แค่สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว แต่สายตาต้องดียิ่ง

...กลุ่มนักฆ่าต่างขนลุกซู่...เด็กผู้นี้ราวกับคาดการกระบวนท่ามีดบินของพวกเขาได้

อ่อก!” หนึ่งในกลุ่มนักฆ่าล้มลง เลือกไหลออกมาจากบริเวณคอด้านหลัง

เสียสมาธิแม้เพียงชั่วแวบเดียวก็เปิดโอกาส กลุ่มนักฆ่าที่เผลอไปสนใจพลาดท่าเสียแล้ว... ยามที่พวกเขาหันมาอีกที เด็กชายที่ต่อสู้เมื่อกี้ผลุ่บหายตัวไปราวกับเรื่องประหลาด พวกเขาเดินตามไปค้นหาทางที่เห็นเด็กชายพุ่งตรงไปแต่กลับไปพบเจอผู้ใด...หรือเด็กผู้นั้นจะมีปีกโบยบินไปแล้ว? พวกเขายืนอึ้งอยู่กับที่ด้วยไม่อาจตามรอยต่อได้ ต่างคิดว่าครานี้คล้ายพบเจอภูติผียิ่ง...

กลุ่มนักฆ่านี้ถูกจ้างวานมาให้สังหารเด็กชายตระกูลจาง ยามนี้ถ้าเด็กชายกลับเข้าเกี้ยวในขบวนได้ก็หมดสิทธิ์เสียแล้ว เป็นความผิดพลาดที่ปล่อยให้เด็กผู้นั้นกับคนรับใช้หนีไปได้แต่แรก ชายคนหนึ่งแบกพวกพ้องขึ้นหลัง พวกเขาหันมองรอบข้างจึงเพิ่งรู้ว่าได้ก้าวเข้ามาในเขตป่ามนตราส่วนลึกเสียแล้ว...

กลุ่มนักฆ่าเริ่มหวาดหวั่นราวกับมีสายตาของสัตว์วิเศษลึกลับจ้องมองมาตลอดเวลา

ป่ามนตรายามราตรีนั่นมืดสนิท รอบข้างมีเสียงสัตว์อสูรหรือสัตว์วิเศษร้องเป็นระยะ บริเวณที่เกิดการต่อสู้ไม่มีสิ่งใดขยับเขยื้อนและสิ่งใดเคลื่อนไหว... ไม่นานกลุ่มนักฆ่าก็จากไปด้วยความรีบร้อน

...เหลือเพียงจิ้งจอกสีดำสองหางตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่

 



เสี่ยวผานหลบอยู่ด้านหลังหินก้อนใหญ่ บริเวณรอบข้างมีพุ่มไม้ปกปิดมิดชิด ระหว่างทางหนีพวกเขาพบเจอสัตว์อสูรบ้าง ต่างต้องวิ่งหนีตาย ยามนี้เด็กชายร้อนใจยิ่ง ถิงถิงก็ปล่อยน้ำตานางให้ไหลไม่หยุดหย่อน ... จางฮุ่ยเฟิ่งนั่งพิงเข้ากับหินก้อนใหญ่ เลือดมากมายซึมออกมาจากบาดแผล เสี่ยวผานพยายามห้ามเลือดแต่เด็กชายที่บาดเจ็บเสียเลือดมากเกินไปจนอ่อนแรง

เจ้าเดินลมปราณห้ามเลือดได้บ้างหรือไม่จางฮุ่ยเฟิงแม้จะแปลกใจที่เด็กชาวบ้านเช่นนี้ทราบเรื่องวรยุทธ์ แต่ก็ส่ายหัวตอบแต่โดยดี

บาดแผลเก่าเจ้าเปิด หากเลือดยังไหลไม่หยุดเช่นนี้...

คุณชาย!” เสี่ยวผานยังพูดไม่ทันจบเด็กสาวคนรับใช้ก็ร้องออกมาเสียก่อน ถิงถิงร้องไห้หนักกว่าเดิม นางปีนี้ก็อายุสิบหกปีแล้ว นางเห็นเด็กชายตั้งแต่ยังเล็ก เอ็นดูเด็กที่น่าสงสารผู้นี้ราวกับน้องชาย เลือดที่ท่วมตัวทำให้จิตใจนางก็ร้อนรนยิ่ง ส่งสายตาคาดหวังไปทางเสี่ยวผานโดยไม่รู้ตัว

เสี่ยวผานเสียงกระซิบดังออกมาจากพุ่มไม้ข้างๆ พวกเขาทั้งหมดต่างหันไปมองด้วยความตกใจ ทว่าพอเห็นเป็นจินเดินออกมาต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

จิน...เสี่ยวผานไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ใช้สายตามองคนเจ็บที่พิงหิน เด็กชายเป็นห่วงเพื่อนที่หน้าซีดอยู่แล้วซีดเซียวกว่าเดิมอยู่เช่นกัน เพียงแต่ยามนี้มีคนเดือดร้อนยิ่งกว่า

...ดูจากบาดแผลแล้วปริแตกได้รุนแรงยิ่ง อาการท่าจะช้ำในมากกว่าเดิม จางฮุ่ยเฟิงควร...ควรอย่างยิ่งที่จะเจ็บมาก แต่กลับมิมีเสียงรอดเล็ดลอดออกมาจากปากแม้แต่นิดเดียว จางฮุ่ยเฟิงตั้งแต่ต้นก็มิได้พูดอะไร...ดูท่าการต้องกล้ำกลืนไม่ให้อ่อนแอก็ฝืนเต็มทนแล้ว เหงื่อมากมายผุดพราย ดวงตาสีเทานั่นจ้องมองรอบกายอย่างหวาดระแวง

ข้ารู้ เจ้ายังมีทางอีกหรือไม่?จินหันไปถามเสี่ยวผาน

ถิงถิงบอกว่าเกี้ยวของพวกนางน่าจะอยู่ที่ด้านหน้าป่ามนตรา ทางตระกูลจางคงส่งคนเข้ามาค้นหา แต่จากนี้ไปยังด้านหน้ายังต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วยาม ข้าคำนวณดูแล้วไม่น่า...เสี่ยวผานเอ่ยเสียงเบา พยายามมิให้เด็กสาวที่ใจเสียได้ยิน หมอเพียงหนึ่งเดียวมีสีหน้าเจ็บปวดยิ่ง...เขาพยายามที่สุดแล้ว

ฉับพลันดวงตาเสี่ยวผานก็มีประกายวาบผ่าน เด็กชายคล้ายคิดเรื่องยินดีออก รีบดึงตัวจินเดินออกมาให้ห่างไกลเล็กน้อยพลางกระซิบเสียงเบา ท่านหมอบอกข้าว่าเลือดของสัตว์วิเศษระดับสูงนั้นเป็นยาชั้นยอด... แต่สัตว์วิเศษระดับสูงนั้นหายากมาก จินเจ้าเป็นสัตว์วิเศษใช่หรือไม่? เจ้าสามารถแปลงกายได้น่าจะระดับสูงพอควรเจ้าพอช่วยเหลือเขาได้ไหม...

จินไม่ลังเลแม้แต่น้อย ข้าไม่ทราบระดับตนเอง แต่จะลองดู

เสี่ยวผานรับคำอย่างยินดี เพื่อไม่ให้ความลับของจินถูกผู้อื่นล่วงรู้ เด็กชายจึงนำขวดยาสมุนไพรออกมา มือที่ถือขวดสั่นเล็กน้อย... เสี่ยวผานไม่กลัวเลือดผู้อื่น เขากลัวแต่เลือดจากคนใกล้ชิด แม้จะผ่านมาได้ซักพักแล้วแต่ภาพบิดามารดาที่ถูกตัดคอยังคงอยู่

เจ้านี่จะเป็นหมอแท้ๆ แต่ใจเสาะเสียจริงจินล้อให้อีกฝ่ายหายเกรงอย่างขบขัน ขวดสั่นเช่นนี้จะไปหยดเลือดให้ตรงปากขวดได้อย่างไร? ดูเหมือนจะได้ผล...ไม่นานเสี่ยวผานก็หยุดสั่น

จิน...เสี่ยวผานเบิกตาค้าง เด็กชายกำลังจะกล่าวกับอีกฝ่ายว่าเจ้าต้องการเข็มทิ่มไหมแต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว จินหยิบมีดที่ได้มากจากกลุ่มนักฆ่าขึ้นมา เขาปาดมันลงบนมืออย่างไม่ลังเล

ต้องมากแค่ไหน...?

มะ...ไม่ต้องเยอะมาก

เนื่องจากความรีบเร่งด่วน จินจึงปาดให้แผลค่อนข้างเปิดลึก เลือดที่ไหลลงจะได้ไม่ช้ามากจนเสียการ... จนกระทั่งเลือดสีแดงข้นใกล้เต็มขวดเสี่ยวผานจึงหยุด เด็กชายปิดปากแผลบนมือให้เขา ก่อนจะยกขวดสมุนไพรเขย่าให้เลือดกับยารวมกัน

เสี่ยวผานลองดมดู เขาพบว่ามันมีกลิ่นเลือดติดอยู่บ้าง แต่ยามนี้มิใช่เวลาที่จะมาหาสมุนไพรกลบกลิ่นแล้ว เด็กชายจึงรีบตรงไปนั่งลงด้านหน้าคนเจ็บ

เจ้าดื่มยานี้ลงไปก่อน กลิ่นมันอาจคล้ายเลือดบ้างเป็นเพราะสมุนไพร แต่มิได้เป็นอันตราย

เสี่ยวผานผู้แสนดีรู้จักโกหกเสียแล้ว...

“…เจ้าบาดเจ็บเสียงอ่อนแรงดังขึ้น เพราะดวงตาสีเทานั่นจ้องมองบาดแผลที่มือ จินจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงตนเอง ดูท่าเสี่ยวผานยามเร่งรีบจะพันแผลดูน่ากลัวกว่าจริงเกินไป

ไม่มากจินตอบสั้นๆ มองเด็กอายุคราวหลานที่อดกลั้นแล้วรู้สึกชื่มชมจิตใจอีกฝ่ายขึ้นมา กินยาเสีย ช้ากว่านี้ข้าจะได้ขนศพเจ้ากลับไปส่งแทนแล้ว

เขารู้สึกว่าการพูดเรื่องศพกับเด็กดูจะไม่ดี แต่ก็นั่นละ...ไม่ทันแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ มือรับขวดยาจากเสี่ยวผานแล้วยกมันขึ้นดื่มหมดภายในทีเดียว จากนั้นเสี่ยวผานก็จัดแจงให้คนเจ็บนอนพัก เปลี่ยนผ้าซับเลือดใหม่ ผู้เป็นหมอเฝ้ารอผลด้วยอาการตื่นเต้นยิ่ง

ถิงถิงดูจะใจชื้นขึ้นแล้ว นางรู้สึกดีขึ้นมากพอได้ยินเสี่ยวผานกล่าวว่ามียาดี นางอายุก็เยอะแล้วกลับเชื่อถือเด็กสองคนนี้ยิ่ง เด็กเช่นนี้อยู่ลำพังแค่สองคนจะเก่งเรื่องเอาชีวิตรอดก็มิแปลก

เจ้าหนีรอดมาได้อย่างไรถิงถิงถามอย่างสนใจ

ป่ามนตราก็คล้ายที่วิ่งเล่นของข้า พวกกลุ่มนักฆ่าไม่ชำนาญ ข้าลวงแสร้งทำเป็นวิ่งหนีไปอีกทางก่อนจะย้อนกลับมา พวกเขาคล้ายเร่งรีบจึงรีบจากไป จินเตรียมคำตอบไว้แล้ว เขาคิดว่ามันดูไร้พิรุธที่สุด

ความจริงแล้วหากวิ่งด้วยร่างคนจริงๆ มีหรือที่เขาจะหนีพ้น? เขากลับร่างเป็นจิ้งจอก ใช้มนต์ลวงตาว่ากลุ่มนักฆ่าล่วงล้ำเข้ามาในเขตป่ามนตราส่วนลึก เนื่องจากมันเป็นเขตที่จิ้งจอกวิ่งเล่นมาทุกซอกทุกมุม รายละเอียดจึงถูกบันทึกในความจำอย่างแม่นยำ ดังนั้นแม้เป็นการลวงตาด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่กลับเหมือนจริงยิ่งจนผู้ถูกลวงตาถึงกับขนลุกซู่รีบร้อนจากไปด้วยความหวาดหวั่น

เด็กทั้งสี่ต่างนั่งอย่างนิ่งเงียบ นอกจากจินแล้วพวกเขาล้วนไม่กล้าส่งเสียง ด้วยกลัวว่าต่อให้นักฆ่าไม่มาก็จะมีสัตว์วิเศษโผล่มาแทน จนกระทั่งมีเสียงเสี่ยวผานลืมตัวเอ่ยอย่างยินดี

ยามันได้ผล! เลือดของเจ้าหยุดไหลแล้ว!” คนเป็นหมอรีบสำรวจบาดแผล เด็กชายเห็นว่าเลือดหยุดไหลแล้วจริงๆ ดูท่าเลือดจากจินคงไปทดแทนเลือดที่เสียไป นอกจากนี้ยังสามารถรักษาได้อย่างน่าทึ่ง

พวกเขารอซักพักจนแน่ใจว่าเลือดจะไม่กลับมาไหลอีก จากนั้นจึงพากันเดินทางต่อ จินนำทางพวกเขาไปด้านหน้าป่ามนตราหลบเลี่ยงบริเวณที่เจ้าถิ่นตื่นยามกลางคืน

จางฮุ่ยเฟิงมองคนที่พยุงตนเองแล้วอดดีใจไม่ได้ น้ำใจ...การช่วยเหลือ... ของเช่นนี้เป็นสิ่งที่เด็กชายเพิ่งได้รับจากคนอื่นถ้าไม่นับถิงถิงแล้ว เด็กสองคนที่เขาพบต่างประหลาดยิ่ง คนหนึ่งอายุน่าจะเท่ากันกลับมียาประหลาดทั้งสมุนไพรหายาก...อีกคนสามารถหนีรอดเงื้อมมือของนักฆ่ามาได้

...นอกจากนี้จางฮุ่ยเฟิงค้นพบว่าตนเองหัวใจเต้นแรงยิ่ง

เด็กหญิงที่ท่าทางทะมัดทะแมงราวกับเด็กชายผู้นี้มีบางอย่างที่มิอาจละสายตาได้ จางฮุ่ยเฟิงไม่ใช่เด็กน้อยที่เป็นประเภทหลอกตนเอง เด็กชายรู้จักตนเองดี...รู้ว่ากำลังหวั่นไหว ดวงตาสีเทาที่อ่านยากเกินวัยจ้องมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า วางหมากคาดการณ์ไปยังอนาคตอันใกล้

เด็กทั้งสี่เดินกันมาได้ซักพัก จินจึงได้ยินเสียงคนร้องตะโกนเรียกชื่อจางฮุ่ยเฟิง ตั้งใจฟังให้แน่ใจดูเหมือนว่าจะเจอคนของตระกูลจางที่ออกตามหาแล้วจริงๆ จึงปล่อยให้ถิงถิงกับจางฮุ่ยเฟิงเดินกันต่อ เขายืนยันอย่างแน่ชัดว่าไม่ประสงค์จะถูกพบเจอตัวด้วย ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน

ทว่าก่อนจะจากไปอีกฝ่ายกับจับชายเสื้อเขาไว้แน่นเสียก่อน

เรื่องนี้ข้าจะต้องตอบแทน ห้ามปฏิเสธ...ในตัวเจ้าพอจะมีสิ่งใดยืนยันตนได้หรือไม่? ยามนี้ข้าไม่ได้พกตราประทับติดตัวมามือของคนเจ็บจับชายเสื้อแน่น...หมายความว่าถ้าอีกฝ่ายไม่บอกก็มิคิดจะปล่อย

จินหนักใจ ถึงแม้จะอยากได้ทรัพย์สิน แต่จางฮุ่ยเฟิงดูแล้วไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างดีนัก เขาไม่รู้ว่าการที่อีกฝ่ายจะตอบแทนนั้นส่งผลกระทบถึงสิ่งใดบ้างหรือเปล่า ถึงกระนั้นพอสบกับดวงตาที่แน่วแน่เขาก็ยอมค้นตัวว่าพกอะไรมาบ้าง

ในย่ามมีแต่ของกิน...ย่ามเสี่ยวผานก็มีแต่ยา

คล้ายสินหวังแล้วแต่มือก็ดันล้วงไปเจอกระดาษในกระเป๋าเสื้อพอดี จินล้วงมันออกมากางจึงเห็นสัญลักษณ์ที่เขาบรรจงวาดไว้อย่างหนึ่ง เสี่ยวผานเห็นก็รีบร้องบอก

จินนี่เป็นดอกไม้ประหลาดที่เจ้าวาดเป็นประจำเลยนี่นา เราใช้สิ่งนี้ก็ได้!” เพื่อไม่ให้เสียเวลาจนคนของตระกูลจางมาเจอตัว จินจึงต้องยื่นรูปวาดให้คนที่รออย่างจำใจ

เป็นดอกไม้ประหลาดที่งดงามมาก!” ถิงถิงเห็นก็อุทาน นี่คือดอกไม้อะไรหรือ...?

จิ้งจอกถึงกับพูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ ผู้วาดรู้สึกตนเองกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ด้วยไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เสียงของคนตระกูลจางก็ใกล้เข้ามาแล้วเพิ่มอีก

นั่นมันคือโลโก้ของบริษัท ไทยแอร์เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังไงเล่า... เรื่องเช่นนี้จะให้อธิบายว่าอย่างไร?

จินเคยเป็นนักบินพาณิชย์ให้สายการบินนี้ ดังนั้นยามว่างคิด ปัญหาไม่ออกเขาจึงวาดมันเล่นออกมา สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ตอบเนื่องจากคนของตระกูลจางใกล้มากเกินควรแล้ว

เราต้องไปแล้วกระตุกชายเสื้อกลับมา จากนั้นเขาก็รีบร้อนดึงเสี่ยวผานจากไป

จางฮุ่ยเฟิงมองตามหลัง ดวงตาสีเทาสงบนิ่งแต่เอ่ยคำพูดอย่างแน่วแน่ ข้าจะมารับ...ยามนี้ยังไม่สามารถตอบแทนได้ เมื่อไหร่ที่ข้าเข้มแข็งข้าจะมารับแน่แม่นางน้อย ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติของมารดา

จิ้งจอกได้ยิน...ถึงแม้จะจากมาได้ซักระยะแล้ว การหูดีเกินไปก็ลำบากเช่นนี้ในบางครั้ง เขากับเสี่ยวผานพากันเดินกลับบ้าน ฟังเด็กชายเดาสถานะจางฮุ่ยเฟิงอย่างตื่นเต้น เสี่ยวผานอธิบายเรื่องความยิ่งใหญ่ของตระกูลจางให้ฟัง สายตาแวววับราวกับชื่นชมวีรบุรุษ

จินกับเสี่ยวผานยืนซุ่มอยู่ใกล้บริเวณบ้านซักพัก

พวกนั้นจะกลับมาตามฆ่าเราไหม? เสี่ยวผานเอ่ยอย่างกังวล

หากมาก็คงมาดักรอแล้ว ยามนี้หากไม่มาก็คือไม่มา พวกเขาเป็นนักฆ่ามืออาชีพเมื่อคาดคิดว่าฆ่าไปก็ไม่ได้ประโยชน์จึงไม่ทำ...และการฆ่าเราก็ไม่มีประโยชน์อันใด จางฮุ่ยเฟิงจากไปไกลแล้ว

พวกเขาจะไม่อยากแก้แค้นหรือ...? เราช่วยจางฮุ่ยเฟิงเช่นนั้นจินเดินนำอีกฝ่ายออกมา เสี่ยวผานยังเดินขึ้นบ้านอย่างกล้าๆกลัวๆ

ไม่ เพราะนักฆ่ามีแค่ฆ่าหรือไม่ฆ่า การแก้แค้นเป็นเรื่องของการตีกันด้วยความรู้สึกจิ้งจอกว่าจากประสบการณ์การเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของตนเอง จินเองก็เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ดังนั้นเขาจึงเข้าใจดี

เสี่ยวผานเชื่อถือน้องชายคนนี้มาก ดังนั้นเด็กชายจึงวางใจ เนื่องจากการหลบหนีทั้งคืนจึงทำให้เหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง ใจจึงเผลอผลัดวันประกันพรุ่ง คิดว่าตนเองค่อยทำความสะอาดวันพรุ่งนี้แทน

เสี่ยวผานหลับไปแล้ว... จินกลับร่างมาเป็นจิ้งจอกสีดำ เขาก้มเลียแผลที่ขาหน้าอย่างเผลอไผล ปล่อยให้รสเลือดซึมเข้าลิ้นซักพักจึงค่อยรู้ตัว

พฤติกรรมเช่นนี้ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นจิ้งจอกจริงๆเสียแล้ว

แต่การเป็นเช่นนี้ก็มิได้เลวร้ายอะไร จิ้งจอกสีดำคาบผ้าเล็กๆไปวางหน้าบ้านแล้วล้มตัวลงนอน เพื่อที่หูจะได้ยินสิ่งใดไกลกว่าเดิม ถึงแม้จะบอกเสี่ยวผานไปเช่นนั้น แต่จินก็ยังไม่วางใจ เขาวางใจเพียงหูจิ้งจอกของตนเองที่พอได้ยินเสียงดังก็จะตื่นขึ้นมา

ขยับท่าจนได้ที่แล้วจิ้งจอกก็ปิดตาลง คราแรกที่ได้ยินเขารีบร้อน...ยามนี้หวนนึกถึงคำพูดของจางฮุ่ยเฟิงกลับรู้สึกสะดุดกับอะไรบางคำขึ้นมา

เด็กนั่นบังอาจเรียกเขาว่าแม่นางน้อย...?

ทว่ายามกลางคืนเช่นนี้ อีกทั้งยังเหนื่อยล้า เขาไม่สามารถฝืนความรู้สึกง่วงนอนได้ เนื่องจากเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ก่อนจะหลับไปจินจึงคิดย้ำกันลืมคาดการณ์อยู่ในใจ...

หากพบหน้าจางฮุ่ยเฟิงอีกที ตนเองจะข่วนเด็กที่อดทนเช่นนั้นจนอีกฝ่ายต้องหลุดร้องออกมาแน่นอน




#TALK with แพนด้าร้องเท้า

          กล่าวสวัสดียามค่ำคืนค่ะ... และแล้วก็มีโอกาสลงอีกตอนจนได้ ตอนนี้ได้แต่บอกว่าจินเป็นคนใจร้ายจริงๆค่ะ แต่เพราะชิ้นส่วนในตัวเขาหล่อหลอมให้เขาเป็นคนเช่นนี้ เห็นเจ้าจิ้งจอกแสบแบบนี้อยากจะบอกว่าพ่อพระเอกของเราก็ไม่ใช่เล่นๆนะคะ ไม่งั้นจะจัดการจิ้งจอกได้ยังไงจริงไหม...?

          ดูผู้อ่านหลายคนจะคิดถึงจิ้งจอกเงินเหลือเกิน แถมยังกดดันให้หาคู่ให้เสี่ยวผานอีกต่างหาก(เสียงเสี่ยวผานดังขึ้นมาว่าให้ข้ามีลูกไว้สืบสกุลเถอะ) นอกจากนี้เอาเป็นว่าหากสงสัยตรงไหนให้ย้อนกลับไปอ่านนะคะ หรือจะอยากคาดเดาเล่นๆก็ไม่ว่ากัน บางทีเราก็แอบอมยิ้มเมื่อเห็นว่ามีคนเดาถูก(แต่ไม่บอกหรอก อิvอิ)


          ส่วนเรื่องในอนาคตหรืออื่นๆ หนังสือเรื่องนี้จะค่อยๆกระซิบบอกผู้อ่านเองค่ะ

          ขอให้มีความสุขกับบทที่8นี้นะคะ พบกันตอนหน้า<3 

เพิ่มเติม - โลโก้การบินไทยที่จินวาดค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 602 ครั้ง

116 ความคิดเห็น

  1. #8228 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 21:19
    กลายเป็นแม่นางสะละ&#8203; เตอตัวพระเอกแล้ว&#161;
    #8228
    0
  2. #8199 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 00:24
    แม่นางดุร้ายนัก 5555
    #8199
    0
  3. #8188 OhNamfon (@namfon-exol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:42
    โอ๊ยย ชอบบ
    #8188
    0
  4. #8169 MuuKaew (@MuuKaew) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 17:02
    แม่นางเมื่อไหร่จะโต...^_^
    #8169
    0
  5. #8124 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 11:50
    รอน้องโต
    #8124
    0
  6. #8050 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:14

    แม่นางน้อย 55555 ไทยแอร์เวย์ดังแล้วทีนี้ ดังไกลมาถึงนี่เลย 5555555

    #8050
    0
  7. #7913 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:25
    แม่นางน้อยไปอี๊กกกกกกก จิ้งจอกเซเลบของฉันต้องโมโหมั่กๆแน่เลยจ้าาา 55555
    #7913
    0
  8. #7856 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 16:11
    เริ่มเห็นความยุ่งเหยิง 5555 เมื่อไหร่จะโตหนอออ
    #7856
    0
  9. #7832 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 10:52

    แม่นางน้อย หัดเกี้ยวแค่เด็กเลยโว้ยย555
    #7832
    0
  10. #7783 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 00:50
    ขำดอกไม้ประหลาดกับแม่นางน้อยแรงมาก 55555
    #7783
    0
  11. #7722 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:59
    แม่นางน้อย5555555555
    #7722
    0
  12. #7690 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 04:18
    ขำดอกไม้ยืนยันตัวตนข่าาา
    #7690
    0
  13. #7676 Achila (@Achila) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 13:31

    ทำไมขำโลโก้อ่ะ5555

    #7676
    0
  14. #7627 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 18:34
    แม่น้องน้อย น่ารักเหลือเกิน เห่งที่สุดเลยคับลูก ขอหอมหัวทีค้าบบบ เก่งจังเลยคนอะไรอ่า
    #7627
    0
  15. #7590 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 00:32

    งุ้ยยยยยยย

    #7590
    0
  16. #7575 pplismluvx2hh (@ppCYJ717) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 21:39
    แม่นางน้อย 5555555
    #7575
    0
  17. #7562 fumio101 (@fumio101) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 14:54
    โอ้ยยยยยย พ่อพระเอกน้อยหอยสังข์ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย 5555555555555
    #7562
    0
  18. #7530 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 04:07
    ขำดอกไม้ประหลาดฮืออออออโลโห้การบินไทย55555555
    #7530
    0
  19. #7513 chompoo--- (@chompoo---) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 18:06
    ไรท์สู้ๆ
    #7513
    0
  20. #7481 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 17:16
    ตลกดอกไม้การบินไทย รักจินเท่าฟ้าไรงี้รึ5555555
    #7481
    0
  21. #7456 madmee d.f. (@madmeefortale) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 17:50
    พออ่านเจอที่มาดอกไม้ประหลาดหลุดขำเลย 5555555 อ่านมาหลายตอนแล้วยังไม่แน่ใจว่าพระเอกคือใคร 555555
    #7456
    0
  22. #7367 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:37
    ฮือออ ไทยแอร์เวย์กลายเป้นสิ่งสำคัญซะแล้วว
    #7367
    0
  23. #7355 nareeee (@nareeee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:07
    สนุกมากเลย
    #7355
    0
  24. #7229 YorcHub (@YorcHub) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 12:03
    ข่วนให้หลุดเสียงร้อง ออกแนว sm อืมเตรียมเลือดสำรอง
    #7229
    0
  25. #7218 ชื่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 10:58
    ใบเสมา ของการบินไทย
    #7218
    0