(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 26 : TITAN 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    8 ก.ค. 57


TITAN 19

****


เจ้า

คือสิ่งเดียวที่ข้าหวงแหน


-ฟารุค เทียร์ เอลมัลนาร์ด -


****


                แสงอาทิตย์ฉานชัดสว่างไสวเหนือม่านฟ้า ราวกับค่ำคืนอันยาวนานเป็นเพียงฝันร้าย เซย์นั่งเงียบอยู่บนเตียง จ้องมองรัชทายาทแห่งเอลมัลและชาวทไวซ์พูดคุยปรึกษากัน

                “อลันจะไปกับข้า ไม่ต้องเป็นห่วง” ถึงเรซิสจะพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาสบายใจขึ้นเท่าไรนัก หลังองค์ชายยักษ์แดงและชาวทไวซ์ออกไปยังห้องโถงตามกำหนดนัดหมายเจรจาจึงเหลือเพียงทหารหน้าบากที่ทำหน้าที่อารักขา ภายในห้องเงียบเชียบ ยิ่งเห็นบาร์ซีคนั่งจ้องเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดยิ่งพาลให้ว้าวุ่นใจเข้าไปใหญ่

                “มีอะไรก็พูดมาเถอะ” เมื่อได้รับอนุญาตอีกฝ่ายจึงเอ่ยถามอย่างไม่เกรงใจ

                “เจ้าเป็นอะไรกันแน่ จะบอกว่าบาดเจ็บจากการต่อสู้ข้าก็เห็นแค่เพียงรอยถลอก” ร่างใหญ่เกาศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสั้นสีน้ำตาลแดงสั้นไม่เป็นทรง “หรือจะบอกว่าใช้พลังอธิษฐาน ข้าก็ไม่เห็นเจ้าจะอ่อนแรงสักนิด” คนฟังขมวดคิ้ว

                “ก็ถึงได้บอกว่าไม่เป็นอะไรไง ทีนี้ให้ฉันไปหาฟารุคกับลาร์คได้หรือยัง” บาร์ซีคถอนหายใจเฮือก เอามือก่ายหน้าผากอย่างเหลืออด “ดูท่าองค์ชายกับเจ้าทไวซ์นั่นจะประคบประหงมเจ้าเกินไปแล้ว” ไม่ว่าเปล่ามือใหญ่ยังยกลูบรอยแผลเป็นที่พาดบนซีกหน้าด้วยความเคยชิน สำหรับชาวยักษ์ด้วยกันแล้วบาร์ซีคนับว่าเป็นคนตัวใหญ่และเพราะมีพละกำลังมหาศาลจึงได้เป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่ติดตามฟารุคอย่างใกล้ชิด

                “นายท่านต้องไม่ชอบใจแน่ถ้ารู้ว่าเจ้าขลุกอยู่กับองค์ชายทั้งวัน” เซย์ถลึงตา “ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฟารุคตรงไหน และถ้าให้เลือกได้...”

                ...เขาอยากอยู่กับฟารุคมากกว่า...

                เด็กหนุ่มกลืนคำพูดที่เหลือลงคอแทบไม่ทัน สองแก้มพลันร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มกริ่ม บ้าเอ๊ย! พอกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง ชอบหลอกให้เขาทำตัวประหลาดอยู่เรื่อย เซย์ส่งเสียงงึมงำในลำคอก่อนจะนึกขึ้นมาได้

                “ตอนนี้เรวารี่คุ้มกันฟารุคอยู่ แล้วลาร์คล่ะ” ยิ่งเจ็บหนักแบบนั้นย่อมปกป้องตัวเองไม่ได้แน่

                “องค์ชายไคซาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ห้องที่ลาร์ครักษาตัว ดูเหมือนเมื่อคืนเขาจะดูแลลาร์คด้วยตนเอง” บาร์ซีคหน้าขรึม

                สุดท้ายกลับเป็นไคซาที่ไม่ยอมปล่อยมือคู่นั้นไป

                “เช้านี้ก็ยังไม่มีข่าวของลาร์ค ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเขายังปลอดภัยดี” บาร์ซีคถอนหายใจหนักๆ “เมื่อแปดปีก่อนลาร์คซ่อนตัวเป็นสายลับอยู่ที่นี่และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางยาพิษลอบสังหารองค์ชายไคซา เขาที่ถูกจับได้ว่าเป็นยักษ์แดงไม่มีทางปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ลาร์คไม่ใช่คนโง่ เขาหนีกลับเอลมัลไปได้ในสภาพไม่สู้ดีนัก ถึงอย่างนั้นพวกยักษ์ฟ้ากลับเงียบหาย บาแซนไดซ์ไม่ทำศึก ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เรื่องราวล่วงเลยมาถึงแปดปี ดีไม่ดี...อาจเป็นองค์ชายไคซาเองที่สั่งปิดเรื่องนี้เอาไว้...”
                คนพูดไหวไหล่ “บางทีนี่อาจเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา นี่เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของข้าเท่านั้น ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้”

                “แต่เอลมัลไม่เกี่ยวของกับการวางยาพิษลอบสังหารใช่ไหม?” ทหารหน้าบากผงกศีรษะ “เราไม่เคยใช้วิธีสกปรกเช่นนั้นอยู่แล้ว” เขายังคงครุ่นคิดเรื่องที่บาร์ซีคเล่าขณะรอผลการเจรจาอยู่ในห้องหิน จนกระทั่งดวงตะวันสาดแสงยามเที่ยงเรซิสและอลันจึงกลับเข้ามา เด็กหนุ่มแทบจะกระโดดโผเข้าหาอีกฝ่ายทันทีแต่เมื่อเห็นดวงหน้าหมดจดเครียดขึงผิดวิสัยก็อดใจเสียไม่ได้

                “การเจรจาเรียบร้อยไหม?” แม้เรซิสจะพยักหน้ารับแต่สีหน้าก็ไม่สู้ดีนัก

                “จะว่าเรียบร้อยก็ยังไม่ถูกนัก ไคซายอมตกลงที่จะปล่อยคณะเดินทางของเราและยังยินดีให้ความช่วยเหลือในการเดินทางไปดาร์คเนสผ่านเส้นทางของบาแซนไดซ์” เซย์ยิ้มกว้างทันที แบบนี้จะว่าไม่ดีได้ยังไงอีก

                “ไอ้บัดซบตลบแตลงนั่น” อลันเสียงเขียว “ยังไงมันก็หวังผลประโยชน์”

                “เงื่อนไขมีอยู่ว่าเราจะต้องจัดส่งศิลาพลังงานจากดาร์คเนสให้บาแซนไดซ์ส่วนหนึ่งและเปิดเส้นทางการค้าระหว่างบาแซนไดซ์กับเอลมัลภายในสองปี ข้าเกรงว่าจุดนี้จะยังเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยของอาณาจักร เอลมัลกับบาแซนไดซ์ไม่ได้ทำการค้าร่วมกันมานานแล้ว ยิ่งในตอนนี้มีสงครามที่ชายแดนทิศเหนือ ไม่ว่าอย่างไรบาแซนไดซ์ก็คือศัตรู” เสียงทุ้มเว้นวรรค “แม้เขาจะยืนยันว่ายักษ์ฟ้าไม่เกี่ยวข้องกับศิลาคำสาปสิบสองราตรี”

                “แต่ศิลาที่ทำให้นายถูกคำสาปเป็นของขวัญมาจากบาแซนไดซ์ไม่ใช่หรือ” เรซิสพยักหน้ารับ

                “นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เรารู้ แต่ในเมื่อองค์ชายไคซายืนยันเช่นนั้นข้าจึงขอให้เขาช่วยสืบต้นตอที่มาของศิลานั่นเพื่อยืนยัน หากศิลาต้องสาปนั่นไม่ได้เป็นฝีมือของบาแซนไดซ์จริง...”

                 “แปลว่ามีใครบางคนต้องการให้เอลมัลและบาแซนไดซ์ทำสงคราม” อลันพูดแทรกขึ้น นัยน์ตาขุ่นมัวเครียดขึงผิดวิสัย “ถึงอย่างไรไคซาก็เป็นองค์ชาย ยิ่งกว่านั้นอำนาจเงินทั้งยังแทบอยู่ในมือเขาทั้งหมดด้วยการครอบครองสัมปทานเหมืองแร่ ข้าคิดว่าเขาจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเราในอนาคต”

                “ยังไงไอ้องค์ชายทุเรศนั่นก็เป็นคนสกปรกอยู่ดี” เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับอลันทันที ตาลุงพูดถูกที่สุด สำหรับเขาไคซาได้ลงบันทึกเป็นไอ้โรคจิตหมายเลขหนึ่งที่ควรอยู่ให้ห่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                “นอกจากศิลาพลังงานจากดาร์คเนส องค์ชายไคซาได้ต่อรองอะไรอีกหรือไม่?” บาร์ซีคถามขึ้น “ข้าคิดว่าเขาคงไม่เรียกร้องเพียงเท่านี้” สิ้นคำถามนั้นองค์ชายแห่งเอลมัลแสดงสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด

                “ตัวประกัน” อลันกล่าวเสียงลอดไรฟัน

                “เขาต้องการให้ ลาร์ค ลาซาเลียส ดำรงตำแหน่งราชฑูตแห่งเอลมัลประจำบาแซนไดซ์”



****

                ดวงจันทร์ลอยสูงเหนือม่านฟ้า

                เมื่อการเจรจาสำเร็จลุล่วงย่อมหมายถึงสัมพันธภาพที่ดีขึ้น ทหารชาวยักษ์ฟ้าไม่ได้เฝ้าพวกเขาเข้มงวดอีก แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเจอหน้าก็ยังปั้นปึงใส่ชาวยักษ์แดงที่บุกรุกเข้ามาอยู่ในเขตคฤหาสน์ ตลอดช่วยบ่ายเขานั่งฟังคนอื่นๆปรึกษากัน รู้เพียงว่าข้อเสนอของไคซานั้นแม้แต่เรซิสเองก็ไม่ได้สามารถตัดสินใจได้โดยพลการสุดท้ายจึงต้องยืดเวลาในการเจรจาออกไป

                โดยเฉพาะเรื่องของลาร์ค หากเจ้าตัวไม่ยินยอมก็ไม่อาจยอมรับข้อตกลงนี้ได้อยู่ดี

                นับตั้งแต่เมื่อคืนเขายังไม่ได้พบฟารุค ได้ยินบาร์ซีคพูดว่านายท่านของพวกเขาต้องการพักผ่อน เพียงแค่รู้ว่าอีกฝ่ายยังปลอดภัยความกังวลก็ถูกบั่นทอนไปมากแล้ว เซย์ยืนอยู่ริมระเบียง ฟังเสียงลมหวีดหวิวเหมือนเสียงกรีดร้อง ถึงจะบอกกับบาร์ซีคว่าไม่เป็นอะไร แต่ความจริงในใจย่อมรู้ดีว่าคนที่ท่าทางจะเป็นอันตรายที่สุด...อาจเป็นตัวเขาเอง...

                “คืนนี้นายพักไม่ดีกว่าหรือไง เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ” อลันหาวหวอด ท้าวแขนกับระเบียงหิน เมื่อเห็นคนฟังส่ายหน้าจึงเกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่

                “ระหว่างที่อยู่ที่นี่ นายไม่เป็นไรใช่ไหม” เขาหันมองอลันและพบว่าอีกฝ่ายจ้องมองอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน ดวงตาสีฟ้าเข้มเป็นประกายจริงจังอย่างที่น้อยครั้งจะได้เห็น “นาย...” ชาวทไวซ์ขบริมฝีปากเบาๆ “แปลกไปหรือเปล่า”

                “แปลก? หมายถึงอะไร” นัยน์ตาสีเงินสะอาดใสจนชาวทไวซ์ไม่อยากนึกว่าก่อนหน้านี้ ขณะที่คฤหาสน์ตกอยู่ในเปลวเพลิง...แววตาคู่นี้มีลักษณะเช่นไร อลันหลุบตาลงต่ำ

                 “ก็หมายถึงโดยรวม สบายดีอะไรทำนองนั้น” เซย์ยกมุมปากขึ้นวาดรอยยิ้มจาง “อย่าห่วงเลยน่าตาลุง เห็นแบบนี้แต่ฉันดูแลตัวเองได้หรอก”

                “นั่นสินะ เฮ้อ...เผลอแปบเดียวก็โตขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย แบบนี้อีกหน่อยคงแต่งงานออกเรือนไปทิ้งให้ฉันช้ำใจตาย” คนฟังตีหน้ายุ่งทันที  “..ยะ..ยังหรอกน่า! ฉันยังไม่เจอสาวที่ถูกใจเลย!” คนฟังยิ้มกริ่ม แล้วไอ้ท่าทางร้อนรนแบบนี้มันอะไรกันล่ะ

                “กลัวแต่จะไม่ได้ลูกสะใภ้ แต่ดันได้ลูกเขยแทนน่ะสิ” ชาวทไวซ์หัวเราะดังเมื่อเห็นยักษ์เงินหน้าแดงวาบ เขากับเซย์เถียงกันอีกหลายประโยคจนในที่สุดก็อดใจไม่ไหวต้องคว้าเจ้าเด็กดื้อมาล็อคคอไว้พร้อมกับขยี้ผมสีเงินนั่นจนยุ่งเหยิงไปหมด เมื่อเห็นเพียงแผ่นหลังของคนตรงหน้า ความรู้สึกหนึ่งก็หวนระลึกเข้ามา

                ...คล้ายเหลือเกิน...

                “มันจักจี้นะไอ้ลุงบ้า!” เซย์บ่นอุบเมื่อรู้สึกถึงสันจมูกที่กดแนบเรือนผม เมื่อหันกลับจึงสบเข้ากับแววตาแปลกประหลาดของอลัน “เซย์...อดทนให้มากนะ หากบาแซนไดซ์เปิดทางให้อีกไม่นานพวกเราก็จะไปถึงดาร์คเนส หลังจากนั้นทุกอย่างจะจบสิ้นลงเสียที” ดูเหมือนอลันยังไม่ละความพยายามเรื่องที่จะพาเขากลับไปยังโลกมนุษย์

                “นายต้องคุมสติให้ดี ไม่ว่ายังไงก็ห้ามใช้พลังอธิษฐานอีก” ถ้อยคำแน่นย้ำพร้อมแรงบีบเบาๆที่หัวไหล่ ไม่รู้ทำไมตาลุงถึงได้จริงจังนัก เซย์พยักหน้ารับ เมื่อพูดถึงเรื่องพลังอธิษฐานก็พลันนึกบางอย่างได้ขึ้นมา

                เรื่องที่ร่างกายของเขาทำสิ่งอื่นในยามหลับ และเรื่องที่เกิดขึ้นกับจามิล...

                “อลัน ฉัน...”

                “พวกเจ้าอยู่นี่เอง เมื่อครู่นี้เรวารี่ให้คนมาแจ้งว่านายท่านได้สติแล้ว” บาร์ซีคที่เดินเลี้ยวพ้นมุมทางเดินพูดดัง เซย์เบิกตากว้าง ลืมเรื่องที่จะพูดกับอลันไปจนหมด

                “แปลว่าไปหาฟารุคได้แล้วน่ะสิ!” บาร์ซีคพยักหน้ารับเมื่อเห็นท่าทางลิงโลดของยักษ์เงิน เซย์วิ่งนำไปด้านหน้าทันทีแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักแล้ววิ่งกลับมาทางเดิมอีกครั้ง “แล้วห้องที่ฟารุคพักอยู่ไหนล่ะ!?” ทหารร่างใหญ่หัวเราะขำ อลันส่ายหน้าอมยิ้มให้กับภาพที่เห็นนั้นพลางนึกขอโทษเซซาเรย์และเอลเม่อยู่ในใจที่เลี้ยงลูกของทั้งคู่ให้โตมาเพี้ยนแบบนี้

                ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่เมื่อไหร่กัน...ที่เซย์รู้จักห่วงผู้อื่นจากใจเช่นนี้

                ลมราตรียังพัดหวีดหวิว สองคนนั่นเดินนำไปไกลจนเขาตัดสินใจหันหลังกลับ ไม่มีประโยชน์ที่จะไปเยี่ยมยักษ์ดำในคืนนี้เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าคนที่หัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลต้องการพบคือใคร อลันพรูลมหายใจ

                หวังว่าสิ่งที่เขาและเซซาเรย์พยายามจะไม่สูญเปล่า...

                ...ขอให้คนคนนั้นอย่าได้ตื่นขึ้นมา จนกว่าเขาจะสามารถพาเซย์ไปจากไททันได้เลย...

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                “พอได้แล้วเด็กโง่ เจ้ากำลังรบกวนนายท่านอยู่นะ” เสียงดุของเรวารี่ดังขึ้นเป็นรอบที่สาม เมื่อคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงนั้นแสนจุ้นจ้าน เซย์ซักไซ้พูดมาก ถามแต่เรื่องระหว่างการเดินทางมายังซานเดียไม่หยุด

                “ถ้าเจ้าอยากรู้เรื่องพวกนี้ไปคุยกับบาร์ซีคไม่ดีกว่าหรือไง นายท่านต้องการพักผ่อน”

                “เจ้าจะโยนตัวปัญหามาให้ข้าไม่ได้หรอกนะ เรวารี่” เซย์ขมวดคิ้ว นี่บาร์ซีคว่าเขาเป็นตัวปัญหางั้นหรอ!

                “ก็ฉันอยากคุยกับฟารุคนี่” คนถูกรบกวนยิ้มจาง ฟารุคที่บัดนี้ชันตัวนั่งพิงพนักเตียงเอ่ยสั่งให้เรวารี่ไปพักผ่อนบ้าง

                “ข้าไม่เป็นไรแล้ว รอยแผลนี่แค่ถากๆเท่านั้น อีกอย่าง...” ยักษ์ดำเหลือบตามองคนข้างเตียง “คืนนี้เซย์จะอยู่ดูแลข้า” หา? เขาไปพูดแบบนั้นตอนไหนกัน เซย์แยกเขี้ยวใส่อีกฝ่ายที่ยังทำหน้านิ่งเฉยไม่รู้ไม่ชี้ ไม่นานนักเรวารี่กับบาร์ซีคก็ออกจากห้องไป ทิ้งเขาไว้กับฟารุคและเงาสะท้อนของดวงจันทร์

                “เหตุใดจึงเงียบไปเล่า” ร่างกำยำเฉกเช่นบุรุษเพศมีเพียงผ้าพันแผลพันทับแผ่นอกสีแทน ดวงตาคมมองจ้องเขาราวกับจะตรึงไว้ ความเงียบแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในฉับพลัน ทั้งที่เมื่อครู่เขายังชวนคุยเสียงดังและทำท่าร่าเริงจนเรวารี่เหนื่อยใจ

                ...แต่ความจริงแล้วไม่ใช่...

                “...ฟารุค...” ราวกับจะรับรู้อยู่ก่อนแล้ว ยักษ์ดำขยับกายดึงคนข้างเตียงเข้ามาใกล้ ฝ่ามือใหญ่สอดเข้าใต้เรือนผมไล้ลูบท้ายทอยบาง  “ดูหน้าเจ้าก็รู้ว่าต้องคิดเรื่องโง่ๆอยู่เป็นแน่” ริมฝีปากหนาแนบจูบหน้าผากมน เซย์หลุบตาลงต่ำ ลูบสัมผัสผ้าพันแผลที่พาดเฉียงแผ่นอกหนาอย่างเบามือ

                แผลนี่เป็นเพราะเขา

                หากในตอนนั้นเขาไม่ร้องเรียกชื่อฟารุคออกไป ยักษ์ดำคงไม่พลาดท่าถูกไคซาทำร้ายเช่นนี้ เมื่อเห็นเซย์นิ่งเงียบ ฟารุคจึงประคองยักษ์เงินให้ซบหน้าลงบนไหล่ตน มือข้างหนึ่งไล้ลูบเรือนผมสีเงินยวง ดวงตาคมจับจ้องคนในอ้อมแขนไม่วางตา

                “อย่าหายไปจากข้าอีก...เซย์...” เมื่อเงยหน้าขึ้นประกายตาสีดำสนิทนั้นก็อยู่ใกล้เกินไป ฟารุคจุมพิตบนสันจมูกโด่งรั้น “อย่าได้อยู่ไกลจากสายตาข้า จงอยู่ในที่ที่ข้ามองเห็น” ความร้อนรนในใจท่วมท้นเมื่อรู้ว่าคนสำคัญถูกลักพาความรู้สึกเช่นนั้นเด่นชัดจนรู้ดีว่าไม่อาจปล่อยมือคู่นี้ได้อีก

                ฟารุคพรูลมหายใจใกล้ลำคอขาว “เจ้าทำให้ข้ามีจุดอ่อน รู้ตัวหรือไม่” เซย์ยู่คอหดแต่แล้วกลับต้องเงยแหงนเมื่อจู่ๆฟารุคก็จับใบหน้าเขาเชิดขึ้น ยักษ์ดำขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาฉับพลัน

                “...รอยจูบ...” สายตาดุดันจับจ้องที่ลำคอขาว ฟารุคกัดฟันกรอด

                “ไคซา!” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวหนืด เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน! ถ้าจะโกรธก็ไปโกรธไอ้คนทุเรศไคซานู่นสิ มาจ้องเขาแบบนี้ทำไมกัน

                “มันกล้าแตะต้องเจ้าหรือสมควรตายยิ่งนัก!

                “จะ...ใจเย็นก่อนสิ หมอนั่น...อื้อ อ” ไม่ทันได้พูดให้จบดีริมฝีปากก็ถูกแนบปิด สัมผัสร้อนผ่าวบดเบียดแนบชิดไม่เหลือที่ว่าง ปลายลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวสร้างความวาบหวามจนแทบไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่เคยนั่งพิงหัวเตียงจับร่างเขาพลิกล้มลงนอนตั้งแต่เมื่อไหร่ เผลอครู่เดียวก็เป็นฝ่ายถูกทาบทับ แขนแกร่งทั้งสองประกบรั้งราวกับกรงขัง

                เมื่อฟารุคถอนจุมพิตเขาจึงหอบหายใจสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ เมื่อลืมตาขึ้นมองกลับเห็นประกายตาวาววับของร่างด้านบน เซย์ขนลุกซู่ทันที

                ...สถานการณ์ฉุกเฉิน...

                “นะ...นายจะทำอะไร” เซย์ปิดปากแทบไม่ทันเมื่อห้วงเสียงที่หลุดออกมาฟังดูประหลาดขึ้นทุกที มือใหญ่ไล้เลื้อยเข้าใต้ชายเสื้อสัมผัสผิวเนื้ออย่างเอาแต่ใจ

                “มันสัมผัสเจ้าที่ใดบ้าง” เสียงขุ่นโน้มกระซิบ ฟารุคกัดเข้าที่ลำคอจนเขาสะดุ้ง ริมฝีปากนั้นเฝ้าจูบขบเม้ม...ซ้ำรอยที่ไคซาทำไว้ ราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงหาย เขามือไม้อ่อนเปลี้ยไปหมด เสียงที่ขาดเป็นห้วงๆพยายามตั้งสติ ขืนบอกว่าแทบทั้งตัว มีหวังว่าไม่เขาก็ไคซาคงได้ถูกฆ่าตายแน่ๆ

                เมื่อไม่ได้ยินคำตอบยักษ์ดำจึงรุกหนักขึ้น ฝ่ามือใหญ่สะกิดผ่านยอดอกแผ่วเบาจนคนในอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก เซย์ดันไหล่อีกฝ่ายออกแต่เมื่อเห็นผ้าพันแผลบนแผ่นอกกว้างจึงไม่กล้าออกแรงมากนัก

                “ฟ…ฟารุค”

                “ข้าให้โอกาสเจ้าพูดอีกครั้ง” เสียงเข้มกระซิบชิด ทันทีที่ริมฝีปากนั้นขบเม้มใบหูเขาก็หลุดอุทานเสียงประหลาด ในหัวมึนตื้อ เขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว

                “บะ...แบทแมนช่วยด้วย!

                ได้ผล...คราวนี้คนที่คร่อมอยู่ด้านบนผละห่างทันที ฟารุคชักสีหน้าไม่พอใจ คิ้วหนาแทบจะรวมกันเป็นเส้นเดียว

                “ยังจะกล้าเรียกชื่อชายอื่นอีกหรือ!

                บัดซบ! บัดซบของบัดซบ! ไอ้ยักษ์บ้านี่ไม่รู้จักยอดมนุษย์แล้วจะมาโทษเขาได้ยังไงกันเล่า เซย์สะดุ้งเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกสัมผัสนอกเนื้อผ้า เขาถลึงตาใส่อีกฝ่ายก่อนจะหลุดครางเสียงต่ำเมื่อมือใหญ่นั้นขยับเร้าอย่างไม่เกรงใจ กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรกางเกงที่สวมใส่ก็เลื่อนหล่นจากสะโพกเสียแล้ว

                ทั้งที่ลมราตรีพัดเอื่อยเย็นแต่บนเตียงหลังใหญ่กลับร้อนระอุ เซย์หายใจหอบ อยากกัดริมฝีปากตัวเองให้ขาดเมื่อได้ยินเสียงครางผะแผ่วยามอีกฝ่ายขยับไหว ฟารุคมองใบหน้าแดงจัดที่ซุกแนบหมอนนุ่ม มือข้างหนึ่งลูบไล้แผ่นอกได้รูปหยอกเย้ายอดอกแข็งตึง ยักษ์ดำโน้มตัวลงจุมพิตข้างแก้ม...จมูก...ริมฝีปาก สัมผัสอ่อยอิ่งก่อนกระซิบถาม

                “มันสัมผัสเจ้าแบบนี้หรือไม่” คนฟังสะบัดหน้าหนี ยิ่งถูกมือนั้นรูดรั้งบีบคลึงมากเท่าไหร่สติก็เหมือนจะล่องลอยไปไกลเท่านั้น เซย์ผวาเฮือก สองมือจับรั้งไหล่หนาอย่างหาที่ยึดเหนี่ยว ใบหน้าคมสันแนบชิด ละจากดวงหน้าได้รูปริมฝีปากก็จูบสัมผัสกระดูกเขาสีเงินยวง ยักษ์เงินสะท้านไปทั้งกายเมื่อปลายลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียกระดูกเขาไวสัมผัสเขาก็ไม่อาจสะกดกลั้นเสียงน่าอายได้อีกต่อไป

                “..ม...ไม่..” ไม่รู้ว่าเสียงเครือนั่นคือคำตอบของคำถามหรือเป็นการปฏิเสธ ฟารุคชะงักมือ โน้มหน้าจุมพิตใบหูกลมนิ่ม เส้นผมสีดำพันระแผ่นอกขาวที่เสื้อเนื้อนุ่มถูกถลกขึ้นไปถึงไหนต่อไหน
                “ไม่
?” เสียงทุ้มพร่าที่แนบกระซิบยิ่งเร้าความปรารถนาให้พุ่งสูงขึ้น เซย์บิดกายด้วยความทรมาน ดวงตาเชื่อมปรอยมองคนด้านบนที่หยุดนิ่งไปกลางคัน

                “เอ่ยนามข้า ชื่อกลางของข้า...พูดว่าเจ้าเป็นของใคร” ทั้งที่พยายามเม้มปากแน่นแต่ห้วงเสียงก็หลุดแว่วให้ได้ยินเมื่ออีกฝ่ายบีบสัมผัสผิวเนื้อร้อนผ่าว ดวงตาพร่าพราวมองสบคนตรงหน้า คล้ายจะเห็นความเว้าวอนในแววตา

                ...ชื่อกลางของฟารุค...

                “...เทียร์...”

                ฟารุคไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป ยักษ์ดำโน้มลงบดเบียดจุมพิตหวานล้ำพลางขยับมือเร่งเร้ามากขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้อนรน ไม่นานร่างข้างใต้ก็กระตุกเฮือก ดวงหน้าชวนมองบิดเบี้ยวด้วยเพลิงอารมณ์ ความปรารถนาถูกปลดเปลื้องจนหมดสิ้น เซย์หอบหายใจถี่ จังหวะในอกเต้นแรงจนแทบปะทุ ในหัวขาวโพลน คิดอะไรไม่ออกแม้แต่อย่างเดียว

                “มันสัมผัสเจ้ายังไง” เสียงพร่ากระซิบถามซ้ำ เขาดันไหล่ฟารุค พยายามกลั้นเสียงไม่ให้สั่น

                “...ไม่ได้ทำ...ถึงขั้นนี้”  อีกฝ่ายสีหน้าดีขึ้นทันที คล้ายจะมีดวงดาวร้อยพันซ่อนอยู่ในประกายตา “ขั้นนี้หรือขั้นต่อจากนี้?” ไม่ว่าเปล่าร่างสูงใหญ่ยังขยับกายเข้าแนบชิด มือคู่นั้นฟอนเฟ้นตามผิวเนื้อ ส่วนที่ถูกสัมผัสร้อนวาบราวไฟลน

                “...ฟารุค”

                “นามของข้า...เซย์...นามที่มีแต่เจ้าที่ได้รับอนุญาต...” เมื่อเร่งเร้าอีกฝ่ายกลับขบกัดริมฝีปากสะกดกลั้นเสียงน่าฟังราวกับจะหลุดเล็ดสิ่งที่เขาปรารถนา ฟารุคจับจ้องร่างตรงหน้าไม่วางตา แผงขนตาหนาสั่นระริกยามปลายนิ้วชุ่มฉ่ำแตะต้องสัมผัสพร้อมเรียวลิ้นที่สัมผัสแต้มอกสีกุหลาบ ทั้งร่างก็เกร็งผวา เซย์สะบัดหน้า กลุ่มผมสีเงินพันกันยุ่งเหยิง

                “...เทียร์...เทียร์....”

                เสียงพร่านั้นกระตุ้นเร้าเพลิงอารมณ์ให้ทะยานขึ้นสูง ฟารุคแทบอยากกลืนกินร่างตรงหน้าทั้งตัว

                ...เขาไม่เคยคิดว่าบุรุษเพศจะน่าหลงใหลได้ถึงเพียงนี้...

                ยิ่งแนบชิดมากเท่าไหร่เสียงหอบหายใจยิ่งกระชั้นถี่ ลมหายใจร้อนระอุประพรมตามผิวกายยามมอบจุมพิต ยิ่งสัมผัสยิ่งถลำลึกจนแทบลืมสิ้นถึงความเจ็บปวดที่ร่างกายได้รับทว่าเมื่อดวงตาสีเงินยวงเชื่อมปรอยลืมขึ้นมองสบเขากลับเห็นแววตกตื่นในตาคู่นั้น เซย์เบิกตากว้างก่อนจะผวาลุกขึ้นแทบในทันที

                “เลือด!” เด็กหนุ่มดีดตัวลุกนั่ง ผ้าพันแผลบนหน้าท้องกำยำปรากฏรอยเลือดสีแดงซึมเป็นทาง เซย์กัดฟันเมื่อยกมืออันสั่นเทาไล้บนแผ่นอกหนา

                “ข้าไม่เป็นไร” ฟารุคคว้ามือเขาขึ้น ก่อนแนบจุมพิตลงบนแหวน “..ข้าดีใจที่เจ้ายังสวมสิ่งนี้...” ดวงตาวาววามที่มองลอดช่องว่างระหว่างนิ้วจับจ้องเขาราวกับจะกลืนกินพาลให้จังหวะในอกเต้นแรง

                เดี๋ยวก่อน! บาดเจ็บแบบนี้มันใช่เวลาไหม!

                 “จะไม่เป็นไรได้ยังไง เลือดออกขนาดนี้” เด็กหนุ่มเบือนหน้าไปด้านข้างราวกับไม่อยากรับรู้เพราะมันทำให้เขาประหม่าด้วยเช่นกัน “ฉันจะไปตามเรวารี่” เขาใช้จังหวะที่ฟารุคยังไม่ทันตั้งตัวดึงกางเกงขึ้นสวมก่อนกระโจนลุกพรวดจากเตียงแต่กลายเป็นว่าสองขากลับอ่อนเปลี้ยทรุดฮวบลงบนพื้น เด็กหนุ่มหน้าร้อนไปถึงหู ไม่กล้าแม้จะหันกลับไปมองคนบนเตียงที่หัวเราะในลำคอ

                “ถึงกับเข่าอ่อนเลยหรือ” ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการหยอกล้อ ยักษ์เงินตัวแข็งทื่อ ตั้งสติลุกจากพื้นแล้วก้าวจ้ำตรงดิ่งไปยังประตูราวกับหุ่นยนต์ ทันทีที่เปิดประตูก็มีสองร่างล้มพรวดเข้ามาในห้อง  ทั้งสามอุทานแทบจะพร้อมกัน

                คนที่ล้มบนพื้นเกาหัวแก้เก้อ ขณะที่เซย์ถลึงตาแทบถลน

                “พะ..พวกนาย...”

                บาร์ซีคกับเรวารี่ ยืนอยู่นอกประตูมาตลอด!

                เซย์อ้าปาก หุบปากแล้วก็อ้าปากซ้ำไปซ้ำมาอย่างนั้นคล้ายพูดไม่ออก บาร์ซีคใช้นิ้วชี้ถูปลายจมูกแก้เก้อส่วนเรวารี่ยิ้มเจื่อน ทหารหญิงรีบเดินรุดเข้าไปข้างเตียงก่อนจะจัดเตรียมยาและผ้าพันแผลจากตู้ หญิงสาวถามผู้เป็นนายแผ่วเบา

                “ให้เซย์พันแผลให้ใหม่ดีหรือไม่นายท่าน” ฟารุคเหลือบมองเด็กหนุ่มที่บัดนี้เปลี่ยนสีหน้าไปมาพลางนึกขันในใจ

                “เจ้าทำเถอะ หากให้เซย์ทำ เกรงว่าคืนนี้ข้าคงไม่ได้นอน” ยักษ์เงินถลึงตาพรวด เรียกเอารอยยิ้มจากคนรอบข้าง เมื่อเรวารี่พันแผลให้เสร็จอีกครั้งจึงหันไปกำชับเด็กหนุ่มอย่างหยอกล้อ “อย่าให้นายท่านออกแรงเยอะนักล่ะ”

                เซย์ไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังแสดงสีหน้าเช่นไร แต่ดูจากการที่คนยิ้มยากอย่างฟารุคยังเผลอหลุดยิ้มออกมารับรองได้ว่าหน้าตาเขาคงดูไม่จืดแน่ นึกแล้วอยากทึ้งหัวตัวเองนัก

                ไม่ต้องแบทแมนก็ได้ ตอนนี้ขอแค่ใครก็ได้พาเขาออกไปจากที่ตรงนี้ที


****

                ไม่กี่วันหลังจากนั้นกำหนดวันตกลงเจรจาก็มาถึง
                ฟารุคสวมชุดคลุมสีดำอันเป็นเครื่องแบบของหน่วยวิหครัตติกาล เรือนผมถูกมัดรวบ ดวงหน้าคมคร้ามเหลียวมองยักษ์เงินที่ยังหลับสนิท

                “คุ้มกันเขาด้วย” เมื่อเรวารี่ค้อมศีรษะรับร่างสูงใหญ่จึงผละไปรวมตัวกับคนอื่นๆที่รออยู่ด้านนอก หากการเจรจาในวันนี้ไม่สำเร็จไม่แคล้วคงเกิดการปะทะขึ้นอีกครั้ง แม้จะสามารถให้เรวารี่พาเซย์หนีไปยังเส้นทางระบายน้ำใต้ดินได้ แต่องค์ชายคาลิปโซ เรซิส เอลมัลนาร์ด รัชทายาทแห่งเอลมัลกลับยืนยันจะเข้าร่วมเจรจาด้วยตนเอง

                ไม่จำเป็นต้องเสียสละ ฟารุค ชีวิตเจ้าก็สำคัญไม่แพ้ข้าเช่นกัน ดวงตาสีทับทิมเป็นประกายแข็งแกร่ง

                ...ดวงตาสีเพลิง กระดูกเขาสีแดงเข้ม...

                ...สัญลักษณ์ของสายเลือดนกเพลิงราชวงศ์เอลมัลนาร์ดที่เขาไม่มี...

                ข้าเหลือเวลาอีกไม่มาก หากไม่สามารถเดินทางไปดาร์คเนสตามได้ตามกำหนดก็ต้องตายด้วยคำสาปเช่นกัน เมื่อได้ยินคำยืนยันฟารุคจึงยินยอมให้รัชทายาทแห่งเอลมัลเข้าร่วมการเจรจา

                “เขายังหลับอยู่หรือ” เรซิสมองบานประตูที่ปิดสนิทเบื้องหลังยักษ์ดำ ฟารุคสบตาคนถาม ประกายตาหนักแน่นมั่นคงไม่แพ้น้ำเสียงที่เอ่ยตอบ “เรวารี่และกำลังเสริมจะคุ้มกันเซย์ไปยังเส้นทางหลบหนีหากเกิดสิ่งผิดปรกติขึ้น”

                ขณะนั้นบาร์ซีครายงานว่าลาร์คได้สติหลายวันแล้วเพียงแต่ไคซาไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าพบ แม้จะเป็นคนในปกครองของตนแต่ในเมื่อที่นี่คือถิ่นของศัตรูการเคลื่อนไหวใดๆย่อมต้องรอบคอบรัดกุม ทหารชาวยักษ์แดงจัดขบวนเป็นเส้นขนานขนาบล้อมผู้เป็นนายตลอดทางไปยังโถงเจรจา และเป็นดังคาด ทหารติดอาวุธชาวยักษ์ฟ้าคุ้มกันล้อมทั้งห้องโถงและระเบียงทางเดินไว้โดยรอบ ตีกรอบซ้อนทับไม่เหลือช่องว่าง

                ร่างในชุดคลุมขนสัตว์เอนกายไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่ ควันยาสูบลอยฟุ้ง ดูเหมือนไคซาจะมารอพวกเขาอยู่นานแล้ว

                เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง

                “ลาร์ค” ดวงหน้าเซียวยังดูอิดโรย ดวงตาทั้งสองถูกพันทับด้วยผ้าพันแผลรอบศีรษะ

                “นายท่าน...อึก!

                “ใครให้เจ้าส่งเสียงได้ตามใจชอบกัน กระเทือนแผลหรือไม่!” ไคซาตวาดดัง ขยี้ยาสูบในมือลงกับถาดแก้ว

                “อยู่นิ่งๆ!” เสียงขุ่นเอ่ยดุเมื่อชาวเอลมัลสะบัดแขนหนี  “นียาร์ฟ...ไม่สิ ลาร์ค ลาซาเลียส ความดื้อรั้นจะทำให้เจ้าตาย!” องค์ชายยักษ์ฟ้ากัดฟันกรอด ใบหน้าปานรูปสลักโน้มลงกระซิบรอดไรฟัน

                “...ซึ่งข้าไม่ยอมให้เจ้าตายง่ายนักหรอก...”

                ฟารุคหน้าขรึม ยักษ์ดำผายมือให้เกียรติเรซิสนั่งลงตรงข้ามไคซาก่อนที่ตนจะนั่งลงเคียงข้างโดยมีบาร์ซีคและอลันยืนขนาบอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีชากวาดมองทั้งสี่ก่อนจะสะดุดตาที่ชาวทไวซ์แห่งป่ามืด

                “ยักษ์เงินอธิษฐานอยู่ที่ไหนเสียล่ะ”

                “ที่ที่ปลอดภัย”  ยิ่งเพ่งมองริ้วสีม่วงเข้มบนผิวเนื้อนั่น แม้จะไม่เคยเห็นชาวทไวซ์มาก่อนแต่ด้วยลักษณะเช่นนี้คงไม่แคล้วจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกจองจำแน่ ไคซาขมวดคิ้ว คณะเดินทางนี่จะรวบรวมตัวประหลาดไว้มากเกินไปหน่อยเสียกระมัง
                องค์ชายยักษ์ฟ้าแค่นหัวเราะ “ฮึ...พวกเจ้าต่างหากที่ตกอยู่ในอันตราย ไม่ได้รู้ตัวเลยหรือว่าเด็กคนนั้นไม่ธรรมดา”

                “หุบปาก! เหตุผลที่เราอยู่ที่นี่คือข้อตกลงเจรจา!” อลันขัดขึ้นเสียงห้วน ริ้วสีม่วงที่พาดทับทั่วร่างเข้มขึ้นราวกับเตรียมพร้อมต่อสู้ ไคซากลอกตาก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆผุดขึ้นจากริมฝีปากซีดเซียวเมื่อเข้าใจว่าเรื่องที่ตนล่วงรู้นั้นยังเป็นความลับทุกอณูในร่างก็พลันหฤหรรษ์

                แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย

                เรซิสกระแอมขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์เครียดขึง “ทั้งที่ข้าได้ยินว่าลาร์คปลอดภัยแล้ว แต่เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” ดวงตาสีทับทิมจ้องมองทหารหนุ่ม ผ้าพันแผลที่โพกรอบดวงตานั่นไม่ได้เหมือนคนปลอดภัยสักนิด

                “คิดว่ายาพิษของข้าทำได้เพียงทำให้อ่อนแรงหรืออย่างไร” ทั้งที่กำลังเอ่ยถึงสรรพคุณยาของตนแต่น้ำเสียงกลับไม่ได้มีความภาคภูมิสักนิด ปลายคิ้วเชิดมุ่นลง “คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ กว่าดวงตาเขาจะมองเห็นอีกครั้ง”

                “ไอ้เลวเอ๊ย!” บาร์ซีคคว้าตัวชาวทไวซ์ทันทีเมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่องค์ชายยักษ์ฟ้า ไคซากระตุกยิ้ม

                “หากเขาไม่ดื้อรั้นจะร่วมเจรจาข้าคงไม่อนุญาตให้ลงมาเช่นนี้ ในเมื่อท่านราชทูตแห่งเอลมัลบาดเจ็บ ข้าก็ต้องรับรองในฐานะเจ้าบ้านอย่างเต็มที่เช่นกัน” น้ำเสียงนั้นคล้ายจะเย้ยหยันอยู่ในที ฟารุคจ้องมองทหารคู่ใจผู้เปรียบเสมือนมือซ้ายของตนแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นเขาแม้แต่น้อย

                “ลาร์ค เจ้ารู้ข้อตกลงทั้งหมดที่องค์ชายไคซายื่นให้แก่เอลมัลหรือไม่” คนถูกถามนิ่งไปเพียงนิดก่อนพยักหน้ารับ

                “ข้ามาด้วยเรื่องนี้...นายท่าน” ไคซาปั้นปึงยิ่งขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่ทหารชาวยักษ์แดงมีต่อฟารุคกับเขาช่างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด “ข้าทราบว่านายท่านตอบตกลงข้อเสนอเรื่องศิลาพลังงานและการเปิดเส้นทางการค้าแล้ว” แม้จะพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปรกติแต่เพียงฟังก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอดทนอยู่ไม่น้อย

                “เป็นไปตามนั้น เราจำเป็นต้องไปถึงดาร์คเนสให้เร็วที่สุด”

                “เหลือเพียงข้อตกลงสุดท้ายที่วิหครัตติกาลรอให้เจ้ายืนยันตอบรับ” ไคซาย้ำ ลาร์คนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่น้ำเสียงอิดโรยนั้นจะเอ่ยถามแผ่วเบา “หากข้าปฏิเสธข้อเสนอ ท่านจะทำเช่นไร องค์ชายไคซา”

                “...ฆ่าพวกเจ้าให้หมด” เสียงยะเยือกตอบอย่างไม่ลังเล “อย่างไรเสียเอลมัลกับบาแซนไดซ์ก็กำลังทำสงครามทิศเหนืออยู่ จะบอกว่าพวกเจ้าลอบเข้ามาในคฤหาสน์และนี่เป็นการป้องกันตัวคงไม่ผิดใช่หรือไม่” บาร์ซีคและทหารชาวยักษ์แดงโดยรอบกระชับดาบในมือทันที ฟารุคยกมือขึ้นปราม ไคซากวาดตามองโดยรอบก่อนที่นัยน์ตาสีชาคู่นั้นจะจับจ้องผู้ที่นั่งอยู่เคียงข้างราวกับอสรพิษจับจ้องเหยื่อ

                “อย่าให้ข้าผิดหวังกับคำตอบของเจ้า อย่าลืมว่าดวงตาที่มืดบอดนี้มีเพียงยาของข้าที่รักษาได้” ทางเลือกนั้นแสนบีบคั้น

                “สองปี” น้ำเสียงเรียบนิ่งเว้นวรรค “ข้าจะดำรงตำแหน่งราชทูตตามที่ท่านพอใจ หากแต่เมื่อเส้นทางการค้าระหว่างเอลมัลและบาเซนไดซ์เปิดเป็นทางการจะต้องมีการคัดเลือดผู้ดำรงตำแหน่งตามความเหมาะสม” ไคซากัดฟันกรอด คำตอบ...ช่างสมกับที่เป็นเจ้า

                “การเปิดเส้นทางการค้าระหว่างเอลมัลกับบาแซนไดว์เป็นเรื่องใหญ่ ข้าจะขอรับผิดชอบประสานงานในฐานะราชฑูตแห่งเอลมัลประจำบาแซนไดซ์กระทั่งเรื่องนี้เสร็จสมบูรณ์ โดยบาแซนไดซ์และเอลมัลจะต้องทำสัญญาสงบศึกและยุติสงครามทิศเหนือโดยเร็วที่สุด” ฟารุคพยักหน้ากับตนเอง ลาร์คไม่ใช่คนโง่ ย่อมไม่เปิดทางให้ตนเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดยไร้ผลประโยชน์

                “ข้าขอความร่วมมือจากท่านด้วย องค์ชายคาลิปโซ การยุติสงครามจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากท่านจ้าว” เรซิสตอบรับ แม้ดวงตาคมดุจนกเหยี่ยวคู่นั้นจะถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันแผลแต่เขารับรู้ได้ว่าทหารหนุ่มมีความมุ่งมั่นจริงจังเช่นใด

                ไคซาจุดยาสูบขึ้นอีกครั้ง

                แม้จะไม่ชอบใจเรื่องข้อตกลงสองปี แต่เกมการเมืองก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

                ดวงหน้าเซียวขยับเข้าใกล้คนที่มองไม่เห็น องค์ชายสามแห่งบาแซนไดซ์ส่งเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน ประโยคสั้นง่ายฝังตัวลงคล้ายคำมั่นที่สลักลงในใจ

                “เช่นนั้น...ข้าตกลง...”

                


 





สวัสดีค่า :) กระต่ายดำกลับมาพร้อมไททัน 19 ตอนนี้ฟารุคเป็น พระเอกหนุ่มซึนย่อมต้องมีพัฒนาการตามวัย เอาเป็นว่าตอนนี้เป็นตอนเบาๆเบรกระหว่างเนื้อเรื่อง หลังจากนี้แก๊งเจ้าเซย์ผจญภัยคงต้องระหกระเหินกันต่อไป รับรองว่าดาร์คเนสอยู่อีกไม่ไกลแน่จ้า

โดนนายท่านกลบจนเกือบลืมพ่อหนุ่มคนนี้ไป ลาร์คเอ๋ย คนเขียนรักใครคนนั้นจะได้รับบทหนักเป็นพิเศษนะคะ (ฮาา) และสำหรับปริศนาของเซย์ก็ขอให้ติดตามกันต่อไปน้า

 ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ :) favorite แล้วก็โหวตด้วยค่ะ ขอบคุณที่ยังตามอ่านและให้กำลังใจกันเสมอ ชอบอ่านคอมเม้นต์เหมือนเดิมจ้า ^_^

สุดท้ายนี้จะพยายามไม่ดอง(นาน) เพื่อชาวไททันทุกคน
สุดท้ายของสุดท้าย คือถ้านิยายโดนแบนเพราะตอนนี้คือตัดทิ้งทั้งยวงนะคะ ไม่มีให้ถามหาอีกรอบ  สารภาพว่าตอนลงก็แอบลังเลมากเลย ฉากรักนี่เขียนยากกว่าฉากบู๊อีกนะ ไม่ไหว ฮาาา

ยังไงก็พบกันตอนหน้าจ้า


Blackbunny



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1533 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 17:18
    ชอบคู่ไคซากับลาร์คมากก
    #1533
    0
  2. #1462 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 17:27
    อหหหหหแบทแมนก็ช่วยไม่ได้ค่า
    #1462
    0
  3. #1424 pqrst (@wonn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:08
    เซย์ เชื้อสายราชาออ เดาๆ 5555
    #1424
    0
  4. #1351 Kanyavee (@kanyavee1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 20:22
    เทียร์...ทำคนอื่นเข่าอ่อนแบบนี้ไม่ดีนะ....คนอ่านค้าง
    #1351
    0
  5. #1295 loocbomb (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 10:31
    เทียร์ =.,=
    #1295
    0
  6. #1234 wimwin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 18:39
    ฟารุค นายไม่เจียมสังขารเลยนะ เดี๋ยวได้ตายก่อนสุขพอดี เอิ๊ก
    #1234
    0
  7. #1132 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 00:01
    เราคิดว่า พ่อแม่ของเซย์ ที่ถูกไฟครอกตายนี่ จะเป็นฝีมือของเซย์ด้วยรึเปล่านะ ._.
    #1132
    0
  8. วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 17:00
    นึกว่าตะต้องซื้ออ่านซะแล้วถึงจะได้อ่านต่อ*^* แต่ถึงมีหนังสืออออกมาก็ซื้อ่ารร
    #1049
    0
  9. #1022 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 00:08
    >//////////////////////<
    #1022
    0
  10. #948 Delaluna (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 00:31
    =,,=



    ให้ตายเถอะ เขินนนนนนนนนนนนนนนนนน กรี๊ดกร๊าดดดดดดดดด
    #948
    0
  11. #902 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 19:16
    เอาแล้วไง เซย์จัง //> #902
    0
  12. #883 ซาลาเปาเยเย่ (@bai-toey555) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 / 11:10
    กรี๊ดดดดดด อ่านตอนนี้แล้วเลือดไหลพรากๆ (บ่งบอกว่าสนใจแต่ฉากนั้นสินะ-,,-)
    รออัพ รออ่านอยู่นะคะ เย่!><
    #883
    0
  13. #880 kizz (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 01:26
    อ๋ออบยยย ลาร์คคคค ขอคู่นี้เต็มๆซักพาร์ทเถอะค่าาาา
    #880
    0
  14. #878 DolF (@cher7343) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 17:38
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก สนุกเว่อร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ชอบมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

    ยิ่งอ่านยิ่งติด เอาอีกกกกกกกกกคนเขียนเอาอีกกกกกกกก!!!!
    #878
    0
  15. #877 lukbua (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 22:18
    สนุกมากกก รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว มันหักเหลี่ยมเฉือนคม ลุ้นคู่ลาร์คมาก ฮืออ จำเลยรักมากเลย ลาร์คเอ๋ย แต่จริง ๆ การลอบวางยาเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทำไมไคซาไม่เข้าใจจจ

    เราเชื่อแล้วค่ะว่าฟารุคเป็นพระเอก ฮ่าๆๆ โอ๊ยหวานมากกกก เซย์ ความลับแกคืออะไรฉันอยากรู้แล้วนะ ทำไมมันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างนี้เนี่ย

    อยากอ่านคู่ลาร์คมาก เราซาดิสก์ กร๊ากก สนุกๆๆ อยากอ่านต่อแล้วจ้าาา >.
    #877
    0
  16. #874 hertzz (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 22:20
    บะ..แบทแมน!

    5555

    ชอบจัง เขียนสนุกดี
    #874
    0
  17. #854 tohana (@tohana) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 16:46
    >< จะรอตอนต่อนะค้าาา

    ปล.ยังไม่สะใจเลยอ๊ะ >< ไรเตอร์.....

    แต่ที่ไรต์บอกว่าถ้าโดนแบนก็ไม่มีอีกแล้วน่ะ....อย่าเลยน้า รีดเดอร์เสียใจนะเออ กำลังหนุกแต่กลับต้องโดนตัด T^T
    #854
    0
  18. #846 ลัคกี้ป็อป (@tammyoyo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 23:29
    ความลับของเซย์น่าสนใจที่สุดดดดดดดด~!>^<
    #846
    0
  19. #834 'Hello-wevo (@soraru) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 17:57
    แผลไม่น่าเปิดเล้ยย 55555555 กำลังฟิน >///<

    เห็นด้วยกับคห. 82 อยากให้อลันมีคู่ !! =w=b // เชียร์สุดใจฮับ
    #834
    0
  20. #833 Zooooooooo m in the room. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 11:57
    55555. ระวังช่วยตามหาเซย์ ฟารุคไปฝึกการรุกมากจากไหน 5555
    #833
    0
  21. #832 Romeo sane ★ . (@sanyorizta) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 22:30
    เทียร์...เทียร์ แวร้ยยยยยย
    ท่านฟารุคเริ่มทำหน้าที่พระเอกที่ดีล่ะสินะ แอ้ๆ น่ารักมากอ้ะ<3
    เอาเถิดเซย์ไม่หลงให้มันรู้ไป / นี่ขนาดยังซึนๆ?
    #832
    0
  22. #831 อายทำไม (@thebanditeye) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 17:22
    ขาอ่อนเลยอ่า ฮา 
    #831
    0
  23. #830 Rabbit blood (@love-ya) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 13:16
    หนุกมากค่ะ แต่กว่าจะอัพนานไปหน่อนนะ =3= 

    แต่รอได้ค่า >....<
    #830
    0
  24. #829 ิblanchet (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 13:01
    วู้ววว ฟินอ่ะ555 คู่นี้หวานกันเจรงๆ

    สรุปอลันเลยไม่รู้เรื่องเซย์ซะงั้น แต่ไคซาดูท่าจะรู้สินะอิอิ

    ลาร์คคคคครักตะเองนะ ถ้ามีอลันเข้ามาแจมแย่งด้วยอีกคนคงสนุกดีหุหุ

    รอนะคะะะ
    #829
    0
  25. #828 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 11:41
    ยังไงก็ยังคงเชียร์ลาร์คอลันไม่เสื่อมคลาย..
    ...แม้ว่าอาจจะไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม =w=;;

     รอตอนต่อไปนะคะ สนุกมากเลย >w< !!

    ป.ล. รอ Snow firefly ตอนต่อไปด้วยค่ะ >w< !!
    #828
    0