similun_anda
ดู Blog ทั้งหมด

วันเกิดกับรายการเที่ยวพุน้ำร้อน และน้ำตกผาตาด

เขียนโดย similun_anda

วันที่ 22 เมษายน 2552

ก่อนอื่นต้องบอกว่า วันนี้เป็นวันเกิดของเรา....

เริ่มจากไปทำบุญและแก้บนที่วัดไผ่โรงวัว รู้สึกปลอดโปร่งมากๆในวันนี้ ได้ทั้งบุญและได้ทั้งแก้บนคราวเดียวกัน ความจริงแล้ว เรากับวัดนี้มีความเป็นมายาวนาน(ว่าไปนั่น) ทุกครั้งที่เราอยากขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนบานศาลกล่าวใดๆ เรามักนึกถึงหลวงพ่อขอม แห่งวัดไผ่โรงวัว เสมอ....

ใครไม่รู้ว่าวัดนี้มีชื่อเรื่องใด ก็จะเล่าให้ฟังคร่าวๆนะ......

วัดนี้ตั้งอยู่ในจ.สุพรรณบุรี เป็นวัดที่หลายคนรู้จักกันในนามของ เปรตวัดไผ่โรงวัว... เพราะที่วัดนี้ได้มีการปั้นรูปปั้นที่แสดงถึงคนทำความชั่วแล้วตกนรกไปรับโทษทัณท์ต่างๆในนรกภูมิ (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู) รูปปั้นต่างๆนี้มีจำนวนมากมาย 




นอกจากนี้ยังมีโบสถ์สามร้อยยอดที่สวยงามและขึ้นชื่อ มีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่ที่สุด และพระพุทธรูปปูนปั้นอื่นๆเต็มไปหมด สมดังที่หลวงพ่อขอมได้เคยปณิธานเอาไว้ว่า ท่านจะสร้างพระพุทธรูปให้เกลื่อนธรณี ซึ่งทุกวันนี้ก็เป็นอย่างที่ท่านว่าไว้จริงๆ


ส่วนหลวงพ่อขอมเอง ท่านมรณะภาพไปตั้งแต่ปี 2533 แต่ร่างของท่านกลับไม่สลายเหมือนคนทั่วไป กลับคงสภาพเหมือนท่านนอนหลับอยู่ บรรดาลูกศิษย์ลูกหาจึงนำร่างท่านใส่ไว้ในโลงแก้ว ซึ่งจนบัดนี้ ร่างของหลวงพ่อขอมก็ยังไม่สลาย ดังปาฏิหารย์


วันที่ 24 เมษายน 2552

วันนี้พ่อกับแม่บอกว่าจะพาเราไปเที่ยว(อีกแล้วครับท่าน!!!)ไปกับครอบครัว ทริปนี้พวกท่านบอกว่าอยากจะพาเราไปเที่ยวน้ำพุร้อนที่หมู่บ้านหินดาด อำเภอทองผาภูมิ เมืองกาญจน์นี่ล่ะ... 
ว่ากันว่าน้ำพุร้อนที่นี่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติ มีอุณหภูมิประมาณ 40 องศา เชื่อกันว่ามีสรรพคุณทางการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคทางเส้นทางกระดูก ทั้งหลาย ปัจจุบันที่นี่เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์ท่องเที่ยวของเมืองกาญจน์ มีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและเทศมากันพอสมควร ค่าบัตรผ่านคนละ 10 บาท
 เราออกจากบ้านแต่เช้า ขับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงที่หมายประมาณ10โมงเช้า คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ พอก้าวลงจากรถ กลิ่นไอความสดชื่นของธรรมชาติก็มาต้อนรับเราเป็นอย่างดี ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมาก ธรรมชาติที่นี่ยังสมบูรณ์ ไม่ถูกเปลี่ยนให้เป็นเชิงธุรกิจมากเกินไป สิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควรและเท่าที่จำเป็น




บริเวณลานจอดรถ ร้านค้า อยู่คนละด้านกับน้ำพุ ซึ่งเราต้องเดินข้ามสะพาน(ไม่ไกล)ไป


ยังไม่ทันจะข้ามสะพาน ภาพที่เรามองเห็นเบื้องหน้าก็ทำให้เราชะงัก เพราะวิวทิวทัศน์ที่ได้เห็นนั่นเอง ดอกสีแดงส้มของต้นหางนกยูงที่ตัดสลับกับสีเขียวของต้นไม้นานาพรรณ บ้างก็มีรากย้อยทิ้งลงมาสู่เบื้องล่าง เหมือนมู่ลี่ธรรมชาติ






ระหว่างที่เราเดินข้ามสะพานนั้น มองลงไปด้านล่างจะเห็นภาพมุมสูง ของบ่อน้ำพุร้อนที่เขาล้อมอ่างเอาไว้ให้ และฝั่งที่เป็นธารน้ำที่ไหลมาจากน้ำตก ซึ่งเป็นน้ำเย็น อยู่คู่กัน



ภาพนี้จะเห็นชัดว่าเขาแยกระหว่างธารน้ำ (ทางซ้ายของภาพ) และบ่อน้ำพุร้อน(บ่อเล็กๆ3บ่อทางขวาของภาพ)


บ่อน้ำพุร้อนจะมี 3 บ่อ ร้อนมาก ร้อนปานกลาง และร้อนน้อยๆ เอาไว้ให้เราเลือกลงแช่ตามความพอใจ ใครว่าบ่อไหนร้อนมากไป น้อยไป ก็เลือกลงบ่อที่เราคิดว่าพอดีๆ ซีงเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนน้ำในบ่อทุกวัน  จึงมั่นใจได้ว่าที่นี่น้ำสะอาด 

มีข้อห้ามสำหรับการแช่น้ำร้อนคือ ห้ามถูสบ่ สระผม ในบ่อน้ำร้อน ห้ามหญิงที่กำลังมีประจำเดือนลงแช่ ห้ามทานอาหารบริเวณบ่อ ห้ามใส่รองเท้าลงบ่อ และห้ามกระโดดลงบ่อ(เพราะอาจเกิดอันตราย)

ก่อนจะลงบ่อ มีข้อปฏิบัติคือ ก่อนและหลังแช่น้ำร้อน ควรแช่น้ำเย็นก่อน คนที่มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วไม่ควรแช่นานเกิน 30 นาที


เตรียมตัวก่อนลงน้ำ เราในชุดสาวไทยใส่ผ้าถุง ท่ามกลางฝรั่งที่นุ่งบิกินี่....ขอบอกว่า เราเด่นมากเลยวันนั้นน่ะ(แบบว่าแปลกที่สุดอ่ะ)

 
น้ำในธารเย็นสดชื่นมาก แถมมีดอกหางนกยูงที่โดนลมแรงๆพัดร่วงเหมือนเม็ดฝนลงมาในน้ำ  ไหลลอยไปตามกระแสน้ำ เป็นภาพที่สวย แต่เราไม่ได้ถ่ายเอาไว้ เพราะกำลังทำหน้าที่เป็นนางแบบอยู่ (ส่วนตากล้องซึ่งเป็นน้องชาย ก็ดันตาถั่ว มองไม่ทัน!!!)

จากนั้น เราก็ลงไปแช่ในบ่อน้ำร้อน อย่างที่บอกว่า มีสามบ่อให้เลือกตามความพอใจ ร้อนมาก ร้อนปานกลาง และร้อนน้อย แช่แล้วรู้สึกปลอดโปร่งโล่งตัวไปหมด ยิ่งมีแม่ใจดี คอยบีบๆนวดๆเส้นแถวหัวเข่าให้ ยิ่งกว่าไปสปาอีกนะเนี่ย
  

แช่ได้ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงจะไปอาบน้ำเย็นอีกครั้งก่อนขึ้น ตามที่เขาบอก สดชื่นสุดๆ



จากนั้นเราก็ไปน้ำตกผาตาดกันต่อ เพราะระหว่างทางมาน้ำพุร้อน เห็นป้ายทางไปน้ำตก แค่ 8 กิโล ใกล้ๆแค่นี้ไม่ไปก็เสียดายแย่ ตอนแรกไม่แน่ใจว่าหน้านี้จะมีน้ำรึเปล่า แต่จากที่ดูธารน้ำจากน้ำพุร้อน ก็เห็นว่าขนาดธารยังมีน้ำ แสดงว่าน้ำตกก็น่าจะยังพอมีน้ำ พวกเราเลยตัดสินใจไปกัน
ไปถึงน้ำตผาตาดเสียค่าเข้าคนละ 20บาท ถ้ามียานพาหนะคันละ 30 บาท เราถามเจ้าหน้าที่ว่ามีน้ำมากหรือน้อย เขาบอกว่าช่วงนี้น้ำน้อย แต่ก็เล่นได้ น้ำจะมากกำลังน่าเล่นคือช่วงตุลาถึงธันวา

เข้าไปด้านใน สิ่งที่เราประทับใจก็คือความชุ่มชื่นและอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ แม้จะอยู่ในฤดูร้อน แต่ที่นี่ยังเหมือนครึ้มฝนอยู่เลย 

งานนี้เราเลยไม่พลาดการเป็นทั้งตากล้องและนางแบบ เก็บภาพสวยๆเอาไว้เสียเอง ทั้งหามุมกล้องเอง ถ่ายเอง โพสต์เอง เสร็จสรรพโดยไม่สนเรื่องค่าตัว
(ปกติค่าตัวก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครจ้า วะฮ่าๆ)


เหมือนธรรมเนียมไปแล้วว่าเวลาไปไหนต้องไปถ่ายรูปตรงป้ายบอกสถานที่ เหอๆ

อย่าแปลกใจแล้วกันว่าทำไมรูปนางแบบถึงเยอะกว่าภาพวิว อิอิ



บริเวณชั้น 1 ช่วงลานจอดรถ ที่พัก ที่กางเต้นท์ แค่ชั้นนี้ก็สวยแล้ว ดูได้จากดอกกล้วยไม้ป่าและนางแบบคนนี้เป็นต้น เหอๆ






ช่วงน้ำน้อยๆ บริเวณชั้น 1-2 ไม่ค่อยมีน้ำ เราก็เลยต้องเดินขึ้นไปถึงชั้น 3 แต่ร่องรอยของธารน้ำบอกเราได้ว่าถ้าช่วงหน้าฝนน้ำมาก ชั้น1-2 นี้ คงจะเต็มไปด้วยน้ำแน่ๆ กระนั้น ระหว่างทางเดิน เราก็ยังเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้อยู่เหมือนเดิม







ขึ้นมาถึงชั้น 3 ซึ่งเดาว่าท่าจะเป็นชั้นที่สวยที่สุด เพราะดูกว้างใหญ่มาก นี่ขนาดน้ำน้อยๆ(แต่ก็ยังลงเล่นได้)นะ ยังดูโล่งกว้าง แนวหินบอกว่าถ้าน้ำมาก ที่บริเวณนี้คงไม่เหลือที่จะให้นั่งเล่นตามโขดหินแน่ๆ น้ำคงหลากเต็มไปหมด แต่แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบนะ





นางแบบคนนี้...โพสต์ได้ทุกที่ ทุกมุมจริงๆ =_="







กลับจากผาตาดประมาณบ่าย 2 ตลอดทางยังคุยกันเลยว่า ไว้ช่วงปลายฝนจะมาดูความยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำ ณ ผาตาดแห่งนี้อีกครั้ง มาดูความสวยงามสดชื่น ที่วันนี้ก็ยังติดตราตรึงใจเราอยู่ 
ไว้วันนั้นมาถึง เราคงจะได้เห็นภาพความยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำ ณ ผาตาดแห่งนี้ จากกล้อง ฝีมือการถ่ายของเรา 

และแน่นอนว่า นางแบบคนเดิมอีกต่างหาก^^

ยินดีนำเสนอ(หน้า)เต็มที่^^

ความคิดเห็น

NUM M.U. / Garcia / รปิลันทร์
อยากไปน้ำพุร้อนมั่งจังเลย ท่าทางจะอุ่นได้ใจ =__,=+
*ท้องฟ้าสีม่วง*

ชิร์ หมั่นไส้  ว่าแต่ไปไม่ชวนเลยน๊าาาาาาาา