ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,473 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    450

    Overall
    254,473

ตอนที่ 20 : ก็อบลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    27 ก.ค. 59

“ท่านแม่ทัพกองทัพเรากำจัดฝูงก็อบลินหมดแล้วครับ” ทหารคนหนึ่งที่หอบอย่างเหน็ดเหนื่อย เขาถอดหมวกเหล็กแบบคลุมทั้งหน้าก่อนรายงานผลการรบกับแม่ทัพร่างเล็กในชุดเกราะเหล็กสีเทา ที่ถูกย้อมแดงไปด้วยเลือด

“กองทัพเสียหายแค่ไหน” เสียงแม่ทัพถามอย่างเป็นห่วง

“เจ็บหนักและตายลงกว่าครึ่ง ตอนนี้เราเหลือทหารที่ทำการรบได้เพียง 250 คน ชาวบ้านที่ร่วมรบอีก 30 คนครับท่าน” รองแม่ทัพรายงาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านได้ถูกอพยพไปยังหมู่บ้านข้างเคียงตั้งแต่รู้ข่าวว่าก็อบลินจะเข้าโจมตี

“บอกให้ทุกคนพักผ่อนได้ ข้าจะเป็นยามผลัดแรกเอง” แม่ทัพร่างเล็กใช้มือป้องแสงแดดยามบ่ายมองไปยังชายป่าที่ห่างไปประมาณ 500 เมตร

“ท่านเคยเห็นก็อบลินฝูงใหญ่เท่านี้มาก่อนไหม” เขาหันมาสนทนากับไมก้ารองแม่ทัพเผ่ากึ่งกระทิง(มิโนทอร์) ร่างใหญ่

            “ข้าไม่เข้าใจ ปกติของก็อบลินอยู่กันเป็นฝูงก็จริง แต่ข้าไม่เคยเห็นก็อบลินฝูงใหญ่ขนาดนี้ เมื่อ 5 ปีก่อนข้าเคยเจอฝูง 200 ตัวนั่นก็มากที่สุดที่เคยพบเห็นแล้ว” รองแม่ทัพร่างใหญ่อายุราว 30 ปีคุยปัญหากับแม่ทัพร่างเล็กที่อายุประมาณ 18 ปี

แม้ว่าแม่ทัพมิชเชลจะอายุไม่มากแต่ลูกน้องในหน่วยล้วนให้ความเคารพ เนื่องจากเขาเป็นคนเก่งที่มาจากครอบครัวชาวนาแม่ทัพคนนี้เป็นคนไม่ถือตัวและเอาใจใส่ลูกน้องทุกคนแม้ว่าลูกน้องของเขาจะเป็นเพียงกึ่งมนุษย์ ต่างกับแม่ทัพที่มาจากตระกูลขุนนางที่ถือยศศักดิ์และมักแบ่งแยกชนชั้น ทหารกึ่งมนุษย์จำนวนมากขอมาอยู่ภายใต้กองทัพ 500 คนซึ่งมีขนาดเล็กสุดของกองทัพเมืองแซนติโก จะมีเพียงอย่างเดียวที่เป็นเรื่องแปลกสำหรับแม่ทัพคนนี้คือเขามักจะสวมหมวกเหล็กไว้ตลอดเวลา

            “ขนาดท่านที่ประจำการในกองทัพนานกว่าข้ายังไม่เคยเจอ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” มิชเชลตอบเครียดขณะมองไปยังกลุ่มทหารที่นอนแผ่อย่างเหน็ดเหนื่อย

 

พวกเขาเพิ่งชนะฝูงก็อบลินจำนวน 200 ตัว มันเป็นก็อบลินที่บุกมาเป็นระรอกที่ 3 ในรอบ 2 วัน ก่อนหน้านี้กองทัพของเขาได้รับคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่ให้เดินทางมากำจัดฝูงก็อบลินที่เข้าโจมตีหมู่บ้านทางใต้ของเมืองโรซาเน่ รายงานเบื้องต้นแจ้งว่าก็อบลินฝูงนี้มีจำนวนเพียง 200 ตัว หลังเดินทางจากเมืองหลวงแซนติโกมา 3 วันพวกเขาได้มาถึงหมู่บ้านออนเนก้าและได้รับรายงานว่าหมู่บ้านสองแห่งทางใต้ถูกฝูงก็อบลินทำลายแล้ว กองทัพทั้ง 500 จึงตั้งมั่นอยู่บริเวณหมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากทั้งหมดตั้งค่ายเสร็จไม่นานก็อบลินฝูงแรกได้เริ่มเข้าโจมตีหมู่บ้านแห่งนี้

“ท่านแม่ทัพ ข้ามีข้อสงสัยอีกเรื่อง” มิโนทอร์ร่างใหญ่หันไปยังแม่ทัพร่างเล็กที่เขาชื่นชม รองแม่ทัพคนนี้เป็นหนึ่งในกึ่งมนุษย์ที่ขอย้ายมาอยู่กับแม่ทัพมิชเชล

“มีอะไรรึไมก้า” มิชเชลถามโดยไม่หันไปมองลูกน้องร่างใหญ่

“สองวันนี้จากที่เราสู้กับก็อบลินพวกนี้เหมือนมันจะต่อสู้อย่างมีแผนการ ไม่เหมือนนิสัยปกติของก็อบลินที่แม้จะอยู่กันเป็นฝูง แต่มันมักโจมตีศัตรูโดยไม่มีแผนอันใด”

“กองหนุนจากแซนติโกจะมาถึงเมื่อใด” มิชเชลส่ายหน้าให้กับคำถามที่เขาเองก็ไม่รู้คำตอบก่อนจะเปลี่ยนเรื่องโดยถามรองแม่ทัพด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล จากการสอบถามชาวบ้านที่หลบหนีมาจาก 2 หมู่บ้านที่ถูกก็อบลินทำลายได้ความว่าพวกเขาเห็นฝูงก็อบลินนับพันบุกเข้าหมู่บ้านพวกเขา ข้อมูลดังกล่าวที่ออกมาจากปากชาวบ้านทุกคนล้วนตรงกัน แม่ทัพร่างเล็กจึงตัดสินใจขอกำลังเสริมจากเมืองหลวง

“พลนำสารที่ส่งไปเมื่อวานน่าจะถึงเมืองหลวงในวันนี้ อย่างเร็วกองหนุนน่าจะมาถึงในอีก 3 วัน” รองแม่ทัพครึ่งกระทิงตอบ

“พวกเราจะอยู่กันถึง 3 วันหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ ทหารที่ให้ออกไปหาข่าวล้วนสาบสูญ” แม่ทัพทุกคนจะรู้ดีว่าหากไม่มีข่าวจากทหารสอดแนมแปลว่าฝ่ายตรงข้ามอาจมีจำนวนมากและรู้กลยุทธทางการทหารเป็นอย่างดี “ข้าว่าชักไม่ชอบมาพากลแล้ว”

“เราถอนทัพก่อนดีไหมท่านแม่ทัพ” รองแม่ทัพร่างใหญ่เสนอ ยังไม่ทันมีคำตอบจากอีกฝ่าย มิชเชลลุกขึ้นชี้ไปยังชายป่าด้านหน้า ลูกน้องทั้งหมดที่นั่งอยู่มองตามมือเล็กเรียวพบว่าบริเวณนั้นมีการเคลื่อนไหว พวกเขารู้สึกประหลาดใจว่าแม่ทัพร่างเล็กคนนี้ไปเอาเรี่ยวแรงมากไหน เมื่อมองตามมือของแม่ทัพสิ่งที่พวกเห็นทำให้ทุกคนหน้าซีด มันเป็นฝูงก็อบลินจำนวนนับพันตัวกำลังเดินออกจากป่าที่ห่างไป 500 เมตรพวกมันมุ่งหน้าตรงมายังหมู่บ้าน

“ทุกคนจัดแถวเตรียมรับการโจมตี” เสียงคำสั่งเฉียบขาดดังออกมาจากปากมิชเชลที่ถือดาบคู่อยู่ในมือ ทหารทุกคนที่พักได้ไม่ถึงชั่วโมงลุกขึ้นถือโล่และหอกยาวในท่าเตรียมพร้อม หอกของทหารแต่ละคนมีใบหอกทั้ง 2 ด้านในแต่ละด้านจะมีที่มีธาตุต่างกัน บางคนถือหอกธาตุไฟคู่กับธาตุลม บางคนถือหอกธาตุน้ำคู่กับธาตุดิน เช่นเดียวกับดาบคู่ของมิชเชล

“ทหารกล้าทุกท่าน ข้าดีใจที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกท่าน แม้ว่าวันนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราทั้งหมดจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันข้าไม่เคยนึกเสียใจเลย แม้พวกเราจะต้องตายเราจะตายอย่างมีศักดิ์ศรี จงสังหารศัตรูที่บังอาจบุกมาทำร้ายพี่น้องของเราให้มากที่สุด จงใช้กำลังทั้งหมดของพวกท่านเพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราจากสัตว์อสูรเหล่านี้” มิชเชลกล่าวปลุกใจทหาร ทำให้ทหารที่มีสีหน้าหวาดกลัวในคราแรกเริ่มฮึกเหิมขึ้น

“พลธนูยิง!” ลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งเข้าหาฝูงก็อบลินนับพัน ถึงมันจะทำให้สัตว์อสูรหลายตัวล้มลงแต่นั่นเป็นเหมือนน้ำจำนวนน้อยนิดที่อาจหาญที่จะดับไฟที่กำลังลุกโชนไปทั่วทั้งป่า นอกจากลูกธนูจำนวนน้อยนิดจะไม่ทำให้พวกก็อบลินเกรงกลัวแล้วพวกฝูงก็อบลินที่กำลังรุกคืบเข้ามายังส่งเสียงร้องข่มขวัญดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า ฝูงก็อบลินที่อยู่ตรงหน้าแถวทหารหน้าหมู่บ้านมีอาวุธเป็นดาบสั้นๆหรือขวานบิ่นๆ ขาสั้นของพวกมันต่างวิ่งตรงมายังกองทหารตรงหน้า

แถวหน้าสุดของก็อบลินเหลือระยะประมาณ 100 เมตรก่อนถึงแนวปะทะ ทหารที่อยู่หลังขวากไม้เตี้ยๆมองไปยังท้ายแถวก็อบลินที่กำลังออกจากชายป่า พวกเขาเห็นก็อบลินตัวหนึ่งมีความสูงกว่าก็อบลินโดยรอบกว่าเท่าตัว มันมีความสูงพอๆกับคนทั่วไปแต่เจ้าตัวเล็กๆโดยรอบทำให้มันโดดเด่น มันเป็นก็อบลินขั้นขุนพลระดับสูงที่มีขวานขนาดใหญ่อยู่ในมือ การปรากฎกายของมันทำให้กลุ่มทหารทุกคนรับรู้ถึงชะตาตัวเอง

ทันทีที่ก็อบลินแถวแรกเข้าถึงขวากไม้ทหารทุกคนใช้อาวุธของตนแทงไปยังก็อบลินที่กำลังปีนข้ามอุปสรรคไม้เตี้ยๆ เมื่อก๊อบลินแถวแรกล้มลงสัตว์อสูรแถวต่อไปใช้เพื่อนของมันเป็นบันไดเพื่อปีนเข้าหาศัตรูด้านใน ขณะที่สองฝ่ายปะทะกันได้ครู่ใหญ่ด้านหลังฝูงก็อบลินเริ่มมีความวุ่นวายเกิดขึ้น

---------------------------------------------------------------

วินและออนก้าเดินตามรอยเท้าเล็กๆจำนวนมากโดยทิ้งรถม้าเอาไว้ข้างหลัง หลังจากเดินมาได้หนึ่งชั่วโมงเขาเห็นฝูงก็อบลินระดับทหารความสูงประมาณ 80 เซนติเมตรจำนวนมากมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร ในฝูงมีก็อบลินร่างใหญ่สูงเกือบ 2 เมตรเดินแบกขวานขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง วินคิดว่าหากไม่เข้าช่วยเหลือหมู่บ้านที่อยู่ข้างหน้าคงเสียหายหนักแน่นอน ทั้งคู่ตัดสินใจว่าจะเข้าโจมตีเมื่อพวกมันเริ่มออกสู่ที่โล่งด้านหน้า

<วิหคเพลิง> นกไฟสีแดงตัวใหญ่บินโฉบไปยังฝูงก็อบลินตรงหน้า เปลวไฟอันร้อนแรงบนปีกกว้างกว่า 10 เมตรทำให้ก็อบลินนับร้อยร่างไหม้เกรียมทั้งที่พวกมันยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ กระทั่งก็อบลินธาตุไฟยังไม่สามารถทนกับความร้อนของเปลวไฟนั้นได้ จะมีเพียงพวกที่เป็นธาตุน้ำและหัวหน้าฝูงธาตุไฟเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ได้ นกไฟตัวแรกบินออกไปไม่ถึง 100 เมตรได้ปรากฎนกไฟอีกตัวบินตามมาทางซ้าย และขวาในเวลาเพียงไม่นาน

<สายน้ำที่ชุ่มฉ่ำประสานสายลมที่รุนแรง ทุ่งดาบน้ำแข็ง> หลังจบคำร่ายดาบน้ำแข็งจำนวนมากตกลงใส่ฝูงก็อบลินที่เบียดเสียดกันในรัศมีเวท 10 เมตร ดาบน้ำแข็งไม่เพียงตัดผ่านร่างพวกมัน แต่มันทำให้แผลที่เกิดขึ้นเย็นจนกลายเป็นน้ำแข็ง น้ำแข็งที่ขอบแผลขยายวงออกไปจนก็อบลินตัวนั้นถูกน้ำแข็งปกคลุมทั้งร่าง ก็อบลินที่อยู่ด้านหน้าแถวทหารเริ่มหันหลังกลับวิ่งตรงมาคุ้มกันหัวหน้าของพวกมัน ออนก้าพร้อมกาต้าคู่กายกำลังฟาดฟันใส่สัตว์ร้ายร่างเตี้ย กาต้าสองใบฟันผ่านร่างก็อบลินตัวแล้วตัวเล่าอย่างรวดเร็ว แม้พวกมันจะเป็นสัตว์อสูรแต่ด้วยความเร็วและขั้นที่ต่างกัน พวกมันไม่สามารถทำอะไรออนก้าได้แม้แต่น้อย

วินตรงไปยังจุดที่หัวหน้าฝูงก็อบลินยืนอยู่ ขวานขนาดใหญ่ถูกสับลงมาตรงๆ ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย เมื่อตั้งหลักได้ชายหนุ่มร่ายเกราะลมคลอบคลุมทั้งตัว ดาบน้ำแข็งเริ่มหล่นจากท้องฟ้าอีกครั้ง ดาบหลายเล่มพุ่งทะลุก็อบลินร่างสูงตรงหน้า เกล็ดน้ำแข็งเริ่มจับตามร่างกายจนทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยน้ำแข็ง เมื่อพายุสงบลงกลับเกิดปฎิมากรรมก็อบลินน้ำแข็งจำนวนมาก

กลุ่มทหารเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้าที่มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกวาดล้างก็อบลินนับพัน ถึงพวกเขาจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เวทมนต์บนโลกแห่งนี้ล้วนเป็นเพียงนิยายเมื่อฝูงก็อบลินเริ่มรนลานความอึกเหิมของทหารกลับมาอีกครั้งเมื่อกองหนุนอันแข็งแกร่งได้ปรากฎตัวขึ้น

“ทหารทุกคนประจันบาน” สิ้นเสียงคำสั่งทหารทุกคนที่อยู่ในท่าตั้งรับกระชับอาวุธตน วิ่งตามไปสังหารก็อบลินที่กำลังแตกพ่ายหลังเห็นหัวหน้าฝูงของมันพ่ายแพ้ชายหนุ่มผมสีฟ้า พวกมันที่เหลือจำนวนไม่มากเริ่มพากันวิ่งหนีเข้าป่า

 

“เฮ เฮ เฮ!!” ทหารทุกคนร้องขึ้นเมื่อเห็นก็อบลินที่เหลือไม่ถึง 30 ตัวหายเข้าป่า

“ขอบคุณท่านมากที่เข้ามาช่วยเหลือพวกข้า ข้าชื่อมิชเชลเป็นแม่ทัพของทหารกองนี้” แม่ทัพขั้นยอดฝีมือ ระดับ 5 โค้งหัวเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผมสีฟ้าตรงหน้าอย่างตกตะลึง เขาไม่รู้ว่าชายตรงหน้านั้นอยู่ระดับใด รู้เพียงว่าชายคนนี้มีระดับฝีมืออยู่ในขั้นขุนพลเป็นอย่างต่ำ

“สวัสดีท่านแม่ทัพ ข้าชื่อวิน นี่ภรรยาข้าออนก้า ข้าทนเห็นหมู่บ้านถูกสัตว์ร้ายทำลายโดยไม่ช่วยเหลือไม่ได้” ทั้งคู่ก้มหัวแสดงความเคารพ ตอนนี้ทหารทุกคนต่างเข้ามารุมล้อมชายหญิงทั้งคู่

“สวัสดีค่ะท่านแม่ทัพ” ออนก้าก้มหัวทำความเคารพแม่ทัพร่างเล็กตรงหน้า

“ความปั่นป่วนเมื่อครู่มันคืออะไรขึ้น” มิชเชลถามคำถามที่ทุกคนที่เห็นต่างข้องใจ

“ไม่มีอะไรมาก มันเป็นอาวุธของข้าเอง” วินเลี่ยงที่จะตอบคำถามเขาก้มเก็บลูกแก้วธาตุขนาดเล็กของหัวหน้าฝูงก็อบลินที่ไม่เหมือนลูกแก้วธาตุทั่วไปขึ้นพิจารณาก่อนเก็บในแหวนของเขา วินมีความรู้สึกแปลกๆเมื่อสัมผัสลูกแก้วนี้

“ท่านวินจะเดินทางไปยังที่ใด” มิชเชลถามขึ้นหลังทั้งหมดนั่งคุยกันพักใหญ่

“ข้าจะไปยังเมืองแซนติโก” วินตอบหลังจากดื่มน้ำที่นำออกมาจากแหวนของเขา

“เช่นนั้นขอให้ท่านเดินทางร่วมกับพวกข้า ข้าอยากพาท่านเข้าเฝ้าองค์ราชา แต่ข้าต้องจัดการบางเรื่องในหมู่บ้านทั้งสามอีกหลายวัน” มิชเชลกล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจ

“ตกลงข้าไม่ได้มีธุระด่วนอยู่แล้ว” 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #472 jasweem (@jasweem) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 18:52
    เรื่องถึงราชาเลยนะวิน โดนรุมถามเเน่
    #472
    0
  2. #405 BenMore (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 17:07
    ทำไมต้องก๊อบลิน... สงสารมันบ้าง

    ก๊อบลินก็มีหัวใจนะ...
    #405
    0
  3. #290 cutehell (@cutehell) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 17:29
    ทำไมแนวนี้ต้องมี กอลทัพก๊อบบินทุกเรื่อง สงสารมันบ้างมั๊ย มาให้พระเอกยำทั้งกองทัพ ทุกเรื่องเลย ราชาอุส่าเกิดมา 5555
    #290
    0
  4. #184 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 08:34
    ขอบคุณครับ
    #184
    0
  5. #78 ปกเงิน& (@2000sakda) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 18:21
    ขอบคุณคับ
    #78
    0
  6. #77 JokerVampire (@jocker797) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 22:20
    จะได้เจอราชาแล้วจะมีองค์หญิงให้เก็บเข้าฮาเร็มอะป่าวเนี่ย ยนุกดีครับรออ่านต่อไป
    #77
    0
  7. #76 สายลม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 22:03
    ขอบคุณครับ
    #76
    0