ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,359 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    336

    Overall
    254,359

ตอนที่ 34 : กริฟฟิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    17 ส.ค. 59

ชายหนุ่มผมสีฟ้าลืมตาขึ้นในตอนเช้า เขามองไปโดยรอบห้องทรงโดมขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้นับพัน แม้ห้องหินขนาดใหญ่นี้จะอยู่ห่างจากปากถ้ำมากกว่าร้อยเมตรแต่ภายในถ้ำกลับไม่ถูกปกคลุมด้วยความมืด กำแพงหินโดยรอบไม่มีคบไฟแต่มันกลับสว่างไสวด้วยผลึกสีขาวระยิบระยับที่ผนังของถ้ำ

วินมองไปรอบๆตัวเอง เขาเห็นหญิงสาวทั้ง 3 ยังคงสลบอยู่ไม่ไกลจากเขามากนักแต่ละคนนอนอยู่ภายในกรงขังธาตุลมสีเขียว ตามลำตัวของพวกเธอเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากเขี้ยวเล็บของสัตว์อสูร ชายหนุ่มขยับตัวอย่างยากลำบาก “นี่ข้าถูกขังอยู่ในกรงธาตุลมอยู่รึ” เขาบ่นพึมพำเบาๆกับตัวเอง นอกจากพวกเขาทั้ง 4 แล้วชายหนุ่มยังเห็นสัตว์อสูรขั้นสูงหลายสิบตัวถูกขังอยู่ในกรงธาตุลมเหมือนกับพวกเขา

“ออนก้า แอลฟ่า มิชเชล” วินเรียกชื่อหญิงสาวทั้ง 3 ที่ยังสลบอยู่ด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใย

วินสะบัดหัวไล่ความมึนงง เขาพยายามคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ชายหนุ่มจำได้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาทั้ง 4 ต่อสู้อยู่กับฝูงสัตว์อสูรขั้นสูงจำนวนมากที่บินได้

----------------------------------------

หลังคำร่าย <อาณาเขตแห่งศิลา> เสาหินจำนวนมากพุ่งขึ้นไปหาสัตว์อสูรบินได้เหล่านั้น กระนั้นด้วยความเร็วของพวกมันทำให้ส่วนใหญ่สามารถหลบเสาหินเหล่านั้นได้

หญิงสาวทั้งสามพยายามรวมตัวกันเพื่อช่วยกันโจมตีสัตว์อสูรบินเหล่านี้ สัตว์อสูรที่สูงกว่าพวกเธออยู่หลายขั้นบวกกับพวกมันที่บินได้และมีความเร็วสูง หากมันมีเพียง 1-2 ตัวทั้งสามพอจะตอบโต้พวกมันได้บ้าง แต่ด้วยจำนวนหลายสิบตัวหญิงสาวทั้งสามทำได้อย่างมากเพียงปัดป้องและรับการโจมตีจากพวกมันเท่านั้น สัตว์อสูรที่พุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูงจากทุกทิศทุกทาง ออนก้าที่มีความเร็วมากที่สุดในกลุ่มยังเคลื่อนที่ช้ากว่าพวกมัน

เวลาผ่านไปจนดวงอาทิตย์คล้อยต่ำวินจึงสามารถฆ่าสัตว์ปีกที่รวดเร็วเหล่านี้ได้หมด เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาต้องสู้กับสัตว์ขั้นสูงทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพัก ชายหนุ่มต้องใช้สมาธิอย่างมากเพื่อร่ายเวทใหญ่ หลังจากเขากำจัดสัตว์อสูรชั้นราชาที่รุมเขากว่าร้อยตัว เมื่อหันไปยังกลุ่มหญิงสาวทั้งสาม ภาพตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มตกใจยิ่ง ร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของหญิงสาวทั้งสามถูกรุมล้อมไปด้วยสัตว์ปีกขั้นราชาหลายสิบตัว บนพื้นมีซากศพสัตว์ปีกเหล่านั้นหลายตัวตายอยู่

วินพุ่งเข้าไปท่ามกลางวงล้อมสัตว์อสูรเหล่านั้นในทันที เขาร่ายเกราะลมป้องกันให้หญิงสาวทั้ง 3 หอกหินจำนวนมากพุ่งไปยังสัตว์อสูรตรงหน้า ชายหนุ่มรู้ดีว่าความเร็วของหอกที่พุ่งไปไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ ตอนนี้เขาต้องการเพียงให้มันถอยห่างจากผู้หญิงของเขาเท่านั้น

บาดแผลบนตัวจำนวนมากกอรปกับความเหนื่อยล้า หญิงสาวทั้ง 3 ร่างทรุดลงทันทีเมื่อชายหนุ่มผมสีฟ้าเข้ามาช่วยพวกเธอแล้ว ทั้งสามหอบอย่างเหน็ดเหนื่อยหลังพวกเธอต่อสู้กับสัตว์เหล่านี้มาอย่างยาวนาน หญิงสาวทั้งสามไม่เคยสู้กับสัตว์อสูรทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพัก หลังอาหารเช้าแม้ข้าวสักคำน้ำสักอึกไม่ตกถึงท้อง แม้พวกเธอจะได้รับการฝึกอย่างหนักย่อมหมดแรง

เมื่อเทียบกับการต่อสู้ครั้งนี้กับทุกๆครั้งที่ผ่านมานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตลอดมาแม้สัตว์อสูรจะมีจำนวนมากและมีขั้นที่สูงกว่า แต่อาศัยความเร็วที่เหนือกว่าของกลุ่มหญิงสาวทำให้การต่อสู้สอดประสานกันอย่างลงตัว ครั้งนี้แม้เหยี่ยวขั้นราชาเหล่านี้จะมีไม่กี่สิบตัวแต่พวกมันล้วนมีความเร็วสูงกว่าพวกเธออย่างเห็นได้ชัด เมื่อพวกเธอทำได้เพียงการปัดป้องจากการโจมตีอันต่อเนื่องและเป็นเวลานานในที่สุดขีดจำกัดของทุกคนก็เข้ามาถึง

หลังจากเหยี่ยวขั้นราชาขนาด 9 เมตรตัวสุดท้ายจะร่วงลงบนพื้นก็เป็นเวลามืดค่ำทั่วท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยดวงดาว วินยืนหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนที่เขาจะเดินไปหาหญิงสาวทั้ง 3 หน้าถ้ำขนาดใหญ่เบื้องหน้าของเขามีสัตว์ขนาดเล็กตัวหนึ่งปรากฎตัวขึ้นมันเป็นสิงห์โตมีปีกที่มีหัวเป็นนกอินทรีสูงเพียง 50 เซนติเมตร

“กริฟฟิน” วินแปลกใจ สัตว์อสูรทั้งหมดบนเขาแห่งนี้ล้วนบินได้ก็จริงแต่เขาไม่เห็นกริฟฟินสักตัว

(เจ้าตัวเล็กนี่อยู่สูงกว่าขั้นราชา) ชายหนุ่มตกใจอีกครั้งเมื่อสำรวจระดับของมันไม่ได้

 

กริฟฟินพุ่งหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมันมากเสียจนเขาเห็นภาพของมันเพียงแค่เลือนลาง กำแพงแห่งไฟถูกร่ายขึ้นตามสัญชาตญาณ อสูรร่างเล็กเพียงบินสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้พ้นจากกำแพงแห่งไฟแล้วพุ่งเข้าใส่เขาโดยที่ความเร็วของมันเกือบจะไม่ลดลง เสาหินจำนวนมากพุ่งขึ้นจากพื้นดินแต่มันสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มไม่แปลกใจที่มันหลบเสาเหล่านั้นได้ หอกหินสีฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงใส่มันอย่างไม่ขาดสาย วินร่ายเวทบทแล้วบทเล่าเพื่อจะหยุดกริฟฟินตัวน้อยที่พยายามโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง คทาสีทองในมือของเขากวัดแกว่งไปทั่ว

“เจ้าตัวเล็กนี่กำลังเล่นกับเขาอยู่อย่างนั้นรึ” ชายหนุ่มบ่นขึ้นเบากๆกับตัวเอง

มีคราหนึ่งที่แสงสีนวลจากพระจันทร์ดวงโตสาดส่องมากระทบลูกแก้วทรงรีที่ปลายคทาของชายหนุ่มกริฟฟินจ้องไปยังลูกแก้วขนาดเล็กนั่นก่อนที่มันจะชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นมันโหมกระหน่ำโจมตีชายหนุ่มผมสีฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ถึงกระนั้นหากดูไปแล้วเหมือนกับว่ามันยังไม่เอาจริงเลยแม้แต่น้อย มันเพียงบินโฉบไปมาเพื่อให้เขาหมดแรงไปเอง แม้จะมีบางครั้งที่กงเล็บเล็กๆของมันจะสร้างบาดแผลให้กับเขาก็ตาม

วินร่ายเวทอย่างต่อเนื่อง ตลอด 2 ชั่วโมงที่เขาสู้กับกริฟฟินตัวนี้ ด้วยความเร็วของมันทำให้เวทของเขาไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย ตรงข้ามกับชายหนุ่มผมสีฟ้าที่ทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ดวงตาของเขาพร่ามัวหลังร่ายเวทสายฟ้าวงใหญ่บทสุดท้าย

ตูมมม!

พื้นดินทั่วบริเวณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว

“ฮี่ ฮี่ ฮี่”

ชายหนุ่มล้มลง เป็นอีกครั้งที่เขาใช้มานาจนเกินขีดจำกัดก่อนที่สติสุดท้ายของเขาจะเลือนหายไป เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินคือเสียงหัวเราะที่แหลมสูงของอสูรตัวน้อย

------------------------------------------

“ฟื้น แล้ว หรือ เจ้า มนุษย์” เสียงเล็กๆดังขึ้นจากหน้าถ้ำขนาดใหญ่

วินหันตามต้นเสียงสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกใจอีกครั้ง “อสูรกริฟฟิน”

“ฮี่ ฮี่ ฮี่” เสียงหัวเราะแหลมเล็กดังขึ้นจากปากกริฟฟินร่างเล็ก

“ทำไมถึงไม่ฆ่าข้า” วินถามอย่างสงสัย

“เพราะ ข้า มี เรื่อง อยาก ถาม เจ้า”

“เจ้ามีเรื่องอยากถามข้า” วินทวนคำถามอย่างงงๆ

“เจ้า ได้ วิญ ญาณ ธาตุ ดิน มา จาก ที่ ใด”

“วิญญาณธาตุดิน มันคืออะไร” วินถามกลับ

“ลูก แก้ว นี่ คือ วิญ ญาณ ธาตุ ดิน” กริฟฟินจึงนำคทาของวินมาวางตรงหน้าเขา มันใช้ขาหน้าชี้ไปยังลูกแก้วสีน้ำตาลทรงรีที่อยู่บนยอดคทาของวิน

แท้ที่จริงแล้ววิญญาณธาตุทั้ง 26 ชิ้นที่อลันเชียร์บอกให้ตามหาก็ได้มาจากอสูรร้ายเหล่านี้

“หากข้าตอบคำถามของเจ้า เจ้าจะต้องตอบคำถามของข้า” วินต่อรอง

“ฮี่ ฮี่ ฮี่ ได้ สิ”

“ข้าได้มันมาจากอสูรไซคอปที่อยู่ในประเทศทางใต้ของประเทศนี้”

“ข้ามี 2 คำถามจะถาม ข้อแรก ทำไมสัตว์อสูรถึงโจมตีหมู่บ้านมนุษย์”

 

เดิมกริฟฟินตัวนี้อยู่กับฝูงของมันบนเทือกเขามรณะทางตะวันออกสถานที่ที่ฝูงกริฟฟินอยู่มีลมแรงอยู่ตลอดเวลาทำให้พวกมันสามารถบินได้เร็วมากกว่าสัตว์ปีกปกติ หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดทำให้มันเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็วมันจึงแยกฝูงออกมาสร้างอาณาจักรของมันใหม่บริเวณนี้

เป็นอย่างที่วินคาดการณ์ เมื่ออสูรกริฟฟินมาอยู่ที่นี่มันได้สร้างอาณาจักรขนาดเล็กของมัน มันเข้ายึดครองพื้นที่ในสุดของเทือกเขามรณะ สัตว์อสูรที่เคยอยู่บริเวณนี้จึงต้องย้ายที่อยู่ พวกที่ไม่ย้ายที่อยู่จำนวนมากที่ถูกมันฆ่าตาย หลังจากอาณาจักรของมันขยายใหญ่ขึ้นสัตว์อสูรที่อยู่ห่างไกลออกไปถูกกดดันให้ย้ายที่อยู่อีกครั้ง ปกติแล้วสัตว์และสัตว์อสูรจะไม่รวมกลุ่มเข้าโจมตีมนุษย์ หลังจากมันถูกกดดันอย่างหนักมันจึงต้องโจมตีมนุษย์เพื่อความอยู่รอด

สัตว์อสูรขั้นสูงธาตุลมยอมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรของมัน พวกที่มีธาตุอื่นถูกล่ามาเป็นอาหาร กริฟฟินชอบเล่นกับอาหารของมันก่อนกินมันจึงมักขังอาหารของมันด้วยเวทลม

 

“ข้อที่สอง เจ้าต้องบอกว่าวิญญาณธาตุสามารถใช้ทำอะไรได้” วินถามต่อหลังจากกริฟฟินเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังจนจบ

“ฮี ฮี ฮี ใน เมื่อ เจ้า จะ ต้อง ตาย ใน ไม่ ช้า ข้า ก็ จะ เล่า ให้ เจ้า ฟัง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #1071 pauypauy (@pauypauy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 08:45
    กริฟฟิน หรือ ม้า วะ ฮี่ๆ
    #1071
    0
  2. #199 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 18:44
    ขอบคุณครับ
    #199
    0
  3. #139 ชาเย็นแก้ว (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 10:10
    สนุกมากเลยครับ เป็นกำลังใจให้ ติดตามเรื่องนี้ยุเสมอนะครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับที่คอยสร้างผลงานสนุก ๆ ให้ได้อ่าน
    #139
    0
  4. #138 รามิเรส (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 01:18
    ขอบคุนคับ
    #138
    0