ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,416 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    393

    Overall
    254,416

ตอนที่ 48 : เดินทางสู่ทวีปใหม่ (ตอน 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    8 ก.ย. 59

เมืองอัลเบอตี้เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงเมืองไม่สูงมากนัก ด้วยเพราะรัศมี 20 กิโลเมตรรอบเมืองไม่มีสัตว์ร้ายขั้นสูงอาศัยอยู่ บ้านเรือนภายในเมืองส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้สน ร้านค้าสองข้างทางดูคึกคักกว่าเมืองอื่น สินค้าจากต่างแดนถูกวางเรียงรายให้ผู้คนได้เลือกซื้อ พ่อค้าจากต่างเมืองมารอซื้อสินค้าจากผู้ที่จากทวีปไกลโพ้น พ่อค้าหลายกลุ่มที่เดินลงจากเรือใบเดินทะเลขนาดใหญ่คล้ายคล้ายเรือสำเภาจีน ไม่มีคนแบกหามสินค้าเดินวุ่นวาย สินค้าทั้งหมดที่นำมาถูกเก็บอยู่ในแหวนและสายรัดข้อมือมิติ พวกเขาล้วนมีผู้คุ้มกันนับสิบคน

            กลุ่มของวินเข้าพักยังโรงแรมขนาดใหญ่ริมทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเท่าไรนัก ถึงเป็นโรงแรมขนาดใหญ่แต่กลับถูกสร้างไว้อย่างเรียบง่ายผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าที่มารอลงเรือเพื่อไปยังทวีปเอโรกาซ่า พื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมนี้ถูกจัดให้เป็นคอกสัตว์มีไว้สำหรับผู้เดินทางฝากสัตว์เอาไว้ระหว่างเดินทางไกล ด้านหลังของโรงแรมเป็นหาดทรายส่วนตัวขนาดใหญ่

            เมื่อได้ที่พักแล้วหญิงสาวทั้งสามพากันออกไปซื้อของ วินยิ้มมุมปากขณะยืนมองพวกเธอเดินลับตาไป หลังจากแวะพักหลายเมืองทำให้เขามองว่าการแยกกันซื้อของกลายเป็นเรื่องปกติ หญิงสาวทั้งสามต่างสนุกกับการจับจ่ายสินค้าร่วมกัน แม้พวกเธอยินดีที่จะไปไหนมาไหนกับสามีของพวกเธอ แต่เรื่องบางอย่างการมีเพียงผู้หญิงกลับทำให้พวกเธอสบายใจมากกว่า

            ชายหนุ่มมองหญิงสาวทั้งสามเดินหายไปในร้านเสื้อผ้าแล้วเขาจึงตรงไปยังโต๊ะไม้ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่หน้าสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในทะเลปลายสุดของสะพานมีเรือสำเภาขนาดใหญ่จอดเทียบอยู่ 2 ลำ

            “อยากรู้ว่าเรือที่นี่จะไปยังที่ใดบ้าง” วินถามชายร่างเล็กที่หน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา

            “ไปยังเมืองบาซาน ประเทศไอกากิ ทวีปเอโรกาซ่า” เขาตอบห้วนๆ

            “พวกข้าไปกัน 4 คนคิดค่าเดินทางเท่าไร” วินถามต่อ

            “ค่าเดินทางคนละ 20 เหรียญทอง มีอาหารให้ตลอดการเดินทาง 15 วัน อีก 3 วันเรือออกจากท่าหลังอาหารเช้า”

            วินจ่ายค่าเดินทางชายคนนั้นยื่นแผ่นโลหะขนาดเล็ก 4 ใบมาให้ ชายหนุ่มเข้าใจว่านี่เป็นเหมือนบัตรเพื่อใช้ขึ้นเรือ

-------------------------------------

            หลังจากหญิงสาวทั้งสามซื้อเสื้อผ้าได้คนละหลายชุด พวกเธอเดินออกจากร้านขายเสื้อผ้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มทุกคน ขณะที่กำลังเดินหยอกล้อกันไปตามทางทั้งสามรู้ตัวอีกทีเมื่อเจอทางตัน พวกเธอเดินหลงทาง ขณะที่กำลังจะย้อนกลับไปมีชายหนุ่มร่างใหญ่ 5 คนออกมาขวางพวกเธอไว้

            “สาวน้อยไปกินข้าวกับพวกข้าไหมจ๊ะ” ชายร่างใหญ่หนวดเครารกรุงรังกางแขนออกข่างหนึ่งอีกข้างกำลังลูบหนวดของตน คนเหล่านี้เป็นลูกเรือที่มากับเรือที่เพิ่งเทียบท่าเมื่อเช้า

            “ถ้าพวกเจ้าบริการดีเดี๋ยวลูกพี่ของข้ามีรางวัลให้” ชายร่างสูงพูดขึ้นก่อนเสียงหัวเราะจะดังจากชายทั้งห้า

            “ไปให้พ้นพวกข้ากำลังอารมณ์ดี” มิชเชลตะคอกเสียงดัง

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกข้าก็กำลังอารมณ์ดี ข้าชอบหญิงผมทองคนนี้” ชายร่างใหญ่ละมือจากหนวดของตนมาจับข้อมือแอลฟ่ามันพยายามดึงหญิงสาวร่างเล็กเข้ามาในอ้อมอกที่เต็มไปด้วยขนของมัน

            หญิงสาวกระชากแขนของตนกลับ ด้วยแรงอันมหาศาลทำให้ชายร่างใหญ่กระเด็นตามแรงของเธอจนหัวทิ่มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น ชายสี่คนหยิบอาวุธและขยับตัวจะเข้ามาช่วยหัวหน้าของมันที่ถูกเท้าเล็กๆเหยียบอยู่บนพื้น อาวุธสีเงินเป็นประกายถูกนำออกมาจากแหวนของหญิงสาวทั้งสาม ดาบเล่มใหญ่ในมือแอลฟ่าจ่ออยู่ที่คอกะลาสีร่างใหญ่

ก่อนที่พวกมันจะรู้สึกตัวร่างของออนก้าปรากฎขึ้นด้านหลังของสองคนโดยมีกาต้าสีเงินของเธอจ่ออยู่ที่คอของชายทั้งสอง ด้วยความคมของกาต้าทำให้มีเลือดซึมออกจากแผลเล็กๆแม้ว่าเธอยังไม่ออกแรง

ดาบคู่ของมิชเชลจ่ออยู่ที่คอของชายหน้าอ่อนอีกสองคน

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณผู้หญิง” ทหารหลายคนวิ่งตรงมายังกลุ่มคนทั้งหมด ก่อนที่จะมีใครตาย

“พวกเราหลงทางแล้วเจ้าคนพวกนี้คิดจะปล้นและลวนลามพวกเราค่ะ” มิชเชลบอกอย่างสุภาพ

“มะ...ไม่จริง ผู้หญิงพวกนี้กำลังปล้นพวกข้า” ชายคนหนึ่งที่ถูกมิชเชลใช้ดาบจ่อคอละล่ำละลักออกมา

หัวหน้าทหารยามเห็นอาวุธของหญิงสาวทั้งสามแล้วเข้าใจสถานการณ์ อาวุธของพวกเธอล้วนทำจากโฮริฮารูกอนที่หายาก จะมีเพียงไม่กี่คนที่ใช้อาวุธที่ผลิตจากแร่ที่หายากเช่นนี้ ภายในเมืองอัลเบอตี้นี้มีเพียงท่านเจ้าเมืองและแม่ทัพใหญ่เท่านั้นที่ใช้อาวุธเหล่านี้ ยิ่งเห็นฝีมือพวกเธอเมื่อครู่ที่สามารถสยบชายร่างใหญ่ทั้ง 5 คนได้โดยพริบตาหญิงสาวเหล่านี้คงไม่ธรรมดา

“หุบปากของพวกเจ้าซะ บังอาจมาลวนลามหญิงสาวกลางวันแสกๆ” หัวหน้าทหารตะคอกใส่ชายร่างสูงจากนั้นจึงหันไปถามมิชเชล “ท่านทั้งสามเป็นอะไรไหมครับ จะให้ทำอย่างไรกับพวกมันดี”

“ช่างมันเถอะค่ะ พวกเราไม่เป็นอะไร” แอลฟ่าเตะไปที่หน้าของชายหนุ่มที่นอนอยู่ใต้เท้าของเธอหนึ่งที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยทั้งสามจึงเก็บอาวุธของตน

“อย่างไรก็ตามข้าต้องขอเชิญท่านทั้งสามไปเป็นพยานที่ทำการเมือง” หัวหน้าทหารพูดเรียบๆ

หญิงสาวทั้งสามคนมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเลี่ยงไม่ได้จึงจำใจเดินตามกลุ่มทหารที่คุมตัวชายทั้งห้ากลับไปยังที่ทำการเมือง

 

วินจัดการเรื่องเรือที่พวกเขาจะโดยสารเสร็จเรียบร้อยจึงใช้เวลาระหว่างรอภรรยาทั้งสามของเขาด้วยการเดินเล่นในตลาด ชายหนุ่มได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงเดินไปยังจุดที่ผู้คนมามุงดู ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวทั้งสามเดินตามชายในชุดทหารจึงตรงเข้าไปสอบถามเมื่อรู้เรื่องทั้งหมดจากทหารแล้วเขาจึงเดินตามไปโดยไม่พูดอะไร

ทั้งหมดมาถึงอาคารปูนสีขาวขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างเป็นที่ทำการเมือง ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าไปภายในมีรถม้าคันใหญ่วิ่งมาจอดอยู่ด้านหน้า ผู้ที่ลงมาจากรถม้าทำให้คนทั้งสี่ที่เดินตามทหารรู้สึกประหลาดใจ

“ท่านโคสัน” วินเรียกพ่อค้าวัยกลางคนที่เคยพบกันที่เมืองโตบา

“สวัสดีท่านวิน” โคสันหันตามเสียงเรียกที่คุ้นหูเมื่อเห็นว่าเป็นชายหนุ่มผมสีฟ้า

“ท่านมาทำอะไรที่นี่” วินถาม

“เจ้าเมืองอัลเบอตี้เป็นเพื่อนของข้า ข้านำดาบที่แอลฟ่าตีมาอวดเขา” โคสันยิ้มกว้าง “ว่าแต่พวกท่านมาทำอะไรที่นี่”

“เจ้าพวกนั้นสร้างปัญหาให้พวกหล่อนเล็กน้อย” วินชี้ไปยังชายทั้งห้าที่ถูกทหารกุมตัว

“เรื่องนี้ข้าเป็นธุระให้พวกเจ้าเอง ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้วไปรู้จักกับเพื่อนข้าหน่อย” โคสันกระซิบข้างหูหัวหน้ากลุ่มทหารก่อนจะดึงมือวินเข้าไปยังที่ทำการเมือง หญิงสาวทั้งสามเดินตามชายหนุ่มที่ทำหน้างงๆ

-------------------------------------

“ครั้งหน้าพวกเจ้าต้องระวังให้มากกว่านี้” วินเตือนหญิงสาวทั้งสามขณะพวกเขานั่งทานอาหารเช้าบริเวณชายหาดของโรงแรมที่พักท่ามกลางภาพดวงอาทิตย์ส่งแสงสีทองฉาบผืนน้ำทะเล

“โชคดีที่มิชเชลตีอาวุธจากโฮริฮารูกอนให้พวกเรา มิเช่นนั้นถ้าใช้อดามันเทียมคงแตกตื่นกันน่าดู” มิชเชลพูดขึ้น

“บรรยากาศดีแบบนี้อย่าพูดถึงเจ้าพวกนั้นให้เสียอารมณ์เลย” แอลฟ่าถอนหายใจยาว

หลังอาหารเช้าวินพาหญิงสาวทั้งสามไปเดินตลาด ยังมีของอีกหลายอย่างที่เขาต้องการซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องใช้จำเป็นอีกหลายรายการ ปลาและสัตว์ทะเลจำนวนมากถูกใส่ไว้ในแหวนมิติของออนก้า ในจำนวนนั้นมีปูขนาดใหญ่มากกว่าอย่างอื่น

ออนก้าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องทำอาหารเธอจะใส่ใจกับสิ่งรอบตัวมากกว่าคนอื่น หญิงสาวจำรายการอาหารที่ทุกคนชอบและไม่ชอบได้ขึ้นใจ เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ทานปู ออนก้าสังเกตเห็นว่าวินชอบมันเป็นพิเศษโดยเฉพาะปูที่มีก้ามและขาใหญ่กว่าตัวแบบไม่สมดุลนั่นทำให้เนื้อตรงส่วนตัวของมันมีน้อยนิดเมือเทียบกับก้ามขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือและขาใหญ่ยาวของมัน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วคนทั้งสี่ได้ของครบตามต้องการส่วนใหญ่จะเป็นอาหารทะเลสด ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ

---------------------------------

            เช้าวันเดินทางกลุ่มของวินทานอาหารเช้าเสร็จแต่เช้า พวกเขามุ่งหน้าไปยังท่าเรืออย่างไม่รีบร้อน ก่อนขึ้นเรือมีเจ้าหน้าที่ตรวจบัตรเดินทางก่อนจะขึ้นเรือ ชายหนุ่มมองเรือเดินสมุทรลำใหญ่ที่ลอยนิ่งอยู่ริมโป๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่โยกไปมาตามกระแสคลื่นที่แผ่วเบา เรือไม้ผสมเหล็กยาวประมาณ 100 เมตรที่พวกเขาใช้เดินทางจอดนิ่งอยู่คนละท่ากับเรือที่มาเทียบท่าวันก่อน เสากระโดงเรือสูงหลายสิบเมตรตั้งตระหง่านอยู่ 4 ต้นใบเรือขนาดใหญ่ยังคงถูกม้วนเก็บอยู่กับไม้ยึดใบเรือ วินยื่นบัตรโลหะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ยืนอยู่ตรงทางขึ้นเรือเขายกขึ้นดูครู่หนึ่งแล้วยื่นกุญแจที่มีหมายเลข 10 ให้กับชายหนุ่มแล้วผายมือให้คนทั้งสี่

เมื่อทั้งสี่ขึ้นเรือขนาดใหญ่ก็พบดาดฟ้าเรือที่มีพื้นที่เกินครึ่งหนึ่งของเรือ ท้ายเรือมีห้องอาหารขนาดใหญ่ที่มีทางเชื่อมต่อลงไปยังห้องพักกว่า 40 ห้องที่อยู่ด้านล่าง คนทั้งสี่นั่งลงบนเก้าอี้ที่ยึดติดไว้บนดาดฟ้าเรือโดยที่พวกเขายังไม่ไปยังห้องพักที่เจ้าหน้าที่จัดไว้

            ผู้คนที่เดินขึ้นเรือส่วนมากเป็นพ่อค้าที่มีผู้คุ้มกันติดตามจำนวนมาก แม้ว่าสินค้าจะถูกเก็บไว้ในแหวนมิติแต่การเดินทางไกลข้ามทวีปเช่นนี้การถูกปล้นชิงมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ พ่อค้าทุกคนจึงจำเป็นต้องมีผู้คุ้มกันให้เหมาะสมกับสินค้าราคาแพงที่พวกเขานำไปขาย

 

กึ่งปลา(เงือก)

ขั้นทหาร ระดับ 9

 

            วินสังเกตกลุ่มคนสิบกว่าคนที่เป็นพวกครึ่งสัตว์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน คนเหล่านี้เดินด้วยสองเท้า หน้าเหมือนคนทุกประการ เพียงแต่มีหูเหมือนครีบปลา ผู้หญิงวัย 60 เดินเคียงคู่กับผู้ชายที่แต่งตัวสำอาง เขามีความสูงไล่เลี่ยกับวิน ชายหนุ่มสังเกตว่าชายคนนี้มองมายังพวกเขาหลายต่อหลายครั้ง ส่วนคนที่เดินตามทั้ง 10 คน ทั้งหมดอยู่ขั้นยอดฝีมือ

            เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้ง เสียงโหวกเหวกของกับตันดังขึ้นจากหลังพังงาเรือ ลูกเรือหลายสิบคนช่วยกันปลดใบเรือทั้งหมดให้กางออก ลูกเรือสองคนช่วยกันหมุนกว๊านดึงสมอเรือขึ้น เรือใบลำใหญ่ค่อยๆลอยลำห่างจากฝั่งอย่างช้าๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #1057 Hollzaza zza (@candyman123) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 16:01
    ชื่อ สลับ กัน หลายตอนละนะนี้
    #1057
    0
  2. #238 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:00
    ขอบคุณครับ
    #238
    0
  3. #233 ชาเย็นแก้ว (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 22:18
    สนุกมากๆเลยคับ
    #233
    0
  4. #232 wit000 (@wit000) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 21:57
    #232
    0
  5. #231 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 21:43
    สนุกดีครับ
    #231
    0