ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,446 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    423

    Overall
    254,446

ตอนที่ 51 : คราเค่น (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    14 พ.ย. 59

            เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่โคลงเคลงไปมาอย่างรุนแรงราวกับถูกคลื่นลูกใหญ่ถาโถมเข้าใส่ เสียงกรีดร้องของลูกเรือและผู้โดยสารดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนวดขนาดใหญ่ของคราเค่นหลายเส้นกำลังควานหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนดาดฟ้า

            หนวดปลาหมึกยักษ์สีขาวสี่เส้นยึดจับกราบเรือทั้งฝั่งซ้ายและขวา หัวขนาดใหญ่ของมันโผล่ขึ้นที่หัวเรือพร้อมกับหนวดอีกสี่เส้นที่ชูขึ้นกลางอากาศ เมื่อคราเค่นเชิดหัวขึ้นครั้งแรกน้ำหนักตัวของมันกดหัวเรือให้ทิ่มลงจนน้ำทะเลปริ่มกราบเรือด้านหน้า ดวงตาสีแดงก่ำสอดส่ายซ้ายขวามองหาเหยื่อของมัน หนวดยาวกว่า 20 เมตรทั้งสี่ส่ายไปมาเพื่อไล่จับทุกสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่เว้นแต่ถังไม้ที่กลิ้งไปมาอยู่บนดาดฟ้าเรือ หนวดซ้ายเส้นหนึ่งของมันคว้าถังไม้ทรงกลมได้จากนั้นมันจับเข้าปากที่มีฟันอันแหลมคมจำนวนมากที่กำลังขยับขึ้นลงอยู่ในปากขนาดใหญ่เกือบ 2 เมตรของมัน ถังไม้ขนาดใหญ่ถูกบดขยี้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว ไม้เนื้อแข็งกระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อมันรู้ว่าเป็นสิ่งที่กินไม่ได้จึงคายออกมาแล้วสอดส่ายสายตามองหาเหยื่อของมันต่อไป

            สายตาของผู้โดยสารที่อยู่ภายในห้องอาหารจ้องมองสัตว์อสูรร่างใหญ่อย่างหวาดกลัว สัตว์อสูรร่างยักษ์ในตำนานปรากฎร่างให้คนทั้งหมดได้เห็นในวันนี้ คนจำนวนมากตะเกียกตะกายเพื่อพยุงตัวจากพื้นเรือที่เอียงไปด้านหน้าด้วยน้ำหนักของคราเค่น

            ลูกเรือหลายคนบนดาดฟ้าและสะพานเดินเรือ ต่างหาสิ่งยึดจับเพื่อไม่ให้ตัวเองไหลไปตามพื้นเอียงไปยังหัวปลาหมึกยักษ์ พวกเขาหลายคนเคยเดินผ่านเส้นทางนี้จนนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้นับเป็นอันตรายที่หนักหนากว่าที่เคยเจอมา

“ทุกคนจับอาวุธช่วยกัน ก่อนที่มันจะจมเรือ” เสียงที่ดังยิ่งกว่าเป็นเสียงจากชายผิวดำร่างใหญ่ผู้ที่ยืนกุมพังงาเรือ

ลูกเรือและผู้คุ้มกันพ่อค้าหลายสิบคนหยิบอาวุธของตนตรงไปยังหนวดขนาดใหญ่ที่สายไปมาอย่างน่ากลัว ดาบเหล็กธรรมดาไม่สามารถสร้างบาดแผลบนหนวดของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ขั้นราชาตัวนี่ได้แม้แต่น้อย

หญิงสาวทั้งสามวิ่งออกจากห้องอาหารและพุ่งตรงไปยังหนวดปลาหมึกขนาดยักษ์ที่กำลังรือทำลายดาดฟ้าเรือ อาวุธสีดำเป็นเงาตัดผ่านหนวดใหญ่ที่แข็งดังเหล็กกล้าได้ไม่ยากนัก ในเวลานี้พวกเธอไม่สนใจว่าจะมีใครเห็นอาวุธที่สร้างด้วยอดามันเทียมสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือกำจัดคราเค่นให้ได้เร็วที่สุด ถึงกระนั้นการที่จะสู้กับหนวดแข็งแกร่งขนาดใหญ่จำนวน 8 เส้นที่ปัดไปปัดมาไม่ใช่เรื่องง่าย หญิงสาวทั้งสามช่วยกันฟันหนวดปลาหมึกยักษ์ส่วนที่อยู่ติดกับกราบเรือ ออนก้าและมิชเชลพุ่งหลบปลายหนวดที่ฟาดลงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ แอลฟ่าใช้ดาบสีเขียวของเธอตัดผ่านหนวดที่ยังคงพาดอยู่บนพื้นดาดฟ้า

ชายหนุ่มลงไปที่ดาดฟ้าเรือในส่วนของกราบเรือด้านขวา ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างบันไดทางขึ้นหอควบคุมเรือซึ่งเป็นจุดอับสายตา เขาวาดมือออกไปด้านหน้า <วิหควายุ> นกสีม่วงธาตุลมบินโฉบขอบเรือด้านขวา ปีกธาตุลมอันคมกริบตัดผ่านหนวดของคราเค่นได้อย่างง่ายดาย แต่ปีกของนกยักษ์กลับไม่ทำอันตรายกับเรือแม้เพียงเล็กน้อย 

หลังจากหนวดปลาหมึกทั้งสี่เส้นที่ฝั่งขวาของเรือขาดลงเรือกลับแกว่งไปมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง ชายหนุ่มลืมคิดไปว่าน้ำหนักตัวมหาศาลของคราเค่นจะไปกดลงที่กาบซ้ายเพียงด้านเดียว เขารีบวิ่งไปฝั่งซ้ายของเรือ ชายหนุ่มพบว่าหญิงสาวทั้งสามได้ตัดหนวดแรกของมันไปแล้ว

“พวกเจ้าไปที่หัวของมัน” ชายหนุ่มออกคำสั่งก่อนจะร่ายนกวายุออกไปอีกครั้ง หนวดขนาดใหญ่สามหนวดสุดท้ายที่เหลืออยู่ถูกชายหนุ่มตัดออกอย่างรวดเร็ว

เมื่อปราศจากหนวดหัวของคราเค่นก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆได้อีก แอลฟ่าขว้างโล่ของตนไปฟาดหัวคราเค่นจนเป็นแผลฉกรรจ์

ตูมมม!

หัวขนาดใหญ่ของมันตกกระแทกน้ำแล้วค่อยๆจมหายไป

 

            ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผู้คนที่อยู่ภายในห้องอาหารต่างจับจ้องไปยังกลุ่มคนที่กำลังสู้อยู่กับหนวดขนาดใหญ่ของปลาหมึกขนาดใหญ่อย่างประหลาดใจ สายตาที่ตื่นกลัวเริ่มกลับกลายเป็นโล่งอก ผู้คุ้มกันพ่อค้าหลายสิบคนบนดาดฟ้าไม่มีใครเห็นว่าชายหนุ่มผมสีฟ้าทำอะไรในขณะนั้น สิ่งที่พวกเขาสนใจคืออาวุธสีดำสนิทในมือหญิงสาวสวยร่างเล็กสองคน และอีกหนึ่งคนถือดาบสีเขียวใสในมือขวา มือข้างซ้ายมีโล่ใหญ่สีดำสนิท หนวดสีขาวขนาดใหญ่ที่ผู้คุ้มกันหลายสิบคนไม่สามารถทำอะไรได้กลับถูกหญิงสาวทั้งสามคนตัดขาดได้อย่างไม่ยากเย็น

ต่างกับชายคนหนึ่งที่ยืนตะลึงแข็งค้างกับสิ่งที่เขาเห็นตลอดเวลา สองมือของเขายังคงกำพังงาเรือเอาไว้แน่นแต่สีหน้าของเขากลับซีดเผือดยิ่งกว่าครั้งที่เห็นคราเค่นจู่โจมเรือ สิ่งที่เขาเห็นทำให้เรื่องอาวุธของหญิงสาวทั้งสามกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย

เฮ! เฮ!

เสียงตะโกนก้องของผู้คนที่ออกมาช่วยกันกำจัดผู้บุกรุกดังขึ้น

ขณะเดียวกันเสียงตะโกนก้องก็ปลุกชายผู้หนึ่งให้ตื่นขึ้นจากภวัง

“เมื่อกี้มันอะไรกัน” กัปตันเรือรำพึงกับตัวเอง เขาแน่ใจว่าสิ่งที่พุ่งออกจากมือของชายหนุ่มไปตัดหนวดไม่ใช่อาวุธ ไม่น่าจะมีอาวุธใดในโลกที่สามารถตัดหนวดปลาหมึกยักษ์ขนาดเมตรกว่าที่แม้แต่เหล็กกล้ายังไม่สามารถทำอะไรได้ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้  

            ลูกเรือทั้งหมดกำลังช่วยกันเก็บกวาด ตัวเรือเสียหายไม่มากนักมีเพียงพื้นของดาดฟ้าเรือบางจุด กับเชือกยึดใบเรือ 2 ใบขาดลงจากการถูกหนวดคราเค่นฟาดเสียหาย เสากระโดงทั้ง 4 ต้นไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด  หนวดขนาดใหญ่ทั้งแปดถูกนำไปยังห้องครัวเพื่อปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษสำหรับทุกคน แม้จะมีคนถูกคราเค่นจับกินไป 3 คนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อเทียบกับการที่จะต้องตายกันหมดหากสัตว์อสูรขนาดยักษ์สามารถจมเรือได้

            หลังเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นไม่นานวินเดินอย่างสบายอารมณ์ไปยังหอบังคับเรือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมาเขาพบเจอกันสัตว์อสูรที่ร้ายกาจกว่านี้มากนัก ฉะนั้นเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องเล็กสำหรับเขา ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่เขานั่งประจำเพื่อมองลูกเรือเก็บกวาด ซ่อมแซมดาดฟ้าเรือ

            วินหันไปทางกัปตันเรือที่กำลังสั่นเหมือนกับกลัวอะไรบางอย่าง หน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อชายหนุ่มเดินมา เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นกลางหน้าผากแล้วไหลรวมกันมายังปลายคาง อาจเป็นไปได้ว่ากัปตันคนนี้จะเห็นเขาใช้เวทมนต์กำจัดคราเค่นเมื่อครู่

“ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า” วินสังเกตเห็นอาการผิดปกติของกัปตันเรือจึงแกล้งถามออกไปเพื่อลองเชิง

“เป็น....เอ่อ ไม่ ไม่” ชายร่างใหญ่ตอบเสียงสั่น เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้สามารถตกปลาทูน่าสีรุ้งได้ด้วยตัวคนเดียว ซ้ำยังไว้ใจให้เขาเป็นผู้จัดการประมูลเนื้อปลานั่นโดยไม่กลัวคนแปลกหน้าอย่างเขาจะโกง

“ข้า...ข้าสบายดี ขอบคุณท่านวินที่ช่วยให้เรือของข้าปลอดภัย” เมื่อเวลาผ่านไปครู่ใหญ่กัปตันร่างใหญ่เริ่มตั้งสติได้ คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวกัปตันเรือร่างใหญ่ แต่ทุกคำถามกลับถูกเขากลืนลงลำคอ เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามชายหนุ่มตรงหน้าทั้งเรื่องอาวุธอันคมกริบของหญิงสาวทั้งสาม และนกสีดำที่สามารถตัดผ่านหนวดที่แข็งแกร่งของคราเค่นขั้นราชาตัวนั้นได้

“การเดินทางข้ามทวีปอันตรายแบบนี้ทุกครั้งเลยไหม” วินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าสีหน้าของกัปตันร่างใหญ่เริ่มเป็นปกติ

“ปกติแล้วอันตรายของการเดินเรือข้าทวีปคือสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนและพายุ ข้าเป็นกัปตันเรือมานานกว่า 10 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่พบเจอคราเค่นโจมตีเรือ แม้ว่าจะเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับสัตว์อสูรยักษ์ตัวนี้มาบ้าง แต่สิ่งที่ข้าได้ยินมาคือคราเค่นมักจะอยู่ในอาณาเขตของมันที่เป็นน้ำลึก” ชายร่างใหญ่กลืนน้ำลายตัวเองหลายครั้งก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้วินฟัง

หญิงสาวทั้งสามเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร สายตาคนจำนวนมากจับจ้องมายังพวกเธอ อาวุธที่สร้างจากแร่สีดำที่ว่ากันว่าไม่มีใครสามารถหลอมมันได้กลับอยู่ในมือหญิงสาวสามคนที่อยู่ตรงหน้า สายตาของคนเหล่านั้นแฝงไปด้วยอารมณ์ต่างๆนานา บางคนรู้สึกขอบคุณที่พวกเธอช่วยให้รอดจากสัตว์อสูรในตำนานตัวนั้นได้ บ้างก็รู้สึกหวาดกลัวเมื่อพวกเธอกันมา บ้างก็รู้สึกอิจฉาอยากได้อาวุธชั้นเลิศของคนทั้งสาม เสียงซุบซิบดังขึ้นจากคนเหล่านั้น

แม้จะมีหลายคนอยากได้อาวุธสีดำที่คนเหล่านั้นแน่ใจว่ามันถูกสร้างขึ้นจากอดามันเทียม แร่ที่ไม่สามารถมีใครในโลกนี้หลอมมันได้ แต่ไม่มีใครกล้าพอที่จะขยับตัวหรือเข้าแย่งชิงอาวุธที่หาค่าไม่ได้จากหญิงสาวทั้งสาม สิ่งที่พวกเขาได้เห็นล้วนเป็นที่ประจักต่อสายตาของทุกคน

ผู้คุ้มกันวัยเกือบ 50 ปีคนหนึ่งที่หยิ่งทะนงในความสามารถของตนที่อยู่ในขั้นขุนพล ระดับ 1 ยังไม่กล้าสบตากับหญิงสาวสวยทั้งสามคนที่มีอายุยังไม่ถึง 20 ปี เขารู้เพียงหญิงสาวผมดำอยู่ในขั้นขุนพล ระดับ 3 และหญิงเผ่าเอลฟ์ มังกร อยู่ระดับ 5 ในขั้นเดียวกัน ส่วนหญิงสาวผมสีน้ำตาลที่อยู่เผ่ากึ่งเสือผสมหมาป่านั้นเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าเธออยู่ในระดับใดเนื่องจากเธออยู่สูงกว่าเขามากกว่า 5 ระดับ และด้วยความเร็วของเธอที่เขาเห็นเมื่อครู่ทำให้ชายหนุ่มร่างใหญ่คนนี้ได้แต่ก้มหน้าถอนหายใจเมื่อหญิงสาวทั้งสามคนเดินผ่าน

“เรากลับไปในห้องพักดีกว่าไหม” ออนก้ากระซิบเบาๆกับหญิงสาวสองคน เธอรู้สึกอึดอัดกับสายตาผู้คนที่จับจ้องมายังพวกเธอ

“ดีเหมือนกัน ข้ารู้สึกอึดอัดกับคนเหล่านี้เหมือนกัน” แอลฟ่ากระซิบตอบ มิชเชลได้แต่พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร

หญิงสาวทั้งสามเดินตรงไปยังบันไดเพื่อลงไปยังชั้นของห้องพัก

ตูมมมม!!!

เรือลำใหญ่ถูกบางอย่างชนจนเอียงวูบไปทางซ้าย โต๊ะเก้าอี้และสิ่งของในห้องอาหารเพิ่งถูกจัดเรียงจากการโจมตี้ของคราเค่นเมื่อครู่กระจัดกระจายอีกครั้ง คนและสิ่งของทั้งหมดลื่นไถลไปกองอยู่ทางซ้าย หญิงสาวสามคนคว้าราวบันไดไม้เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลงรีบวิ่งไปยังดาดฟ้าเรือทันทีเมื่อพวกเธอทรงตัวได้

เมื่อหญิงสาวทั้งสามออกมาบนดาดฟ้าเรือ พวกเธอเห็นชายหนุ่มผมสีฟ้ากำลังชะโงกอยู่ที่กราบเรือด้านขวาอยู่พักหนึ่ง จากนั้นไม่นานชายหนุ่มหันกลับมาโบกไม้โบกมือให้กัปตันที่ยังคงกำพังงาเรืออยู่แน่น

ตูมมมม!!

ครั้งนี้แรงกระแทกเกิดขึ้นจากทางด้านซ้าย ทำให้เรือเอียงไปทางขวาอย่างแรง คนจำนวนมากที่อยู่บนดาดฟ้าเรือล้มกลิ้งกันตามๆกัน ลูกเรือหลายคนมีประสบการณ์กับพายุลมแรงต่างมีเชือกผูกร่างไว้กับเสากระโดงขนาดใหญ่ของเรือ


++++++++++++++++++++++++++++++++++

แก้ไขขั้นของวินครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #442 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 15:20
    มันไปตามพ่อมันมาหรือปล่าว ฮา
    #442
    0
  2. #255 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 23:28
    สนุกดีครับ
    #255
    0
  3. #254 Huntherfc (@Huntherfc) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 23:01
    พ่อคราเคนแน่มันไปตามมา
    #254
    0
  4. #253 ผ่านมา (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 21:43
    ปกติฉากโจมตีเรือจะเจอแต่ใน นิยายเกมส์ออนไลน์เวลาพระเอกข้ามทวีป

    เพิ่งเคยเจอในแนวแฟนตาซี รู้สึกเฉยๆๆเซ็งๆ
    #253
    0
  5. #252 ยัยบ๊อง555 (@Yai_bong555) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 21:30
    ตัวอัลไลบุกอีกคร้าา
    #252
    0
  6. #251 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 21:30
    ขอบคุณมากนะครับ สนุกมากติดตามอยู่นะครับ 
    #251
    0