ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,533 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    510

    Overall
    254,533

ตอนที่ 61 : ความวุ่นวายที่คุ้นชิน (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    28 ก.ย. 59

คนทั้งสี่เดินตามชายสองคนไปยังกลางหมู่บ้าน วินมองไปรอบหมู่บ้านแห่งนี้เขาคะเนว่าหมู่บ้านนี้มีบ้านไม่ต่ำกว่า 80 หลัง บ้านชั้นเดียวสร้างขึ้นด้วยไม้แผ่นดูแข็งแรงกว่าหลายหมู่บ้านที่พวกเขาผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยต่างจับจ้องมายังพวกเขา

“สวัสดีท่านนักเดินทาง ข้าจิมมี่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ นิคบอกข้าว่าพวกท่านจะช่วยพวกเรากำจัดสัตว์อสูร” ชายวัย 40 ปีผิวคล้ำรูปร่างใหญ่สะพายหน้าไม้ไว้ด้านหลังโค้งหัวเล็กน้อย ข้างตัวเขามีดาบเหล็กขนาดใหญ่วางอยู่

“สวัสดีข้าชื่อวิน เป็นสามีของหญิงสาวทั้งสาม ข้าอยากรู้สถานการณ์ในตอนนี้” วินมองหัวหน้าหมู่บ้านรูปร่างใหญ่ เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ในขั้นขุนพล ระดับ 1 แม้แต่กลุ่มชายที่นั่งอยู่มากว่าครึ่งอยู่ในขั้นยอดฝีมือ

“เมื่อวานตอนที่คนในหมู่บ้านออกล่าสัตว์ พวกเขาพบสัตว์อสูรระดับสูงมากกว่า 200 ตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางหมู่บ้านของพวกเรา พวกเราตัดสินใจจะปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้ ข้าส่งคนไปยังเมืองบาซานเพื่อแจ้งข่าวแล้ว คาดว่าทหารน่าจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ส่วนผู้หญิงและเด็กได้พากันอพยพไปยังหมู่บ้านข้างเคียงตั้งแต่เช้าแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านเล่า

“พวกท่านวางแผนกันไว้อย่างไร สู้กับสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากเราจำเป็นต้องวางแผนให้รัดกุม” มิชเชลที่เคยเป็นแม่ทัพถามขึ้นเธอมองไปยังชายฉกรรจ์นับร้อย แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในขั้นที่สูงแต่อาวุธในมือเป็นเพียงดาบที่ทำจากเหล็กธรรมดา จะมีเพียงบางคนที่ใช้หอกสองธาตุกระนั้นก็ยังเป็นเพียงอาวุธที่ทำจากเหล็กกล้า

“แผนรึ พวกข้าเป็นพรานสู้กับสัตว์อสูรทุกวันเราจะใช้ความสามัคคีต่อสู้กับพวกมัน” หัวหน้าหมู่บ้านงงกับคำถามของหญิงสาว แม้จะรู้สึกไม่พอใจแต่เขาไม่กล้าโต้เถียงกับคนกลุ่มนี้ แม้หญิงสาวที่ถามเขาจะอยู่ในขั้นต่ำสุดของกลุ่มเธอยังอยู่ในขั้นขุนพลระดับ 3

“เราจะทำอย่างไรดีคะ” มิชเชลกระซิบเบาๆข้างหูวิน เธอรู้ดีว่าการต่อสู้กับสัตว์อสูรจำนวนมากต่างกับการล่าสัตว์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง หากไม่วางแผนให้ดีอาจทำให้คนทั้งหมดพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ แต่หากมีการวางแผนและปฎิบัติตามกองทัพขนาดเล็กก็สามารถสู้กับสัตว์อสูรที่มากกว่าได้ แต่กับชาวบ้านที่ไม่ได้รับฝึกซ้อมคงเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดให้พวกเขาเข้าใจ

“ท่านจิมมี่สัตว์เหล่านั้นมาจากทางไหน พวกข้าจะไปลาดตระเวณดูหน่อย” วินพูดเรียบๆ

“พวกท่านแน่ใจนะ” หัวหน้าหมู่บ้านชี้นิ้วไปยังทิศที่สัตว์อสูรจะมา

วินพาหญิงสาวทั้งสามมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่จิมมี่บอกโดยไม่พูดอะไร รถม้าถูกจอดไว้เมื่อทั้งหมดเดินทางออกจากหมู่บ้านมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง

“ท่านวินคะ ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าสัตว์จำนวนมากกำลังตรงมาทางนี้พวกมันอยู่ห่างไปประมาณ 500 เมตร” ออนก้าที่นั่งอยู่คู่กับชายหนุ่มพูดขึ้น เธอขยับขึ้นมานั่งหน้ารถม้าคู่กับคนขับเพื่อให้ได้ยินเสียงฝูงสัตว์ร้ายได้ง่ายขึ้น

คนทั้งสี่เดินต่ออีกประมาณ 300 เมตรพวกเขาทั้งหมดยืนอยู่บนเนินดินขนาดเล็ก ด้านหน้าของพวกเขาห่างไปไม่ไกลเป็นฝูงสัตว์อสูรประมาณ 300 ตัว มันเป็นจำนวนมากกว่าที่ชาวบ้านบอกไว้เสียอีก วินมองฝูงสัตว์อสูรด้วยความประหลาดใจเนื่องจากพวกมันส่วนใหญ่จะเดินด้วยสองเท้า ด้านหน้าเป็นหมาป่าสีดำอยู่ในขั้นยอดฝีมือระดับกลางกว่า 50 ตัวซึ่งเป็นพวกที่อยู่ในขั้นต่ำที่สุดในกลุ่มนั้น ตามด้วยลิงขนสีขาวสูงประมาณ 1 เมตรในมือของพวกมันมีไม้ปลายแหลมเป็นอาวุธ เหนือหัวพวกมันสูงไม่เกิน 5 เมตรเป็นนกขนาดกว้างประมาณครึ่งเมตรหลายพันธุ์ ด้านหลังสุดเป็นกระทิงตัวใหญ่เดินด้วยสองเท้าพวกมันสูง 2.5 เมตร สัตว์อสูรเหล่านี้มีวิวัฒนาการมากกว่าพวกที่อยู่ในทวีปมัธราธมากนัก

“ข้าขอทดลองอะไรนิดหน่อย” ชายหนุ่มก้าวไปด้านหน้าหลายก้าวเขาชูคทาสีทองขึ้นจากนั้นจึงปรับขนาดวงเวท เมื่อเห็นว่าวงเวทคลอบคลุมสัตว์ทั้งหมดวินจึงปล่อยพลังเวทออกมา สายฟ้านับร้อยสายฟาดลงกลางวงเวทขนาดใหญ่

“พวกเจ้าช่วยกันเก็บลูกแก้วอสูร ข้าจะไปเอารถม้า” หลังจากฆ่าสัตว์อสูรทั้งหมดชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี เขาเดินยืดอกผ่านหญิงสาวทั้งสาม ตั้งแต่ได้รับพลังจากไข่มุกสีขาวนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้เวทมนต์เพื่อฆ่าสัตว์อสูร ด้วยพลังเวทมนต์ของเขาในตอนนี้เขาสามารถฆ่าสัตว์อสูรจำนวนกว่า 300 ตัวได้ด้วยการร่ายเวทเพียงแค่ 2 ครั้ง ทำให้ชายหนุ่มมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลายเท่า

-----------------------------

ชาวบ้านร้อยกว่าคนมองรถม้าของคนทั้งสี่ที่มุ่งหน้าไปยังทิศที่สัตว์อสูรกำลังมาด้วยความงุนงง เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้น

“พวกมันต้องบ้าแน่ๆ”

“ข้าว่ามันคงกลัว เดี๋ยวพอลับตาไปมันคงหนีไปทางอื่น”

“ใช่ๆ ข้าก็คิดอย่างนั้น”

.......

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเสียงพูดคุยเกี่ยวกับคนทั้งสี่เริ่มเงียบหายไป กลุ่มชาวบ้านหลายคนที่ตั้งแถวเพื้อป้องกันหมุ่บ้านจากสัตว์ร้ายเริ่มนั่งลง บางคนเดินไปเดินมาด้วยความกระสับกระส่าย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะล่าสัตว์เหล่านี้อยู่ทุกวัน แต่จำนวนสัตว์ที่พวกเขาเจอมากสุดไม่เกินครั้งละ 10 ตัว หลายคนเริ่มแสดงสีหน้าหวั่นวิตกเมื่อต้องสู้กับสัตว์ร้ายที่มีจำนวนมากว่าพวกเขากว่าเท่าตัว

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังต่อเนื้องซ้ำๆกันนับสิบนับร้อยครั้ง ต้นเสียงอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ชาวบ้านทั้งหมดสะดุ้งขึ้นสุดตัว คนทั้งหมดหมอบลงตามสัญชาตญาณ แม้ว่าเสียงฟ้าผ่าถี่ๆที่พวกเขาได้ยินจะดังต่อเนี่องกันไม่ถึง 10 วินาที แต่มันก็ทำให้หลายคนตัวสั่นด้วยความกลัว ตั้งแต่เกิดมาพวกเขาไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

ชาวบ้านทั้งหมดค่อยๆลุกขึ้นหลังสิ้นเสียงฟ้าผ่าไปนานหลายนาที หลายคนแหงนมองบนท้องฟ้าเวลานี้อย่าว่าแต่เมฆฝนเลย แม้แต่เมฆก้อนเล็กๆยังไม่มีให้เห็น

“ข้าว่าพวกเราน่าจะไปดูสักหน่อย” จิมมี่พูดขึ้นหลังจากเขาตั้งสติได้

“ข้าเห็นด้วย” ลูกบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ข้าว่าอย่าไปเลย อาจมีอันตรายก็ได้” ชายร่างเล็กคนหนึ่งแย้ง

เมื่อได้ข้อยุติคนทั้งหมดจึงแบ่งเป็น 3 กลุ่มแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่เกิดเสียงฟ้าผ่า ทั้งหมดเดินตามรอยรถม้าที่กลุ่มของวินนำมาเมื่อชั่วโมงก่อน เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง รอยรถม้าเหมือนจะหยุดอยู่ตรงนี้ เนื่องด้วยพวกเขามีอาชีพเป็นพรานป่า การตามรอยจึงเป็นเรื่องง่าย กลุ่มคนทั้งหมดเดินตามรอยเท้าของทั้งสี่ไปยังเนินดินเล็กๆ ภาพเบื้องหน้าทำให้ทุกคนต้องตกใจ

ชาวบ้านกว่าร้อยคนมองไปยังซากศพสัตว์อสูรกว่า 300 ตัวพวกมันถูกสายฟ้าอันรุนแรงฟาดซ้ำๆ จนร่างดำไหม้ บนพื้นดินปรากฎรอยไหม้ขนาดใหญ่อยู่ 2 รอย ต้นหญ้าในวงกลมรัศมี 150 เมตรล้วนไหม้เกรียม พวกเขาทั้งหมดตกตลึงปากอ้าค้างไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ฉับพลันร่างกายของหลายคนเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัว หลายคนทรุดกายลงไปอยู่บนพื้นดิน

“กะ...เกิดอะไรขึ้นที่นี่” คำถามคล้ายๆกันดังขึ้นจากคนกลุ่มนี้

“ต้องเป็นเทพแห่งป่าแน่ๆ” เมื่อไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ สุดท้ายก็เริ่มหันไปพูดถึงสิ่งสักดิ์สิทธิ์ที่คนทั้งหมดให้ความเคารพนับถือ

“เทพแห่งป่า เทพแห่งป่า” เสียงแซ่ซ้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่องคนทั้งหมดคุกเข่าลงกราบกรานให้กับความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องบน

“แย่แล้ว เมื่อครู่ข้าเผลอด่าว่าพวกท่านเหล่านั้นว่าเป็นคนบ้า ข้าจะถูกฟ้าผ่าไหมเนี่ย” ชายคนหนึ่งโวยวายขึ้นด้วยความกลัวอย่างสุดขีดเขาทรุดตัวลงกับพื้นแล้วนั่งกอดเข่าตัวสั่น

หลายคนมีอาการเหมือนล้มทั้งยืนเมื่อคิดได้ว่าตนเองได้พูดในทางเสียหายเช่นกัน

-------------------------------

กลุ่มของวินเดินทางต่อโดยไม่ย้อนกลับไปยังหมู่บ้านแห่งนั้น หลังกำจัดสัตว์อสูรทั้งหมดลงได้ออนก้ารับอาสาขับรถม้าแทนชายหนุ่ม เธออ้อมกลับไปยังถนนสายใหญ่แล้วหันกลับไปมองชายหนุ่มที่นอนหนุนตักหญิงสาวผมสีดำด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แม้เมื่อครู่เขาจะฆ่าสัตว์อสูรเกือบ 300 ตัวด้วยการร่ายเวทขนาดใหญ่ไปสองครั้ง แต่เขากลับไม่มีอาหารเหนื่อยเนื่องจากการสูญเสียมานาจำนวนมากแม้แต่น้อย

มิชเชลมองชายหนุ่มที่นอนหนุนตักของตนด้วยความนับถือยิ่งขึ้น แม้ว่าเธอจะอยู่กับเขามาไม่ถึงหนึ่งปี ด้วยความมานะบากบั่นของชายหนุ่มที่มีมากกว่าคนปกติมากมายนัก ทำให้พลังของชายหนุ่มในวันนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าเก่ามากจนเธอไม่สามารถจินตนาการถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของชายหนุ่มได้

ทั้งหมดเดินทางมาได้อีกระยะหนึ่งท้องฟ้าในตอนนี้เริ่มมืดลงพวกเขาจึงหยุดพัก แม้ว่าวินจะรีบแค่ไหนแต่เขาก็รู้ดีว่าการเดินทางในเวลากลางคืนในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้เป็นการกระทำที่อันตรายอย่างมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #434 123 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 23:34
    จริงๆน่าจะให้พวกมิเชลอยู่ระดับจอมทัพได้แล้วนะ

    ถ้าจำไม่ผิด ห่างเกิน10ระดับมันแชร์กันไม่ได้นี่?

    วินระดับราชาแระ พวกมิเชลยังแค่ขุนพล = =
    #434
    0
  2. #337 เอเอ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 09:47
    เทพผุดๆ
    #337
    0
  3. #335 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 08:53
    สนุกดีครับ
    #335
    0
  4. #334 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:08
    ขอบคุณมากนะครับ
    #334
    0