ราชันจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 254,409 Views

  • 1,076 Comments

  • 4,580 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    386

    Overall
    254,409

ตอนที่ 65 : วิกฤต (ตอน 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    5 ต.ค. 59

3 วันก่อนที่สัตว์อสูรจะบุกเมืองอากิม่า อสูรโทรลร่างใหญ่ที่แสนจะเย่อหยิ่ง เพราะมันสามารถสร้างลาวาขึ้นปกคลุมทั่วร่างหลังจากมันกลืนกินวิญญาณธาตุไฟและดินเข้าไป  สัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่บริเวณภูเขาไฟไม่สามารถสู้มันได้ มันจึงรวบรวมเหล่าโทรลที่อยู่กันอย่างกระจัดกระจายเพื่อสร้างอาณาจักรของมัน โดยมีโทรลเหล่านั้นเป็นลูกน้อง คอยหาอาหารและรับใช้มัน ด้วยความที่มันคิดว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรมันได้มันจึงไม่ออกล่าเองหลังจากมันเข้าสู่ขั้นราชา

ในตอนนี้อสูรโทรลกำลังเกรี้ยวกราดเมื่อมันรู้ว่าบริเวณเชิงเขามีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ออกมาไล่จับลูกน้องของมันกินอย่างไม่เกรงกลัวเจ้าถิ่นอย่างมัน เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่มันลงมาจากภูเขาไฟลูกใหญ่เพื่อสำรวจอาณาเขต และกำจัดผู้บุกรุกอาณาเขตของมัน

“กรรรรร”

อสูรกิ้งก่าร่างใหญ่ร้องทักทายทันทีเมื่อมันเห็นอสูรโทรล ด้วยขาที่แข็งแรงมันสามารถกระโดดได้ไกลกว่า 10 เมตร กิ้งก่าเริ่มจู่โจมทันทีมันกระโดดเข้าตะปบโทรลด้วยอุ้งเท้าขนาดใหญ่ของมัน ปากที่เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมกัดลงบริเวณไหล่ซ้ายของเจ้าถิ่นโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัว ขากรรไกรอันแข็งแกร่งของเจ้ากิ้งก่าที่สามารถบดกระดูกโทรลทั่วไปได้อย่างง่ายดาย

แค่เสี้ยววินาทีก่อนที่ฟันยาว 8 นิ้วของกิ้งก่าจะบดไหล่อสูรโทรลนั้น มันใช้มือทั้งสองจับปากกิ้งก่าทั้งบนและล่างและออกแรงเพื่อง้างออก ด้วยพละกำลังของพวกมันทั้งคู่ที่ใกล้เคียงกันมันทั้งสองจึงยื้อกันอยู่พักใหญ่ กิ้งก่ายักษ์เห็นว่าโทรลตรงหน้ามีพละกำลังมากกว่าโทรลตัวอื่นมันจึงถอนปากออกจากไหล่แล้วหันมาพ่นไฟใส่หน้าอสูรโทรลที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น เปลวไฟสีแดงคลอบคลุมทั้งหัวของอสูรโทรล

กิ้งก่ายักษ์พ่นไฟอยู่พักใหญ่เมื่อมันเห็นว่าอสูรโทรลนิ่งไปมันจึงลงจากร่างของเจ้าถิ่นที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นเพื่อจะฉีกกินร่างของอสูรโทรล กำปั้นขนาดใหญ่ของโทรลถูกเหวี่ยงเข้าบริเวณกรามของกิ้งก่ายักษ์ ร่างของกิ้งก่าที่คิดว่าอสูรโทรลตายแล้วเพราะถูกไฟเผากระเด็นไปหลายเมตร

อสูรโทรลที่สามารถเรียกลาวาให้คลุมทั่วร่างได้เนื่องจากมันกลืนวิญญาณธาตุไฟและดินเข้าไป ดังนั้นเปลวไฟจึงไม่สามารถทำอันตรายมันได้ ครั้งแรกที่กิ้งก่าพ่นไฟใส่มันนั้นสร้างความประหลาดใจ แฝงไปด้วยความดีใจ จนทำให้อสูรโทรลอึ้งอยู่นาน มันคิดไม่ออกว่าหากมันได้วิญญาณธาตุจากเจ้ากิ้งก่าจะทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมสักเท่าไร

หลังจากต่อยกิ้งก่ายักษ์จนล้มคว่ำแล้วอสูรโทรลจึงยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ลาวาสีแดงเริ่มปกคลุมร่างกายมันอย่างช้าๆ เพียงไม่นานทั่วทั้งร่างของอสูรโทรลเต็มไปด้วยลาวาสีส้มที่ร้อนแรง แม้ว่ามันทั้งคู่จะอยู่ในขั้นราชาเหมือนกันแต่เนื่องจากอสูรโทรลกลืนวิญญาณธาตุ 2 ลูกจึงทำให้ความร้อนจากลาวาของมันร้อนแรงกว่ากิ้งก่ายักษ์อยู่มาก

กิ้งก่ายักษ์ตกใจเมื่อเห็นว่าไฟของมันไม่สามารถทำอะไรโทรลตัวนี้ได้แม้แต่น้อย ตั้งแต่มันกลืนวิญญาณธาตุไฟเข้าไปมันก็สามารถพ่นไฟได้ แม้จะเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟยังบาดเจ็บเมื่อถูกเปลวไฟของมัน กระนั้นมันยังคงมั่นใจในฝีมือการล่ารวมถึงขากรรไกรอันแข็งแกร่งของมัน กิ้งก่ายักษ์เข้าโจมตีอีกครั้งด้วยวิธีเดิมแต่ครั้งนี้อสูรโทรลที่ยืนจ้องมองอยู่มันจึงสามารถหลบการโจมตีนั้นได้ กิ้งก่ายักษ์ฟาดหางของมันทันทีที่อสูรโทรลหลบอุ้งเท้ามันพ้น โทรลยักษ์ล้มกลิ้งต้นไม้ขนาดใหญ่โดยรอบหักโค่นลง ทันทีที่ร่างของมันสัมผัสกับต้นไม้เปลวไฟจากลาวาเริ่มเผาไหม้ต้นไม้พวกนั้นอย่างรวดเร็ว

อสูรโทรลลุกขึ้นอีกครั้งมันมองกิ้งก่ายักษ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ หางของกิ้งก่าบริเวณที่ฟาดถูกตัวโทรลเป็นแผลดำไหม้จนเห็นได้ชัด ขณะนี้กิ่งก่ายักษ์รู้ตัวแล้วว่ามันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอสูรโทรลตัวนี้ มันหันหลังและพยายามจะวิ่งหนี อสูรโทรลที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตรสะบัดมือทั้งคู่ของมันอย่างแรง ลาวาจากอุ้งมือของโทรลพุ่งตรงไปยังร่างกิ้งก่ายักษ์อย่างแม่นยำ

ลาวาก้อนนั้นค่อยๆกัดกินผิวหนังของมันจนเป็นแผลใหญ่ กิ้งก่าหันกลับมาที่โทรลมันพ่นไฟไปรอบๆในทันที อสูรโทรลจ้องมองอย่างแปลกใจในสิ่งที่กิ้งก่ายักษ์ทำ มันไม่ได้พ่นไฟใส่โทรลโดยตรงแต่มันพยายามเผาป่าที่อยู่โดยรอบ ไฟเผาต้นไม้ใหญ่รอบตัวโทรลเริ่มขยายพื้นที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ควันไฟสีดำปกคลุมไปทั่วจนมืดมิดตอนนี้อสูรโทรลไม่สามารถมองเห็นกิ้งก่ายักษ์ได้ กิ้งก่ายักษ์พาร่างที่บาดเจ็บของมันหนีออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

----------------------------------

หลังจากทหารกำลังสู้กับสัตว์อสูรกลุ่มสุดท้ายพวกเขาต้องแปลกใจเมื่อเห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่โผล่ออกมาจากชายป่า รูปร่างมันคล้ายกับกิ้งก่าขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 8 เมตร กิ้งก่ายักษ์เดินด้วยสองเท้า ฟันอันแหลมคมขนาดใหญ่ทำให้ทหารหลายคนที่เห็นมันต่างขนลุกด้วยความหวาดกลัว

กิ้งก่ายักษ์วิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วมันไม่สนใจเหล่าสัตว์อสูรที่อยู่ด้านหน้ามัน หางขนาดใหญ่ฟาดไปมาอย่างรุนแรง สัตว์อสูรที่วิ่งอยู่ข้างมันถูกฟาดกระเด็นไปไกล บางตัวที่วิ่งอยู่ด้านหน้าถูกมันเหยียบจนจมดิน

หน้าไม้ยักษ์ทุกคันถูกปรับเล็งมายังกิ้งก่ายักษ์ทันที ลูกธนูทั้งเล็กใหญ่พุ่งตรงไปยังกิ้งก่าขนาดใหญ่ แต่ลูกธนูเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย ในสายตาของมันลูกธนูที่พุ่งมาเป็นเหมือนยุงตัวเล็กที่บินไปมาให้รำคาญมันหยุดเดินและพ่นไฟออกจากปากขนาดใหญ่ของมัน เปลวไฟที่ร้อนแรงนอกจากจะเผาไหม้ลูกธนูแล้วมันยังพุ่งตรงมายังแถวทหารที่กำลังสู้กับสัตว์อสูรอยู่ด้วย

 

ไทรันนอซอรัส อสูร ธาตุไฟ

ขั้นราชา ระดับ 3

 

วินเห็นกิ้งก่าขนาดใหญ่กระโจนออกจากชายป่าด้านหน้า ชายหนุ่มจ้องเขม็งไปยังกิ้งก่ายักษ์ตัวนั้นอยู่นาน วินแปลกใจที่ไดโนเสาขนาดใหญ่ปรากฎตัวขึ้นในทวีปแห่งนี้ มันเป็นอสูรธาตุไฟแต่เขาสังเกตว่าทั่วทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ นั่นทำให้เขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง กิ้งก่าขนาดใหญ่วิ่งมาราวกับว่ามันหนีบางสิ่งที่ทำให้มันบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้

ชายหนุ่มยิงหอกน้ำแข็งไปยังกิ้งก่าขนาดใหญ่ หอกน้ำแข็งสีม่วงจำนวนมากกลับถูกไฟของมันเผาละลายจนหมดสิ้น ขณะที่กิ้งก่ายักษ์พ่นไฟชายหนุ่มเห็นว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างกองทัพที่อยู่ด้านหน้าอาจล้มตายเพราะไฟที่ร้อนแรงของอสูรร้ายตัวนี้ ม่านน้ำขนาดใหญ่ยาวหลายสิบเมตรก่อนที่เปลวไฟของกิ้งก่ายักษ์จะไปถึงแถวทหาร เปลวไฟปะทะกับม่านน้ำจนกลายเป็นกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

แม่ทัพไจก้าสั่งแถวทหารให้ถอยออกจากรัศมีของเปลวเพลิงของอสูรร้ายในทันที สัตว์อสูรที่กำลังสู้กับกลุ่มทหารถูกสังหารหมดแล้วในตอนนี้ ขณะเดียวกันวินได้ร่อนจากกำแพงสูงมาประจันหน้ากับกิ้งก่ายักษ์ที่ยืนพ่นไฟอยู่อีกด้านหนึ่งของม่านน้ำที่กำลังระเหยไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่ความร้อนจากเปลวไฟสีแดงของกิ้งก่ายักษ์สามารถละลายเวทน้ำแข็งของเขา รวมทั้งกำแพงธาตุน้ำของเขาได้แม้กำแพงน้ำจะละเหยได้ไม่เร็วนัก

เช่นเดียวกันกับหญิงสาวสามคนที่ยืนดูอยู่บนเชิงเทิน แม้ว่าทั้งสามคนจะมั่นใจในความสามารถของชายหนุ่มผู้เป็นสามี แต่พวกเธอก็อดเป็นห่วงชายหนุ่มไม่ได้ ในตอนนี้พวกเธอทำได้แค่เพียงเฝ้ามองและให้กำลังใจสามี เนื่องจากกำแพงเมืองทั้งหมดถูกปิดลง ถึงแม้ว่าพวกเธอจะออกไปได้แต่สถานการณ์ตอนนี้หากเธอทั้งสามเข้าไปยุ่งวุ่นวายยิ่งกลับเป็นการเพิ่มภาระให้กับชายหนุ่ม

“นับวันพวกเรายิ่งเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเรากลับไม่สามารถช่วยอะไรท่านวินได้เลย” ออนก้าพูดขึ้นสายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังชายหนุ่มผมสีฟ้า

“ข้าก็คิดเหมือนกัน พวกเราจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น” แอลฟ่าพูดเบาๆ เพียงเพื่อให้หญิงสาวทั้งสองคนได้ยิน ขณะนี้พวกเธอทั้งสามคนต่างอยู่ในขั้นขุนพล หากเทียบกับคนทั่วไปนี่นับว่าทั้งสามอยู่ในขั้นที่สูงมาก มากพอที่จะเป็นแม่ทัพหรือผู้ปกครองเมืองขนาดใหญ่เลยด้วยซ้ำ แต่หากเทียบกับสัตว์อสูรที่พบเจอในปัจจุบัน ขั้นของพวกเธอยังอ่อนด้อยกว่าพวกมันมากนัก

“หากข้าใช้เวทมนต์ได้อย่างท่านวิน ข้าจะขยันฝึกฝนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของท่านวินได้บ้าง” เสียงของมิชเชลที่เบามากเสียจนหญิงสาวอีกสองคนคิดว่าเธอเพียงบ่นพึมพำกับตนเอง

วงเวทขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นบริเวณที่กิ้งก่ายักษ์ยืนอยู่ ละอองน้ำแข็งค่อยๆโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า จากเล็กน้อยเริ่มมากขึ้นและมากขึ้นเป็นลำดับ ทันทีที่ละอองน้ำแข็งปกคลุมทั่วทั้งวงเวทขนาดกว่า 50 เมตรทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในวงเวทกลับกลายเป็นน้ำแข็ง แม้กระทั่งเปลวไฟที่ร้อนแรงจากปากของสัตว์ร้ายสูงเกือบ 10 เมตร สายตาของวินยังคงจับจ้องไปยังกิ้งก่ายักษ์ที่อยู่ห่างออกไปกว่า 20 เมตร เขารู้สึกได้ว่ามันยังคงมีการเคลื่อนไหว

ทหารหลายพันคนยืนมองการต่อสู้ของชายหนุ่มร่างสูง ผมสีฟ้ากับสัตว์ร้ายร่างยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายกิ้งก่า ความหวาดกลัวที่มีต่อสัตว์ร้ายร่างใหญ่ที่เกือบฆ่าหมู่พวกเขาด้วยไฟที่มันพ่นออกจากปากเริ่มจางหายไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยเห็นใครที่ใช้เวทมนต์ได้อย่างเช่นชายหนุ่มตรงหน้า เวทมนต์ที่ทุกคนรู้จักเป็นเพียงนิยายปรำปราที่เล่าสืบต่อกันมา บัดนี้เขาทั้งหมดได้เห็นมันกับสายตาของตนเอง แม้กระทั่งสัตว์อสูรที่พวกเขารู้จักและมีจดบันทึกไว้ก็ไม่ปรากฎว่าจะมีตัวใดสามารถพ่นไฟได้อย่างเช่นสัตว์ร้ายร่างใหญ่ตัวนี้

ทหารทุกคนต่างช่วยเชียร์ชายหนุ่มที่สู้กับกิ้งก่าอย่างตึงเครียด เหล่าทหารไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังแม้แต่คนเดียว ด้วยเกรงว่าจะเป็นการรบกวนสมาธิของเขา หากใครมองไปยังใบหน้าของทหารทั้งกองทัพ พวกเขาล้วนลุ้นจนตัวเกร็งไปทั้งร่าง บางคนเผลอกัดปากตัวเองจนเลือดไหลเป็นทาง บ้างก็กำอาวุธของตนแน่นจนมันสั่น บ้างก็หวาดกลัวเสียจนขาแข้งอ่อนแรง แม้กระทั่งแม่ทัพร่างใหญ่ยังยืนมองอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

 

ก่อนหน้าที่ละอองเวทน้ำแข็งของชายหนุ่มจะแช่แข็งทุกสิ่งภายในวงเวท กิ้งก่ายักษ์รู้ตัวว่ากำลังจะถูกแช่แข็ง มันสูดหายใจเข้ายาวๆหนึ่งครั้งก่อนจะพ่นไฟออกมาปกคลุมทั่วทั้งร้างของมันอย่างฉับพลัน

แคร๊ก! แคร๊ก! เพล้ง!!

เสียงน้ำแข็งทั่วร่างของกิ้งก่ายักษ์เริ่มปริแตก เปลวไฟจากปากที่เคยเป็นน้ำแข็งกลับกลายเป็นสีแดงอีกครั้ง กิ้งก่ารู้ถึงความน่ากลัวของชายหนุ่มผมสีฟ้าตรงหน้า มันพุ่งกระโจนไปด้านหน้าเพื่อจะบดขยี้เขาด้วยสองเท้าของมัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #371 เอเอ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:21
    ขอบคุณครับ
    #371
    0
  2. #365 Pisit16 (@Pisit16) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 15:31
    ขอบคุณครับ
    #365
    0
  3. #364 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 14:55
    สนุกดีครับ
    #364
    0
  4. #363 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 14:43
    รอตอนต่อไปครับ
    #363
    0
  5. #362 Rareunit (@ChubbyBarbie) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 09:11
    ขอบคุณครับ สนุกมากกก
    #362
    0
  6. #358 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 20:43
    ขอบคุณมากนะครับ สนุกมาก
    #358
    0