หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 7 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

“คนอย่างคุณหนูเปรมมิกา มาเดินเล่นอะไรแถวนี้ครับ” เสียงคนในรถตะโกนถามออกไปเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโบกรถ

                “ไม่ใช่เรื่องของนาย” สะบัดเสียงตอบก่อนจะเริ่มเดินต่อเพราะไม่มีประโยชน์ที่จะสนทนากับคนอย่างนั้น อีกอย่างเธอไม่มีทางขอร้องเด็ดขาด หากสองขายังมีแรงเธอยอมเดินกลับเองดีกว่าจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนแบบนั้น พวกเดียวกับเมียน้อย!

                “โบกรถแล้วไม่ขึ้นรถเหรอคุณ” เจ้าของรถขับยังถามดึกๆ ดื่นๆ ทำไมถึงมาเดินคนเดียวแถวนี้

                “ไม่! ถ้าขึ้นรถนายฉันยอมเดินกลับดีกว่า” เปรมมิการตะโกนกลับ

                “หยิ่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะคุณ ถ้าขึ้นรถของคนอาศัยอย่างผมไม่ได้ คุณก็เดินกลับเองแล้วกัน” ชายหนุ่มตอบกลับถึงขนาดนี้แล้วยังทำหยิ่งอีก ไม่ว่าเมื่อไรนิสัยก็ไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ

                อยากจะขับรถกลับไปโดยไม่สนใจแต่กลับทำไม่ได้เพราะคงไม่ดีแน่หากปล่อยให้ผู้หญิงมาเดียวในที่ทั้งมืดและเปลี่ยวแบบนี้ อีกอย่างบิดาและมารดาของหญิงสาวก็ฝากให้เขาดูแลแม้จะไม่เต็มใจเท่าไรก็ตาม สุดท้ายภามจึงตะโกนออกไป “เขาว่ากันว่าแถวนี้มีรถคว่ำบ่อย คุณเห็นศาลเพียงตาตอนเดินผ่านมาไหมล่ะ”

                “หยุดพูดได้แล้ว ฉันไม่อยากฟัง นายจะไปไหนก็ไป” เปรมมิกาแหวกลับทันทีทำไมต้องมากวนกันด้วยทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเธอไม่ชอบ

                “ขึ้นรถสิ” ภามบอก

                “ฉันเดินกลับเองได้”

                “แต่นี่มันดึกแล้ว” พยายามบอกด้วยความใจเย็น

                “ฉันรู้”

                “ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นรถ หรือว่าคุณหนูอย่างคุณฟังสิ่งที่ผมพูดไม่รู้เรื่อง” ดูเหมือนความอดทนของภามจะน้อยลงทำไมถึงเล่นตัวนักก็ไม่รู้

                “นี่นาย” เปรมมิกาชี้หน้าคนที่หยุดรถก่อนจะเดินลงมาขวางตัวเองไว้ ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากดึงแขนหญิงสาวให้เดินอ้อมมายังฝั่งคนนั่ง “ปล่อยฉันนะอย่ามาจับฉัน”

                “จับแค่นี้คุณคงไม่คันหรอกมั้งถ้าคันเดี๋ยวผมจ่ายยาให้” หันไปบอกคนที่ฝืนตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามมาง่ายๆ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็แพ้แรงของชายหนุ่ม

                เมื่อถึงประตูอีกฝั่งภามจัดการให้หญิงสาวเข้าไปนั่งด้วยการกระทำที่เรียกว่า ยัดรู้หรอกว่าไม่เต็มใจแต่ในเมื่อไม่ยอมดีๆ เขาจึงต้องให้วิธีนี้

                “รัดเข็มขัดด้วย” บอกแล้วไม่ต้องรอให้หญิงสาวทำเองชายหนุ่มก็โน้มตัวไปจัดการให้อีกครั้ง ได้เห็นใบหน้าบึ้งตึงใกล้ๆ ภามอดยิ้มออกมาไม่ได้

                “ขำอะไรของนาย” เปรมมิกาแหว “เอาหน้านายออกไปไกลๆ ด้วย” เปรมมิกากอดออกด้วยความไม่พอใจ

                “นึกว่าอยากใกล้คุณตายล่ะ แม่คุณหนูหน้าดำตกยาก” ภามว่าก่อนจะปิดประตูรถแล้วกลับมาฝั่งของตัวเอง

เปรมมิกาไม่รู้ว่าที่ชายหนุ่มพูดหมายถึงอะไร เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวไปได้พักใหญ่หญิงสาวกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิดเพราะชายหนุ่มลดกระจกลงรับอากาศจากกด้านนอกจึงทำให้หญิงสาวรู้สึกหนวขึ้นมา

                “หนาวเหรอคุณ” ภามถามเมื่อเห็นว่าเธอกอดอก ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไรแล้วแล้วถ้าเขาไม่มาเจอหญิงสาวไม่ต้องเดินไปถึงรีสอร์ตเลยหรือไง เปรมมิกาไม่ยอมตอบเจ้าของรถจึงเอื้อมมือไปหยิบแจ็กเกตที่แขวนอยู่ด้านหลังแล้วส่งให้หญิงสาว

                “ฉันไม่หนาว” คนปากแข็งไม่ยอมรับเสื้อจากชายหนุ่ม

                “เอาคลุมไว้ผื่นมันคงไม่ขึ้นหรอกมั้งถึงว่าจะราคาไม่แพงเท่าชุดที่คุณเคยใส่” ถึงปากจะว่าแต่ชายหนุ่มกลับเอาเสื้อคลุมใหญ่พอเปรมมิกาจะสะบัดออกเสียงห้าวก็เอ่ยออกมาก่อน ถ้าจะสะบัดทิ้งเอาไว้ให้ถึงรีสอร์ตก่อนก็ได้”

                เปรมมิกาหันไปตวัดค้อนส่งให้เท่านั้นเพราะตอนนี้รู้สาวรู้สึกหนาวเพียงแต่ไม่อยากบอกให้เขารู้เท่านั้น

 

                “คุณเปรม นวลเป็นห่วงแทบแย่ทำไมกลับมืดป่านนี้ละคะ ว่าแต่ทำไมถึงมาพร้อมหมอภามล่ะค่ะ” คนรอด้วยความเป็นห่วงเอ่ยถามเพราะจะโทรศัพท์หาก็ไม่ได้อีกเนื่องจากเจ้านายไม่ได้ใช้

                “พอดีว่ารถน้ำมันหมดเปรมเลยจอดทิ้งไว้กลางทาง” เปรมมิกาบอกเสียงแผ่ว ความผิดเธอเองที่ไม่ยอมดูน้ำมันให้ดีเสียก่อนว่ามีหรือไม่

                “ตายจริง” รองผู้จัดการอุทานออกมา

                “ไม่ตายหรอกค่ะพี่นวลยังไงพรุ่งนี้พี่นวลให้คนงานเอาน้ำมันไปเติมแล้วขับกลับมาด้วยนะคะน่าจะอยู่ห่างจากนี่ประมาณสิบกิโล” หญิงสาวกะระยะทาง

                “ได้ค่ะ เดี๋ยวนวลให้เด็กไปทำอาหารเย็นให้คุณก่อนดีกว่าน่าจะหิวแล้ว” บอกแล้วหันไปคุยกับภามที่กำลังเอากระเป๋าลงมาจากรถ “ว่าแต่หมอภามไปเจอคุณเปรมที่ไหนคะ”

                “เกือบจะถึงรีสอรต์แล้วล่ะครับ”

                “ตายจริง” มือของศรีนวลยกขึ้นทาบอก “คุณเปรมเดินมาไกลขนาดนั้นเลยเหรอคะ นี่ถ้าไม่เจอหมอภามคุณเปรมต้องเดินมาถึงรีสอร์ตแน่ๆ เพราะแถวนี้มืดๆ ค่ำๆ แล้วไม่มีรถผ่านมาแน่ เดี๋ยวนวลขอตัวก่อนนะคะ” บอกจบก็เดินไปทางครัวทันที

                ภามเดินไปยังเรือนแก้วเงียบๆ ส่วนหญิงสาวนั้นเดินนำหน้าไปก่อนแล้ว เมื่อคิดว่าเหตุใดหญิงสาวถึงเป็นคุณหนูตกยากก็ทำให้อดยิ้มออกมาไม่ได้ ขับรถแต่ลืมดูว่าน้ำมันเหลือมากน้อยแค่ไหน เมื่อเข้ามาในบ้านก็พบว่าหญิงสาวกำลังเดินเข้าห้องน้ำ ภามจึงเอาของเข้าไปเก็บในห้องนอนก่อนจะออกมารอเพื่อใช้ห้องน้ำต่อ

                ไม่นานเปรมมิกาก็ออกมาหญิงสาวมองคนรอด้วยสายตาไม่พอใจก่อนจะเดินเข้าห้องไปแต่งตัวที่ยิ้มขำเธอในรถคงเพราะคราบเขม่าสีดำติดอยู่ตรงหน้าเธอสินะ ตาหมอบ้าทำไมไม่ยอมบอกกันบ้างปล่อยให้เธอเป็นตัวตลกอยู่ได้

 

                “หมอภามออกมาพอดีเลย นวลให้เด็กทำข้าวผัดกับแกงจืดแตงกวามาให้กินเลยนะคะกำลังร้อนๆ” ศรีนวลหันไปบอก

                “ขอบคุณครับพี่นวล” บอกแล้วเดินเข้าห้องเอาผ้าเช็ดตัวไปเก็บไม่นานชายหนุ่มก็เดินไปยังโต๊ะอาหาร

                “คุณเปรมไม่สบายรึเปล่าคะ นวลเห็นคุณจามหลายครั้งแล้ว” ศรีนวลเอ่ยถามหญิงสวด้วยความเป็นห่วง

                “เปรมไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” ยังไม่ทันพูดจบดีหญิงสาวก็จามออกมาอีกหลายครั้ง

                “นวลไปเอายาแก้ไขมาให้คุณเปรมดีกว่า”

                “ไม่ต้องหรอกค่ะเปรมไม่เป็นอะไรจริงๆ” รีบห้ามทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงยาขึ้นมา

                “ไม่เป็นไรได้ยังไงคะคุณจามขนาดนี้ หมอภามดูให้หน่อยสิคะว่าคุณเปรมไม่สบายรึเปล่า” ยังคงเป็นห่วงหันไปบอกกับชายหนุ่มที่เดินมาถึงพอดี

                “เปรมไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะถ้าเปรมรู้สึกไม่สบายเดี๋ยวเปรมค่อยไปหยิบยามกิน” บอกศีรนวลตอนนี้เธอแค่ครั่นเนื้อครั่นตัวนอนพักสักหน่อยน่าจะขึ้น

                “ก็ได้ค่ะอย่างนั้นนวลขอตัวก่อนนะคะ” ศรีนวลพยักหน้าก่อนจะลากลับไปพัก

                หลังจากศรีนวลออกไปแล้วภายในบ้านก็เงียบสนิทไม่มีเสียงพูดคุยต่างคนต่างกินข้าวทว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกินไปได้ไม่กี่คำก็ลุกกลับเข้าห้อง โดยที่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาภามคิดว่าเขากับเปรมมิกาปีๆ หนึ่งน่าจะคุยกันไม่ถึงร้อยประโยคมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เขาเข้าไปอยู่บ้านหญิงสาวแล้ว ชายหนุ่มกินข้าวจนหมดก่อนจะยกจานข้าวของตัวเองและหญิงสาวเข้าไปล้างในครัว

                ด้านเปรมมิกาเธอกินอะไรไม่ลงเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาหญิงสาวล้มตัวนอนลงบนที่นอนก่อนจะข่มตาหลับเผื่อว่าตื่นมาแล้วอาการเหล่านี้จะหายไป 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น