หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60

หลังสัมมนาภามแวะซื้ออาหารสดก่อนกลับเข้าบ้านพักเพื่อทำอาหารเย็น ร่างสูงใหญ่เดินผ่านห้องนั่งเล่นแต่กลับไม่พบใครหรือว่าหญิงสาวออกไปเที่ยวข้างนอกแต่ขาเจ็บแบบนั้นไม่น่าจะออกไปไหนรอด คนคิดเดินมาถึงห้องครัวก่อนจะวางของที่ซื้อมา ยังไม่ทันได้ลงมือทำอาหารเย็นชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาเสียงก่อน

                ภามเดินตามเสียงเพลงไปก็พบว่าเจ้าของที่เปิดไว้หลับอยู่ชายหนุ่มไม่ได้ปลุกเขาเพียงแต่มองคนหลับเงียบๆ แล้วเลยมามองภาพที่หญิงสาววาด ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเปรมมิกาจะวาดภาพออกมาได้สวยขนาดนี้

                “มายื่นทำไมตรงนี้” ถามทันทีเมื่อลืมตาขึ้นและเห็นว่าใครกำลังยืนมองภาพของตัวเองอยู่

                “ตื่นแล้วเหรอ ผมนึกว่าจะนอนเป็นข้าวต้มมัดอย่างนั้นไปจนมืดซะอีก” หรี่ตาสำรวจหญิงสาวแล้วเอ่ยออกมา

                “นายว่าใครเป็นข้าวต้มมัด” ปากร้าย! ร้ายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมีสิทธิ์อะไรมาว่าเธอแบบนี้ คนเริ่มไม่มั่นใจก้มลงมองหน้าท้องตัวเองทันที

                “เปล่าผมไม่ได้ว่าใคร ถ้าคุณอยากรับก็แล้วไป” ภามบอก

ชายหนุ่มมอหญิงสาวที่ส่งค้อนมาทางเขาขำๆ ผู้หญิงมักจะกังวลเรื่องความอ้วนเสมอ โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งตัวเก่งแบบเปรมมิกา “แล้วขาเป็นยังไงบ้าง” ภามเปลี่ยนเรื่องเพราะยังไม่อยากก่อสงครามไปมากกว่านี้ ทว่าหญิงสาวยังคงนิ่งเฉยทำเหมือนไม่ได้ยิน ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะย่อตัวลงตรวจดูด้วยตัวเอง

                “นายจะทำอะไรน่ะ” คนตกใจถามที่จู่ๆ เขาก็ทำแบบนั้นพยายามจะหลบแต่ก็ไม่สำเร็จ

                “ได้กินยารึเปล่า ทำไมเท้ายังบวมอยู่” ชายหนุ่มถามถึงยาที่เขาเตรียมไว้ให้

                “กิน” คนปดเอ่ยออกมา เพราะไม่ชอบกินยาจึงคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง

                “เจ็บไหม” ถามแล้วบีบข้อเท้าเบาๆ เสียงร้องของหญิงสาวเป็นคำตอบอย่างดีว่าอาการของเธอยังไม่ดีขึ้น

                “นั่นนายจะหักขาฉันทิ้งรึไง เบาๆ หน่อยสิ” เปรมมิกาแหวเพราะความเจ็บ

                “ถ้าทำได้ผมหักคอคุณดีกว่า” ภามเงยหน้าขึ้นมาตอบแล้วก้มลงไปพันผ้าให้เธอใหม่

                “จะฆ่าฉัน แล้วหวังว่าสมบัติของฉันจะตกไปเป็นของลูกเมียน้อยยังงั้นล่ะสิ ขอบอกว่าไม่มีทางหรอก” เปรมมิกาบอกอย่างรู้ทัน เธอจะไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนเอาของของเธอไปสักชิ้น โดยเฉพาะลูกเมียน้อย

ชายหนุ่มไม่ได้โต้กลับเขาเพียงแต่พันผ้าที่ข้อเท้าไปเงียบๆ เมื่อเสร็จจึงลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อนทำอาหารเย็น ส่วนเปรมมิกายังอยู่นั่งอยู่ที่เดิมอีกพักใหญ่กว่าจะลุกกลับเข้ามาคนที่กำลังจะเดินผ่านครัวมองอาหารบนโต๊ะหลายอย่างแม้จะเป็นเมนูธรรมดาทว่าน่ากินไม่น้อยทั้งไข่เจียว ต้มยำและผัดผัก มือเล็กยกขึ้นลูบท้องอย่างไม่รู้ตัว

                “ตามกลิ่นกับข้าวมาเชียวนะคุณ” คนเดินออกมาพร้อมกับโถข้าวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั่งรออยู่ก่อนแล้ว “ระวังน้ำลายจะหกใส่กับข้าวซะก่อนล่ะผมยังไม่อยากติดเชื้อบ้าๆ”

                “ฉันไม่ใช่หมา แล้วกับข้าวพวกนี้นายซื้อมาเหรอ เท่าไรล่ะ” เปรมมิกาเงยหน้าขึ้นมาถามชายหนุ่ม เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณพวกคนอาศัย

                “เก็บเงินอันมีค่าของคุณไว้เถอะคุณเปรมมิกา เงินของคุณมันซื้อได้ไม่ทุกอย่างหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ เปรมมิกากับมินตรต่างกันจริงๆ หญิงสาวคนหนึ่งรู้จักค่าของเงิน ส่วนอีกคนเห็นเงินคือพระเจ้าที่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง

                “เงินของฉัน ซื้อได้ทุกอย่าง” เปรมมิกาโต้กลับทันที

                “แล้วผมจะรอดู” บอกแล้วนั่งกินข้าวโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกส่วนหญิงสาวอีกคนเลือกที่จะลุกขึ้นแล้วกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง ชายหนุ่มเงยหน้าแล้วหันไปมองร่างบางแต่ไม่ได้เอ่ยห้ามเอาไว้

                วันต่อมาเปรมมิกาลงมาจากด้านบนพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้านั่นทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอ่านเอกสารเงยหน้ามองแต่ไม่ได้เอ่ยถาม ร่างบางทำเหมือนว่าภามเป็นธาตุอากาศเธอเดินผ่านเขาไปยังรถของตัวเองจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงสตาร์ตแล้วขับออกไปด้วยความเร็ว

                รู้ว่าเธอคงไม่พอใจที่เขาพูดเมื่อวานเย็น คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองไร้เหตุผลไม่มีความน่ารักสักนิดขืนต้องอยู่ด้วยกันนานกว่านี้คงทะเลาะกันทุกวันแน่ๆ

               

เปรมมิกาเลี้ยวรถเขามาในบ้านด้วยความเร็ว โดยไม่สนใจว่าจะมีใครกำลังเดินอยู่บนถนนหรือไม่ หญิงสาวขับรถมาจอดหน้าบ้าน แล้วมองกระจกหลังเพื่อดูว่าคนที่ตนเองเกือบจะขับชนนั้นเป็นบ้าง ริมฝีปากบางยกยิ้มด้วยความพอใจ นี่ถือว่ายังปราณีที่ไม่ชนเหมือนใจต้องการ ช่วยไม่ได้ในเมื่อเดินไม่ดูตามาตาเรือเอง

                “เอากระเป๋าเสื้อผ้าฉันลงจากรถด้วย” เปรมมิกาสั่งแม่บ้านที่รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมารับพนักงานรักษาความปลอกภัยด้านหน้าโทรศัพท์มาบอกว่าเจ้านายกลับมาแล้ว

                “คุณหนูเปรม เท้าไปโดนอะไรมากคะ” เสียงแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของมารดาถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเด็กๆ มีผ้าพันที่ข้อเท้า

                “เปรมเดินสะดุดท่อนไม้น่ะค่ะเท้าเลยแพลงนิดหน่อย” น้ำเสียงของเปรมมิกาอ่อนลงเมื่อคุยกับคนสนิท

                “เจ็บมาไหมคะคุณหนูของป้า แล้วนี่ไปหาหมอหรือหายากินรึยังไง” ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีหญิงสูงวัยก็ยังเห็นว่าเจ้านายเป็นเด็กอยู่เสมอ “ป้าช่วยค่ะ”

                “เปรมไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แต่ตอนนี้เปรมของน้ำหวานๆ สักแก้วแล้วก็ขนมอร่อยๆ ของป้าน้อมสักจานได้ไหมคะ” เพราะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานเย็น

                “ได้ค่ะ คุณหนูเปรมรอเดี๋ยวเดียวนะคะเดี๋ยวป้าไปเอาน้ำกับของว่างมาให้” หญิงสูงวัยเดินไปยังครัวทันที

                “ขอบคุณค่ะ” เปรมมิกาส่งยิ้มหวานไปให้ กับคนที่เธอรักหญิงสาวจะอ่อนโยนเสมอและกับคนที่เกลียดเธอก็พร้อมจะทำให้ย่อยยับไปต่อหน้าต่อตา

                หญิงสาวเอื้อมไปหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่าน เธอจำได้อ่านนิตยสารพวกนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เพราะมารดานั้นเป้นสมาชิกรายปี มือเล็กเปิดอ่านคอลัมน์ไปเรื่อยๆ ระหว่างรอป้าน้อม ไม่นานก็มีเสียงคุ้นเคยที่เธอไม่อยากได้ยินเอ่ยทัก

                “กลับมานานแล้วเหรอจ้ะ หนูเปรมไปเที่ยวมาสนุกไหม”

                “จะสนุกหรือไม่สนุกมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยไม่ทราบ” น้ำเสียงของเปรมมิกาแข็งถามกลับทันที “กลัวว่าฉันจะมีความสุขรึไง”

                “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ อาแค่ถามดูเท่านั้นเห็นว่าหนูเปรมเพิ่งจะได้ไปเที่ยวหลังกลับมาจากเมืองนอก” จารุกรปฏิเสธอออกมา แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีความเกลียดชังก็ยังไม่เคยลบเลือนไปจากใจคนอายุน้อยกว่า

                “พวกกาฝากอย่างเธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของฉัน” หญิงสาวตวาดกลับ

                “เป็นอะไรคะคุณเปรมเสียงดังไปถึงด้านนอกเลย” เสียงหญิงสูงวัยที่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดของว่างเอ่ยถาม “ทานของว่างดีกว่าค่ะ ของชอบคุณเปรมด้วยนะคะ”

                “เปรมคงจะกินไม่ลงแล้วล่ะค่ะป้าน้อม อยู่แถวนี้แล้วเหม็นพวกกาฝาก ขอตัวก่อนนะคะ” เปรมมิกาบอกแม่นมแล้วหันไปมองหญิงวัยกลางคนด้วยความไม่พอใจจากนั้นจึงเดินออกจากห้องนั่งเล่นเพราะไม่อยากจะใช้อากาศหายใจร่วมกันพวกกาฝาก

                เปรมมิกาหยุดมองจารุกรอีกครั้งก็จะใช้ไหล่กระแทกแล้วเดินผ่านไป เมื่อไรคนพวกนี้จะกระเด็นออกไปจากบ้านนี้เสียที...

                “เดี๋ยวป้าช่วยค่ะ อย่ารีบเดินนักสิคนเดี๋ยวจะเจ็บเท้ากว่าเดิมนะคะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น