หัวใจลิขิตรัก (รีอัพ)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 3 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60

“เปรมเกลียดพวกมันค่ะป้าเปรมเกลียดพวกมัน” เปรมมิกาบอกหลังจากกลับเข้าห้องตัวเองไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีความรู้สึกนี้ไม่หายนับวันมีแต่เพิ่มขึ้น

                “วางความเกลียดเถอะค่ะเพื่อความสุขของคุณหนูเองนะคะ” น้อมปลอบนางเองสงสารเปรมมิกาไม่น้อยแต่ก็เข้าใจคุณท่านคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

                “ความสุขของเปรมก็คือการที่พวกกาฝากนั่นออกไปจากบ้านนี้ ตั้งแต่มันเข้ามาอยู่มันแย่งทุกอย่างไปจากเปรม ป้าก็เห็นขนาดห้องของเปรมมันยังเอาไป” ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสทำให้สองแม่ลูกนั่นหายไปได้เธอจะทำทันทีไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

                “แต่ห้องนี้ใหญ่กว่าห้องเดิมนะคะคุณหนู คุณหนูไม่ชอบเหรอคะ”

                “ป้าน้อมไม่รักเปรมแล้วเหรอคะ ถึงเข้าข้างพวกมัน” ถามด้วยความน้อยในออกมาที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนในบ้านจะเข้าข้างทางนั้นกันหมด

                “ป้ารักคุณหนูค่ะ รักคุณหนูที่สุด”รีบเดินเข้ามาปลอบเมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางน้ำตาจวนเจียนจะไหลออกมา นางรู้ว่าเปรมมิการู้สึกยังไง คงจะดีกว่านี้ถามหญิงสาวยอมเปิดใจเพราะจะได้ไม่ต้องทุกข์

               

                ทางด้านคนที่โดนรถของเปรมมิกาเฉียวจนได้แผลไม่ได้เข้าไปเอาเรื่องเพราะรู้ว่าทำไปก็เสียเวลาเปล่าอีกอย่างเธอไม่อยากให้มารดาต้องทุกข์ใจ วันนี้หญิงสาวมีประชุมเธอจึงเลือกเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพราะสะดวกและรวดเร็วในเวลาที่การจราจรติดขัดแบบนี้

                มินตราแวะเข้าห้องน้ำตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง ดวงตาหวานก้มลงมองแผลที่แขน “ตาถั่วรึไงถึงไม่เห็นว่ามีคนเดินอยู่ ยายแม่มด” มินตราว่าพี่สาวต่างมารดานี่ถ้าเธอไปว่าให้มารดาได้ยินมีหวังคงจะถูกดุอีก ไม่รู้ว่ามารดาทนให้เปรมมิกาว่าได้อย่างร เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ หลังจากที่ดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ขึ้นไปยังห้องประชุมเพราะใกล้ถึงเวลานัดแล้ว

                “สวัสดีครับคุณมิน” ทักทายหญิงสาวที่เดินมาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ว่าแต่แขนไปโดนอะไรมาครับ”

                “คนสติไม่ดีขับรถเฉียวเอาน่ะค่ะ” มินตราตอบกลับ

                “จริงเหรอครับ แล้วนี่ไปหาหมอรึยังครับ”

                “แผลแค่นี้ไกลหัวใจเยอะค่ะ ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” ถามกลับเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์เพราะชายหนุ่มเป็นเพื่อนสนิทหรืออาจจะมากกว่านั้นของเปรมมิกาเธอจึงไม่อยากจะสนทนาด้วย

                “พูดแบบนี้ผมเสียใจนะครับ” ทั้งน้ำเสียงและสายตาเศร้าตามคำบอก “ผมมาประชุมครับ ผมดีใจนะครับที่ได้เจอคุณอีก” ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น มือใหญ่จึงหยิบออกมาแล้วค่อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อยเป็นมารยาทก่อจะรับโทรศัพท์

                “ว่าไงจ้ะคนสวย” เสียงทุ้มต่ำหยอดคำหวานไปยังปลายสายทันที “วันนี้เราติดประชุมตอนเช้าน่าจะว่างช่วงเย็นน่ะ เดี๋ยวเราไปรับที่บ้านแล้วจะพาไปหาอะไรอร่อยๆ กินดีไหม อย่างอนสิคนสวยแล้วเจอกันนะครับ” วางสายเสร็จก็เดินเข้าลิฟต์พร้อมกับมินตรา

                ภายในลิฟต์ชายหนุ่มชวนหญิงสาวคุยทว่าเธอตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้นเมื่อลิฟต์เปิดออกอีกครั้งมินตราเดินนำไปยังห้องประชุมทันทีโดยมีชายหนุ่มเดินตามไป

                การประชุมวันนี้ภูผาเอาแบบที่ตัวเองออกมาแบบมาเสนอและดูเหมือนว่าคนในที่ประชุมจะชอบแต่มีที่ต้องแก้ไขบางจุด หลังจากแก้ไขเสร็จก็จะเริ่มงานทันทีเพราะมีระยะเวลาทำแค่สามเดือนเท่านั้น

                “ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกคนนะครับ” ภูผาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง

                “เช่นกันครับ อย่างนั้นกลางวันนี้กินข้าวด้วยกันก่อนนะครับ” ผู้จัดการชวนเพราะจะได้คุยรายละเอียดงานกันอีกหน่อย “กินที่ไหนดีครับคุณมิน” หันไปถามลูกสาวเจ้าของโรงแรม

“ห้องอาหารของโรงแรมก็ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณยุทธ์โทรบอกให้เขาจัดโต๊ะไว้ให้เลยนะคะ ลงชื่อมินไว้ก็ได้” มินตราบอก พนักงานทุกคนต่างนับถือในความสามารถของมินตราเพราะหญิงสาวมาช่วยงานบิดาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้ายจากนั้นจึงเรียนต่อระดับปริญญาโททว่ายังคงมาทำงานตลอด

มินตราเรียนรู้งานตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ แล้วค่อยๆ ก้าวขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเองไม่ได้ใช้สิทธิ์ความเป็นลูกมารับตำแหน่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ พนักงานทุกคนคิดว่าอย่างไรเสียหญิงสาวน่าจะเป็นคนรับตำแหน่งต่อจากเจ้าสัวชัชวาล

ชายหนุ่มที่เดินมาพร้อมกันสังเกตว่าหญิงสาวทักทายพนักงานอย่างเป็นกันเองและดูเหมือนว่าพนักงานจะเคารพและรักหญิงสาวไม่น้อย

                “เดี๋ยวคุณมินจะไปไหนต่อครับ” ถามขณะรับประทานอาหารเสร็จ

                “ทำงานค่ะ คุณภูผามีอะไรรึเปล่าคะ”

                “เปล่าครับ นึกว่าคุณมินจะไปเรียนแล้วเจอกันนะคะต่อไปเราคงเจอกันบ่อยขึ้น ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะครับ ครั้งหน้าหวังว่าจะได้เลี้ยงคุณตอบแทนบ้าง” ภูผาเอ่ยลาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของเจ้าตัวแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับรอยยิ้มตอบไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ก็ตาม

 

                ภูผาขับรถไปหาเปรมมิกาตามที่นัดกันเอาไว้เมื่อเข้ามาภายในบ้านชายหนุ่มอดมองหาใครอีกคนไม่ได้ป่านนี้หญิงสาวน่าจะกลับมาแล้วเช่นกัน

                “ถ้าเปรมไม่โทรหาภูคงไม่คิดจะมาหากันเลยใช่ไหม” คนขี้น้อยใจถามชายหนุ่มที่นั่งลงข้างๆ

                “ช่วงนี้เรางานยุ่งน่ะ แล้วไหนว่าจะไปเที่ยวสามสี่วันไงไหงกันมาเร็วนักล่ะ” ภูผาเปลี่ยนเรื่องคุย

                “ไม่ค่อยสนุกน่ะ ว่าแต่วันนี้ไปหาอะไรกินข้างนอกกันไหมอยู่แต่บ้านน่าเบื่อจะตาย” เพราะไม่อยากเจอหน้าสมาชิกในบ้าน ใจจริงเธออยากจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอกด้วยซ้ำแต่กลัวว่าพวกกาฝากจะเหิมเกริมไปมากกว่านี้

                “แล้วนั่นขาไปโดนอะไรมา” เพิ่งสังเกตเห็นว่าเท้าของหญิงสาวมีผ้าพันไว้

                “อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ”

                “แล้วไปหาหมอรึยัง” ถามด้วยความเป็นห่วงทันที

                “เปรมไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ตกลงว่าเราออกไปกินข้าวข้างนอกกันนะภู”

                “เปรมยังไม่หายดีเราว่ากินข้าวที่บ้านดีกว่านะ” เพราะไม่อยากให้หญิงสาวลงน้ำหนักที่เท้ามากไปกว่านี้

                “แต่เปรมเบื่อ นะภู นะ” น้ำเสียงหวานอ้อนชายหนุ่มทันที

                “รอให้เปรมหายก่อน แล้วเราถึงจะพาไป” ภูผาไม่ยอมใจอ่อนเพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรมากกว่านี้ “ทำหน้าอย่างนั้นไปก็ไม่ได้ผลหรอก” แม้ส่วนใหญ่เขาจะยอมแต่ก็ใช่ว่าจะทุกเรื่องชายหนุ่มจึงได้ค้อนวงโตส่งมาให้เป็นรางวัล

                “ก็ได้ ว่าแต่ภูอยากกินอะไรเดี๋ยวเปรมจะได้บอกแม่บ้านให้” กินที่บ้านก็ดีเหมือนกันเพราะตอนนี้เธอนึกอะไรออกแล้ว

                “อะไรก็ได้” คนไม่เรื่องมากบอก ไม่นานหญิงสาวก็เรียกแม่บ้านแล้วสั่งเมนูที่ตนเองอยากกินไปสี่ห้าอย่าง

                “มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอเปรม อีกอย่างเราว่าอาหารแบบนั้นกว่าจะทำเสร็จก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง”

                “ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป” พูดอย่างเอาแต่ใจเพราะรู้ดีว่าใครมีหน้าที่ดูแลเรื่องทำอาหาร

                “พูดจาไม่น่ารักเลยนะเปรมตั้งแต่กลับมา” ภูผาสังเกต เปรมมิกาดูเปลี่ยนไปเมื่อเธอกลับมาอยู่บ้าน เหมือนเธอจะมีปัญหากับที่บ้าน คงจะเป็นเรื่องใหญ่หญิงสาวถึงมีท่าทีแบบนี้ทว่าเรื่องอะไรนั้นเขาเองก็ยังไม่รู้

                “ว่าแต่ช่วงนี้ภูงานยุ่งเหรอ” หญิงสาวทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูด อยากจะบอกว่าเธอเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว...นานตั้งแต่สองแม่ลูกนั่นเข้ามาอยู่ในบ้าน

                “นิดหน่อยน่ะพอดีเพิ่งได้งานใหม่มา”

                “ของที่ไหนเหรอ”

                “โรงแรมของเจ้าสัวชัชวาล” ภูผาบอกเหมือนไม่รู้ว่าโรงแรมนั้นเป็นโรงแรมของบิดาหญิงสาว

                “ทำไมไม่เห็นบอกกันบ้างเลย”

                “ก็อยากให้เปรมแปลกใจเล่น เราเก่งใช่ไหมล่ะ” น้ำเสียงอวดๆ ถามกลับ

                “เก่งที่สุดแบบนี้เปรมรักตายเลย” บอกไม่พอหญิงสาวยังขยับเข้าไปกอดชายหนุ่มอย่างสนิทสนมโดยไม่สนใจว่าจะมีคนผ่านมาเห็นพอดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

1,566 ความคิดเห็น