คุณชาวิน -CHANBAEK-

ตอนที่ 18 : CHAP 18 : ผมชอบดอกไม้ของคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    13 ส.ค. 62





CHAP 18 : ผมชอบดอกไม้ของคุณ











ลมหนาวอ่อนๆที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างกระทบกับแผงมุ้งสีขาวจนสะบัดพริ้วไหว

เป็นเวลาตีสี่ครึ่งที่ยังไม่มีคนตื่นนอน ทั้งสองร่างยังคงหลับสนิทภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน จนกระทั่งร่างสูงเกิดอาการสะดุ้งตกใจ...เมื่อมีบางอย่างกัดเข้ามาที่นิ้วมือของเขา และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แรงมากจนทำให้เขาเจ็บ แต่ความคมของมันก็ทำให้ชาวินสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้

บางอย่างที่อ่อนนุ่มชุมชื่นแต่ก็มีความแหลมคมซ่อนอยู่ด้วย...ปากของคุณหนูบุญญากร 


แม้จะเห็นเพียงเลือนลางเพราะแสงไฟที่สาดส่องเข้ามา แต่ความมันเงาของริมปากนั้นก็ส่องประการสู้ตาเขาจนไม่สามารถละสายตาจากไปได้...ปากเรียวเล็กนั้นกำลังขยับน้อยๆเพื่อไล่งับนิ้วเขา มันน่ารักมากจนชาวินต้องแอบเขี่ยปากเล็กๆนั้นเพื่อเอาคืน

แต่จะว่าไปก็ไม่เหมือนปีศาจแล้ว เหมือนหมาน้อยอยากแทะกระดูกมากกว่า ทำไมบุญญากรต้องละเมอเล็มนิ้วเขาตั้งแต่เช้าแบบนี้ด้วย แล้ววันนี้ทั้งวันชาวินจะอดใจไหวได้ยังไง...ขอแต่งงานก็ไม่ยอมสักที 


เห็นอ่อนหวานแบบนี้แต่ความจริงแล้วใจแข็งเป็นก้อนหิน...ไม่รู้ใจคนแก่สักนิดเดียว


กึก...



โอ้ย! ฟันแหลมชะมัดเลย...เจ้าตัวดื้อนี่!



"ฝันว่ากินอะไรอยู่นะ"


"หมึก...งึบบบ"



เฮ้ย! มีตอบด้วย...แต่เดี๋ยวนะ กำลังละเมอว่าตัวเองเคี้ยวปลาหมึกอยู่งั้นเหรอ คุณหนูบุญญากร...


เพราะความมันเขี้ยวเกินจะทน ชาวินจึงดึงนิ้วออกมาเพื่อบีบปากเล็กจนยู่ กลีบปากสีแดงสวยเคลือบน้ำหวานทำเอาเขาเริ่มปวดหนึบที่กลางลำตัว...แต่ชาวินจะไม่ทำอะไรจนกว่าเจ้าปีศาจน้อยจะตื่นและมีสติ 


จูบแรกของเราจะต้องมาจากความสมัครใจเท่านั้น...แค่คิดก็รู้สึกหล่อขึ้นมา 

ชาวินเป็นชายรูปงามแสนดี...สิ่งนี้จะทำให้เขาคู่ควรกับคุณหนูบุญญากรมากที่สุด...คนอื่นไม่มีสิทธิ์



"บุญญากร ไม่สิ...คุณหนูบุ้ง"



นิ้วชี้แตะอยู่บนกลีบปากสีแดงเลื่อนไปแตะแก้มขาวแล้วสะกิดเบาๆ เขาเกรงใจที่จะต้องปลุกคนขี้เซาให้ตื่นในตอนเช้าแบบนี้ แต่มันไม่มีทางเลือก



"คุณหนูบุ้ง"


"อื้อ!"


แปะ! 

ชาวินสะดุ้งเมื่อถูกตีมือกลับมา...คุณหนูไม่ยอมตื่นแถมยังดันมือเขาออกอย่างแรงก่อนจะนอนหันหลังให้ และทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดของคุณป้าเดือนแขที่ฝากฝังเอาไว้ก่อนจะมาที่นี่



'ตอนเช้าถ้าเสียงดังน้องบุ้งจะหงุดหงิดค่ะ เพราะฉะนั้นหลานวินต้องช่วยดูน้องด้วยนะลูก อย่าให้ใครมาส่งเสียงดังตอนน้องหลับเด็ดขาด แต่ถ้าจะปลุกก็ต้องปลุกน้องแบบนิ่มนวล...และถ้าทำสำเร็จ...ชาวินอาจจะได้เห็นเทวดาตัวน้อยของป้าตอนตื่นนอนด้วยนะ'


เรื่องสปอยล์ลูกต้องยกให้คุณป้าเดือนแขเขาเลย ลูกชายโตจนอายุจะสามสิบอยู่แล้วยังต้องมานั่งเป็นห่วงเรื่องกินอิ่มนอนหลับไปจนถึงวิธีการตื่นนอนอีก เทวดาตัวน้อยงั้นเหรอ...ดูจากการตีมือเขาแล้วทำหน้าดื้อหันไปอีกฝั่งแล้วคงมีแต่เจ้าปีศาจน้อยเท่านั้นแหละ


แต่ลองดูก็ไม่เสียหายเท่าไหร่...ชาวินเองก็ไม่อยากเสียงดังตั้งแต่เช้าเหมือนกัน

ร่างสูงขยับยกตัวขึ้นเพื่อชะโงกไปชิดกับแก้มหอมๆ หักห้ามใจไม่ให้ก้มหน้าลงไปมากกว่านี้ ก่อนกระซิบเสียงหวานแปลกหูอย่างที่ตัวเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะพูดออกไปได้



"ตัวเล็กครับ...ตื่นไปเที่ยวกันไหม"


พูดแล้วก็อายตัวเอง...แต่ก็ยังดีกว่าไอ้ต้าวอ้วงของผู้จัดการฝ่ายสนามเด็กเล่น ชาวินอยากเตะปากตัวเองมากสุด! แล้วไอ้บ้านั่นมันกล้าพิมพ์ออกมาได้ยังไง...ขนลุกชะมัดเลย


แต่เดี๋ยวนะ....



"อืออออ"



มุมปากน่ารักกระตุกยกขึ้นอย่างที่ชาวินไม่เคยคาดคิดมาก่อน...เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังตามมาด้วย

ทั้งที่ดวงตากลมยังคงปิดอยู่...แต่ชาวินก็รับรู้ได้ว่าเทวดาที่คุณป้าเดือนแขพูดถึงนั้นมันเป็นแบบนี้นี่เอง เป็นเช้าที่ชาวินจะไม่ลืมเลย...คนหนึ่งคนจะยิ้มหวานตอนตื่นนอนได้น่ารักขนาดนี้เลยเหรอ


"ถ้าคุณยังนอนยิ้มอยู่แบบนี้ ผมจะหอมแก้มแล้วนะ"


ปากเล็กกระตุกพร้อมกับดวงตาที่เปิดขึ้นอย่างตกใจ...ชาวินหลบหมัดน้อยๆที่เฉียดใบหน้าเขาไปแค่สองเซนเท่านั้น...ปีศาจน้อยได้เข้าสิงเทวดาตัวน้อยเมื่อกี้ซะแล้ว


"มานอนซ้อนผมทำไม! คุณจะทำอะไรผม"


"จะทำอะไรคุณได้ล่ะ แล้วอีกอย่างหมอนก็มีใบเดียว นอนยังไงมันก็ต้องซ้อนกันอยู่แล้ว หรือจะให้ผมขึ้นไปนอนบนตัวคุณดีครับ"


"คุณชาวิน"


"ตื่นได้แล้ว...เดี๋ยวไปเที่ยวกัน"


"ผมไม่ไป!"


"ไม่ไปแน่นะ...ตอนแรกผมกะว่าจะชวนไปเที่ยวสวนส้มซะหน่อย"


"สวนส้ม?"


"อือ...ไปเก็บส้มตอนเช้าแบบนี้คงได้บรรยากาศดีนะ แต่ถ้าคุณไม่อยากไปก็แล้วแต่เลย...ผมไปเองได้"



"ไปเก็บส้มเหรอ?!"



แค่ทำเป็นลุกขึ้นยืนเก็บมุ้ง...ชายกางเกงก็ถูกดึงเอาไว้จนแทบจะหลุด

คุณหนูบุญญากรมองเขาด้วยสายตามีความหวัง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ทุกคนคงจะต้องยอมแพ้...



"ผมอยากไปครับ"



รวมถึงชาวินด้วย...







#คุณชาวิน
















รถยนต์คันเก่าของลุงผู้นำชุมชนถูกยืมมาใช้เพื่อเดินทาง สวนส้มที่จะไปนั้นอยู่บนเขาอีกลูกซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่ด้วยความเร็วของรถที่มีมากกว่าเต่าแค่สองเท่า เขาจึงคิดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางครั้งนี้

ปกติชาวินไม่ชอบขับรถนาน แต่พอมองตุ๊กตาที่นั่งยิ้มด้านข้างแล้วเขาก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น ใครจะคิดว่าคุณหนูบุญญากรจะชอบอะไรแบบนี้...คงตื่นเต้นน่าดูเลยสินะ


"กลับไปผมจะซื้อรถแบบนี้มาขับ เพราะดูเหมือนว่าคุณหนูบางคนจะชอบ"

"อะไรของคุณอีก...จะหาเรื่องเหรอครับ"

"เปล่า...ก็คุณเล่นยิ้มหน้าบานไม่หยุด ทีตอนอยู่บนรถผมที่กรุงเทพเอาแต่ทำหน้างอ ผมก็เลยคิดว่าถ้าเปลี่ยนมาขับรถแบบนี้บ้างอะไรมันก็อาจจะดีขึ้น"

"ไม่ได้อยู่ที่รถครับ"

"งั้นก็อยู่ที่เบาะ?"

"อยู่ที่คุณนั่นแหละ!"


มีปากเสียงกันเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนจะหลุดยิ้มออกมาพร้อมกัน 

วันนี้คุณหนูท่าทางจะอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะจะได้ไปเที่ยวไร่ส้มตั้งแต่เช้า หรืออีกเหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะว่ามีเขามาทำเสียงหวานปลุกถึงข้างหู...แต่ดูจากลักษณะท่าทางแล้ว...น่าจะเป็นข้อแรกมากกว่า


"คุณชาวิน...เอากาแฟไหม"

"หือ?"

"ผมชงกาแฟมาด้วย ดื่มแล้วจะได้หายง่วงครับ แต่มันเป็นแค่กาแฟสำเร็จรูปนะ ผมไม่รู้ว่าคุณจะดื่มได้-"

"ขอบคุณครับ"


ชาวินรับแก้วกระดาษใบเล็กมาก่อนจะยกขึ้นดื่มแบบรวดเดียวหมด รสชาติกาแฟสำเร็จที่เขาเกลียดกลับดูหอมหวานขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจเมื่อมีคนน่ารักชงให้แบบนี้ ต่อไปชาวินคงกินกาแฟแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว เขาเริ่มจะชอบกาแฟสำเร็จรูป...พอๆกับที่ชอบคนชงด้วย


"ตาสว่างขึ้นเยอะเลยครับ แต่ถ้าจะให้ดี...คงต้องมีตัวช่วยอีกหนึ่งอย่าง"


"ครับ?"



ปีศาจน้อยทำหน้าประหลาดใจเมื่อถูกรวบมือไปกุมไว้ก่อนที่คนขับจะยกขึ้นไปจูบจนเกิดเสียงดัง

ความชื้นน้อยๆบนลังมือทำให้แก้มขาวเริ่มมีสีแดงไล่ขึ้นมา และถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะยังไม่สว่างมากพอ แต่บุญญากรก็รู้สึกตาตื่นเหมือนคนถูกเอาน้ำเย็นมาสาด 


"ทำอะไรของคุณเนี่ย"

"สูดความสดชื่นจากปีศาจน้อย"

"เดี๋ยวเหอะ!"


แม้จะถูกดุด้วยสายตา...แต่ถึงอย่างนั้นอีกคนก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเขา คุณชาวิสได้แต่กุมเอาไว้อยู่แบบนั้นทั้งที่รถก็ยังโอนเอียงไปมา และมันก็อันตรายจนบุญญากรต้องเอ่ยปากปรามอีกครั้ง


"คุณชาวิน! ตั้งใจขับรถหน่อยครับ"

"ครับ"

"ครับแล้วก็ปล่อยมือผมสิ...ทางขึ้นเขามันอันตรายนะ"

"นั่นสินะ"

"เข้าใจแล้วก็ปล่อยสิครับ!"

"อือ...งั้นขอสูดความสดชื่นอีกทีนะ"


มือเล็กขาวถูกยกขึ้นไปหอมอีกฟอดใหญ่ก่อนจะถูกปล่อยกลับมาเป็นอิสระเหมือนเดิม บุญญากรทำหน้าตื่นเล็กน้อยเพราะตั้งตัวไม่ทัน ก่อนจะรีบเก็บซ่อนมือเอาไว้ให้ห่างจากคนขับมากที่สุดเพราะกลัวว่าจะถูกจับไปหอมอีก...ถ้าไม่ติดว่ากำลังขึ้นเขาอยู่บุญญากรจะทุบให้หลังลาย



"สดชื่นยิ่งกว่าดื่มกาแฟอีกนะ....ตาสว่างเลยครับคุณหนู"





คนถูกล้อรีบมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อจะหลบเลี่ยงคำหยอดแสนกวนประสาท และเหตุผลอีกอย่างงคือเขาต้องการหลบซ่อนรอยยิ้มของตนเองด้วย ความเขินอายของเขากำลังแสดงออกมาผ่านสีหน้าอย่างชัดเจนบุญญากรทราบดี...เพราะแก้มเขาแดงง่าย


แต่คุณหนูคนเก่งกลับไม่รู้เลยว่ากระจกมองข้างนั้นได้สะท้อนสิ่งพวกนั้นออกมาจนหมดสิ้นแล้ว



"ชอบอากาศหนาวเหรอครับ ยิ้มแก้มแดงเชียว"





.
.
.
.















กว่าจะถึงไร่ส้มก็กินเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว อากาศก็ดีมากเหมาะสำหรับการเก็บส้มเป็นที่สุด บุญญากรเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็ถูกขัดจังหวะจากคนร่างยักษ์ที่สวมบทบาทเป็นคุณแม่ภาคสองนั่งกอดอกอยู่อีกฟากของโต๊ะอาหาร...ทั้งที่จริงแล้วเขาไม่หิวเลยสักนิด


"กินข้าวต้มให้หมดชามแล้วก็กินนมให้หมดด้วย"

"ข้าวไม่หมดหรอกมันเยอะไป"

"ถ้าไม่หมดก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบกินซะอย่าลีลา"

"ลีลาบ้าอะไรของคุณ! ผมกินไปเยอะแล้วนะ"


ทำไมต้องทำเหมือนคุณแม่ตอนบังคับให้กินข้าวด้วย บุญญากรต้องการนมแค่แก้วเดียวเท่านั้น ส่วนข้าวต้มหมูเขากินแค่ครึ่งหนึ่งก็มากพอแล้ว


"กินอีกหน่อยหนึ่ง"


"งั้นผมกินแต่ข้าวนะ ไม่กินหมู"

"กินหมูด้วยครับ เหลือแค่สองก้อน คุณจะเหลือไว้ทำไม"

"ก็แล้วทำไมต้องบังคับด้วยล่ะ ผมโตแล้วนะ!"

"งั้นผมก็คงต้องปรึกษาป้าเดือนแขก่อน..."

"เรื่องมากชะมัดเลย!"


แค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาขู่คุณหนูก็ทำหน้าบึ้งแล้วรีบตักก้อนหมูสับเข้าปากอย่างรวดเร็ว ดีที่ทางไร่ส้มมีร้านขายอาหารรวมอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นเช้านี้จะต้องมีเด็กเนียนอดข้าวอีกแน่ 

ชาวินสังเกตมาหลายวันแล้วว่าคุณหนูไม่ชอบทานมื้อเช้า กินแต่นมเพียงแก้วเดียวแบบนั้นถึงได้ตัวไม่โตสักที แต่ต่อไปนี้ชาวินจะบังคับ บุญญากรต้องทานข้าวเช้าทุกวัน อย่างน้อยก็ตอนที่อยู่กับเขา


"กินหมดแล้ว"


แก้วน้ำถูกวางลงบนโต๊ะอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนร่างเล็กจะหยิบหมวกขึ้นมาสวมแล้วเดินออกจากร้านไปด้วยความงอแง ชาวินไม่ค่อยสนใจอาการของเจ้าตัวแสบมาก เขาแค่เดินไปจ่ายเงิน ก่อนจะเดินตามออกไปเพราะไอ้ตัวดื้อก็ยังยืนรออยู่หน้าร้านเช่นเดิม


"ทำตัวเป็นเด็กไปได้ แค่กินข้าวมันจะอะไรนักหนา"

"แล้วทำไมคุณไม่กินล่ะ! ว่าคนอื่นเขาแต่ตัวเองกินแค่กาแฟ"

"ก็อย่างที่คุณบอก'ผมเป็นลุง'ผมแก่แล้วและไม่จำเป็นต้องกินอะไรมาก ส่วนคุณเป็นแค่เจ้าตัวเล็กของคุณแม่ เพราะฉะนั้นก็ต้องกินข้าวกินนมให้ครบทุกมื้อ...แล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนแพมเพอร์สด้วยนะครับ"


ไม่พูดเปล่า...คนที่ถูกเรียกว่าลุงเอามือตะปบไปบนก้นน้องหนึ่งทีก่อนจะบีบเบาๆ 

ส่วนคนที่ถูกกระทำก็ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่แบบนั้น...

"ค...ค...คุณตายแน่ คุณชาวิน!!"

.
.
.
.





แผ่นหลังกว้างโดนทุบมาตลอดทางตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงสวนส้ม ชาวินเจ็บไปหมดทั้งตัว แต่ถึงแม้จะถูกกระหน่ำรัวหนักสักแค่ไหน ใบหน้าหล่อเหลาก็ยังมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งมีคุณป้าสองคนเดินเข้ามาช่วยชีวิต แล้วสอนวิธีการเก็บส้มแบบง่ายๆ 


"ค่อยๆทำไปนะคะ สามารถเก็บใส่ตะกร้าได้เลย ถ้าพอแล้วก็เอาไปชั่งจ่ายเงินทางหลังสวนค่ะ"

"ครับ"


คุณหนูเริ่มเบี่ยงเบนความสนใจเพราะไม่อยากต่อยกันต่อหน้าคนอื่น ชาวินแอบแอบยิ้มเยาะ แต่สุดท้ายก็ถูกทุบอีกทีเป็นการปิดจ็อบเมื่อสองคุณป้าเดินจากไป


"เจ็บไปหมดเลยเนี่ย"

"สม!"

"เก่งแต่กับผมเนี่ยแหละ! มา...เดี๋ยวผมจับตะกร้าเอง ส่วนคุณเป็นคนตัดนะ"

"แล้วทำไมคุณไม่ไปทำของคุณเองล่ะ แยกย้ายกันไปเลย คุณจะมาแย่งผมเพื่อ!"

"ไม่แยกหรอก! ผมจีบคุณอยู่ ใครจะซื่อบื้อเดินแยกไปอีกทาง...พูดอย่างมีสติด้วยครับคุณหนู"


พูดด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้แต่ก็ยังไม่วายหันมาทำเหมือนกับว่าเขาไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย บุญญากรไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาแล้ว...คนแบบนี้คือประเภทที่เขาเกลียดมากที่สุด


"คุณจะทำอะไรก็เชิญแต่อย่ามาลวนลามผมอีก ขอเตือนอีกทีนะ! ถ้าคุณจับก้นผมอีกครั้งละก็ผมจะไม่พูดกับคุณอีกแล้วและผมก็จะกลับกรุงเทพทันทีเลยด้วย"


"อะไร? ผมยังไม่ได้จับอะไรคุณเลย"


"ไม่ต้องมาตีเนียนเลยนะ!"

"ไม่ได้เนียน...ก็มือผมถือตะกร้าอยู่เนี่ย ใครจับอะไรคุณ?"

"คุณนี่มันจริงๆเลย!"


อยากจะฟาดให้ตัวลายนัก หากไม่ติดว่าต้องเดินไปเก็บส้มด้วยกันบุญญกรคงจะทำแบบนั้นไปแล้ว 

นับวันก็ยิ่งชักจะเอาใหญ่ มือไวเสียยิ่งกว่าปลาหมึกยักษ์ เผลอเมื่อไหร่เป็นต้องมาหากำไรกับเขาตลอด ถ้าคุณป้าแยมศรีอยู่ที่นี่ด้วยบุญญากรจะฟ้องจริงๆ



"ไปทางซ้ายหรือขวาดีครับคุณหนู"


"แค่เดินตามผมมา คุณไม่ต้องออกความคิดเห็น!"

"ผมถาม...ยังไม่ได้ออกความเห็นเลย"

"รู้หน้าที่ก็ดีแล้ว!"


คุณหนูตัวดื้อทำเป็นเชิดจมูกเดินหน้าตั้งนำไปก่อน ทั้งที่ในใจกำลังตื่นเต้นกับผลไม้สวยๆที่ห้อยลงมาจากต้นเต็มไปหมด บุญยากรไม่เคยมาเที่ยวสวนส้มเลยสักครั้ง ตอนอยู่เมืองนอกก็เคยไปแต่สวนแอปเปิ้ลแล้วก็สวนองุ่นที่ฝรั่งเศส แต่พอมาอยู่สวนส้มแล้วมันก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป


แก๊บ!

เสียงกรรไกรดังขึ้นครั้งแรกพร้อมกับรอยยิ้มหวานในยามเช้า ส้มลูกใหญ่ถูกตัดออกมาก่อนจะถูกมองด้วยความชื่นชม สภาพอากาศของที่นี่เหมาะกับการปลูกผลไม้เมืองหนาว และถ้าหากเป็นไปได้ เขาก็อยากให้คุณลุงคุณป้าหันมาทำสวนผลไม้แบบนี้เหมือนกัน


"อยากกินเหรอ น้ำลายจะหกแล้ว"

"พูดอะไรของคุณ! ผมไม่ได้อยากกินสักหน่อย..."

"หึ...งั้นยิ้มทำไมครับ"

"ผมก็แค่คิดว่ามันคงจะดี ถ้าหากหมู่บ้านของคุณลุงคุณป้าหันมาปลูกผลไม้แบบนี้แทนที่จะเป็นข้าวโพด"

"......"

"อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว ข้าวโพดที่ปลูกก็จะถูกเก็บไปขายให้โรงงานหรือพ่อค้าคนกลาง ส่วนเศษซากหลังการเก็บเกี่ยวก็น่าจะถูกเผาอีกครั้ง มันคงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสำหรับพวกเขา การใช้แรงงานคนจะเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา...ผมได้ยินคนในหมู่บ้านบางคนเตรียมแผนที่จะเผาไร่กันแล้วด้วย"


ใบหน้าหวานเศร้าลงถนัดตาเพราะปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก เวลานี้ชาวบ้านก็ยังคงต้องทำเกษตรแบบเดิมไปก่อนเพื่อรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง โครงการปันน้ำก็ยังอยู่ในช่วงทดลอง มันไม่มีอะไรมาการันตีเลยว่าทุกอย่างจะสำเร็จเรียบร้อย...จนกว่าทุกคนจะยอมเข้าใจถึงปัญหาสักที

 
"ผมจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ"

"คุณเริ่มไปแล้ว....และตอนนี้เราต้องรอก่อน"

"......"

"พวกเขาต้องปรับตัวกันอีกสักพัก พื้นที่รับน้ำของเราเพิ่งจะเป็นโครงการใหม่ แต่อีกไม่นานมันจะต้องได้ผล ผมเชื่อว่าการปลูกข้าวโพดและเผาป่าจะต้องลดลงอย่างแน่นอน...หากพวกเขามีทางเลือกที่ดี"


มือใหญ่รับส้มไปใส่ตะกร้าก่อนจะชี้ส้มลูกสวยให้เขาตัดออกมาอีกครั้ง 

บุญญากรทำตามด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย ในสมองตอนนี้เอาแต่คิดเรื่องของชาวบ้านบนภูเขามากมายไปหมด เขาไม่อยากให้เกิดการเผาป่าอีกแล้ว คนในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันบางส่วนก็โทษชาวบ้านอยู่เป็นประจำ ทั้งที่จริงแล้วปัญหาก็ไม่ได้มาจากตรงนี้ 100% แต่ส่วนนึงมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย


ความจำเป็นเรื่องปากท้องทำให้ชาวบ้านถูกตราหน้าว่าเห็นแก่ตัว แต่ความทุกข์และยากลำบากมันก็มากพอที่จะทำให้พวกเขายอมถูกต่อว่า...บุญญากรเข้าใจและไม่อยากให้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว


"ผมชอบคุณเพราะแบบนี้แหละ"

"ครับ?"


"อย่ากังวลเลยนะ เชื่อผม...เรามาถูกทางแล้ว"



"......."


"เก็บส้มมาอีกสักสิบลูกสิครับ เดี๋ยวผมจะช่วยหาทางออกที่คุณจะต้องชอบแน่ๆ"


"ครับ?"


"ถ้าเก็บส้มเสร็จผมจะพาคุณไปดูแผนงานธุรกิจแบบชุมชนของคนที่นี่ เริ่มตั้งสหกรณ์เกษตรและแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง...ผมนัดกับผู้บริหารสวนส้มเอาไว้แล้ว และเขาอาจจะช่วยต่อยอดโครงการให้หมู่บ้านของเรา"



"อะไรนะครับ?"


"ที่นี่มีสวนส้ม...ส่วนเรามีไร่ชา"


"ชาเหรอ?"

"ผมอ่านโครงการที่คุณเคยเขียนแล้ว ในนั้นมีเรื่องของแผนธุรกิจด้วย บางทีเรื่องไร่ชาก็ไม่เลวเหมือนกัน"



"คุณจำได้ด้วยเหรอ? ผมเขียนมันตอนสมัครงาน..,"


"ผมจำได้ทุกอย่าง...ที่เป็นเรื่องของคุณ"



จบกัน...

รอยยิ้มที่มักจะเก็บซ่อนเอาไว้ค่อยๆเผยออกมา 

บุญญากรไม่อยากแสดงออกมากแต่คุณชาวินก็ทำมันพังทั้งหมด ทำไมจะต้องเป็นแบบนี้...คุณลุงที่เคยปากเสียคนนั้นหายไปไหน ทำไมถึงเหลือแต่คนที่คอยช่วยเหลือทุกอย่าง แถมยังเข้าใจในงานที่เขาอยากทำด้วย 


พอเป็นแบบนี้แล้ว...


บุญญากรก็เริ่มรู้สึกว่าลุงชาวินหล่อขึ้นมานิดหน่อย



"ขอบคุณครับ พรุ่งนี้จะทำน้ำพริกแคบหมูตอบแทน


"






.
.
.
.












ส้มหลายลูกถูกตัดอย่างพิถีพิถันด้วยมือเล็กๆที่ค่อยๆบรรจงเก็บเหมือนเป็นงานศิลปะ

ชาวินมองตามความสวยงามนั้นอย่างไม่วางตา ตลอดหลายนาทีที่ผ่านมาเขาไม่สามารถละสายตาไปจากร่างเล็กได้เลย แม้ตะกร้าในมือจะหนักขึ้นเรื่อยๆแต่มันกลับเบาหวิวเมื่อได้เห็นสีหน้าผ่อนคลายแบบนั้น

น้ำพริกแคบหมูก็น่ากินเหมือนกัน แต่ถ้าเปลี่ยนได้อยากกินแก้มคุณหนูเป็นการตอบแทนมากกว่า


"คุณชาวิน...หนักไหม"

"ไม่เป็นไร"

"งั้นพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ได้ตั้งหลายลูกแล้ว"

"อื้อ งั้นไปนั่งพักกันตรงนู้นกันก่อนเถอะ"


เพราะคุณชาวินนัดเพื่อนเอาไว้ตอนประมาณเก้าโมงครึ่ง ซึ่งเหลือเวลาอีกหลายนาทีพอสมควร พวกเราจึงต้องหาที่นั่งรอกันก่อน และคุณชาวินก็เหมือนจะรู้งานถึงได้หยิบเสื่อพับใส่กระเป๋าเป้มาด้วย 


"บรรยากาศดีจังครับ คนไม่เยอะด้วย"

"เพราะเป็นวันธรรมดาน่ะ แถมวันนี้สวนส้มก็เพิ่งจะเปิดให้เก็บผลได้ด้วย"

"แบบนี้นี่เอง..."

"ล้างมือก่อนไหม ผมพกน้ำมา"

"เตรียมมาหมดแบบนี้...คงไม่ได้มีแผนการอีกหรอกนะ"

"ยื่นมือมาครับ...อย่าเอาแต่ดื้อ"


ปีศาจน้อยทำหน้าไม่ไว้วางใจแต่ก็ยอมยื่นมือออกไปรับน้ำจากอีกคน มือเล็กถูกันจนสะอาด เขาวักน้ำจากปากขวดขึ้นมาตบแก้ม ความเย็นนั้นทำให้เขาสดชื่น...แต่แล้วก็ต้องถูกขัดจังหวะเมื่อมีผ้าเย็นเนื้อละเอียดแทรกเข้ามามาแปะที่แก้มแทน


"ใช้ผ้าเช็ดดีกว่า...เอามือคุณออกไป"

"เอ่อ...ผมเช็ดเองได้ครับ"

"ไม่...ผมอยากทำ"


ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ต้องสะบัดออกหรือไม่ก็หันหน้าหนี แต่เวลานี้บุญญากรกลับปล่อยให้อีกคนค่อยๆใช้ผ้าซับน้ำไปเรื่อยๆตั้งแต่ขมับจนถึงปลายคาง...ไม่เว้นแม้แต่บนแก้มทั้งสองข้างและลำคอด้วย


"นั่งนิ่งมองหน้าผมแบบนี้หมายความว่าไง ตกหลุมรักผมแล้วเหรอ...แต่งงานเลยไหมล่ะ?"


"ไม่แต่งครับ...."


"งั้นเช็ดเองไปเลย"



หนุ่มน้อยหัวเราะคิกเมื่อคุณลุงชาวินแกล้งทำเป็นงอนแล้วยัดผ้าเปียกไว้ตรงคอเสื้อเขา บุญญากรจับมันออกมาแล้วเช็ดเองทำเป็นไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็อดจะคุยด้วยไม่ได้อยู่ดี


"คุณเป็นบ้าหรือไง เอะอะจะขอแต่งงานอย่างเดียวเลย"


"ก็คุณไม่ยอมแต่งเอง...ช่วยไม่ได้"


"แล้วมันเป็นความผิดผมหรือไง...ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรกับผมไว้ตั้งเยอะ"


"ก่อนหน้านั้นผมทำอะไร?"

"เยอะแยะ! แกล้งผมสารพัด แถมยังเอาชื่อผมไปตั้งเป็นชื่อหมาอีก คุณคิดว่าผมจะให้อภัยง่ายๆเหรอ?"

"เจ้าคิดเจ้าแค้น...นิสัยไม่ดี"

"แล้วจะทำไมครับ? ถ้าผมไม่ดีก็ไปขอคนอื่นแต่งงานเลยสิ"

"ไม่ล่ะ ผมอายุเยอะแล้ว...ขี้เกียจหาอีกคน"

"ห้ะ!?"


ใบหน้าอ่อนเยาว์ขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ฟังคำตอบ...แต่พอจะหันไปเอาเรื่อง คนที่บอกว่าอายุเยอะก็ทำเป็นกระดูกอ่อนเอียงตัวโถมลงมาซบกับไหล่เขาจนเกือบจะลมหงายกันทั้งคู่



"คุณทำอะไรเนี่ย! ลุกขึ้นเลยนะ! เดี๋ยวมีคนมาเห็น"

"ไม่มีหรอก...ยังเช้าอยู่เลย ขอพักผ่อนหน่อยนะ เมื่อคืนไม่ได้นอนเพราะมีเด็กกัดนิ้วผม...เจ็บจะตายอยู่แล้ว"

"กัดอะไรกัน?! ลุกขึ้นนั่งดีๆ"

"ก็คุณนั่นแหละกัดนิ้วผม...เป็นรอยเลยเนี่ยเห็นไหม"



เพราะจะตีเนียนซบไหล่นุ่มนิ่ม ร่างสูงจึงเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการยกนิ้วให้อีกคนดู 

ซึ่งมันก็ได้ผล...เพราะตอนนี้คุณหนูบุญญากรกำลังมองรอยฝันเล็กๆของตนเองด้วยความตกตะลึง



"เมื่อคืนคุณฝันเห็นอะไร"

"ยุ่ง!"

"ฝันเห็นไอติมแน่เลย ดูดนิ้วผมซะมันส์..."

"ห้ะ?!"

"เอ...หรือว่าฝันเห็นภาพ18+กันแน่ครับ...ชักจะยังไงแล้ว"

"พูดบ้าอะไรเนี่ย!"

"คิดว่านิ้วผมเป็นอะไรนะ? เด็กลามก"

"ใครกันแน่! คุณอยากตายใช่ไหม!!"


คนมือไวเอื้อมไปหยิกบนหน้าขาคนกวนประสาทหนึ่งที แต่ร่างสูงกลับหัวไวกว่า เพราะหลังจากถูกหยิกไปนิดเดียวคนตัวโตก็ทำเป็นอ้อยอิ่งซบหน้าลงกับหัวไหล่เล็กมากกว่าเดิมเหมือนเจ็บนักหนา


"โอ้ย...เจ็บนะคุณ"

"ไม่ต้องมาสำออย ลุกขึ้นเลยนะ!"

"อยากกินส้มอ่ะ"

"อยากกินก็ลุกขึ้นสิครับ! คุณชาวินผมหนักนะ!"

"ปอกส้มให้ผมหน่อย"


"ทำไม่เป็น!"

"งั้นผมก็จะนอนอยู่แบบนี้แหละ เพราะตัวคุณหอมดี..."

"ผมเกลียดคุณที่สุดเลย! ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนะ!"



รู้ตัวอีกทีส้มลูกใหญ่ก็ถูกหยิบลงมาวางบนหน้าขา บุญญากรหยิบมันขึ้นมาก่อนจะมองซ้ายขวาหาตัวช่วย 

แต่ก็ไม่มีเลยสักอย่าง...ไม่มีมีดแล้วจะผ่าส้มยังไง




"ต้องมีมีดไหม?"

"มีด?"

"ผมไม่มีดปอกส้ม!"

.
.
.


"จะบ้าตาย...คุณไม่เคยบอกส้มจริงดิ?"

"มะ ไม่เห็นจะยากเลย! ก็แค่เอามีดมาตัดหัวตัดท้ายออก แล้วก็ลอกเปลือกข้างนอกน่ะ!"

"เห้ออออ ลูกคุณหนูจริงจริ๊ง!"



คนดูล้อขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ฟังคำพูดเยาะเย้ย... 

บุญญากรไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่ด้วยแค่เขาไม่เคยปอกส้ม...ก็ปกติตอนอยู่บ้านป้าบัวจะทำหมดแล้วนี่นา! น่าหงุดหงิดชะมัดเลยตาลุงคนนี้!



"มา...ผมแกะให้เอง"

"ไม่ต้อง!"


เพราะถูกสบประมาทไว้บุญญากรจึงต้องขอลองดู มือเล็กเงอะงะกับผลส้ม...เขาจับมันหมุนไปมาเพราะต้องหาจุดที่จะเริ่มปอกก่อน แต่แล้วคนที่พยายาจะฉวยโอกาสก็ยื่นมือเข้ามาช่วย ด้วยการวาดแขนข้างหนึ่งผ่านทางด้านหลังเอวเพื่อจับมือเล็กเอาไว้อีกที

"ผมสอนเอง"

"ไม่ต้อง-"


แต่ก่อนที่บุญญากรจะได้หันไปเอาเรื่อง ส้มลูกโตก็ถูกบิดออกเป็นสองชิ้นส่วนด้วยความชำนาญ แถมยังดูไม่ทันด้วยว่าคุณชาวินบิดมันออกจากตรงไหน...เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจพอสมควร


"ปลอกเปลือกให้ผมหน่อย"

"ถอยออกไปนั่งดีๆก่อนได้ไหม!"

"แล้วแบบนี้มันไม่ดียังไง...ผมบอกแล้วไงว่าทริปนี้เราจะมาทำความรู้จักกัน และตอนนี้ผมก็กำลังทำความรู้จักกับกลิ่นของคุณอยู่...คุณหนูอย่าหลงประเด็นสิครับ"


ใครนะที่หลงประเด็น?

บุญญากรพูดไม่ออกเมื่อจมูกโด่งกำลังสูดหายใจบนหัวไหล่ของเขา ความตกใจทำให้เขาอยากจะดันตัวอีกคนออก...แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับสั่งการให้เขาลองหยุดนิ่งดู




"ใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรเหรอครับ"



คนน้องส่ายหัวตอบเพราะไม่รู้ว่าจะพูดออกไปยังไง...ตอนนี้สมองของบุญญากรรวนไปหมดแล้ว คิดไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าน้ำหอมที่ใช้อยู่ประจำเป็นกลิ่นอะไร....แล้วทำไมจะต้องนั่งเฉยให้เขาดม



"ถ้าผมตอบถูก...ต้องป้อนส้มผมนะ"



แผ่นหลังเล็กยืดขึ้นด้วยความเกร็งเมื่อหัวไหล่ถูกสูดดมอีกครั้ง ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังสั่นเป็นอย่างมาก...แต่อย่างน้อยเปลือกส้มสีสวยก็ค่อยๆถูกแกะออกเป็นการตอบตกลง


ชาวินเห็นการกระทำนั้นก่อนจะแอบยิ้มออกมา...



"อืม...น้ำหอมกลิ่นนี้มัน...โคโดโมะ"




สถานการณ์อึดอัดหายไปเมื่อคนที่ได้ฟังคำตอบหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ บุญญากรไม่ได้ปัดป้องใดๆแม้จะถูกดมตรงหัวไหล่อีกครั้ง...เขาไม่คิดว่าจะได้ฟังคำตอบแบบนี้เลย



"ถูกต้องไหม...น้ำหอมกลิ่นแป้งโคโดโมะ ส่วนยาสีฟันกลิ่นนมสดผสมสตอเบอรี่ อืม...ครีมทาผิวก็น่าจะเป็นจอนสันสำหรับผิวลูกน้อยแสนบอบบาง"

"เดี๋ยวจะโดนนะ"

"ผิดเหรอ?! งั้นขอผมพิสูจน์อีกที..."

"พอแล้วครับ!"


ส้มกลีบใหญ่ถูกยัดเข้าปากคนช่างต่อรองไปก่อนที่จะถูกหอมเนื้อตัวอีกรอบหนึ่ง และคราวนี้ร่างสูงก็ถึงกับหยุดชะงักไป...ก่อนจะเคี้ยวส้มแล้วส่งยิ้มกลับมา


"รสชาติเหมือนคุณเลย"

"ยังไงเหรอครับ?"

"ลองดูสิ"


ส้มอีกกลีบถูกมือใหญ่ส่งป้อนให้ถึงปาก บุญยากรไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรับมันมากิน 


"อื๊ออออ"


รสชาติของมันเปรี้ยวเหมือนมะนาวไม่มีผิดเลย!!



"อร่อยไหม"


ใบหน้าซนส่ายหัวแรงๆพร้อมกับปากบางที่เบะเหมือนเด็กน้อย ชาวินหลงแก้มแดงๆที่เริ่มออกอาการ เขาไม่สามารถละสายตาจากความน่ารักเหล่านั้นได้เลย


"เปรี้ยวจัง!"

"เปรี้ยวเหมือนคนแกะ"



ไม่พูดเปล่า...คนชอบแกล้งยกมือขึ้นมาบีบแก้มยุ้ยเบาๆ บุญญากรหน้าเหว๋อไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกเมื่อคิดแผนการบางอย่างได้


"เมื่อกี้คุณตอบว่าแป้งโคโดโมะใช่ไหม?"

"อือ"

"ดีใจด้วยครับ...เพราะมันเป็นคำตอบที่ถูกต้อง"

"เดี๋ยว..."

"รอก่อนนะ! ผมจะแกะส้มป้อนคุณเอง"

"ไม่เอาคุณ!"

"ไม่เอาได้ยังไง! นี่เป็นของรางวัลจากคุณหนูบุ้งเลยนะ"

"คุณว่าอะไรนะ"

"รางวัลจากผมเองครับ!...กินเข้าไปเลย"


ส้มสองซีกถูกแกะออกมาแล้วยื่นไปถึงปาก บุญญากรมองคนตรงหน้าอย่างท้าทาย ก่อนจะเห็นว่าอีกคนก็ยิ้มกลับมาเช่นกัน

ความหลาดใจทำให้คุณหนูเริ่มกังวลก่อนดึงมือกลับ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว...เพราะตอนนี้ข้อมือของเขาถูกจับไว้พร้อมกับริมฝีปากหยักที่ก้มลงมางับบนนิ้วเบาๆแล้วรูดเอาส้มไปกิน


"ผมชอบกินของเปรี้ยวนะ คุณไม่รู้เหรอ"


เสียงทุ้มกับใบหน้าเจ้าเล่ช่างเหมาะสมกันเสียเหลือเกิน บุญญากรหลบสายตาหวานเชื่อมนั้น แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้าก้มลงมาหอมแก้มดังฟอด

มันจะมากเกินไปแล้วนะ...เผลอทีไรก็แอบหอมแก้มตลอดเลย!


"คุณชาวิน! หอมแก้มอีกแล้วนะ!"

"ก็หอมแก้มแฟน...ผิดตรงไหน"

"อะไรของคุณ! แฟนเหรอ?!"

"ก็เราเป็นแฟนกัน..."

"ห้ะ?"

"ถ้ายังไม่อยากแต่งงานกัน ผมจะยอมเป็นแฟนคุณไปก่อน...ถือว่าแก้ขัดนะ ไว้รอผมขอคุณแต่งงานสำเร็จเมื่อไหร่เราค่อยเลื่อนสถานะกันอีกที"

"อะไรของคุณเนี่ย?"

"มาคบกันจริงจังเถอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน"



อะไรของเค้านะ...พูดเองเออเองหน้าตาเฉยเลย

แล้วแก้ขัดคืออะไร?!!


บุญญากรขมวดคิ้วพลางใช้ความคิด คุณชาวินจะต้องเพี้ยนไปแล้วแน่นอน ทำไมต้องทำหน้าตายแบบนั้นตอนขอคนอื่นเป็นแฟนด้วยนะ!



"แต่ผมไม่-"

"เห้อ!! เก้าโมงกว่าแล้วเหรอ! ไปดูงานกันเถอะ"

"เดี๋ยวสิ-"

"วันนี้เป็นวันจันทร์ เพราะฉะนั้นผมจะถือว่าเราออกมาทำงานนอกสถานที่ วันนี้คุณเป็นลูกน้องผมนะ และผมไม่ชอบผิดนัดด้วย...รีบไปกันเถอะครับ"

"เดี๋ยวสิคุณชาวิน!"

"สายแล้วคุณ! อย่าพูดเรื่องอื่นตอนเวลางาน!"

"แต่ผม-"

"ไปกันได้แล้ว...แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวด้วยนะผมขอร้อง"



อะไรของเขาเนี่ย...กวนประสาทที่สุด!

พูดเสร็จก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางของเจ้านาย ทิ้งให้บุญญากรนั่งเลิ่กลั่กอยู่แบบนั้นเพราะทำตัวไม่ถูกเพียงคนเดียว เกิดมาไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย...จะปฏิเสธก็ไม่ได้ แต่ถ้ายอมรับก็เหมือนถูกชักจูงทางอ้อม

ทำไมจะต้องมาขอเป็นแฟนแล้วตีเนียนแบบนี้ด้วยนะ ตาลุงคนนี้ช่างไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ!



"เก็บเสื่อแล้วรีบตามมานะครับ...คุณผูจัดการบุญญากร"



เก็บเสื่อด้วยเหรอ...มันจะมากไปแล้วนะ! 

ฮึ! ไม่เป็นแฟนด้วยหรอก...คนแบบนี้น่ะ!"











#คุณชาวิน
















เพราะคุณเจ้านายมีเพื่อนเป็นคนวางแผนงานทุกอย่าง การบรรยายและพาไปดูสถานที่ต่างๆจึงเต็มไปด้วยความรู้และข้อมูลหายาก บุญญากรสนุกมาก...ติดอยู่ตรงที่เดียวเท่านั้น

คือการแนะนำเขาว่า 'แฟน' ต่อหน้าทุกคนที่เดินผ่าน

บุญญากรอายมากตอนที่คุณชาวินประกาศต่อหน้าคนงานเก็บส้ม...และหนึ่งในนั้นก็ตอบกลับมาว่ารู้ตั้งแต่ต้นเพราะเห็นเราสองคนหอมแก้มกันบนเสื่อ!


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาโดนแซวหนักมากแค่ไหน เพื่อนคุณชาวินก็เอาแต่ยิ้มล้อตลอดวัน จนถึงวินาทีสุดท้ายที่มาส่งขึ้นรถก็ยังไม่ยอมหยุดแซว


'ขับรถดีๆนะเว้ย อย่าเอาแต่หอมแก้มแฟนจนหลงทาง'



อึก....บุญญากรแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว!




(17.00 น.)

5 โมงเย็นสักที! หมดเวลาลูกน้องกับเจ้านาย...




"คุณชาวิน!"

"ตรงเวลาจังเลย"

"รู้ตัวก็ดีครับ! เราต้องมาตกลงกันเรื่องเมื่อเช้านะ"

"เฮ้อออ"

"คุณแนะนำผมกับเพื่อนแบบนั้นได้ยังไง ผมยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ ห้ามคิดไปเองเด็ดขาด!"

"รอเดี๋ยวนะ ผมขอห้านาที"


เพราะว่าอีกคนทำเสียงเครียด บุญญากรก็เลยต้องหยุดพูดก่อน แต่ร่างสูงกลับหักพวงมาลัยออกนอกเส้นทางแถมยังเอาแต่มองแผนที่บนโทรศัพท์ตัวเองด้วย


"คุณจะไปไหน"

"หน้าที่เครียร์กัน"


พูดเหมือนจะไปออกรบ...ทั้งที่ปัญหามันก็มีอยู่แค่นี้ บุญญากรไม่อยากให้คุณชาวินกำหนดกฏเกณฑ์สถานะของเขาเองหมดทุกอย่าง ทำไมจะต้องทำเหมือนเขาไม่มีปากมีเสียงด้วย ทำไมถึงไม่ยอมคุยกันดีๆ

แต่พอมาคิดดูแล้ว ถ้าคุณชาวินเอ่ยปากขอคบแบบจริงจังบุญญากรจะต้องตอบรับว่ายังไงนะ...เขาจะพูดว่าตกลงครับอย่างนั้นเหรอ แบบนั้นจะยิ่งน่าอายหรือเปล่า


เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวจัง...


ใบหน้าหวานเจื่อนลงเมื่อนึกถึงความจริงข้อนั้นได้ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองนอกรถ ความกังวลก็ค่อยๆหายไป เพราะตรงหน้าเขากำลังเต็มไปด้วยดอกไม้สวยสีชมพู



ต้นพญาเสือโคร่งออกดอกเต็มไปหมดเลย...สวยจัง


เพราะแสงแดดที่กำลังจะลับขอบฟ้าทำให้บรรยากาศในช่วงเย็นไม่ร้อนมากนัก สายลมอ่อนๆที่พัดบนยอดต้นไม้สวยทำให้บุญญกรเหมือนติดอยู่ในความฝัน...จนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูรถฝั่งตนเอง


ไม่รู้ตัวเลยว่ารถจอดตอนไหน...


"ลงมาเคลียร์กับผมหน่อยไหม...หนุ่มน้อย"


บรรยากาศสวยพาไป บุญญากรจึงลืมไปชั่วขณะว่ากำลังงอนอยู่ เขามองมือใหญ่ที่ยื่นมือมาตรงหน้าสลับกับรอยยิ้มของตรงข้าม ก่อนจะวางมือลงไปโดยไม่มีความลังเลเลยสักนิด


แผ่นหลังของคนที่เดินจูงมืออยู่ข้างหน้านั้นช่างเข้ากับสีของดอกไม้อย่างน่าแปลกใจ การกระทำของคุณชาวินนั้นแข็งกระด้างในบางครั้ง...แต่ในขณะเดียวกันก็อบอุ่นจนทำให้ประหลาดใจ 


อย่างเช่นในตอนนี้...



"ที่นี่สวยไหม...ผมว่าคุณต้องชอบแน่ๆ"



มือใหญ่กำลังพยุงตัวเขาขึ้นวางบนขอนไม้อย่างอ่อนโยน เสร็จแล้วร่างสูงก็นั่งลงถอดรองเท้าให้เขาโดยไม่ถือตัวเลยสักนิด...นี่มันมากเกินไปแล้วสำหรับคนจิตใจอ่อนไหวแบบบุญญากร


"จะทำอะไรครับ"

"วันนี้เดินมาทั้งวัน...คุณคงเมื่อยเท้า"


มือใหญ่บรรจงถอดทั้งรองออกให้เขาทั้งสองข้าง บุญญากรทำตัวไม่ถูกเมื่อคุณชาวินจับข้อเท้าตัวเองเอาไว้ก่อนจะบีบครึงบริเวณนั้นอย่างคนไม่ค่อยชำนาญ...แต่มันก็น่ามองที่สุด


"โอ้ย"


เพราะเดินในสวนส้มหนักมาทั้งวันข้อเท้าก็เลยปวดนิดหน่อย บุญญากรอุตส่าห์ปกปิดและเก็บอาการมาทั้งวัน แต่สุดท้ายคุณชาวินก็เหมือนจะจับความผิดปกติได้อยู่ดี


"เดี๋ยวกลับไปผมนวดยาให้นะ"

"ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ- โอ้ย!"

"หยุดทำเป็นเก่งได้แล้วนะ...เดี๋ยวจะโดนตี"


"ผมไม่ได้เป็นเด็กสักหน่อย"


บ่นน้อยๆเพราะอีกคนกำลังนวดเท้าให้อย่างจริงจังอยู่ บุญญากรมองอีกคนด้วยความประหลาดใจ...


ครั้งแรกที่เจอกันลุงคนนี้เอาแต่เชิดหน้าผลักไสเขาให้ออกห่างจากชีวิต แต่ตอนนี้กลับคุกเข่านวดเท้าให้ แถมยังคอยช่วยเหลือเขาเอาไว้ตั้งหลายเรื่อง คอยตามใจเขาทุกอย่าง ทั้งไปแอบเก็บเจ้าหมาผักบุ้งมาเลี้ยง แอบไปทำงานการกุศลที่มีชื่อเขาร่วมอยู่ด้วยเกือบทุกงาน แถมยังคอยช่วยเหลือเรื่องชาวบ้านบนภูเขามาตลอด...ทั้งที่คุณชาวินมีงานมากมายที่ต้องรับผิดชอบ แต่เขากลับช่วยเหลือด้วยความจริงใจ บุญญากรมีคนมากมายมาตามจีบ...แต่ไม่เคยมีใครอดทนได้เท่าคุณชาวินเลย

ทั้งดื้อและเอาแต่ใจตัวเองสุดๆ!


รอยยิ้มบนใบหน้าหวานกระตุกน้อยๆเมื่อสายลมพัดผ่าน...ดอกไม้สีสวยก็ร่วงหล่นลงมาพร้อมกับกำแพงบอบบางที่ค่อยๆทะลายลงไป

ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าและความสว่างก็กำลังจางหาย แต่น่าแปลกใจที่บุญญากรกลับเห็นบางอย่างชัดเจนมากขึ้น...ลุงคนนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน

ที่ผ่านมาคุณชาวินทำอะไรเพื่อเขาตั้งหลายอย่าง ถึงจะปากร้ายและทำตัวแข็งกระด้างไปหน่อยแต่สุดท้ายก็ยอมตามใจเขาอยู่ดี...ข้อนี้บุญญากรสัมผัสได้



"ต่อไปถ้าเจ็บตรงไหนต้องรีบบอกผมนะ ห้ามทำเหมือนไม่เป็นอะไร  ผมบอกตั้งหลายครั้งแล้วจะดูแลคุณ ทำไมคุณถึงดื้อไม่ยอมเชื่อฟังผมสักทีนะ!"


ใบหน้าคมยังคงก้มหน้าบ่นด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่เคยเปลี่ยน มือหนาคอยบีบนวดไปเรื่อยๆ แม้บรรยากาศรอบข้างจะดูน่าชื่นชมมากกว่าเด็กดื้อแบบเขาเป็นไหนๆ แต่สายตาคมก็ยังจดจ้องอยู่ตรงนั้นไม่เปลี่ยนแปลง


จนกระทั่งมีกลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงมา...บุญญากรถึงได้รู้ว่าตนเองนั้นโชคดีมากเพียงใด


บนเส้นผมสีดำขลับมีกลีบดอกไม้วางอยู่อย่างน่ามอง บุญญากรเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป ทรงผมที่เคยเซ็ตเป็นอย่างดีของผู้บริหารหนุ่มวันนี้ดูสบายตามากกว่าปกติ คุณชาวินคงละทิ้งงานหลายอย่างแล้วมาที่เพื่อช่วยเขา มันคงเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว...แต่บุญญากรต่างหากที่มองข้ามไป


ผู้ชายคนนี้จะจริงจังกับเขาไหมนะ

บุญญากรไม่ค่อยมั่นใจ...แต่ความรู้สึกภายในบอกให้เขาต้องลองเสี่ยงดู


ร่างเล็กสูดหายใจเข้านิดหน่อยก่อนจะเลื่อนมือไปหยิบกลีบดอกไม้บนเส้นผมสวยออกมา...คนถูกแอบมองจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาเพื่อหาคำตอบ...ซึ่งบุญญากรก็ยอมบอกด้วยการหลับตาพริ้มแล้วดมกลิ่นดอกไม้บนมือตนเองเบาๆ


"น้องบุ้ง"


คนถูกเรียกลืมตาขึ้นมาช้าๆ....


ตอนนี้ตรงหน้าเขามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ 

สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหมาย 

และทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม...ข้อมือเล็กข้างหนึ่งก็ถูกจับขึ้นมาพร้อมสร้อยเส้นบางที่ถูกสวมลงไป




"คบกับพี่นะ"



เสียงหวานกับท่าทางนั่งคุกเข่าดูไม่เข้ากับผู้ชายที่ชื่อชาวินเลยสักนิด...แต่บุญญากรก็หลุดยิ้มออกมาจนได้




สร้อยข้อแขนที่มีจี้ดอกกุหลาบเล็กๆคงดูไม่น่าเกลียดนักเมื่ออยู่บนข้อมือเด็กผู้ชายแบบเขา บุญญากรไม่เคยชอบของแบบนี้เลยสักครั้งเพราะมันเหมาะกับเด็กผู้หญิงมากกว่า...แต่สร้อยเส้นนี้จะเป็นข้อยกเว้น



"คบกับพี่เถอะนะ พี่อยากหอมแก้มบุ้งแล้วไม่ต้องถูกตีอีก ตอนนี้ตัวพี่เขียวไปหมดแล้ว สงสารคนแก่เถอะนะ"



หลังมือเล็กที่มีสร้อยถูกจูบเบาๆเพื่อรอคำตอบ...


ชาวินจ้องมองปีศาจน้อยของเขาอย่างมีความหวัง 



.
.
.



และแล้วทั้งสองคนก็ต้องหลุดยิ้มออกมาพร้อมกัน...


เมื่อคนที่เป็นดั่งความหวังพยักหน้าตอบรับเบาๆ







"บุ้งชอบดอกกุหลาบชองพี่ชาวิน"























#คุณชาวิน












Talk : 

แยกย้ายจ้าาาา
มดขึ้นจอจ้าาา!~ >.<

ฝากสกรีมแท็กน้องด้วยน้าาา~



#คุณชาวิน






























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

2,336 ความคิดเห็น

  1. #2327 NTW78 (@NTW78) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 05:10
    แงงงงงงง กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ
    #2327
    0
  2. #2297 ออมม่า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 13:10

    โอ้ยยยยยย โรแมนติกทุกฉาก ทุกตอน

    #2297
    0
  3. #2294 ฝานนี่ (@real__tyls) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 01:11
    กิ้ดดดด น้องบุ้งของแม่
    #2294
    0
  4. #2286 Tungmma (@Tungmma) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 11:27
    กรี๊ดดดดดดดดเขินดีใจจนน้ามตาไหล น้องบุ้งน่ารักจังค้าบ
    #2286
    0
  5. #2122 pbcy (@zensles) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 11:28
    จุดพลุดิคับรออะไร เขินมากกกกกกกก โอยยยยยยยยยเหมือนจะตายให้ได้ ทำไมกันนะทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้ หุบยิ้มไม่ได้เลย!!!
    #2122
    0
  6. #2012 Ohhhhh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 01:22

    เขินตอนนี้สุดๆเลยค่ะ นี่แค่ขอคบนะ แล้วขอแต่งงานจะขนาดไหน

    #2012
    0
  7. #2005 LOMAbin (@LOMAbin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 11:03
    เขินมากบรรยายดีมากเลยค่ะ คือเราเขินจนจะร้องไห้มันแบบกุ๊กริ๊ในจิตใจมันฮือออออ น้องบุ้งน่ารักมากแล้วชาวินก็ฮือออคนเทพบุตรรักน้องมากใช่มั้ยคะTT
    #2005
    0
  8. #1985 Vibrance (@Vibrance) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 03:23
    แงงงงดีใจด้วยพ่ออออ ในที่สุดดดดดก็สำเร็จแล้ววววไม่เจ็บตัวอีกแล้ว(มั้ง)นะ5555555
    #1985
    0
  9. #1965 soaimichaa (@aimmspsr) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 21:11
    กรี้ดดดดด
    #1965
    0
  10. #1863 BaekRain_04 (@BaekRain_04) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:05
    แงงงงง เขินตัวบิดแล้วค่าาา หนูบุ้งงงง ใจแม่จะวายแล้วค่ะ ฮื่ออออ
    #1863
    0
  11. #1861 kkkup (@kkkup) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 15:18
    กรี๊ดดดดด เขินอะ บุ้งขายออกแล้ว
    #1861
    0
  12. #1849 iam1485 (@muzikgirl123) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:25
    หนูบุ้งงงงงง&#12636;&#12641;&#12636;
    #1849
    0
  13. #1829 fahneeny22 (@fahneeny22) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 11:07
    ดีใจด้วยนะลุง5555 น่ารักมากๆ
    #1829
    0
  14. #1728 joyjoynarak9 (@joyjoynarak9) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 10:42
    ว้าว คบกันแล้ว
    #1728
    0
  15. #1696 CB-614 (@xxxibgygy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 11:15
    กรี๊ดดดดด หนูบุ้งงงง
    #1696
    0
  16. #1689 sky_shine (@ningingkai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 02:41
    กลับมาย้อนอ่านตอนนี้ ก็ยังเขินกับทุกสิ่งอย่างที่เขาอยู่ด้วยจน
    #1689
    0
  17. #1645 CyK's (@chalisa_yoky) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 16:25
    เขินมาก เขินมากๆๆ
    #1645
    0
  18. #1644 bimiseefa (@bimiseefa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 14:22
    เค้าคบกันแล้ว ดีใจกับลุงชาวินด้วย
    #1644
    0
  19. #1643 bhjlo (@NamNicharee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 13:12
    อุแงงงง ใจอ่อนแล้วนะเนี่ยคุณหนู
    #1643
    0
  20. #1642 iamkool (@L_LMai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 23:48
    เขินจนตัวบิดเป็นเลข 8 ไปแร้วค่าา ฮื่อออ
    #1642
    0
  21. #1641 Sopagan (@Sopagan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:16
    โอ้ยย พอจะละมุน ทำไมถึงละมุนได้มากขนาดนี้ มันน่ารักไปหมด เป็นแฟนกันแล้ว หอมแก้มน้องได้แล้ว ดีใจแทนพี่ชาวินด้วยน้าาา
    #1641
    0
  22. #1640 Sasa2543 (@Sasa2543) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 07:36
    กรี๊ดดดไปอีกขั้นแล้วนะลุงง
    #1640
    0
  23. #1639 Jinnyjan (@Jinnyjan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 03:38
    เย้ๆๆ น้องใจอ่อนแล้ววววว ลุ้นต่อๆ ไรต์เตอร์สู้ๆนะคะ
    #1639
    0
  24. #1638 somruethai1307 (@somruethai1307) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 01:42
    โรแมนติกมาก เปนแฟนกันแล้ววว
    #1638
    0
  25. #1637 명롱이 (@parkpum002) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 00:32
    ตอบตกลงแล้วววว ดีใจแทนลุงด้วย
    #1637
    0