ปราชญ์หญิงพลิกแผ่นดิน

  • 99% Rating

  • 23 Vote(s)

  • 159,579 Views

  • 2,075 Comments

  • 2,286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    253

    Overall
    159,579

ตอนที่ 16 : ล้มเหลว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    9 พ.ค. 57

      ล้มเหลว............สู้ต่อไปทาเคฮวา

      "ฮ่าๆ ระหว่างเรายังจะต้องมากมารยาทอีกเหรอ ท่านชิงเหลย เชิญนั่งๆ"หลิวเทียน

      "มิได้ ข้าน้อยไม่ได้เป็นกุนซือให้ท่านเจ้าเมืองมาตั้งหลายปีแล้ว เรียกเหมือนเดิม ข้าน้อยคงรับมิไหวหรอกขอรับ"ชิงเหลย

      "ท่านจะทำให้ข้าอกแตกตายหรืออย่างไร แบบเดิมนั้นดีแล้ว ถึงท่านจะลาออกไปนาน แต่ข้าก็ยังนับถือท่านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน"หลิวเทียน

      "ตกลง ท่านให้เกียรติข้าขนาดนี้ มิรับคงไม่ได้  อ่อ. เกือบลืม ฮวาเอ่อร์ นี้ท่านเติ้งหลิวเทียน เป็นเจ้าเมืองชิงไห่ รีบมาคารวะเร็วเข้า"ชิงเหลย หันไปบอกให้เหมยฮวามาคารวะ

      "ข้าน้อยหลี่เหมยฮวา ขอคารวะท่านเจ้าเมืองเติ้งหลิวเทียน เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ข้ากับท่านตาเจ้าก็รู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่มารับตำแหน่งเจ้าเมืองใหม่ๆ เรียกข้าว่าท่านปู่ เถอะ ข้านงข้าน้อยไม่ต้องใช้หรอก มันดูห่างเหิน มาๆ ขอดูใกล้ๆหน่อย เห็นท่านตาเจ้าชมเจ้าไม่ขาดปากในแต่ล่ะวัน ฮ่าๆ"

      คนที่เป็นเจ้าเมืองนั้น จะทำหน้าที่ดูแลและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ซึ่งในแต่ล่ะวันจะมีรายงานส่งมาให้มากมาย ทำให้เจ้าเมืองเพียงคนเดียว แค่อ่านรายงานให้หมดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ไหนต้องมาคิดตัดสินใจอีก ดังนั้นจึงได้มีการเชิญเหล่าบัณฑิตที่มีความรู้ในด้านนั้นๆมาให้ช่วยดูรายงาน เพื่อกลั่นกรอง หลังจากนั้นถึงจะให้คำชี้แนะเพื่อให้เจ้าเมืองตัดสินใจ ในจวนเจ้าเมืองจึงมีกุนซือเป็นสิบๆคนเพื่อให้คำปรึกษาชี้แนะ ด้วยเหตุนี้เหล่าเจ้าเมืองจึงให้เกียรติกุนซือตัวเองยิ่งนัก

      "เอ่อ เจ้าค่ะ ท่านปู่"เหมยฮวาหันไปหาชิงเหลย เห็นท่านตาพยักหน้าจึงค่อยพูดตอบรับ

      "ฮ่าๆ ดีๆ หืม..โตขึ้นต้องสวยแน่ๆ จริงไหมท่านพี่ชิงเหลย"หลิวเทียน พิจดูใบหน้าตาเหมยฮวา ที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นหญิงสาวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภาพตรงหน้าที่เห็นคือ ใบหน้ารูปไข่ ปากนิด จมูกหน่อย ผิวขาวเนียนซึ่งเป็นสิ่งพึงมีในชาวหัวเชี่ยใต้ทั้งเจ็ดแคว้น แต่ที่สะดุดตามากสุดคือดวงตาที่กลมโตนั้นหาได้ยากยิ่งในหัวเซี่ย มีเพียงที่เดียวคือเผ่าหุยเกอที่เป็นแบบนี้ เพราะเผ่านี้ทำการค้าขายเดินทางไปแทบทุกที่ของแผ่นดิน ทำให้มีการแต่งงานข้ามชาติพันธุ์บ่อยๆ ดังนั้นเผ่านี้จึงมีความหลากหลายในเรื่องรูปร่างหน้าตา บ้างมีผมสีทอง ตาสีฟ้า จมูกโด่งเป็นสัน ทั้งที่โครงหน้าเป็นแบบชาวหัวเซี่ยเป็นต้น

      "ขอบคุณท่านปู่เจ้าค่ะที่ชม"เหมยฮวาเอ่ยออกมาพร้อมกับใบหน้าระเรื่อนิดๆ

      "ท่านพี่หลิวเทียน ก็เข้าใจแกล้งเย้าหลานข้ายิ่งนัก ฮ่าๆ"ชิงเหลย

      "ฮ่าๆ เอาละ มาเข้าเรื่องกันเลยดีไหม เรื่องที่ทางท่านพี่ชิงเหลยจะมาขอซื้อที่ดินติดกับลำธารทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"หลิวเทียน

      "ใช่แล้วท่านพี่หลิวเทียน พอจะเป็นไปได้หรือไม่"ชิงเหลย

      "ถ้าแค่......."หลิวเทียนกำลังจะพูดก็มีเสียงแทรกขึ้นมา

      "ท่านปู่ ท่านอาจารย์ชิงเหลย มาถึงแล้วเหรอขอรับ"

      "เอ้า มาๆ ฝูเสียง มาคารวะ อาจารย์ชิงเหลยของเจ้า"หลิวเทียนร้องเรียก

      "คารวะท่านอาจารย์ชิงเหลยขอรับ"ฝูเสียง ที่เรียกว่าอาจารย์เพราะตอนเด็กๆ ชิงเหลยเป็นครูสอนฝูเสียงไปด้วยตอนที่เป็นกุนซือ ก่อนจะลาออกไป

      "โอ้...โตจนแทบจำไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่เจอก็อายุสิบสองสิบสาม ผ่านไปหกปี โตเป็นหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาทีเดียว ฝูเสียง"ชิงเหลย

      "อย่าได้เยินยอไป ท่านพี่ชิงเหลย วันๆนอกจากเที่ยวเล่นก็ไม่ทำอะไร ข้าให้มาช่วยอ่านรายงานทำครู่เดียวก็บ่นว่าปวดหัว มันช่างน่านัก"หลิวเทียน

      "ท่านปู่ก็ ต่อหน้าคนเยอะแยะ"ฝูเสียงกระซิบกับหลิวเทียน

      "เหอะ"หลิวเทียนแค่นเสียง

      "ฮ่าๆ เอาเถอะ ท่านพี่หลิวเทียน คนหนุ่มจะให้มัวมาจับเจ่ากับกองรายงานอย่างเดียวก็เป็นแบบนี้ทุกคนละ"ชิงเหลย

      "ใช่แล้วๆ อาจารย์กล่าวได้ถูกต้อง เห็นไหมท่านปู่ อาจารย์ชิงเหลยยังเข้าข้างข้าเลย"ฝูเสียง

      "ฮวาเอ่อร์ มารู้จักกับ ฝูเสียง ซะสินี้เป็นหลานของท่านหลิวเทียน"ชิงเหลย

      "คารวะคุณชายเติ้งฝูเสียงเจ้าค่ะ ข้าน้อยหลี่เหมยฮวา เป็นหลานสาวของท่านตาชิงเหลยเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "คนกันเองทั้งนั้น เจ้าเรียกข้าว่าพี่ฝูเสียง ข้าก็เรียกเจ้าว่าน้องเหมยฮวา แบบนี้ดีหรือมะ...."ฝูเสียงถึงกับกลืนคำพูดลงไปในลำคอเมื่อเหมยฮวาเงยหน้าขึ้น ถึงจะยังไม่โตเป็นหญิงสาว แต่แค่ดวงตากลมโตที่กระจ่างใสของนางก็ทำให้ฝูเสียงลืมเลือนไม่ลง

      "เจ้าค่ะพี่ฝูเสียง"เหมยฮวาถึงกับรู้สึกอึดอัดเพราะเกิดจากการจ้องมองของฝูเสียง ที่จริงยามที่เหมยฮวาเดินในเมืองเมื่อคราวก่อนก็มีคนคอยจ้องมองแต่เหมยฮวามัวแต่สนใจเรื่องต่างๆจึงไม่รู้สึก

      "เอาล่ะ มานั่งลงกันก่อน จะได้คุยเรื่องธุระกันต่อ"หลิวเทียนเห็นกิริยาของฝูเสียง จึงได้เอ่ยปากให้รู้ตัวกลายๆ

      "ถ้าเหตุการณ์ปกติ ข้าก็อยากให้ท่านพี่ชิงเหลยได้ซื้อที่ตรงนั้นทำโรงหมักเหล้าอยู่หรอกนะ แต่ว่าโรงหมักเหล้าคงใช้น้ำเพื่อการนี้เป็นปริมาณมาก จริงไหมท่านพี่ชิงเหลย"หลิวเทียน

      "มันก็จริงท่านพี่หลิวเทียน"ชิงเหลยพยักหน้าเห็นด้วย

      "แต่ตอนนี้มีผู้หนีภัยสงคราม มาถึงเมืองชิงไห่ ทำให้น้ำที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งในหน้าร้อนปีนี้ ลำธารที่มีอยู่ สี่สายในบริเวณเมืองชิงไห่ก็เริ่มแห้งขอดให้เห็นไปแล้วหนึ่งสาย ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะมีน้ำเพียงพอถึงหน้าฝนในอีกเดือนกว่าๆนี้หรือเปล่า"หลิวเทียนทำหน้าลำบากใจขณะกล่าวคำ

      "อ๊า...ข้าอยู่นอกเมืองไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ทำให้ท่านลำบากใจแล้ว"ชิงเหลย

      "มิได้ๆ ข้าเองรู้ครั้งแรกก็ตกใจเหมือนท่าน ต่อให้ปีนี้ฝนตกเยอะ แต่ถ้าถึงหน้าหนาวหิมะตกในอีกห้าเดือนข้างหน้า คนจากแคว้นฉินคงเข้ามาอีกมากมายแน่นอน ปีหน้าข้าหวั่นใจยิ่งนักเรื่องน้ำ"หลิวเทียน

      "อ๊ะ.....ข้าลืมเรื่องนี้ได้ยังไง"เหมยฮวาเหมือนเพิ่งนึกได้ก็เผลออุทานออกมา

      "เรื่องอะไรเหรอ ฮวาเอ่อร์"ชิงเหลยหันมาถาม

      "เรื่องน้ำและคนจากแคว้นฉินที่จะเข้ามาอีกระลอกหลังจากหน้าหนาวเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "เหมยฮวา เจ้าก็รู้เรื่องการศึกที่แคว้นฉินด้วยเหรอ"หลิวเทียน

      "เจ้าค่ะ เป็นท่านอาหลินซือเพื่อนของท่านพ่อพูดให้ฟัง"เหมยฮวา

      "ท่านบัณฑิตหลินซือ นั่นนะหรือ ช่างหายากๆยิ่งนัก ฮ่าๆ"หลิวเทียน

      "เจ้าค่ะ ท่านอาซือมีอะไรเหรอเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่ชื่นชมเค้าก็เท่านั้นเอง"หลิวเทียนพูดยิ้มๆ

      "เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "เอ่อ ท่านปู่ หน้าหนาวแล้วมันเกี่ยวกับคนจากแคว้นฉินจะหนีเข้ามามากกว่าเดิมยังไง ข้าไม่เห็นเข้าใจ"ฝูเสียงทำหน้างงๆเพราะมัวแต่แอบมองเหมยฮวาเลยคิดตามไม่ทัน

      "เจ้านี้น๊า.....ข้าขอถามเจ้า ทหารแคว้นฉินนั้นเก่งกาจในการรบด้านใด"หลิวเทียน

      "อ๊า..ข้ารู้แล้ว ทัพฉินเก่งกาจการรบทางน้ำ ที่สกัดทัพเว่ยได้เพราะทัพเว่ยไม่ชำนาญการรบโดยใช้เรือ แต่พอหิมะตกน้ำในแม่น้ำก็จะแข็งตัว ความได้เปรียบในส่วนนี้ก็จะหายไป ทัพเว่ยก็จะเดินข้ามแม่น้ำที่แข็งตัวได้เลย หลังจากนี้แคว้นฉินก็ไม่มีอะไรมาช่วยปกป้องได้อีกแล้ว"ฝูเสียง

      "ใช่ เป็นเช่นนั้น ต้องให้กระตุ้นเตือน ดูซิเหมยฮวาแค่เอ่ยออกมาคำเดียวก็รู้แล้ว"หลิวเทียน

      "แหะๆ ข้าก็แค่มัวแต่มองอะไรเพลินๆเลยไม่ทันได้คิดก็เท่านั้นเอง ท่านปู่"ฝูเสียง

      "เหอะ"หลิวเทียนแค่นเสียงเพราะรู้ว่าเจ้าหลานตัวดีกำลังมองอะไร

      "เอาเถอะ ท่านพี่หลิวเทียน ถ้าอย่างนั้นเรื่องโรงหมักเหล้า ก็ยกเลิกไป เพราะความจริงทางเราเพียงอยากหางานให้คนเร่ร่อนได้ทำ จะได้ไม่ต้องขอทานตามเมือง แต่ว่ายังมีเรื่องอื่นที่จะมาคุยกับท่านพี่หลิวเทียนได้ลองตัดสินใจดู ให้ฮวาเอ่อร์พูดเองคงจะสะดวกกว่าเพราะเป็นความคิดของนาง"ชิงเหลย

      ดังนั้นเหมยฮวาจะได้บอกถึงแนวคิดเรื่องการทำฝายกั้นเล็กๆตามลำธารออกไป พร้อมกับเรื่องต้นเฟิงที่สามารถให้น้ำหวานได้

      "ฮืม นับว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียวทั้งสองเรื่องนี้ แต่ข้าคงออกหน้าได้แค่เรื่องฝายน้ำล้น ที่เจ้าว่าได้เพียงเรื่องเดียว เพราะถ้าคิดตามที่บอกก็จะเห็นภาพ สามารถร่างรายงานเบิกงบหลวงมาใช้ได้ แต่สำหรับต้นเฟิงยังไม่มีอะไรมายืนยันข้าคงช่วยออกหน้าอะไรมากไม่ได้หรอกนะ"หลิวเทียน

      "แค่นี้ข้าก็ขอบคุณท่านปู่หลิวเทียน มากแล้วเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องหาต้นเฟิง ทางเราสามารถใช้งบส่วนตัวจ่ายได้ แต่ถ้าเจอทางเราขอสิทธิ์ขาดในการขอเช่าป่าต้นเฟิงเพื่อมาทำการค้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ"เหมยฮวาหลังจากรู้ว่าโรงหมักเหล้าไม่สามารถทำได้ จึงต้องเรียกร้องอย่างนี้

      "เอาสิ คนที่คิดขึ้นมาก่อนก็คือเจ้าและลงทุนค้นหา ข้าอนุญาติ ยังไงเจ้าก็เพราะอยากช่วยคน ข้าย่อมสนับสนุนอยู่แล้ว"หลิวเทียนยิ่งได้คุยกับเหมยฮวาก็ยิ่งชอบเด็กสาวคนนี้นัก

      "ขอบคุณมากเจ้าค่ะ แต่ท่านปู่ไม่ต้องห่วงหรอกนะเจ้าค่ะ ว่าทางเราจะฮุบทำเองทั้งหมด เราจะเอาเท่าที่จำเป็นให้เพียงพอกับให้คนเร่ร่อนที่อยู่ในเมืองขณะนี้มีงานทำเท่านั้น และจะขายในเมืองชิงไห่ในราคาต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้เจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ฮ่าๆ ความคิดเจ้านี้ ช่างถูกใจข้ายิ่งนัก ถ้ามีเรื่องอื่นที่ข้าสามารถทำได้ จะช่วยเจ้าทันที แล้วเจ้าจะเริ่มการหาต้นเฟิงวันไหน"หลิวเทียน

      "พรุ่งนี้เช้าจะเริ่มแจกจ่ายอาหารก่อนเจ้าค่ะเพราะทางเราไม่ต้องเหนื่อยไปเดินป่าวประกาศรับคน พอคนมารวมเยอะๆค่อยประกาศหาคนออกไป"เหมยฮววา

      "ดูๆหลานสาวของท่านพี่ชิงเหลย ช่างรอบคอบยิ่งนักขนาดเรื่องเล็กๆแบบนี้ยังคิดออก"หลิวเทียน

      "ท่านพี่หลิวเทียนก็กล่าวชมเกินไปแล้ว ไหนเลยฮวาเอ่อร์จะรับไหว ฮ่าๆ"ชิงเหลยที่หน้าบานกับคำพูดของหลิวเทียนที่เอ่ยชมหลานสาวของตนเองยังผลให้ภูมิใจยิ่งนัก

      "พวกเสบียงที่แจกจ่ายเพียงพอหรือไม่ ให้ทางนี้ช่วยก็บอกได้นะ"หลิวเทียน

      "เพียงพอเจ้าค่ะ ว่าจะทำข้าวต้มกับน้ำแกงกระดูกแจกจ่ายเพราะคงซื้อเนื้อมาทำน้ำแกงเยอะๆไม่ ไหวเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "กระดูกๆ นี้ก็ช่างคิดอีกแล้ว ดีๆ ได้ ไว้ข้าจะสั่งให้เจ้าหน้าที่มือปราบในกรมเมืองนำรถม้าไปช่วยขนไปให้ที่จวน ส่วนค่าใช้จ่ายคงไม่เยอะเพราะดีกว่าเอาไปทิ้ง ค่าใช้จ่ายข้าจะเป็นผู้ช่วยออกในส่วนนี้เอง ตกลงเอาตามนี้"หลิวเทียน

      "ขอบคุณท่านปู่มากเลยเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ขอบคุณแล้วท่านพี่หลิวเทียน อย่างนั้นคงต้องขอตัวลากลับเพื่อไปจัดเตรียมสิ่งของไว้ก่อน"ชิงเหลยออกปากขอตัว

      "ไม่รบกวนแล้วเจ้าค่ะ  ท่านปู่ พี่ฝูเสียง ขอตัวเจ้าค่ะ"เหมยฮวาลุกขึ้นคารวะ เสร็จก็ลุกเดินตามท่านตาชิงเหลยของนางจากไป

       "อย่างนั้น พรุ่งนี้เช้า ข้าขออนุญาติท่านปู่ ไปที่จวนตระกูลหยางเดิมนะ ขอรับท่านปู่ เผื่อมีอะไรที่ข้าช่วยได้"ฝูเสียง

      "เอาซิ อย่าได้ทำข้าขายหน้า อีกล่ะ"หลิวเทียน

      "โถ่ ท่านปู่ ข้ารู้อะไรควรอะไรมิควรอยู่หรอก"ฝูเสียง

      "เฮ่อ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก แต่นางก็นับว่าโชคดีที่เกิดในแคว้นนี้"หลิวเทียนทอดถอนใจ

      "น้องเหมยฮวาเหรอขอรับ มีอะไรให้เสียดาย"ฝูเสียง

      "เจ้านี้... ก็เสียดายที่เกิดเป็นหญิงนะสิ แค่ข้าคุยด้วยกันกับนางก็รู้เลยว่า นางนั้นฉลาดเฉลียวยิ่งนัก ผิดกันกับเจ้า ถ้าเกิดเป็นชายข้าจะรีบคว้าตัวมาช่วยงานเลยทันที แต่นับว่านางก็โชคดีที่เกิดแคว้นนี้ ถ้าไปเกิดแคว้นอื่นด้วยความที่มีสายเลือดชาวหู คงถูกกีดกันให้ได้ความลำบากเป็นแน่"หลิวเทียน

      ตกเย็นที่จวนก็วุ่นวายจัดเตรียมของเพื่อทำอาหารไว้แจกจ่ายพรุ่งนี้ ส่วนกระดูกที่มาส่งก็นำไปต้มกับเครื่องเทศเลยทันที เกือบยามไฮ่(21.00-22.59น.)ถึงได้แล้วเสร็จ ตั้งถ่านไฟอ่อนๆโดยให้คนใช้ผลัดกันมาดูทุกๆชั่วยาม ตื่นมาอีกทีก็ปลายยามอิ๋น(03.00-04.59น.) มาเตรียมต้มข้าวไว้ เห็นแล้วเหมยฮวาถึงกับซีด ถ้านางต้องเป็นคนดูแลออกคำสั่งไม่มีท่านอาไช่หลิงมาช่วยคงไม่รอด ฟังพูดว่าง่ายแต่ทำจริงกลับวุ่นวายยิ่ง กลางยามเหม่า(05.00-06.59)ก็ตั้งโต๊ะยกของมาเตรียมแจกหน้าจวน ท่านอาไจ่เต๋อตะโกนออกไปแค่ทีเดียว จากมีไม่มีกี่คน ข่าวก็ไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง คะเนด้วยสายตามีมากกว่าร้อยคน ระหว่างที่ให้คนรับใช้แจกอาหาร ก็ประกาศรับคนไปด้วย ถ้าใครสนใจให้มาแจ้งชื่อกับโต๊ะที่เตรียมไว้หลังทานอาหารเสร็จแล้ว สุดท้ายก็มีคนมาแจ้งชื่อทำงาน 53 คน

      "ทุกท่านโปรดฟังทางนี้ คุณหนูหลี่เหมยฮวาจะแจ้งเกี่ยวกับรายละเอียดที่ต้องให้ทำ"ไจ่เต๋อ

      "สวัสดีทุกท่านเจ้าค่ะ ข้าหลี่เหมยฮวา จะบอกรายละเอียดของงานนี้ก็คือเอามีดเฉาะเข้าไปในต้นเฟิง แล้วเอานิ้วแตะมาชิมดู ซึ่งข้ารับรองว่ามันไม่เป็นอันตราย แต่ทุกท่านเพื่อความปลอดภัยก็เพียงอย่ากลืนลงไปเป็นพอ ชิมดูว่าน้ำที่ออกมามีรสหวานหรือไม่ ถ้ามีก็จดจำหรือทำเครื่องหมายเอาไว้ งานง่ายๆใช่ไหมเจ้าค่ะทุกท่าน"เหมยฮวา

      "ใช่ๆ"เสียงตอบรับจากคนที่ยืนฟัง

      "ส่วนค่าจ้าง ก็คือ 40 อีแป๊ะถ้าเจอต้นเฟิงที่มีรสหวานจะให้เพิ่มต้นล่ะอีแป๊ะ ค่าจ้างเท่านี้พอไหวไหมเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "เยอะแล้วขอรับคุณหนูหลี่ ข้านั่งขอทานทั้งวันยังไม่เคยได้ถึงเลย งานง่ายๆเพียงเท่านี้ให้ทำแลกกับข้าวสามมื้อ ข้าก็ยอมทำขอรับคุณหนู"เสียงตอบออกมาจากบางคนภายในกลุ่ม พอจบคำก็มีเสียงตอบรับเป็นทอดๆ

      "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ถือว่าตอบแทนน้ำใจที่มาช่วยข้า หลังจากนี้ข้าจะให้ ท่านอาไจ่เต๋อเป็นผู้นำทางทุกๆท่านไปยังป่าต้นเฟิง ยังมีอีกเรื่องหนึ่งอยากให้ทุกท่านช่วยลอกเปลือกไม้เนื้ออ่อนจากต้นอะไรก็ได้มาให้ข้าคนล่ะอันแล้วบอกด้วยว่าจากต้นอะไร ไม่ต้องใหญ่มากเท่าแขนผู้ใหญ่ก็พอ ความยาวเอาซักหนึ่งเซี๊ยะ ส่วนตอนเที่ยงจะมีอาหารนำไปแจกให้ที่ปากทางเข้าป่า ขอให้ทุกคนออกมาทานด้วยนะเจ้าค่ะ เชิญทุกท่านตามท่านอาไจ่เต๋อไปเลยเจ้าค่ะ"เหมยฮวา

      "ฮวาเอ่อร์ เจ้าลืมให้อะไรพวกเค้าไปหรือเปล่า"หลินซือ ที่มาตั้งแต่เย็นเมื่อวานเอ่ยปาก

      "ข้าลืมให้อะไรพวกเค้าเหรอเจ้าค่ะ ท่านอาซือ ก็ไม่นี้"เหมยฮวา

      "เจ้า..เฮ่อ...มีดยังไงเล่า เจ้าจะให้พวกเค้าเอาฟันเฉาะแทนมีดหรือยังไง"หลินซือ

      "ตายแล้ว ข้าลืมไปได้ยังไง ท่านอาไช่หลิง มีดเรามีเยอะไหม"เหมยฮวา

      "มีก็คงไม่พอเรามีมีดทำครัวแค่ 10กว่าเล่มเท่านั้น คนเยอะขนาดนี้ ทำยังไงดีล่ะ"ไช่หลิง

      ขณะที่กำลังจะไปหามีดมาแจกจ่ายก็มีเสียงตะโกนออกมา

     "เดี๊ยวข้าจะให้คนไปเอามีดที่จวนท่านปู่ข้าให้ ต้องการซักกี่เล่ม"

      "อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ พี่ฝูเสียง ไม่นึกว่าจะมาเช้าขนาดนี้"เหมยฮวา

      "อรุณสวัสดิ์น้องเหมยฮวา ข้าฝูเสียงหลานเจ้าเมืองเติ้ง ขอคารวะทุกท่าน"ฝูเสียงพูดไปหอบตัวโยนไป เป็นที่ขบขันของหลินซือ กับไช่หลิงยิ่ง

      "ข้าต้องการ 53 เล่มพอจัดหาให้ได้รึไม่เจ้าค่ะ "เหมยฮวาถามอย่างมีความหวัง

      "ได้ๆ เด็กๆไปนำมีดมาให้ตามที่คุณหนูเหมยฮวาบอก เอาม้าข้าขี่ไป จะได้ไวๆ"ฝูเสียงหันไปสั่งคนรับใช้ที่ตามมาอีกสองคน พอรับคำก็กระโดดขึ้นม้าควบไป

      "ขอบคุณพี่ฝูเสียง ถ้าไม่ได้ท่านคงแย่ เอ่อ ข้าเกือบลืมแนะนำ นี้ท่านอาน้าสะใภ้ข้าหยางไช่หลิงและนี้ท่านอาหลินซือ เจ้าค่ะ"เหมยฮวากล่าวขอบคุณก่อนแนะนำให้รู้จักคนทั้งสอง

      "คารวะฮูหยินหยาง คารวะท่านหลินซือ ขอรับ ข้าเติ้งฝูเสียง"ฝูเสียง

      "มาเหนื่อยๆหาที่นั่งพักจิบน้ำชาก่อน ค่อยทานอะไร มาเช้าๆแบบนี้คงยังไม่ได้ทาน"ไช่หลิงเอ่ยหลังรับการคารวะ

      รอเพียงสองเค่อคนรับใช้ก็เอามีดมาให้ ขณะที่ทุกคนกำลังเดินไป เหมยฮวาก็เหลือบไปเห็น เด็กหนุ่มคนหนึ่งน่าจะอายุมากกว่านาง 2-3ปีกลางหลังแบกเด็กซัก 2-3ขวบ จึงให้คนไปเรียกมา

      "พี่ชาย ข้าหลี่เหมยฮวา อยากรบกวนถามท่านว่า ทำไมถึงได้เอาหนูน้อยคนนี้ไปด้วยล่ะ ไม่กลัวเด็กจะลำบากจนป่วยไข้เหรอ"เหมยฮวาเอ่ยกับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าถึงจะมอมแมมแต่ยังดูออกว่าหน้าตาคมคายยิ่งนัก

      "เอ่อ...ขะ..ข้าถังหย่งเป่าขอรับคุณหนู เด็กคนนี้คือถังเพ่ยอิน นางเป็นน้องสาวข้าขอรับ ที่ข้าต้องทำแบบนี้เพราะไม่มีใครดูแลนาง เราเหลือกันแค่สองคนเท่านั้น ถะ..ถ้าคุณหนูไม่ให้นางไปด้วยข้าก็ ไปทำงานไม่ได้ขอรับ"หย่งเป่ากล้าๆกลัวๆขณะพูด

      "หืม...อย่างนั้นฝากไว้กับข้าก็ได้ เด็กจะได้ไม่ลำบากจนไม่สบายไป"เหมยฮวา

      "จะดีเหรอขอรับ เพ่ยอินนางอาจไม่ยอมจนร้องไห้ จะเป็นการรบกวนหนูเปล่าๆ"หย่งเป่า

      "ไม่เป็นไร เอามาเถอะ ลองดู มาม่ะ เพ่ยอินมาอยู่กับพี่สาวคนนี้นะ"เหมยฮวา

      "ขอรับ อินเอ่อร์ไปอยู่กับคุณหนูหลี่นะ คนดี พี่ทำงานเสร็จแล้วจะมารับ"หย่งเป่า

      "ม่ายอาว อิ...อินเอ่อร์ จาปายก่ะทานพี"อินเอ่อร์

      "มาม่ะ อินเอ่อร์ พี่สาวมีขนมเยอะแยะเลย อยากทานไหม"เหมยฮวากำลังวางแผนหลอกเด็ก

      "จิงเย่อ อินเอ่อร์ กิงได้ จิงเย่อ"อินเอ่อร์

      "จริงจ๊ะ พี่สาวคนนี้ไม่หลอกเจ้าหรอก ท่านพี่ฉู่ฉู่ช่วยนำขนมดอกกุ้ยฮวา มาให้ทีเจ้าค่ะ"เหมยฮวาหันไปบอกฉู่ฉู่

      "อยู่กับคุณหนูก่อนนะ อินเอ่อร์ เย็นๆจะมารับ"หย่องเป่าปลดเพ่ยอินลง

      "ป่ะ ไปกับพี่สาว เดี๊ยวพี่สาวพาไปกินขนมเยอะๆเลย"เหมยฮวารีบมารับเพ่ยอินที่กลางหลังหย่งเป่าไปอุ้ม

      "ขอบคุณคุณหนูหลี่มากขอรับ"หย่งเป่าก้มคารวะแทบจรดพื้น

      "ไม่ต้องๆ พี่หย่งเป่า เชิญท่านไปทำงานเถอะ เห็นไหม อินเอ่อร์เลี้ยงง่ายจะตายไม่ร้องงอแงเลย จริงไหมจ๊ะอินเอ่อร์ ป่ะเราไปหาขนมอร่อยๆมากินกัน"เหมยฮวาหันมาคุยกับเพ่ยอิน

      "กิงหนมๆ พีฉาวๆ"เพ่ยอินพูดไปโยกตัวหงึกๆขึ้นลงๆดีใจที่จะได้กินขนมที่เหมยฮวาเอามาหลอกเด็ก

      พออุ้มเข้าไปก็เจอสายตามองมาแปลกๆจากคนที่ไม่รู้เรื่องในห้อง ที่กำลังรอจัดเตรียมอาหารมาให้ทานกัน มีฝูเสียง ไช่หลิง หลินซือ ส่วนไจ่เต๋อนั้นไม่อยู่เพราะต้องพาคนงานไปป่าต้นเฟิง ฉู่ฉู่ก็นำขนมมาให้พอดี

      "ม่ะ พี่สาวจะป้อนนะ อินเอ่อร์"เหมยฮวา

      "นั่นเจ้าเอาเด็กมาจากไหน ฮวาเอ่อร์"หลินซือเอ่ยปากถามคนแรก

      "น้องสาวของคนที่มาทำงานเจ้าค่ะ ท่านอาซือ ชื่อเพ่ยอิน นางไม่มีคนดูแลเลยจะเอาไปด้วย ข้ากลัวนางจะไม่สบายถ้าต้องกะเตงไปด้วย เลยเอามาช่วยดูให้ เจ้าค่ะ  อ่ะ กินอีกคำนะจ๊ะ อินเอ่อร์"เหมยฮวาเงยหน้ามาพูดเสร็จก็กลับไปป้อนเพ่ยอินต่อ

      หลินซือได้ยินก็ยิ้มๆกับการหาเรื่องใส่ตัวของเหมยฮวา  หลังจากที่รู้ว่าทำโรงหมักเหล้าไม่ได้  เหมยฮวาก็นึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดีก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับการหาต้นเฟิง ช่วงบ่ายท่านพ่อกับท่านน้าซ่งอี้คงมาที่นี้ เพื่อคุยว่าจะเอายังไงต่อดี แต่ความกลัดกลุ้มดูจะผ่อนคลายลงเมื่อมีเพ่ยอินมาให้นางดูแลทำให้ไม่ต้องคิดอะไรมาก พอกินเสร็จก็พาไปอาบน้ำ หาเสื้อผ้าเด็กมาเปลี่ยนให้ใหม่ เพราะตัวเดิมซีดมีรอยปะชุ่นแบบหยาบๆหลายแห่ง เฟิ่งซีและเซียนสือมาเห็นก็ดีใจยกใหญ่ ที่มีคนตัวเล็กมาให้แหย่เล่น พากันเล่นจนเหนื่อยหลับกันทั้งสาม ตกบ่ายท่านพ่อ ท่านน้านางก็มาถึง จึงได้ไปคุยกันอีกรอบ ขณะคุยก็เห็นไจ่เต๋อวิ่งมาในห้องอย่างรวดเร็ว

      "คุณหนู เจอแล้วขอรับ ตอนที่คนงานมาพักทานอาหารตอนเที่ยง มีคนที่เจอราวๆ สี่สิบกว่าคน นับได้คราวๆ น่าจะมีเกือบแปดสิบกว่าต้น ขอรับ"ไจ่เต๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นจนสุดระงับ

      "จะ..จริงเหรอท่านอาไจ่เต๋อ"เหมยฮวาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

      "ใช่แล้วขอรับ"ไจ่เต๋อ

      ส่วนคนอื่นในห้องต่างก็ตกตะลึง จนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าแค่ครึ่งวันจะเจอแล้ว ช่างโชคดียิ่งนัก

      "เอ่อ คุณหนูขอรับแล้วเรื่องเปลือกไม้ที่ว่า จะให้ทำยังไงขอรับ ข้าได้ขนใส่รถลากกลับมาด้วยแล้วตอนนี้"ไจ่เต๋อ

      "ช่วยขนไปแช่น้ำทิ้งไว้เลยเจ้าค่ะท่านอาไจ่เต๋อ ไว้ค่อยมาจัดการต่อ แล้วช่วยข้าจัดเตรียมสิ่วกับ ค้อนเอาไว้เพราะนี้เราจะเริ่มลงมือเก็บน้ำหวานมาลองเคี่ยวดู"เหมยฮวาสั่งการเสร็จก็หันไปยิ้มกว้างแก่ทุกคนในห้อง

      "ขอรับคุณหนู"ไจ่เต๋อ

      กว่าสามเดือนทุกอย่างเริ่มลงตัวป่าทางทิศไต้ทั้งหมดได้ถูกขอกรรมสิทธิ์เช่าเป็นของทางตระกูลหลี่ ซึ่งไม่มีใครทักท้วงถึงแม้จะไม่พอใจบ้าง แต่ถ้าตระกูลหลี่ไม่ลงทุนจ้างคนมาค้นหาก็ไม่มีทางรู้ว่าต้นไม้นี้ให้น้ำหวานได้ จึงไม่อาจคัดค้านใดๆ ที่ต้องใช้เวลาถึงสามเดือนเพราะต้องถางป่าให้สะดวกแก่การเข้าไป และต่อเติมดัดแปลงจวนตระกูลหยางเดิมให้เป็นโรงงานเคี่ยวน้ำหวาน ที่ต้องเคี่ยวก็เพราะต้องการให้น้ำระเหยไปให้หมด จะได้เหลือแค่น้ำหวานล้วนๆถึงจะไม่บูดเน่าเสีย ง่าย นอกจากนี้เพราะต้องบรรจุในขวดเคลือบ จึงทำให้มีโรงงานเครื่องปั้นดินเผาในเมืองมีงานเยอะขึ้นจนต้องมีการจ้างคนงานมาเพิ่ม ตอนเข้าเดือนที่สองก็ได้ผลิตขายในเมืองชิงไห่แล้ว จากปากต่อปาก พ่อค้าเมืองใกล้เคียงก็เข้ามาติดต่อขอซื้อเองถึงที่ เพราะถึงจะรู้ว่ามาจากต้นเฟิง แต่ขั้นตอนทำนั้นไม่ง่ายและเป็นความลับจึงไม่อาจลงทุนทำเอง ขั้นตอนที่ว่าก็คือ ต้มสี่ชั่วยามถึงสามรอบ จากน้ำหวานสี่สิบส่วนก็จะได้มาหนึ่งส่วน คนส่วนมากก็รู้เพียงแค่เคี่ยวแต่ไม่รู้ว่าควรเคี่ยวนานแค่ไหนถึงจะพอดีนอกจากจะทำเป็นน้ำหวานข้นๆ ยังทำให้เป็นก้อนเพื่อจะเก็บได้เป็นปี

      เดือนที่สี่ทุกอย่างลงตัวหมด เหมยฮวาขอไห่ถังกับฉู่ฉู่ มาช่วยทำบัญชีรับช่วงต่อท่านอาซือและท่านน้าซ่งอี้ เพราะทั้งสองคนพอรู้หนังสือบ้างจากที่ติดตามดูแลเหมยฮวาตอนไปเรียน แค่สอนวิธีคิดคำนวณให้ และสอนความรู้เรื่องอื่นๆเพิ่มเข้าไป เหมยฮวาถึงหายใจได้คล่องคอขึ้นกว่าเดิม เพราะช่วงสี่เดือนที่ผ่านนอกจากต้องดูแล ออกความคิดกับคนอื่นๆเกี่ยวกับโรงน้ำตาล ยังต้องสอนหนังสือแก่ฉู่ฉู่ ไห่ถัง ยังมีตัววุ่นมาอีกสองก็คือเฟิ่งซี เซียนสือที่มาเรียนเกี่ยวกับตัวเลขและการคำนวณ ไหนจะต้องทดลองทำกระดาษ จากเปลือกไม้ที่ให้หามา สุดท้ายก็ได้สนสามใบที่เหมาะกับการทำกระดาษที่สุด ทำออกมาครั้งแรกทุกคนต่างก็ตื่นเต้นยังกับของวิเศษ แต่ว่าปัญหาก็ตามมาอีกจากการลงน้ำหนักมือ หนักไปก็ทะลุ สำหรับกระดาษเหมยฮวาแค่ทำออกมาเพื่อใช้เองเท่านั้น ไม่ได้ทำขาย พอมีกระดาษก็ปรับระบบการทำบัญชี แบ่งแยกทุกอย่างให้ชัดเจน เพราะน้ำหนักที่เบา ต่อให้พกสมุดบัญชีไปไหนมาไหน เป็น สิบๆเล่มก็ยังได้ เพราะตอนใช้ม้วนไม้ไผ่ที่ทั้งใหญ่และหนัก จึงพกติดตัวเพื่อจดบันทึกม้วนสองม้วนทำให้ต้องจดทุกอย่างลงในม้วนไม้ไผ่หนึ่งม้วนให้ได้












 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #1219 ROOM333 (@garnet-t) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 01:38
    555
    #1219
    0
  2. #744 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 22:13
    ปวดตามากก แต่ภาษาก็น่าอ่านมากกกก ><'
    #744
    0
  3. #707 เมมฟิส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 10:53
    หย่งเป่าน่ารัก ทำให้นึกถึงพี่ชายของนิด
    #707
    0
  4. #230 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 13:29
    นุกดีจ้า
    #230
    0
  5. #147 อะยุ่น (@ayun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 22:39
    แรกๆดูยืดไปนิดค่ะ แต่ตอนหลังๆสนุกมาก น่าติดตามมาก รออัพอยู่นะคะ
    #147
    0
  6. #145 555 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 10:05
    อัฟไวไวนะคับ
    #145
    0
  7. วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 20:20
    สนุกมาก
    #143
    0
  8. #140 p-o-t-e (@p-o-t-e) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 15:36
    สนุกมากๆ มาต่อไวไวนะคะ
    #140
    0
  9. #139 zen (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 14:54
    สนุกจัง อ่านลื่นไหลดี
    #139
    0
  10. #138 Little_cat (@sofiaza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 14:20
    นางเอกฉลาดจัง ชอบๆ 
    #138
    0
  11. #137 Treerainbow (@treerainbow) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 14:17
    สนุกจ้าาาา  รอตอนต่อไปนะคะ ไรท์สู้ๆๆ

    #137
    0
  12. #135 itself (@penumbra) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 13:36
    สนุกมากค่ะ
    สุ้ๆน่ะค่ะ
    #135
    0