
5 กระบวนท่าพิชิตลูกโยเย
ในระหว่างนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากคลอด ชีวิตช่างสุขสบายจังเลยค่ะ เพราะเจ้าตัวเล็กใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอน นอน และก็นอน มีร้องไห้บ้างเวลาหิวแต่เมื่อได้กินนมก็นอนหลับปุ๋ยต่อ แต่ทว่าพอกลับมาอยู่บ้านทำไมลูกถึงร้องไห้โยเยเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านไม่เหมือนตอนอยู่โรงพยาบาลเลยล่ะ คุณแม่มือใหม่เจอแบบนี้ก็เครียดทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียวใช่มั๊ยคะ เอาล่ะค่ะใจเย็นๆ ตั้งสติให้ดี ลองสังเกตและหาสาเหตุว่าลูกร้องเพราะอะไรแล้วแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ แต่ถ้าลูกน้อยยังร้องไห้ไม่หยุดเรามีกระบวนท่าเด็ดๆ ที่เคยทำแล้วสำเร็จมาให้ลองทำตามดูค่ะ
1. ผ้าห่อตัวพันผูก
วิธีนี้เป็นการจำลองให้เหมือนกับตอนที่ลูกอยู่ในท้องค่ะ ลูกจะรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยและคุ้นเคย เราสามารถใช้ได้ทั้งตอนที่ลูกร้อง ตอนนอนหลับ และตอนที่จะสระผมลูกค่ะ
· ใช้ผ้าห่อตัวหรือผ้าอ้อมสะอาดผืนใหญ่ 1 ผืนกางออกเป็นรูปสี่เหลี่ยม
· พับมุมด้านหนึ่งลงมาในแนวทแยงประมาณ 20 ซม. (หลังพับมุมแล้วผ้าจะมีรูปทรงเหมือนเพชรค่ะ) จากนั้นวางลูกน้อยลงบนผ้าโดยให้ส่วนต้นคอและไหล่อยู่เสมอขอบผ้าที่เราพับไว้
· จับแขนขวาของลูกให้แนบลำตัว แล้วดึงมุมผ้าทางฝั่งขวาของลูกข้ามมาด้านซ้ายให้ผ้าปิดไหล่ขวาและลำตัว ดึงผ้าให้แน่นตึงไม่ให้แขนขวากระดุกกระดิกได้แล้วสอดปลายผ้าไว้ใต้ลำตัวด้านซ้ายของลูก เสร็จขั้นตอนนี้แขนขวาของลูกจะถูกห่อไว้ในผ้าเรียบร้อยแล้วค่ะ
· ดึงปลายผ้าที่อยู่ด้านล่างของเท้าลูกขึ้นมาพาดไว้ที่หัวไหล่ซ้ายของลูก สอดผ้าเก็บไว้ที่ช่วงต้นคอ สำหรับขั้นตอนนี้ไม่ต้องดึงผ้าจนตึงมากนะคะ ให้ห่อแบบหลวมๆ เพื่อให้เด็กมีพื้นที่งอขอและกางขาได้
· คราวนี้มาจัดการฝั่งซ้ายกันค่ะ ทำเหมือนกับฝั่งขวาโดยจับแขนซ้ายของลูกให้แนบลำตัว จับมุมผ้าฝั่งซ้ายของลูกมาข้ามมาด้านขวาเพื่อปิดไหล่ซ้ายและลำตัว ดึงผ้าให้ตึงกระชับแล้วสอดปลายผ้าไว้ใต้ลำตัวฝั่งขวา เป็นอันเรียบร้อยค่ะ
2. กอดลูกแนบชิด
วิธีนี้ก็ใช้หลักการเดียวกับวิธีแรกค่ะคือสร้างความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยให้ลูก ซึ่งโดยส่วนตัวเราคิดว่าจะได้ผลมากขึ้นถ้าคนกอดเป็นคุณแม่ และอุ้มโดยให้หัวของลูกอยู่ชิดอกซ้ายของแม่ เพราะลูกจะได้กลิ่นกายที่คุ้นเคยรวมทั้งได้ยินเสียงหัวใจของแม่เหมือนตอนเค้าอยู่ในท้องค่ะ สำหรับวิธีนี้หลายๆคนโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่อย่างปู่ย่าตายายของบางบ้านอาจจะไม่ค่อยให้ทำเนื่องจากกลัวเด็กติดมือ แต่สำหรับเราแล้วคิดว่าเรายอมให้ลูกติดมือค่ะ เพราะนี่คือช่วงเวลาเดียวที่เรายังอุ้มเค้าไหว ดังนั้นเราก็อยากจะอุ้มอยากจะกอดเค้าให้เต็มที่
3. เซิ้งกระติ๊บ
ตอนที่ลูกอยู่ในท้องเค้าจะลอยตัวอยู่ในน้ำคร่ำ ดังนั้นตัวเค้าจะไม่ได้อยู่นิ่งแต่มีการลอยขึ้นๆ ลงๆ ในน้ำ วิธีนี้ก็จะจำลองสถานการณ์ความรู้สึกแบบนั้นค่ะ โดยให้อุ้มลูกไว้ (ถ้าลูกยังเล็กคอไม่แข็งก็อุ้มนอน แต่ถ้าลูกคอแข็งแล้วจะอุ้มลูกให้ตัวตั้งตรงก็ได้ค่ะ) จากนั้นให้ผู้อุ้มย่อเข่าลงช้าๆ แล้วยืนขึ้น ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ซึ่งท่านี้จะเหมือนเรากำลังรำเซิ้งอยู่ค่ะ อาจจะพลิกแพลงเพื่อความสนุกสนานของผู้อุ้มและเด็กโดยการย่อเข่าทีละข้างสลับกันบ้าง ย่อเข่าทั้งสองข้างพร้อมกันบ้าง ย่อช้าบ้างเร็วบ้าง หรือไม่ก็เปิดเพลงประกอบไปด้วยเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ระวังอย่าหักโหมมากเดี๋ยวจะปวดเข่ากันซะก่อนนะคะ
4. ซูปเปอร์แมน
วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมทำแล้วลูกจึงหยุดร้อง แต่คุณหมอของเราแนะนำมาและทำแล้วได้ผลจริงก็เลยเอามาบอกต่อค่ะ วิธีการง่ายๆ แค่อุ้มลูกในท่านอนคว่ำ มือข้างหนึ่งของผู้อุ้มวางไว้ตรงช่วงอกของลูกส่วนอีกข้างวางไว้ตรงช่วงสะโพก จากนั้นแกว่งไปมาเบาๆ นึกซะว่าเค้าเป็นซูปเปอร์แมนตัวน้อยที่กำลังเหาะอยู่ค่ะ ตอนที่เราอุ้มลูกท่านี้นอกจากลูกจะหยุดร้องแล้ว เค้ากลับหัวเราะชอบใจเหมือนได้เล่นเลยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องระวังเป็นพิเศษนะคะถ้าลูกยังเล็กและคอยังไม่แข็งดี
5. เงียบ สงบ ผ่อนคลาย
หลักการง่ายมากค่ะสำหรับวิธีนี้ แค่ปรับสภาพแวดล้อมของห้องให้เงียบสงบและผ่อนคลาย เปิดไฟสลัวๆ หรือปิดไฟไปเลย พยายามให้ห้องอยู่ในความเงียบไม่มีเสียงดังรบกวน หรืออาจจะเปิดเพลงกล่อมเด็กคลอเบาๆ ก็ได้ กล่อมลูกโดยวางลูกนอนลงแล้วตบก้นเค้าเบาๆ เพื่อให้เค้าหยุดร้องและนอนหลับไปเอง
และทั้งหมดนี้คือ 5 กระบวนท่าง่ายๆ ที่ทำให้ลูกหยุดร้องไห้โยเยได้ แต่อย่าลืมนะคะว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนว่าลูกร้องเพราะอะไร เช่น ร้อนเกินไป หนาวเกินไป หิว ง่วง ไม่สบายตัว เป็นต้น แล้วรีบแก้ไขตามสาเหตุ ซึ่งโดยปกติแล้วลูกก็จะหยุดร้องเองค่ะ
หมอนหลุม , พัดลมมือถือ , หมอนผ้าห่ม
ความคิดเห็น