FIC GUNDAM SEED DESTINY [YOUR WOLRD MY WORLD]

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    28 มี.ค. 62

ตอนที่ 1

[Athrun Part]

หลายวันมาแล้วที่เราได้เข้ามาอาศัยร่วมชายคาในบ้านยามาโตะหลังนี้  และก็หลายวันมานี้เหมือนกันที่ทั้งผมและชินแทบจะไม่ได้เจอโอเมก้าจอมพยศนั่นเลย  เขาเอาแต่หนีตลอดมันก็เลยดูอึดอัดและตึงมึนหน่อย ๆ ซึ่งแม้ว่าพวกผมจะเป็นอัลฟ่าที่ถูกฝึกมาอย่างดีไม่ให้สัญชาติญาณนักล่าเข้าครอบงำจนทำร้ายใครต่อใครก็ตาม  แต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันความปรอดภัยให้แก่โอเมก้าได้ 

เพราะโอเมก้ามีรูปร่างที่สวยงามพร้อมกลิ่นหอมหวานไว้ดึงดูดอัลฟ่า  ธรรมชาตินั้นสวยงามแต่โหดร้ายเหมือนกับโอเมก้าที่อยู่ในบ้านหลังนี้  คิระ  ยามาโตะ จัดว่าเป็นโอเมก้าที่ดูดีมาก  เพียงแค่ร่างกายผอมเพรียวดูอ้อนแอ้นก็เป็นที่น่ามองแล้ว  ผมสั้นสีใบไม้แห้งที่ไม่ว่ายังไงก็อยากจะลูบให้ได้สักครั้ง  ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ติดออกหวานมีเลือกฝาดติดที่แก้ม  ริมฝีปากปางสีชมพูระเรื่อบอกว่าเธอนั้นสุขภาพดี  และเหนือสิ่งอื่นใดแก้วตากลมโตสีอเมทิสต์หาชมได้ยากที่มาพร้อมกับแววตาพราวระยัยสุกใส  เป็นภาพที่สวยงามมากครับทว่าทุกอย่างที่ผมกล่าวมามันตรงข้ามกับนิสัยของเธอโดยสิ้นเชิง  เธอนั้นชั่งดุร้ายเสียเหลือเกิน

คุณอาจไม่เชื่อก็ได้แต่ทั่วเรือนร่างผมเต็มไปด้วยรอยช้ำที่เธอเป็นคนฝากเอาไว้  เพิ่มมาวันละ 1 – 2 ดอก  คนไรวะตัวก็แค่นี้หมัดหนักชะมัด

“เขาก็ดูธรรมดานี่ฮะ   มองเผิน ๆ ผมนึกว่าเบต้าด้วยซ้ำ” ชินออกความเห็นหลังจากใช้ชีวิตใต้หลังคาเดียวกันกับครอบครัวยามาโตะมาครบ 1 อาทิตย์ “เราไม่ค่อยได้กลิ่นเขาเลย”

“เราจะได้กลิ่นก็ต่อเมื่อเธอโกรธเท่านั้น” ผมให้เหตุผล  แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมถึงได้กลิ่นแค่ตอนโกรธทั้งที่ปกติโอเมก้าจะปล่อยกลิ่นออกมาเพื่อเรียกหาอัลฟ่า

“เป็นเพราะปลอกคอของเขารึเปล่า” ชินสันนิฐานในสิ่งที่สงสัยผมเอง

“หือ...” ก็อดนึกภาพไม่ได้เพราะปลอกคอที่เจ้าตัวใส่มันเหมือนมีฟังก์ชันแปลก ๆ ซ่อนไว้อยู่   ปลอกคอสีดำที่มีเส้นแถบสีน้ำเงินขนาดเล็กส่องแสงวิววับตลอดเวลาแต่พอตอนคิระโกรธแถบเส้นสีฟ้าของปลอกคอก็จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง   เป็นเทคโนโลยีที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ปลอกคอที่คิระใส่ไงครับ   มันไม่เหมือนปลอกคอที่รัฐบาลแจกให้โอเมก้าเลย”

“หรือว่าจะซื้อเอง   ได้ข่าวว่าถึงจะเป็นเบต้าแต่บ้านนี้ก็รวยมากเลยนี่” ที่ชินพูดมันก็มีเหตุผล   ถึงแม้ว่าข้าวของเครื่องใช้ในบ้านนี้จะดูธรรมดาแต่ฟังก์ชันที่ซ่อนอยู่แต่ละอย่างนี่ก็ใชย่อย

“ถ้าอย่างนั้นปลอกคอนั่นคงจะราคาแพงหน้าดู”

ผมสองคนต่างแลกเปลี่ยนความคิดและคุยเรื่องสับเพเหระกันไปเรื่อย ๆ จนเกือบตกเย็น   เนื่องจากวันนี้เป็นวันเสาร์และ 2 สามีภรรยายามาโตะทั้งสองที่มีภารกิจต้องไปทำวิจัยนอกพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วจะกลับมาอีกทีก็วันจันทร์   แต่ก็ยังอุส่ากำชับเรื่องอาหารแต่ละมื้อที่ต้องกินให้อิ่มพร้อมทั้งไว้วานให้พวกผมดูแลเรื่องอาหารให้คิระด้วย

นี่ก็บ่ายแก่แล้วหลังจากที่ลากคิระออกมากินมื้อเที่ยงได้คำสองคำแล้วก็หายไปอยู่ห้องทำงาน   พวกผมก็ไม่มีอะไรทำนอกจากนั่งเล่นคุยกันไปเรื่อย ๆ หรือไม่ก็ติดต่อกับคนที่บ้านอะไรประมาณนั้น   และก็เบื่อมากพวกผมเลยออกจากห้องเพื่อลงไปหาอะไรทำข้างล่างแทน  

กริ้ง...

เสียงใสบาดแก้วหูที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงโทรศัพท์บ้านหรือว่าอะไรแต่เป็นเสียงกริ่งของบ้านนี้ที่ดังขึ้นแล้วเงียบไปสักพักหนึ่ง   คงมีใครแวะมาเยี่ยมบ้านหลังนี้ละมั้ง   แล้วไม่นานโอเมก้าของบ้านนี้ก็หลุดออกมาจากห้องทำงานแล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้าน   ไอ้พวกผมก็พยามมองเข้าไปข้างในห้องนั้นว่ามันมีดีอะไรทำไมเจ้าตัวถึงได้ขลุกอยู่ในนั้นทั้งวัน

“เหมือนจะมีปัญหานะฮะ   เขาดูรีบมากเลย”

“ปกติจะให้คนอื่นเปิดให้แต่คราวนี้รีบมาเปิดรับเองเลย” ผมพยักหน้ารับเห็นด้วย

“อัลฟ่าที่มาอยู่บ้านของโอเมก้าที่มีเพื่อนเป็นโอเมก้าจอมอาละวาดฟาดไม่เลี้ยง   นายว่าใครจะชนะ” อุ๊... นินทาระยะเผาขนจนโดนเผากลับ   ผมยิ้มเจือน ๆ ออกมาแล้วกว่าขอโทษที่เสียมายาท

“ใครบอกนายว่าฉันเป็นจอมอาละวาดยะ” เพียงแค่เปิดประตูเท่านั้นแหละครับ   สาวผมแดงเธอก็ก้าวเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนสุดขีดพร้อมกับลงซ้นเท้าส่งเสียงตึง ๆ เข้ามาข้างใน

“ถอดรองเท้า” ผมละนับถือในความนิ่งของคิระจริง ๆ นิ่งได้น่าหมั่นไส้มาก   สาวเจ้าคนกำลังเดือดปุด ๆ แต่เจ้าบ้านกลับสายตาจิกออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ   อย่างกับราชินีที่ออกคำสั่งข้าหลวงทั้งหลายงั้นแหละ   ใครได้คิระเป็นคู่ก็เตรียมลำบากได้เลยงานนี้  กราบเช้ากราบเย็น

พวกผมที่สังเกตการณ์อยู่อย่างเงียบ ๆ สรุปได้ทันที่ว่าสาวผมแดงนั้นต้องเป็นโอเมก้าแน่นอน  แต่กลิ่นของเธอนั้นมันหอมเหมือนเหมือนผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยวหวาน   แต่ก็ยังได้กลิ่นอีกกลิ่นหนึ่งที่หอมอ่อน ๆ นุ่มนวลดี

“วนิลา...” ชินครางออกมา

ผมเหล่ไปมองชินเล็กน้องซึ่งเจ้าตัวไม่ได้มีท่าทีอะไร โอ้... ลืมไปว่าใครบางคนแถวนี้ชอบวนิลา

ต่อมาทั้งเจ้าบ้านและแขกก็ย้ายมาอยู่ที่โต๊ะรับแขกเป็นที่เรียบร้อย

“สองคนเหรอ” ชินครางออกมา   ท่าทางเจ้าหมอนี่จะได้กลิ่นวนิลาชัดเจนจากสาวน้อยอีกคนจนมันต้องหดคอถอยหนี   ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก   มันก็แค่ชอบกลิ่นนี้มากจนกลัวที่จะแสดงอะไรไม่ดีออกมาต่อหน้าสาว

“รอตรงนี้ก่อนนะ   และก็ช่วยสงบเสงี่ยมด้วย... ทั้งหมดนั่นแหละ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หันหลังหมุนกลับไปปล่อยให้พวกผมและพวกเธอเล่นเกมจ้องตากัน

ราชินี่จริงโว้ย

แขกมาใหม่ในวันนี้เป็นโอเมก้าเพศหญิงทั้งสอง   และแน่นอนสาวผมแดงที่มีความมั่นใจกว่าใครเพื่อนได้เปิดบทสนทนากับเราในทันทีที่ราชินีไม่อยู่

“สวัสดีคะ   คุณเป็นอัลฟ่าจากแพลนท์ที่มาแลกเปลี่ยนกับที่นี่สินะคะฉันชื่อเฟรย์   ส่วนนี่สเตล่ายินดีที่ได้รู้จักคะ”ว่าแล้วเธอก็ชี้ไปยังสาวน้องผมทองหยักสกเล็กน้อยที่นั่งตัวลีบมองไปทางชินอย่างหวาดหวั่น   ไอ้ชินมันก็ทั้งจ้องทั้งกลืนน้ำลายจนผมต้องใช่ข้อศอกทุ้งมันเพื่อเรียกสติ   ท่าทางจะเป็นเอามากแฮะ

“ผมอัสรัน   แล้วเจ้านี่ชื่อชินยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมืออกไปหมายจะทักทายแบบสากลซึ่งเฟรย์ก็ตอบรับการทักทายของผม   แต่ให้ว่าไงละผมไม่ชอบกลิ่นผลไม้เปรียวหวานเท่าไหร่  

ปัก...

ไม่ทันไรก็เหมือนได้ยินเสียงอะไรสักอย่างพาดลง   ใช่มันต้องมีอะไรสักอย่างฟาดลงอย่างตั้งใจเสียงถึงได้ดังขนาดนี้   ใช่เลยมันสั่นมือเน้น ๆ ลงแรงแบบไม่ยั้งฟาดเข้าที่กลางกระหม่อมบาง ๆ ของเฟรย์อย่างจังเรียกเสียงโอดโอยจากหล่อนได้ในทันที  

“มีคู่มั่นแล้วก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย” ก็อยากจะร้องออกไปอย่างนั้นแต่พอเห็นดวงเนตรองค์ราชินีที่จิกลงกลางกระหม่อมบาง ๆ ของเฟรย์ที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบมันก็กลัวจนกลืนคำพูดพวกนั้นกลับลงไปหมดแล้ว “โทษทีไม่ได้จะว่านาย   ฉันว่ายายนี่”

“คิระ   มือนายมันมือหนักเป็นบ้าเลย” อันนี้ผมเห็นด้วย “อัสรันกล้าอยู่กับโอเมก้าที่ชอบทำร้ายร่างกายได้ไงคะ”

“มาวันแรกผมก็โดนอัดไปแล้วครับ” ผมตอบยิ้ม ๆ แต่ถ้าไม่ทำอะไรให้คิระเคืองก็อยู่เป็นสุขนะ

“นี่ตัวใหม่” ว่าแล้วเจ้าของผมสีใบไม้แห้งก็ยื่นบางอย่างให้สาวน้อยที่นั่งตัวลีบ

กล่องบางอย่างที่มีขนาดไม่ใหญ่นักถูกยื่นให้แก่เด็กสาวตรงหน้าเมื่อเธอเปิดและนำของที่อยู่ข้างในออกมา   มันคือปลอกคอแบบเดียวกับที่คิระใส่เป๊ะเลย   ทันที่สาวน้อยสวมมันกลิ่นคาลาเมลที่เจ้าชินว่าซึ่งอบอวลอยู่ในห้องก็เจือจางลงทันทีเธอทำท่าโล่งใจ   และผมก็โล่งใจเหมือนกันก็นึกว่าชินมันจะรัทซะแล้วเห็นผีเข้าผีออกน่าเป็นห่วง

“ขอบคุณคะรุ่นพี่”

“ไม่เป็นไร” คิระยิ้ม   โอ้พระเจ้าอยู่ด้วยกันมาเป็นอาทิตย์ไม่ยิ้มแต่พอสาวน้อยคนนี้ขอบคุณเท่านั้นแหละ   มุมปากเล็ก ๆ ยกยิ้มน้อย ๆ ขอบคุณสวรรค์   จากราชินีแสนดุร้ายกลายเป็นเจ้าหญิงแสนอ่อนโยนเลย

“ชิ   ใช่สินั่นน้องรักนายนี่   สเตล่าเรียบร้อยน่ารักนายถึงได้เอ็นดู   ที่กับฉันนี่ลงไม้ลงมือ” ไม่ทันไรแม่เจ้าประคุณก็น้อยอกน้องใจตัดพ้อเสียอย่างนั้น

“ถ้าอยากได้คนเอ็นดูก็ไปหาไซซะสิ   อัลฟ่าของเธอไม่ใช่ฉัน” แล้วก็ตอบกลับเสียงเย็น

“คิระ   ทำไมนายไม่เป็นอัลฟ่า” ดูเหมือนหล่อนจะงอแงเป็นเด็กนะ

หึ...

“เอ่อ... รุ่นพี่” เหมือนสาวน้อยสเตลล่าจะมีบางอย่างอยากพูด  เธอมองมาที่คิระก่อนที่จะสลับกับผมแวบหนึ่ง

“ว่าไง” คิระตอบกลับ “ถ้าเงินค่าทดสอบพี่โอนให้เรียบร้อยแล้วละ  ขอบใจสำหรับข้อมูลช่วงทดสอบนะ” คิระยิ้มบาง ๆ แล้วเอามือลูบผมเธอ

ส่วนผมกับชินได้แต่มองหน้ากันไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดเรื่องอะไร 

“งั้นคราวนี้นายก็ทดสอบปลอกคอครั้งสุดท้ายแล้วสิ  คราวนี้เพิ่มฟังก์ชันอะไรอีก” เหมือนมีแค่ 3 คนที่รู้ว่าเรื่องที่คุยนั่นคืออะไร  อะไรวะอธิบายให้ฟังด้วยสิคนมันงงนะโว้ย

“พอโอเมก้าฮีทไฟในปลอกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง  เก็บกลิ่นทั้งเวลาปกติและเวลาฮีทแต่ฉันไม่รู้ว่าตอนฮีทมันจะเก็บได้มากเท่าไหร่”

“แค่นี้เหรอ”

“ไม่  เจ้านี้สามารถบันทึกพร้อมทั้งคาดการระยะเวลาการฮีทขอแต่ละเดือนพร้อมวางแผนรับมือสำหรับการฮีทในครั้งต่อไป”

“ที่รุ่นพี่ให้หนูทดสอบก็คือ  เวลาฮีทจะมีกลิ่นไหมแล้วก็การทำงานของฟังก์ชันใหม่” สเตลล่า

“ถูกต้อง  เป็นเวลา 3 เดือน  พี่ฝากเธอจดบันทึกให้ทีนะ”

“ไม่มีปัญหาคะ”

ผมกับชินที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ปะติปะต่อเรื่องราวที่ทั้ง 3 คุยกันนั่นคือเรื่องของปลอกคอโอเมก้าที่ดูจะมีฟังก์ชันมากมายหลายอย่าง  แต่มันยังอยู่ในขั้นทดสอบ

“พวกเราแทรกได้ยัง” ไหน ๆ เรื่องที่ 3 คนนั้นคุยกันก็จบแล้วทีนี้ตาผมบ้าง “ช่วยบอกทีว่าที่กำลังคุยกันนี้มันเรื่องอะไร  ทดสอบปลอกคออะไรอย่างงั้นเหรอ”

คิระถอนหายใจก่อนที่ส่งสายตามองไปที่ 2 สาว  พวกเธอคงเข้าใจแววตาคู่นั้น  พวกเธอกล่าวคำลาก่อนที่จะออกไปจากบ้านอย่างว่าง่าย  เมื่อไม่มีพวกเธอแล้วเด็กหนุ่มโอเมก้าจึงนั่งลงตรงหน้าพวกผมมือบางยกขึ้นมาและปลดปลอกคอออก  ทันทีที่ปลอกคอถูกปลดออกกลิ่นหอมโอเมก้าก็คละคุ้มไปทั่วห้องทันทีมันเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกร้อนแต่ผ่อนคลาย  คิระใส่มันกลับเข้าไปเหมือนเดิม  และกลิ่นที่ลอยอยู่ในอากาศค่อย ๆ จางลง

“ได้กลิ่นใช่ไหม  แล้วรู้ไหมว่ามันเป็นกลิ่นอะไร” คิระถามอีกครั้ง

“ได้กลิ่น... แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร” ชินตอบ

คิระทำหน้าเศร้า “ไม่มีใครรู้ว่ากลิ่นของผมคืออะไรแต่ชั่งมันเถอะ  ที่ผมถอดให้ดูเหมือนครู่นี้นั่นคือความสามารถอย่างหนึ่งของปลอกคอ  ปลอกคอตัวนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ  ผมบอกทั้งหมดไม่ได้หรอกแต่คร่าว ๆ คือผมได้รับเงินก้อนหนึ่งจากรัฐบาลให้มาพัฒนาปลอกคอเพื่อโอเมก้าโดยเฉพาะ”

รัฐบาลจ้างให้เธอทำปลอกคอขึ้นมา  ดูจากชิ้นงานและรายละเอียดแล้วทางโอเมก้าคนนี้เก่งเอาเรื่องเลยทีเดียวแค่ความสามารถในการเก็บกลิ่นของปลอกคอพวกผมก็ทึ่งแล้ว

“เขาจ้างแค่เธอเหรอ  แล้วรัฐจะเอาไปขายให้เอกชนอีกที” อันนี้คือข้อสงสัยของผม

“อันนี้ผมไม่รู้ทางนั้นจะว่ายังไง  แต่ชิ้นส่วนหลายอย่างที่เอามาประกอบเป็นปลอกคอตัวนี้  ไหนจะชุดคำสั่งฟังก์ชันเพิ่มเติม  ถ้าขายราคาคงจะแพงน่าดู” คิระเงียบไปสักพัก “แต่ถ้าแจกก็คงดี” คิระยิ้มระบายออกมาให้กับความคิดที่ยากจะเป็นไปได้  ดูก็รู้ว่ามูลค่าแตกต่างกันแค่ไหนเมื่อเอาไปเทียบกับปลอกคอหนังแต่ถึงจะเป็นหนังอย่างดีก็เทียบไม่ติด

“ส่วนใหญ่จากตารางสถิติ  โอเมก้าในประเทศนี้ก็ไม่ได้มีเยอะหรอก  มีโอเมก้าไม่กี่คนที่เกิดมาในครอบครัวที่เงินทองเหลือใช้เหลือจ่ายแต่โอเมก้าส่วนใหญ่มีฐานะพออยู่พอกินกับยากจน  ถ้าขายพวกเขาคงซื่อไม่ไหว”

“ก็เลยหวังว่ารัฐจะแจก”

“ใช่”

“บอกได้ไหมว่าเป้าหมายที่เขาให้เธอทำมันขึ้นมาคืออะไร  ดูแล้วพวกรัฐไม่น่าจะมาสนใจโอเมก้าด้วยซ้ำเพราะส่วนใหญ่คนที่ทำงานอยู่ตรงนี้ก็มีแต่พวกอัลฟ่ากับเบต้าระดับสูง  ที่เออ... เหยียดชนชั้น” อันนี้คือความข้องใจของผม “ขอโทษนะที่สงสัย  แต่ที่แพลนท์ก็เป็นแบบนี้ไม่ค่อยมีใครสนใจโอเมก้า  พวกผู้บริหารก็ไม่คิดจะสนใจด้วยซ้ำ”

“โอเมก้าเหมือนเป็นปัญหาเรื่องรังทั้งที่ความจริงมันคือธรรมชาติความสมดุลของโลกใบนี้แต่ที่ทำให้มันดูแย่เพราะการเหยียดชนชั้น” คิระหลุบตาลงเพื่อไม่ให้เห็นแววตาที่กำลังสั่น  โอเมก้านั้นอ่อนไหวง่ายมากก็ไม่แปลกที่คิระจะรู้สึกไม่ดี “ผมเข้าใจเรื่องที่อัสรันถามในสภาก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย  แต่เพราะมันเป็นคำสั่งจากท่านผู้นำอัสฮาก็เลยไม่มีใครกล้าขัดข้อง”

“ท่านผู้นำลงเองแบบนี้ยังมีใครกล้าหืออีกละ” ชินว่าติกตลก “แต่ท่านเป็นคนที่จริงจังมากมันก็ต้องมีเหตุผลไม่งั้นท่านคงไม่ลงมาจัดการเอง”

“ที่เห็นในข่าวนั่นสินะชิน” ผมหันไปถามเพราะนึกถึงข่าวเมื่อหลายเดือนก่อนที่จะมาอยู่ที่ออร์บ  ว่าเกิดเรื่องบางอย่างในสภาจนท่านผู้นำสูงสุดของออร์บอย่างท่านอัสฮาต้องลงมาสั่งการเอง

“น่าจะใช่”

“เงินที่จะเอาไปบริหารประเทศแต่ต้องเอามาใช่จ่ายกับโอเมก้า  พวกผู้อาวุโสในสภาเลยไม่ยอมไง  ไหน ๆ ก็รู้แล้วว่าท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่เล่าก็ไม่ได้  แต่ถ้ารู้แล้วก็ให้มันจบที่ตรงนี้ไม่ต้องเอาไปพูดที่ไหนอีก”

“จะว่าขี้เสือกก้ได้นะ  แต่อยากรู้ละ” อันนี้ผมหยอก

“คุณก็เสือกจริงแหละอัสรัน  ตั้งแต่วันแรกละ” ผมควรขำกับการตกมุกอัดหน้าของเจ้าตัวไหมรู้สึกจีด ๆ ยังไงไม่รู้

“เล่าต่อเถอะครับ”

“ประชากรโอเมก้าในประเทศเรามีน้อยมากถ้าเทียบกับอัลฟ่าก็คงเป็น 1 ใน 4 แถมเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีโอเมก้าเป็นเหยื่อ  ทุกวันนี้โอเมก้าใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวงรวมทั้งผมด้วย” คิระจ้องมาที่พวกผมนิ่ง “แม้ว่าอัลฟ่าที่ถูกฝึกมาดีแค่ไหนแต่สักวันหนึ่งสัญชาติญาณจะครอบงำเมื่อได้กลิ่น... ผมเลยสร้างปลอกคอที่จะช่วยปกปิดกลิ่นให้รอดจากอัลฟ่าได้”

“มันก็จะเป็นการปกปิดตัวตนสภานะเพศรอง”

“ไม่ดีเหรอ  โอเมก้าสู้แรงอัลฟ่าไม่ได้หรอกสัญชาตญาณสั่งให้โอเมก้ายอมจำนนอัลฟ่าอยู่แล้ว  จะดีไหมถ้าทำให้อัลฟ่าไม่ได้กลิ่นโอเมก้า  ตามสถิติตอนนี้คดีข่มขืนกระทำชำเราผู้ก่อเหตุคืออัลฟ่าและเหยื่อคือโอเมก้า  สาเหตุหลักคือกลิ่นของโอเมก้า  ถ้าทำให้ไม่ได้กลิ่นซะสัญชาตญาณก็จะไม่ตื่นลดอาชญากรรมไปได้เยอะนี่ก็เพื่อทั้งสองฝ่ายล้วน ๆ เลย”

ถึงจะมีบางอย่างที่ผมยังสงสัยอยู่แต่ผมก็ไม่ได้ถามออกไป  รู้สึกว่าคิระค่อนข้างระวังมากที่จะเล่าเรื่องราวเหล่านี้เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควรกับเรื่องของชนชั้น  เงินทองของประเทศ  และเรื่องภายในของผู้บริหารเจ้าตัวก็เลยเล่าแค่เหตุและผลให้ฟังเท่านั้น  แต่ก็พอรู้ว่ามันยังมีอย่างอื่นอีก

“แล้วเรื่องการจับคู่ละ”

“ตัวใครตัวมันนะ” คิระเกาหัวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผมไม่รู้เรื่องการจับคู่เท่าไหร่  ไอ้คู่โชคชะตาที่มีความรู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน  อัลฟ่ากัดที่ต้นคอขอโอเมก้า  โซลเมท  ผมไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่เรียกว่าไม่เข้าใจก็ได้มั้ง”

“เธอรู้แค่นี้เหรอ” ผมถามอย่างแปลกใจ “เธอเป็นโอเมก้าแบบว่าเวลาเธอฮีท  เธอไม่เออ... ไม่อยากมีใครมาเติมเต็มบ้างเหรอ  ไม่นึกอยากมีคู้ไว้เติมเต็มบ้างไรงี้” ผมรู้สึกว่าจะถามมากไปแล้วถามลึกไปมากถึงเรื่องส่วนตัว “ไม่ต้องตอบก็ได้นะถ้า... เธอไม่สะดวก”

“ใครบอกให้ถามเรื่องแบบนี้กัน!!” นั่นประไร  โดนโกรธเข้าแล้วมือบางคว้าหมอนอิงโซฟาได้ก็ขว้างปามาที่ผมทันที  ตัวผมได้แต่เอามือบังหน้ากันท่าเอาไว้  จนคิระไม่เหลือหมอนที่จะขว้างปามาเจ้าตัวก็ยอมนั่งนิ่งอยู่กับที่แต่โดยดีพร้อมกับอาการหน้าแดงที่ไม่รู้ว่าโกรธหรืออาย  เส้นแถบที่ปลอดคอคิระเปลี่ยนเป็นสีม่วงและกลิ่นหวานปนเจ็บ

“ใจเย็นครับคุณคิระ  คุณอัสรันด้วยแหย่อยู่นั่นเดี๋ยวคุณคิระก็ไม่กินข้าวเย็นด้วยหรอก” ชินห้ามศึกไว้

“เอาหมอนมา” คิระเอ่ยเสียงอู้อี้

“หา?”

“ก็บอกให้เอาหมอนมา  หมอนนะเอามาสิ” เอาแต่ใจอีกแล้ว  ผมส่งหมอนให้ใบหนึ่งก่อนซึ่งเจ้าตัวก็คว้าไปกอดไว้ทันทีแล้วซุกหน้าลงที่หมอน  ซึ่งดูแล้วมันน่าแกล้งดี

“อัสรันครับ...” ชินปรายตามองมาที่ผมเหมือนจะเตือนบางอย่าง  สมแล้วที่อยู่ด้วยกันมานานมันเลยรู้ว่าในหัวผมนั้นคืออะไร  ผมยกมือขึ้นยอมแพ้ไว้แกล้งคราวหน้าก็ได้

“เล่าให้ฟังทีสิ  เรื่องการจับคู่  คู่โชคชะตา” คิระเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยปากขอร้องแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “ผมเคยอ่านแล้วแต่ก็  ไม่เข้าใจบางทีก็เป็นเรื่องเล่าบาทีก็เป็นตำนาน  เขาบอกว่าต้องเจอกับตัวเอง”

“พวกเรายังไม่มีคู่หรอกครับคุณคิระ  แต่คุณอัสรันเขามีคู่หมั้นแล้ว” ชินอธิบาย

“แล้วใช่คู่แท้ของคุณไหม” คิระหันมาถามผม

ผมส่ายหัว “เธอเป็นเบต้า  มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จัดการกันเอง”

“คู่ชะตาบางก็ว่าแค่สบตากันครั้งเดียวก็เหมือนผูกพันธ์ถึงวิญญาณทั้งคู่จะรู้สึกถึงกันตลอดเวลาแบบนี้เขาเรียกว่า โซลเมท ครับ เกิดขึ้นบ่อยที่สุดแต่อันตรายมากเพราะโอเมก้าอาจจะได้รับบาดเจ็บ  หรือจะเป็นความรู้สึกต้องชะตาอันนี้ก็อธิบายยากครับเขาบอกว่ามันจะรู้ด้วยตัวเอง  ประมาณว่าแค่พบกันครั้งแรกก็รู้แล้ว”

ผมมองคิระฟังไปเจ้าตัวก็คิดตามไป  คิดขมวดเป็นปมแล้วหันมามองที่ชิน “เฟรย์ที่มาเมื่อครู่นี้ยัยนั่นก็จับคู่แล้ว  เธอบอกว่าคู่หมั้นของเธอเป็นคู่แท้”

“คุณได้อยู่ในเหตุการณ์แรกพบของทั้งสองไม่ครับ”

“ไม่  สองคนนั้นอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก  ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง”

“ยังมีอีกแบบหนึ่งนะครับ  อัลฟ่าและโอเมก้าที่เป็นคู่กันเท่านั้นถึงจะรู้กลิ่นของอีกฝ่าย  แบบว่าคนอื่นแค่ได้กลิ่นแต่ไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นอะไรนะครับ” คิระคิดตามที่ชินพูด  ดูจากคิ้วที่ผูกเป็นโบแล้วคงสับสนมากทีเดียว “สาวน้อยผมทองคนนั้นชื่อสเตลล่าใช่ไหมครับ” คิระพยักหน้าน้อย ๆ “ผมขอไลน์ของเธอได้ไหม”

“ทำไม”

“เหมือนผมจะเจอเนื้อคู่ซะแล้ว...” คิระอ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนมึนงงและตกใจจะพูดก็เหมือนนึกเรื่องที่พูดไว้ไม่ออกผมก็ด้วยเหมือนกัน  และผมก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ไอ้นี่อยู่แค่อาทิตย์เดียวได้คู่แล้ว “ขอบคุณร่างกายของสเตลล่าที่แข็งแรงพอ  เลยเป็นโซลเมทกันอย่างปลอดภัยแล้วก็... ตอนนี้ผมก็รับรู้ถึงเธอแล้ว”

“จ... จ้องตา  โซลเมท...” สมองของคิระคงจะเออเร่อแน่ ๆ หรือไม่ก็ช๊อกเจอคนจับคู่แบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้

“ครับ  รบกวนด้วย” ว่าแล้วชินก็ลุกออกจากโซฟาทิ้งให้ทั้งผมกับคิระนั่งอึ้งอยู่อย่างนั้น

วันนี้เจอเรื่องน่าตกใจหลายเรื่องเลยทีเดียว  เรื่องปลอกคอทีคิระกำลังพัฒนาอยู่ในตอนนี้  เรื่องที่ชินเจอคู่โชคชะตาเป็นรุ่นน้องของคิระ  แต่ที่แปลกใจที่สุดคือคิระยอมเปิดใจให้พวกผมไม่อยากเชื่อว่าจะได้คุยกันยาวเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ถึงจะมาบางตอนทีคิระหันมาค้อนใส่ผมบ้างก็ตาม  แต่เราก็สบายใจมากขึ้น

หลังจากเวลานั้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายก็ตกอยู่ที่บ้านหลังนี้  คิระไม่ได้เข้าไปทำงานต่อแต่นั่งเล่นเกมอยู่ข้างล่าและทานมื้อเย็นพร้อมกับพวกเรา  วันนี้เป็นเวรชินล้างจานส่วนพ่อโอเมก้าก็หายเข้าไปทีห้องนอนของตัวเองแล้วผมที่ว่างแล้วไม่มีอะไรทำเลยอยู่ทีห้องครัวเป็นเพื่อนชิน

“มีอะไรกังวลหรือเปล่าครับ” ชินหยุดล้างจานแล้วหันมามองหน้าผม

“หือ?”

“คุณมีอะไรหรือเปล่า” ชินทำท่าไม่สบายใจ “เรื่องที่ผมมีเมทเป็นรุ่นน้องของคุณคิระหรือเปล่าครับ”

“ไม่ใช่” ผมส่ายหน้า “นายบอกว่าอัลฟ่าโอเมก้าจะรู้กลิ่นคู่ของตัวเองใช่ไหม”

“ใช่ครับมีอยู่หลายคู่  คุณไปได้กลิ่นใครมา?” ชินหันไปล้างจานต่อ “น่าตื่นเต้นนะครับใครได้คุณเป็นคู่ต้องโชคดีแน่นอน”

“ชิน  ฉันเจอไอ้นี้ทีห้องของคิระ” ว่าแล้วผมก้โชว์ภาพที่แอบถ่ายมาจากห้องของเจ้าตัว  มันคือแผงยาที่ซองกำกับยาเขียนไว้ว่า...

“ยาต้าน... แล้วมันเกี่ยวยังไงครับ”

“ยาต้านจะทำให้คนที่กินมันเข้าไปเมื่อได้กลิ่นของฝ่ายตรงข้ามจะปวดหัว  หรือไม่ก็เหม็น  ที่แน่ ๆ คือไม่รู้กลิ่น” ผมอธิบายศรรพคุณและบผลข้างเคียง  มันไม่ได้มีผลระยะยาวแต่กลับทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

“ผมเริ่มงงแล้ว  คุณช่วยเข้าประเด็นเลยได้ไหม”

“คิระกินไอ้นี้เลยไม่ได้กลิ่นฉัน  ไม่สิเธอได้กลิ่นแต่ไม่ตอบสนอง” ผมเริ่มรนแล้ว “แต่ว่าฉันได้กลิ่นของคิระตอนถอดปลอกคอออก  มัน... ชัดมาก  กลิ่นสมุนไพร  มัน... หอมมาก”

ชินอ้าปากค้างทำจานร่วงลงอ่านล้างจาน  มองมาที่ผมอย่างไม่เชื่อสายตา “เชี่ย...”

“มันเป็นไปได้ไหมที่... คิระจะเป็นคู่ของฉัน” ผมไม่อยากคิดไปเองแต่เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นที่คิระถอดปลอกคอออก  ผมได้กลิ่นสมุนไพรหอมอบอวลไปทั่วห้อง  มันให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบในอกและเกิดความผ่อนคลายทำให้สมองผมโล่งไปเลย  ถึงจะเพียงแค่ไม่นานแต่ผมก็จำกลิ่นนั้นได้ดีทีเดียว  อยากจะสูดดมกลิ่นนี้อีกครั้งจังถ้าได้สูดจากคอระหงตรงนั้นจะหอมขนาดไหนนะ

“ดูทำหน้าเข้า  โรคจิตมากอย่าไปทำให้คุณคิระเห็นเชียวนะครับ” นายอย่ามาขัดสวรรค์ฉันได้ไหม

“แล้วมันใช่ไหม”

“ถ้าเป็นโซลเมทกันก็ใช่ละครับ  คุณสบตากันหลายครั้งเลยนี่ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ”

“ไม่...” อะไรวะต้องรู้สึกยังไง

“งั้นก็ไม่ใช่  มีโอกาสน้อยมากที่อัลฟ่าและโอเมก้าที่เป็นคู่ชะตาจะมาพบกัน  ไม่ได้จะดับฝันนะครับแต่คุณมีคู่หมั้นแล้ว” ดับฝันเหี้ย ๆ คิระเป็นโอเมก้าชายที่ดูดีมากเลยนะ  ทฤษฎีการจับคู่มันไม่มีบทอื่นเลยเหรอบทไหนก็ได้ที่ทำให้คิระได้เป็นคู่ของผมนะ

“คุณอาจจะแค่หลงกลิ่นของโอเมก้าคนนี้ก็ได้  ตั้งสติให้ดีนะครับ” ไอ้เหี้ย   กูขอให้สเตลล่าแหกอกมึง


...

ตั้งแต่ลง INTRO เสร็จเราก็ไม่ได้ลงอะไรอีกไม่ได้เขียนอีกด้วย

มันคือช่วงหมดไฟของเรานะค่ะไม่มีอารมณ์จะเขียนอะไรทั้งนั้น แต่ในที่สุดตอนนี้เราก็มีไฟกลับมาเขียนอีกครั้ง

ขออภัยที่ทำให้รอนานนะคะ นานมาก T^T ขอบคุณสำหรับการติดตามและคอมเมนท์

ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดก็อย่าถือสาเพราะไม่ได้เขียนนานมาก นานเป็นปี ๆ บางอย่างมันต้องใช้เวลาจูน

จะพยายามอัพเรื่อย ๆ คะเพื่อรีดเดอร์

ขอให้สนุกนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #9 lusareas587 (@lusareas666) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 11:11
    รีบมาแต่งต่อเร็ว
    #9
    0
  2. #8 Morden Jr (@guysiwakorn28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 04:08
    ขอให้สเตล่าแหกอก 55555+
    #8
    0
  3. #7 Morden Jr (@guysiwakorn28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 03:53

    เย้!!!
    #7
    0
  4. วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:06

    สนุกมากกกกกก
    #6
    0